Pisa

ที่ปิซานี่เองที่ฉาก OP ของมาริมิเตะฉากสุดท้ายได้ลงรูป Piazza Duomo (duomo = church) กับหอเอนปิซา ว่าง่าย ๆ คือ ตัวเมืองปิซามีโบสถ์ประจำเมือง แล้วหอเอนปิซาคือหอระฆังประจำโบสถ์ดังกล่าว ทั้งคู่ตั้งอยู่จัตุรัสมิราโคลี หรือ Piazza dei Miracoli ทั้งจัตุรัส, โบสถ์, หอเอนแห่งปิซา และสิ่งก่อสร้างในนี้สร้างตั้งแต่สมัยยุคกลางนู่นแน่ะ ปัจจุบันทั้งจัตุรัสนี้ (รวมถึงหอเอน)ได้ขึ้นทะเบียนกับยูเนสโกเป็นมรดกโลกเช่นกัน
http://en.wikipedia.org/wiki/Piazza_dei_Miracoli
เมืองนี้หลาย ๆคน จะรู้จักจาก หอเอนปิซา Leaning Tower of Pisa
http://en.wikipedia.org/wiki/Leaning_Tower_of_Pisa
หอระฆังโบราณบานบุรี ช่างและวิศวกรสมัยก่อนสร้างกันอีท่าไหนไม่รู้ทำให้มันเอียงทำมุม3.97 องศาแต่ไม่โค่นลงมาภายในเวลาชั่วอึดใจ อย่างไรก็ดีหอนี้ก็เอนมากขึ้นแล้วทำท่าจะพังลงมาตามกาลเวลา รัฐบาลอิตาลีเลยรีบหาทางไม่ให้มันโค่นลงโดยบูรณะไปเมื่อสักสิบกว่าปีก่อน แล้วก็ดูแลมาเรื่อยจนล่าสุดหลังซ่อมไปเมื่อปีสองปีที่ผ่านก็มีรายงานว่าหอเอนปิซาจะยังคงเอียงมุมดังกล่าวได้อีกราว ๆ 200-300 ปี
(แล้วให้คนในอนาคตหาทางแก้ไขกันเอาเองสินะ…)
หอเอนนี้มีระฆังทั้งหมด 7 ใบ แต่ละอันมีชื่อเป็นของตัวเองด้วย หากสนใจก็จิ้มลิงค์ที่ให้ไว้อ่านเพิ่มเติม
คนที่เรียนวิทยาศาสตร์สมัยม.ต้น คงพอจำได้ลาง ๆ ว่ากาลิเลโอเคยมาทดลองย้อนลูกระเบิดน้ำหนักต่างกันที่ยอดหอเอนปิซาเพื่อทดลองเรื่องแรงโน้มถ่วงของโลก หรือเรื่องวัตถุตกอิสระ (ค่า g = 9.8 m/s2) โดยกาลิเลโอเชื่อว่า มวลของวัตถุจะมากหรือน้อยก็ใช้เวลาตกเท่ากัน ซึ่งขัดแย้งกับทางศาสนาคริสต์ที่ยึดมั่นสิ่งที่อริสโตเติลยอดปราชญ์แห่งกรีกเคยสอนไว้ หลาย ๆ อย่างที่กาลิเลโอไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่อริสโตเติลบอกไว้ ทำให้กาลิเลโอมีปัญหากับศาสนจักรถึงขั้นร้ายแรงเกือบโดนประหารแต่ก็รอดโดยติดคุกอยู่หลายปี = =
(บางคนคงคิดว่า จะมวลมากมวลน้อย ตกลงมาคือตายเหมือนกัน ^^”)

ในช่วงอีเวนท์ของพวกยูมิกับชิซึกะซามะ ก็มีสถานที่ระแวกใกล้ ๆ หอเอนปิซาให้ชมกัน
ที่เห็นด้านหลังเธอคือ หอศีลจุ่ม (Baptistry) ชิซึกะซามะชวนยูมิและพรรคพวกเข้ามาด้วยกัน
เธอได้มาร้องอาเรียอาที่นี่รำลึกความทรงจำสมัยภาคแรกให้กับคนดู (ฮา)


http://en.wikipedia.org/wiki/Baptistry_of_Pisa
คงไม่ได้สปอยล์เกินไปที่จะบอกว่า ชิซึกะซามะเวอร์ชั่นอนิเมได้ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกในภาคแรกตอน 6 โดยส่วนตัว เป็นอีกตอนที่ชอบในภาคแรก โดยเฉพาะฉากที่ชิซึกะซามะมาทาบทามเธอเป็นน้องสาวหลังพี่เซย์เรียนจบ แต่ชิมาโกะกลับบอกอย่างแน่วแน่ว่า
“โอเน่ซามะ (พี่สาว) ของฉันมีเพียงซาโต้ เซย์ซามะ* เพียงคนเดียวเท่านั้น”
*ในอนิเมใช้คำว่าโรซากิกันเทีย แต่โนเวล, มังกะและดรามาซีดีใช้คำว่า ซาโต้ เซย์ซามะ
Venice, Venezia
เมืองสุดท้ายที่พวกยูมิไปทัศนศึกษาคือ เวนิส หรือภาษาอิตาเลียนคือ เวเนเซีย
ในโอวีเอโชว์เวนิสหน่อยเดียว พูดถึงเวนิสแล้วคงต้องบอกว่า อาเรียซีรีย์ Aria จำลองเวนิสออกมาได้ดีมาก ผู้ที่สนใจอยากเที่ยวเวนิสกับอาเรีย ก็หาอาเรียอ่านและดูอนิเมประกอบได้
เวนิสเป็นเมืองที่มีคลองมากมายเลยได้ชื่อเรียกอื่น ๆ เช่น ราชินีแห่งทะเลอาเดรียติก, เมืองแห่งสายน้ำ, เมืองแห่งสะพาน เป็นต้น ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองหนึ่งที่สวยงามที่สุดในโลก
ตามประวัติศาสตร์ไทยตอนพวกฝรั่งเข้ามาก็ให้ฉายาแก่ประเทศไทยว่าเวนิสตะวันออกด้วยเหตุที่มีแม่น้ำลำคลองเยอะเช่นกัน
แลนด์มาร์คแรกที่โชว์ในโอวีเอคือ มหาวิหารเซนต์มาร์คแห่งเวนิส หรือ St. Mark’s Basilica (Basilica di San Marco a Venezia) ตั้งอยู่ที่จัตุรัสเซนต์มาร์คหรือ Piazza San Marco มหาวิหารนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของสถาปัตยกรรมแบบไบแซนไทน์ (โดมกลมวางลงบนฐานสี่เหลี่ยมหรือหลายเหลี่ยม ยึดหลักสมดุลสองข้างรอบแกน บางทีก็ทำเป็นโดมต่างระดับลดหลั่นลงไป)
ที่โรมเองก็มีมหาวิหารเซนต์มาร์คเช่นกัน เลยต้องมีต่อท้าย “แห่งเวนิส” ไว้ด้วยเผื่อไม่ให้สับสนกับของโรม

http://en.wikipedia.org/wiki/St_Mark%27s_Square
http://en.wikipedia.org/wiki/St_Mark%27s_Basilica
http://en.wikipedia.org/wiki/Byzantine_architecture

เมืองมีคลองเยอะ การสัญจรเลยเน้นเรือ ปัจจุบันมีเรือยนต์แล้ว แต่ก็ยังมีกอนโดลาที่เป็นเรือคลาสสิคของชาวเวเนเซียนบริการแก่นักท่องเที่ยว (ดูอาเรียแล้วจะเข้าใจ ฮา) รวมถึงพวกพิธีการต่าง ๆ เช่น งานแต่งงาน งานศพ เป็นต้น


พวกยูมิก็นั่งกอนโดลาผ่าน The Bridge of Sighs (Ponte dei Sospiri) ชื่อสะพานถอนหายใจ เนื่องจากสะพานนี้เชื่อมตึกที่เคยเป็นคุกกับตัววัง คนตั้งชื่อนี้คือลอร์ดไบรอน โดยบอกว่าพวกนักโทษคงถอนหายใจที่ได้เห็นสะพานนี้เป็นภาพสุดท้ายในเวนิสที่งดงามแห่งนี้ก่อนเข้าคุก
http://en.wikipedia.org/wiki/The_Bridge_of_Sighs

ฉากสุดท้ายก่อนกลับญี่ปุ่น อีกฉากที่เราชอบในโอวีเอแผ่นี้ ยูมิ ชิมาโกะและโยชิโนะอยู่ที่จัตุรัสเซนต์มาร์คคุยเรื่องพี่เซย์ ชิมาโกะบอกว่าไม่ได้เจอพี่เซย์หรอก..
“แต่…แค่รู้สึกได้ว่าอยู่ใกล้ ๆ นี่ล่ะ”
ในโอวีเอไม่ได้บอกชัดเจนว่าผู้หญิงที่นร.ลิเลียนคนหนึ่งเจอคือพี่เซย์จริง ๆ หรือไม่ แต่ในโนเวลเหมือนจะบอกคำตอบไว้
ที่เวนิสเองมีน้ำท่วมเป็นเรื่องปกติโดยจะมีศัพท์ที่เรียกว่า Acqua Alta ที่จัตุรัสเซนต์มาร์คนี่เองเป็นจุดที่แผ่นดินต่ำสุดในเวนิสเลยท่วมเป็นประจำแม้ยามฝนตกหนักก็ตาม ถ้าตอนเกิดแอคคัวอัลตาที่แห่งนี้จะท่วมเป็นที่แรกในเวนิส
(รายละเอียด ดูอาเรีย หรือจิ้มลิงค์ http://en.wikipedia.org/wiki/Acqua_Alta)
ในโอวีเอก็จบการเที่ยวอิตาลีแต่เพียงเท่านี้ เอนทรี่ซีรีย์นี้ก็ขอจบด้วยเช่นกัน
The End
Special Thanks
Maria-sama ga miteru 3rd season OVA vol. 5 ที่มาและแรงบันดาลใจที่ให้ได้เขียน ยิ่งเขียนยิ่งอยากเที่ยวอิตาลี ><)
Wikipedia ที่เป็นแหล่งข้อมูลที่ไม่น้อยและไม่มากเกินไปที่จะศึกษาอ่านอย่างรวบรัดในหลาย ๆ เรื่อง
Lily-school web ที่ให้เนื้อที่ได้เขียน
gokigenyou.
Omake: Director’s cut scene
ฉากที่โอวีเอแบบปกติไม่ได้ลง คือฉากนี้….








on Jan 5th, 2009 at 9:18 pm
มาเพิ่มเติมให้นิดหน่อยค่ะ
มีฉากนึงตอนที่ ยูมิ โยชิโนะ คุยกันระหว่างขึ้นไปบนหอคอยปิซ่า แล้วมีฉากที่มีที่โยชิโนะเอามือไปวางที่หินที่แกะเป็นหน้าคน
หินนั้นชื่อว่า la bocca della verita หรือ Mouth of truth (อยู่ในโรม) เค้าว่ากันว่า ปากจะกัดมือคนที่พูดโกหกค่ะ ตอนนี้ฉากนี้แอบฮา ตอนที่โยชิโนะบอกว่า ไม่ได้โกหกซะหน่อย แ่ต่เรซามะเข้าใจผิดไปเอง 555