เที่ยวอิตาลีกับมาริมิเตะ พาร์ท 1
Travel Italy with Marimite Part I
By Seirei
Picture sources and info: wikipedia ขอบคุณวิกิปิเดียมากมายที่ลดเวลาค้นหาลงได้เยอะมาก เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยบางอย่างที่เราเคยเรียนหรือศึกษาเองจะระบุไว้ค่ะ ถ้าไม่มีแสดงว่ามาจากวิกิปีเดีย
Gokigenyou. ได้ฤกษ์เจิมเวปใหม่ของโรงเรียนลิลลี่ซะที ^o^ จากที่ได้รับความไว้วางใจให้ “มาเพิ่มสาระให้กับเวป” ก็ขอใช้โอกาสอันนี้ให้คุ้มค่า ฮ่าๆ
ปกติเราจะเขียนบลอคอยู่ exteen ไม่ได้มาประจำ ณ ที่นี่เท่าไรนัก เรื่องที่จะเขียนให้เวปนี้จะพยายามไม่ให้ซ้ำกับที่เขียนในบลอค ชอบไม่ชอบยังไงก็ฝากไว้ให้อ่านเล่น ๆ แก้เซ็งล่ะกันนะจ๊ะ
Introduction
อนิเมที่เราชอบแนวโชโจไอ-ยูริคงไม่พ้น Maria-sama ga miteru หรือมาริมิเตะ เป็นแน่แท้ ดังนั้นเอนทรี่นี้ขอนำทุกท่านย้อนระลึกชาติมาริมิเตะโอวีเอแผ่น 5 ซึ่งเป็นแผ่นสุดท้ายของ 3rd season ก่อนที่ 4th season หรือภาคสี่จะออกฉายเป็นทีวีซีรีย์ในเดือนมกราคม 2009 ที่จะถึงนี้
ova แผ่น 5 เป็นเรื่องราวฟิล์ดทริป (ทัศนศึกษา) ของพวกยูมิที่ประเทศอิตาลี โดยส่วนตัวอิตาลีเป็นประเทศแรก ๆ ในดวงใจที่อยากไปเที่ยวมาก ด้วยว่าเป็นแหล่งรวมอารยธรรมหลายด้าน ตอนดูแผ่น ห้าก็ชวนนึกสงสัยว่าที่พวกยูมิไปเที่ยวนะมันที่ไหน ชื่ออะไร ฯลฯ เนื่องจากไม่เคยอ่านนิยายของตอนนี้ เลยไม่รู้ว่าอ.คนโนะ โอยูกิ บรรยายถึงสถานที่ต่าง ๆ ในเนื้อเรื่องมากน้อยแค่ไหน ในแฟนซับก็ไม่ได้ให้ข้อมูลอะไร…
ดังนั้น ทำเองซะเลย!
หลังจากที่ลิสต์สถานที่และผลงานทางศิลปะ ที่ปรากฏในโอวีเอห้าออกมา…….เยอะมากจนไม่สามารถหาได้ครบหมด (ขออภัย TwT) และจำเป็นต้องแยกหลายตอนจะได้อ่านกันสะดวกไม่โหลดรูปโหด (และคนเขียนไม่ตายก่อน ฮา)
อ่ะแฮ่ม! ก่อนจะเข้าเรื่อง ขอหยิบอะไรให้ดูก่อนเผื่อบางคนยังไม่เคยอ่านจากบลอคเรา
Prolouge
มาริมิเตะโอวีเอนี้แฝงกลิ่นไอของเรอเนสซองซ์ มาก จากความหมายของมัน (Renaissance = rebirth) ตามความเห็นเพราะว่าระยะห่างจากภาคฮารุ (ภาคสอง) มาภาคสามนานมาก การที่มาริมิเตะกลับมามีภาคสามได้ก็เหมือนกับการเกิดใหม่ เฉกเช่นยุคฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมที่นำสไตล์กรีก-โรมันกลับมาใหม่ ล้างภาพจากยุคกลางออกไป (แล้วก็เริ่มต้นที่อิตาลีนั่นแล)
เริ่มต้นจากภาพของ OP ก็ได้ยืมโพสท่าของภาพพรีมาเวร่าของ บอตติเชลลีมาแล้ว ตำแหน่งแต่ละคนคงยากจะบอกว่าเป็นเหตุบังเอิญ ^^” พรีมาเวร่า ถ้าแปลแบบภาษาไม่สวยนักคือ การเริ่มต้นเข้าสู่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง รายละเอียดเคยพูดในบลอคเมื่อเกือบสองปีก่อนที่โอวีเอแผ่นแรกออก

Primavera, The Garden of Venus [Sandro Botticelli, 1482]
แล้วฉากเปิดก็ดำเนินต่อไปจนสุดท้าย…
Piazza del Duomo (or Piazza dei Miracoli)

เทียบกับของจริง (จิ้มที่รูปเพื่อดูภาพใหญ่ หรือจิ้มที่ลิงค์ด้านล่าง)
http://en.wikipedia.org/wiki/Piazza_dei_Miracoli
ฉากสุดท้ายของ OP คือ มหาโบสถ์แห่งปิซ่าและหอเอนปิซ่าที่ตั้งอยู่ใน Cathedal square ตามชื่อภาษาอิตาเลียน จตุรัสดังกล่าวถือว่าเป็นศูนย์กลางหรือหัวใจของเมืองปิซ่า ไว้พูดอีกทีตอนเขียนพาร์ทเมืองปิซ่า ในมาริมิเตะ ก็จะปรากฏในตอนห้าหรือแผ่นสุดท้ายของภาคสาม ที่เมืองนี้เองที่พวกยูมิได้พบกับโรซา คานิน่า หรือคานินะ ชิซึกะซามะ อีกครั้ง
เข้าสู่เนื่้อหาจริง ๆ กันเถอะ
Part I : Rome
จุดเริ่มต้นของพวกยูมิหลังจากบินจากญี่ปุ่นมาอิตาลีคือ กรุงโรม หรือ โรม (Rome) เวลาส่วนใหญ่ในเมืองนี้หมดไปกับวาติกันมิวเซียมดังนั้นขอแยกโรม กับวาติกันมิเซียมคนละพาร์ท

มหาวิหารเซนต์จอห์นแลเตอร์รัน (Basilica of St. John Lateran)
นี่คือที่แรกที่พวกยูมินั่งรถผ่านเพื่อจะไปยังโรงแรมที่พัก
เทียบกับของจริง ที่เห็นนี่แค่หน้าวิหารเท่านั้น
http://en.wikipedia.org/wiki/Basilica_di_San_Giovanni_in_Laterano
มหาวิหารแห่งโรมที่เก่าแก่และมีตำแหน่งสูงสุด (ความสำคัญลำดับสูงสุด) ปัจจุบันคือที่นั่งประจำการของโป๊ปหรือพระสันตะปาปาแห่งคริสต์ศาสนาโรมัน คาทอลิก
ที่ดูหรูหราฟู่ฟ่าเพราะเป็นสถาปัตยกรรมแบบบาโรคที่จะมีจุดเด่น คือ ความอลังการงานสร้าง
เกร็ด: basilica คือ มหาวิหาร จะใช้สำหรับโบสถ์ที่ใหญ่และมีความสำคัญ ทั่วโลกมีบาซิลิก้าอยุ่มากกระจายในประเทศที่มีประชากรคริสต์เยอะแต่เฉพาะที่ ในอิตาลีประเทศเดียวก็เยอะมากจนเที่ยวไม่หมด
ฉากถัดมา

The National Monument of Victor Emmanuel II
อนุสรณ์สถานแด่คิงวิคเตอร์ เอ็มมานูเอล กษัตริย์คนแรกที่รวบรวมอิตาลีได้เป็นสำเร็จ (จากหลังยุคกลางที่อิตาลีแตกเป็นแว่นแคว้นทั้งหลาย คนที่เคยอ่าน “มงกุฏมาดอนนา” ของอ.ไซโต้ จิโฮะ คงพอจะนึกออก)
อนุสาวรีย์แห่งนี้เป็นสถาปัตยกรรมแบบ Neo-classic (เห็นเสาแบบโครินเธียนมาแต่ไกล ^^)
ของจริง
http://en.wikipedia.org/wiki/Monument_to_Vittorio_Emanuele_II
เมื่อถึงโรงแรมที่พักและผ่านผ่านค่ำคืนชวนจิ้นวายของสาวกคู่ยูมิกับ โยชิโนะไปแล้ว พวกเธอก็เดินทางไปวาติกันมิวเซี่ยม (ซึ่งจะลงในพาร์ทสอง ติดตามตอนต่อไป ^^”) จากนั้นกลุ่มยูมิได้มาที่นี่
The Mausoleum of Hadrian or Castel Sant’Angelo สุสานของจักรพรรดิเฮเดรียนแห่งโรมัน ตั้งชื่อริมแม่น้ำไทเบอร์ นอกจากเป็นสุสานแล้วยังเคยใช้เป็นป้อมปราการและ ปราสาท ปัจจุบันกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ เกร็ด: เพราะเดิมสร้างในสมัยโรมัน ก็จะเป็นแนวป้อมปราการใหญ่บึกบันเช่นนั้น สถาปัตยกรรมโรมันจะเน้นประโยชน์การใช้สอยเป็นหลัก ซึ่งถ้าเป็นกรีกจะเน้นความงาม สไตล์แบบกรีกและโรมันจะเรียกรวมกันว่า “คลาสสิค”
ของจริง http: //en.wikipedia.org/wiki/Castel_Sant%27_Angelo ทางเชื่อมจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ออกมาที่ซานแองเจโล ก็คือ สะพานแห่งเฮเดรียน ในมาริมิเตะเหมือนจะมีฉากสะพานแว่บนึงแต่ไม่ได้แคปรูปมา
http://en.wikipedia.org/wiki/Ponte_Sant%27Angelo Ponte Sant’Angelo สะพานแห่งโรมซึ่งเดิมเคยใช้ชื่อว่า Pons Aelius หรือ Bridge of Hadrian สร้างในสมัยโรมันยุคจักรพรรด์เฮเดรียน จุดสังเกตสะพานสไตล์โรมันคือ โค้งรูปไข่ เกร็ด: ด้วยความรุ้ฟิสิกส์ได้พิสูจน์และทำให้รู้ว่าจุดโค้งมนคือส่วนที่แข็งแรงที่ สุดของไข่ (แนวตั้งของไข่นั่นเอง) ส่วนที่เราชอบสำหรับสะพานนี้คือ รูปปั้นทูตสวรรค์ที่ประดับอยู่สองข้างทางสะพาน ซึ่งมีทูตสวรรค์อยู่สิบองค์ ที่ลิงค์ของสะพานมีลิสต์รูปปั้นทูตสวรรค์อยู่ ใครสนใจเพิ่มเติมเชิญอ่านและชมความงามของรูปปั้นเหล่านั้น ^w^) พอยูมิไปซานเอเจโลเสร็จก็มานั่งพักอยู่ที่นี่….
The Spanish Steps บันไดสูงชันเชื่อมระหว่าง Piazza di Spagana และ Piazza Trinità dei Monti ซึ่งมีโบสถ์อยุ่ด้านบนคือ Trinità dei Monti ส่วนเสาที่ตั้งตะหง่านนั้นเราว่ามันคือ โอเบลิสค์ ซึ่งพบได้ตามจตุรัส (Piazza) ในอิตาลี 
ของจริง http://en.wikipedia.org/wiki/Spanish_Steps
to be continued…..





รูปพรีมาเวร่า ช่างสรรหาจริงๆ สุดยอดค่ะ…
ตั้งกระทู้ในบอร์ดแล้วลิงค์เข้าไปไม่ดีกว่ารึ =w= ไม่งั้นเกิดสองพาร์ทอยู่หน้าเดียวกัน ล้นแย่สิงี้
ไว้หน้าบล๊อกก็ได้ เดี๋ยวไปแก้ให้โชว์ขึ้นหน้าเวปแบบย่อแล้วอ่านต่อยาวๆ – -b
แอคซิเดนท์ระหว่างใส่แทก read more
ทำหายพอกู้กลับมาได้ ย่อหน้าเจ๊ง นุชจ๋า เราขอโต้ด TAT
โอ้ ท่าเซย์เร่ มาที่บอร์ดร.ร.ด้วย….เห็นอิตตาลีเรานึกถึง ARIA….
คิดถึง เอซีมิลาน เกี่ยวไหม๊ เนี๊ยะ?
ขอบคุณสำหรับกระทู้สาระดีๆค่า
Primavera งามมากมายจริงๆ อยู่ห้องเดียวกับ Birth of Venus ยืนดูแล้วน้ำตาซึม
ใครมีโอกาสได้ไป Florence ต้องไม่พลาด Uffizi จริงๆค่ะ
ถ้าชอบศิลปะ โดยเฉพาะยุคเรนเนสซองต์ทั้งยุคโรมัน หาเวลาไป backpack อิตาลีซัก 2 อาทิตย์ จะได้เห็นอะไรมากมายจริงๆ ถ้าได้ไปลูฟกับลอนดอนด้วยล่ะก้ จบค่ะ ผลงานทางศิลปะชื่อดังต่างๆที่ท่านเคยได้ยิน เรียกว่าจะเห็นได้ทั้งหมดเลยแหละ เป็นประเทศที่มีเสน่ห์จริงๆ
รออ่านตอนต่อไป
ในอนิเมมีฉากที่ยูมิเดินบนหอเอนปิซ่า แต่ของจริงเดี๋ยวนี้เขาไม่ให้ขึ้นแล้วนี่ ใช่มั้ย?
ปูเสื่อรอตอนต่อไป :)
เย้ยยย ทำไมอันนี้ไม่เคยดู >.<~~
สงสัยต้องไปดูย้อนอีกรอบจำไม่ค่อยได้แล้ว
บันไดสเปน ในทุกปีจะมีแฟชั่นโชว์ ที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี่
เป็นที่ๆนางแบบกลัวมากงานนึง(กลัวตกบันได)
หอเอนตอนไปเมื่อเดือนกันยายังขึ้นได้อยู่ค่ะ