เที่ยวอิตาลีกับมาริมิเตะพาร์ท 3
Travel Italy with Marimite Part III
By Seirei
Source & info: Wikipedia
ใกล้คริสต์มาสแล้ว เราเลยได้มีเวลามาเขียนต่อให้จบ ใครพึ่งอ่านเอนทรี่นี้ครั้งแรก ควรย้อนกลับไปอ่านตอน 1-2 ก่อน เพื่อความต่อเนื่องของเนื้อหา
พาร์ท 1 พาร์ท 2
สำหรับพาร์ท 3 พวกยูมิได้ไปเดินทางไปต่อที่เมืองฟลอเรนซ์ ปิซ่า และเวนิส
คืนก่อนวันก่อนไปฟลอเรนซ์ ยูมิเห็นโยชิโนะคุยกับเรย์ก็เกิดนึกถึงคุณพี่ซาจิโกะขึ้นมา ฉากนี้ ทำให้พวกเราค้นพบเพิ่มว่าพวกยูมิได้ไปน้ำพุแห่งนี้ในโรมด้วย (โรมอยู่ พาร์ท 1)

http://en.wikipedia.org/wiki/Trevi_Fountain
Trevi Foutain หรือภาษาอิตาเลียนคือ Fontana di Trevi น้ำพุแห่งนี้เป็นสถานที่ดังอีกแห่งในโรมที่ไม่ควรพลาด ลักษณะงานเป็นบาโรคที่เน้นความอลังการงานสร้าง เป็นน้ำพุสไตล์บาโรคที่ใหญ่ที่สุดในโรม ตัวธีมของน้ำพุคือ เทพนิยายกรีกตอน Tritons กำลังสอน Oceanus ฝึกม้าทะเล Hippocamp ให้เชื่อง
ธรรมเนียมปฏิบัติของนักท่องเที่ยวคือ โยนเหรียญสามเหรียญลงไปที่น้ำพุเทรวีมีความเชื่อต่าง ๆ นานากันไป เช่น ถ้าโยนแล้วจะได้กลับมาที่โรมอีกครั้ง สำหรับเวอร์ชั่นปัจจุบันคือ เพื่อความโชคดีเป็นสิริมงคลราวๆ นั้น ^^” แล้วต้องโยนให้มือขวาเหนือไหล่ซ้ายด้วย (ลองดูตัวอย่างที่ยูมิโยนในโอวีเอ)
แล้วก็ไปที่ฟลอเรนซ์….


Florence หรือภาษาอิตาเลียนคือ ฟิเรนเซ (Firenze)
เมืองสำคัญมาแห่งหนึ่งในอิตาลี เดิมเป็นศูนย์กลางการค้าในยุคกลาง (ถูกขนานนามว่า เอเธนส์แห่งยุคกลางเลยทีเดียว) ต่อมาได้เป็นศูนย์กลางของศิลปะและสถาปัตยกรรมสไตล์เรอเนสซองส์ ไม่แปลกใจที่ได้เป็นศูนย์กลางเรอเนสซองซ์นั่นเพราะว่าตระกูล Medici ปกครองเมืองนี้ในช่วงตอนนั้นน่ะเอง (ตระกูลแมดิซีให้การอุปถัมภ์ศิลปินดังๆในอิตาลีสมัยนั้นมากมาย) ปัจจุบันเป็นเมืองท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์แล้วก็ได้ขึ้นทะเบียนกับเป็นมรดกโลกกับทางยูเนสโก
ฉากแรกในมาริมิเตะก็โชว์แลนด์มาร์กของเมืองนี้คือตัวโดมใหญ่มุงหลังคาสีส้มที่เป็นหอระฆังของบาซิลิก้าแห่งฟลอเรนซ์ Basilica di Santa Maria del Fiore

แล้วก็เป็นฟาเซดหรือประตูโบสถ์ (ย้ำว่าแค่ประตู =w=”) อลังการเช่นเคย
ของจริง http://en.wikipedia.org/wiki/Florence_Cathedral


ในโอวีเอมีฉากที่ยูมิได้ไปชมภาพเขียนนี้ที่โบสถ์ San Marco แห่งฟลอเรนซ์ ภาพนี้คือ The Annunciation โดย Fra Angelico รูปนี้จำลองเหตุการณ์ทางคริสต์ศาสนาที่เรียกว่า การประกาศของเทพ หมายถึง พระแม่มาเรียได้ทราบการมาเกิดของพระเยซูจากทูตสวรรค์กาบริเอล (หรือกาเบรียล) วันที่ 25 มีนาคมเลยเป็นวัน Lady day ซึ่งเป็นวันปีใหม่ของหลายประเทศรวมถึงที่อังกฤษ (ก่อนคริสต์มาสที่พระเยซูประสูติ 9 เดือน)

http://en.wikipedia.org/wiki/San_Marco,_Florence
ในโอวีเอ พวกยูมิไปที่ปิซ่าแล้วก็มีอีเวนท์กับชิซึกะซามะหรือโรซาคานินา แล้วฉากก็ย้อนมาฟลอเรนซ์อีกรอบ ก็ขอลงสถานที่ในฟลอเรนซ์ต่อในช่วงนี้ให้หมดก่อนไปปิซ่าละกันนะ ^^”
http://en.wikipedia.org/wiki/Fountain_of_Neptune
ฉากแนะนำฟลอเรนซ์อีกฉาก เป็นน้ำพุดังในฟลอเรนซ์ The Foutain of Neptune ตั้งอยู่ในPiazza della Signoria เป็นน้ำพุทรงแปดเหลี่ยม ตัวรูปปั้นเทพเจ้าเนปจูนของดั้งเดิมถูกเก็บเข้าพิพิธภัณฑ์ไปแล้ว ที่เห็นในปัจจุบันคือของจำลองที่ทำขึ้นตั้งแต่ในสมัยศตวรรษที่ 19
http://en.wikipedia.org/wiki/Piazza_della_Signoria
http://en.wikipedia.org/wiki/Palazzo_Vecchio
ในจัตุรัสซิคโนเรีย ยังมี Uffizi หรือ offices ตั้งแถวตรงมุมของจัตุรัส คล้ายๆเป็นศาลาว่าการเมืองโดยใช้วังโบราณเป็นที่ทำการ ซึ่งในรูปคือ Palzzo Vecchio (Palazzo = Palace) เป็นแลนด์มาร์คแห่งหนึ่งฟลอเรนซ์เช่นกัน ตัววังเป็นสไตล์โรมันเนสค์ (แนวป้อมปราการ)

http://en.wikipedia.org/wiki/Ponte_vecchio
ฉากถัดมาฉายให้เห็น Ponte vecchio หรือ สะพาน vecchio (Ponte = bridge) เป็นสะพานเก่าตั้งแต่สมัยยุคกลาง ปัจจุบันก็ยังมีร้านรวงขายอยู่ข้างทางโดยสมัยเก่าเป็นร้านขายเนื้อจนหลัง ๆ เป็นเมืองท่องเที่ยวแล้วเลยเป็นร้านเพชรพลอยแทน
หมดฟลอเรนซ์ในโอวีเอแล้ว ก็ย้อนกลับไปที่ปิซากัน ^w^)/



on Jan 5th, 2009 at 9:18 pm
มาเพิ่มเติมให้นิดหน่อยค่ะ
มีฉากนึงตอนที่ ยูมิ โยชิโนะ คุยกันระหว่างขึ้นไปบนหอคอยปิซ่า แล้วมีฉากที่มีที่โยชิโนะเอามือไปวางที่หินที่แกะเป็นหน้าคน
หินนั้นชื่อว่า la bocca della verita หรือ Mouth of truth (อยู่ในโรม) เค้าว่ากันว่า ปากจะกัดมือคนที่พูดโกหกค่ะ ตอนนี้ฉากนี้แอบฮา ตอนที่โยชิโนะบอกว่า ไม่ได้โกหกซะหน่อย แ่ต่เรซามะเข้าใจผิดไปเอง 555