Fanfic AU(Nanoha) When I lost you UPDATE!:Mission 11

แฟนฟิคชั่น นิยายแต่งเอง เชิญทางนี้เลยจ้า
Post your Fanfictons , Original Fictions.

Moderators: UsaSama, aor-chan, YuriGray

Forum rules
• ห้ามคัดลอก หรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งของผลงานผู้อื่นมาลง โดยไม่ขออนุญาตเจ้าของก่อน กรณีที่เป็นฟิคแปล ควรลงเครดิตเจ้าของผลงานให้เรียบร้อยด้วย
• ไม่อนุญาตให้ลงฟิคชั่นเรทเกินที่กำหนดไว้โดยเด็ดขาด (อ่านรายละเอียดที่นี่)
• หากพบฟิคชั้นที่มีเนื้อหาไม่เหมาสม หรือไม่แน่ใจว่าสามารถนำมาลงได้หรือไม่ ให้ pm หาสตาฟ และแจ้งมาที่ กระทู้นี้
• แฟนฟิคชั่นที่มีการ Spoil เนื้อหาสำคัญของเรื่องนั้นๆ ต้องใส่คำเตือนไว้ที่หัวข้อกระทู้ หรือก่อนลงเนื้อเรื่องด้วย
• มีมารยาทในการโพสท์ การวิจารณ์ และไม่ใช้ภาษาวิบัติ

ตั้งกระทู้ Fiction อย่างไรให้เป็นระเบียบและเข้าใจง่าย?

กฎระเบียบของเว็บ Lily-School | มารยาทในการใช้เว็บบอร์ด | การใส่ Signature และ Avatar
ถาม-ตอบ เกี่ยวกับการใช้บอร์ด | วิธีการใช้ BBcode | บทความดี ๆ เกี่ยวกับการใช้งานและมารยาท

Fanfic AU(Nanoha) When I lost you UPDATE!:Mission 11

Postby frosttear » Wed Nov 04, 2009 8:02 pm

ได้ฤกษ์ลงเเว้ว><! เเค่อินโทลเท่านั้นนะขอรับ- -... สั้นไปนิด เเต่บทที่หนึ่งนี่เดี๋ยวจะปั่นให้ไวที่สุด~
ส่วนฟิคไมก็กำลังปั่นอยู่เช่นกัน โฮก น่าจะพรุ่งนี้ไม่ก็มะรืนนี้ท่าจะเสร็จ

ปล. ลองฟังเพลงนี้ดูงิSunao Ni Naretara feat. Spontania - JUJU กับ Kimi Ga Iru Kara -my Best Friends- - JUJU
ฟังเเล้ว โฮก นั่งฟังไป นั่งเเต่งช่วงเฟทไป~ เศร้า!



Intro


When we are apart I am lonely…
When you are near I am in pain…

ร่างสูงเพรียวทอดสายไปยังท้องฟ้ากว้างสีครามสวยกลมกลืนไปกับสีม่วงเเละสีส้ม ดวงตะวันเริ่มคล้อยค่ำอย่างเชื่องช้า ขณะที่ห้วงเวลาผันผ่านจากกลางวันเป็นกลางคืน ดวงจันทร์สองดวงฉายเเสงอยู่อีกด้านหนึ่งของฟากฟ้า ดวงหนึ่งสีเงินสวย อีกดวงกลับเป็นสีเเดง เเละคืนนี้ก็เป็นอีกคืนที่ช่วงเวลารัตติกาลนั้นจะมีเฉดเเสงสีม่วงก่อเกิดจากอิทธิพลของจันทราทั้งสองดวง อีกคืนหนึ่งที่ความหนาวเย็นได้พัดผ่านเข้ามาสร้างความสับสนเเละเจ็บปวดให้กับเธอ

นัยน์ตาสีเเดงเเฝงเเววเศร้าสร้อยนั้นยังคงจับจ้องอยู่ที่เฉดสีคราม ที่ค่อยๆเลือนหายกลมกลืนเป็นสีม่วงส้มไป สีครามฟ้าที่เปรียบเสมือนกับร่างเพรียวบางของเพื่อนคนสนิทที่บัดนี้เธอได้ทำสูญหายไปเสียเเล้ว ทุกอย่างเเตกหักลงเหมือนกับความรู้สึกต่างๆในตัวเธอค่อยๆทำลายตัวเอง

บัดนี้ไม่เหลืออีกเเล้ว รอยยิ้มอันเเสนอบอุ่นนั้น ไม่มีอีกเเล้ว ความรู้สึกอุ่นใจเวลาอยู่ใกล้
ไม่มีอีกเเล้ว คนที่ชื่อ ทาคามาจิ นาโนฮะ...ไม่มีอีกเเล้วคนที่เธอรักสุดหัวใจ..

เเม้ไม่เคยพูดคำรัก เเต่ก็รู้กันด้วยใจว่ามีความสำคัญต่อกันเเละกันมากเพียงใด
เมื่อตอนนั้นยังคิดเพียงเเค่ว่าเท่านี้คงพอเเล้ว ไม่จำเป็นต้องกล่าวสิ่งใดก็เพียงพอ
หากเเต่บัดนี้ เธอเสียใจที่ไม่เคยพูดว่าอีกฝ่ายนั้นสำคัญเพียงใด

เสียใจที่ไม่เคยกล่าวคำรักให้อีกฝ่ายฟัง...

มีนับครั้งไม่ถ้วนที่เธอคิดว่าจะพูดออกไป เเต่สุดท้ายก็กลับไม่พูด
เธอคิดว่า ไว้ครั้งหน้าค่อยพูดก็ได้ ไว้ครั้งหน้าค่อยทำก็ได้

เเต่สุดท้าย..มันก็สายเกินไป
บุคคลที่เธอต้องการบอกรักได้จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ

หยาดน้ำตารินไหลอย่างเชื่องช้า ขณะที่หญิงสาวผู้มีเส้นผมสีทองยาวกำกล่องเเหวนที่ซื้อมาเเน่น เเม้เหตุการณ์อันเเสนน่าเจ็บปวดนี้ผ่านไปสองเดือนเเล้วก็ตาม เเต่ความทรงจำยังติดตรึงในใจเธอไม่มีวันจางหาย เเละคงจะไม่มีวันที่เธอจะลืมมันได้ลง

เธอจำได้ว่าวันนั้นเธอตัดสินใจว่าหลังจากกลับมาที่ฐานทัพหน่วยที่6เมื่อไหร่เธอจะบอกรักนาโนฮะเสียที เธอรู้ดีว่าวันนี้นาโนฮะนั้นมีภารกิจกับวิต้าที่โลกมิติอื่น ซึ่งฮายาเตะก็คาดว่าคงจะใช้เวลาไม่นานนัก เเละเมื่อใดที่อีกฝ่ายกลับมาถึงเมื่อไหร่ เธอจะขอหมั้น หากเเต่ยังไม่ทันได้เดินออกมาจากอาคารลงจอดของยานบิน หน้าต่างติดต่อสื่อสารก็ขึ้นมา พร้อมกับขอบสีเเดงที่บ่งบอกถึงเหตุฉุกเฉิน ใบหน้าของฮายาเตะนั้นเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เคร่งเครียดกว่าเหตุการณ์อุบัติเหตุของนาโนฮะเมื่อหลายปีก่อนเสียอีก ซึ่งการที่เห็นอีฝ่ายเป็นเช่นนี้ หัวใจเธอเต้นระทึกด้วยความหวาดกลัว เธอกลัวว่าฮายาเตะจะพูดว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้นในภารกิจเหมือนเมื่อครั้งก่อน ด้วยความกลัวนั้นเอง เธอวาดหวังว่าเรื่องที่จะพูดมานั้น มันจะเป็นเรื่องอื่นเเทน

หากเเต่ความหวังนั้นก็ต้องมลายไปด้วยคำพูดนั้น...

“ฟะ...เฟท ฟังฉันดีๆนะ”เเม้น้ำเสียงจะสั่นเครือเพียงใด หญิงสาวผมน้ำตาลสั้นก็พยายามกลั้นก้อนสะอื้นที่ติดอยู่ในลำคอ เเล้วกล่าวความจริงอันเเสนโหดร้ายให้เพื่อนของเธอฟัง“นาโนฮะ..หายตัวไประหว่างภารกิจ”

“หมะ..หมายความว่ายังไง?”

“ฉันไม่รู้รายละเอียดมากนัก เเต่ทางวิต้ารายงานมาว่าเกิดเเรงระเบิดจากการต่อสู้ระหว่างกองทัพ นาโนฮะอยู่ตรงศูนย์กลางเเรงระเบิดนั่น...”ท่านผู้บัญชาการเเห่งหน่วยที่6หลุบตาวูบ ก่อนจะเอ่ยประโยคถัดไปที่เป็นดั่งมีดเเหลมคมที่เฉือดเฉือนลมหายใจของเฟท“จากการรายงาน ไม่มีร่องรอยของนาโนฮะอยู่ที่นั่นเลย มีข้อสันนิษฐานมาว่านาโนฮะถูกระเบิดหายไปพร้อมกับเมืองทั้งเมืองเเละกองทัพศัตรู”

“ฮายาเตะ! เปิดช่องวารป์ต่างมิติ ฉันจะไปดูด้วยตาตัวเอง!!!”เฟทพูดกระชากเสียง ดวงตาสีเเดงไหวระริกด้วยความหวาดหวั่น เธอไม่เชื่อหรอกว่านาโนฮะจะตายน่ะ ไม่เชื่อหรอกว่า..คนที่ได้ชื่อว่า‘ปีศาจขาว’จะตายได้ง่ายๆน่ะ คนที่ผ่านการศึกสงครามมาอย่างโชกโชน ผ่านอุบัติเหตุที่เกือบทำให้ต้องเดินไม่ได้บินไม่ได้นั่นมา ผ่านเหตุการณ์ปะทะกับวิวิโอที่เป็นร่างโคลนของเซนต์เรจิน่าของโลกเบลก้า เเล้วมันจะเป็นไปได้ไงที่นาโนฮะจะตายได้น่ะ!!

นั่นเป็นสิ่งเดียวที่เฟทคิด เธอไม่เชื่อ เเละไม่อยากจะเชื่อว่านาโนฮะนั้นจะจากเธอไป หากเเต่เมื่อเห็นสถานที่การต่อสู้ เธอก็เเทบจะเข่าทรุด หลุมกว้างครอบคลุมเมืองหลวงทั้งเมือง เมืองที่ครั้งหนึ่งได้นามว่าเรล ไม่มีอะไรที่จะบ่งบอกได้ถึงอารยะธรรมันเเสนรุ่งเรืองที่ได้ถูกกลืนหายไปเพราะเเรงระเบิดในครั้งนี้ เเม้รอบหลุมนั้นจะเหลือเพียงซากปรักหักพังที่ดูไม่เป็นเค้ารูป ส่วนใจกลางกลุมนั้นมีเพียงเศษเเตกหักของอัญมณีสีเเดงที่ครั้งหนึ่งก็คือดีไวท์นามเรซิ่ง ฮารท์...

ดีไวท์ที่ครั้งหนึ่งเป็นอาวุธคู่กายของนาโนฮะ บัดนี้เเตกหักเป็นเพียงเศษเล็กเศษน้อยเท่านั้นเอง

มีเพียงเเค่เศษซากของเรซิ่งฮารท์เท่านั้นที่อยู่ตรงใจกลางของเเรงระเบิด โดยไร้วี่เเววของผู้เป็นเจ้าของ ซึ่งทุกคนในหน่วยที่ทำภารกิจในครั้งนี้เเละเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดต่างคิดกันเป็นเสียงเดียวว่า ‘ปีศาจขาว’ได้จากหน่วยที่6นี้ไปเสียเเล้ว เเม้ว่าวิต้านั้นยังคงปฏิเสธความจริงเหมือนเธอ

หากเเต่เธอเเละวิต้าก็รู้ดีว่า นี่คือความจริงที่ไม่อาจจะวิ่งหนี...

ความจริงที่ว่านาโนฮะได้สูญหายไปจากโลกใบนี้...จากลาโดยไม่มีเเม้เเต่คำบอกลา
จากลาโดยที่เหลือเพียงความโศกเศร้าเเก่เธอเเละทุกคน...


*************************************


I don’t want to say goodbye because I wish...one day we can meet each other again

ทาคามาจิ นาโนฮะ

หญิงสาวได้ผ่านเหตุการณ์อันเเสนจะยากลำบากมามากมาย เคยเเม้กระทั่งถูกกระชากปีก กระชากอิสระไปจากเธอ เคยเเม้กระทั่งอยู่บนเส้นด้ายเเห่งความตาย เคยเเม้กระทั่งคิดว่าตัวเองนั้นจะไม่มีวันโบยบินได้อีกครั้ง หากเเต่ไม่มีครั้งใดเหมือนครั้งนี้...

ไม่มีครั้งใด ที่เธอรู้สึกถึงความตายที่กำลังรอเวลากระชากลมหายใจสุดทายไปจากเธอ...

ดวงตาสีม่วงอเมธิสต์ไม่มีเเม้กระทั่งความหวาดกลัว มีเพียงเเค่ความมุ่งมั่นที่จะปกป้องผู้คนที่อยู่เบื้องหลังเธอเท่านั้น เเม้ว่านี่จะเป็นศึกสุดท้ายก็ตาม หากเเต่เธอรู้ดีว่าเธอไม่อาจจะหลีกหนีมันได้ ไม่มีทางเลือกใดเหลืออีกต่อไป นอกจากจะสู้กันจนชีวิตเธอหาไม่ ทว่าถึงเเม้จะไม่ความเกรงกลัวต่อความตาย เเต่เธอกลับเสียใจที่จะต้องจากทุกคนไปเช่นนี้

ทั้งเฟท วิวิโอ ฮายาเตะ วิต้า สหายร่วมศึก ครอบครัวของเธอเเละคนอื่นๆที่เธอรู้จัก ทุกคนล้วนมีความสำคัญมากมายต่อเธอ ทว่าเธอกลับไม่มีทางเลือกที่จะกลับไปหาทุกคนได้อีกต่อไป ไม่มีเเม้กระทั่งคำลาจาก

นาโนฮะเคยเเม้กระทั่งคิดว่าจะส่งข้อความอัดเสียงทิ้งไว้ เเต่ก็ทำไม่ได้อยู่ดี เมื่อเครื่องมือการสื่อสารทุกอย่างนั้นถูกตัดลง เธอไม่อาจจะติดต่อใครได้เลยที่อยู่นอกกำเเพงเมืองหลวงเเห่งนี้ เเม้กระทั่งการพูดผ่านจิตก็ยังไม่อาจจะใช้ได้ ในที่นี้มีเพียงเธอกับกองทัพศัตรูเท่านั้น มีเพียงเท่านี้จริงๆ...

ร่างเพรียวบางกระตุกยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเเผ่วเบากับดีไวท์ที่มีสภาพทรุดโทรมในมือของเธอ“พร้อมรึยังเรซิ่งฮาร์ท นี่เป็นศึกสุดท้ายของฉันกับเธอเเล้วนะ บางครั้งเราอาจจะไม่ได้เจอกันอีกเเล้วก็เป็นได้”

“หากนี่เป็นศึกสุดท้าย หากไม่มีใครอื่นอยู่เคียงข้างต่อสู้กับเจ้านาย ฉันก็จะยังสู้ไปกับเจ้านาย เเม้ว่าจุดจบของฉันจะใกล้สิ้นสุด”เรซซิ่งฮารท์ตอบกลับ เเสงสีเเดงจากลูกเเก้วกลมนั้นเรืองรองขึ้น ขณะที่ละอองเวทย์มนต์เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับบูสเตอร์ทั้งสี่ที่ประจำอยู่กลางอากาศซ้ายขวาของผู้เป็นนาย

“ขอให้เราได้เจอกันอีกนะเรซซิ่งฮาร์ท ถึงจะเป็นชาติหน้า เเต่ฉันก็หวังว่าเราจะได้เจอกันอีก”นาโนฮะพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย

นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่หลุดออกมาจากหญิงสาวผู้ได้นามว่า‘ปีศาจขาว’ ก่อนที่เเรงระเบิดจากการปะทะระหว่างเวทย์มนต์นับพันสายจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง...

I know I am selfish to leave without saying goodbye
But please remember…I love all of you dearly
So see you later…





TBC...
Last edited by frosttear on Tue Mar 02, 2010 8:55 am, edited 2 times in total.
User avatar
frosttear
LILY
 
Posts: 58
Joined: Wed Jul 29, 2009 10:12 pm

Re: Fanfic AU(Nanoha) When I lost you

Postby miko_kaon » Wed Nov 04, 2009 8:22 pm

เราไม่เคยดู เรื่องนี้เลยจริงๆ เคยอ่านแต่โดจิน เลยทำให้รู้จักเรื่องนี้...

แต่เราชอบงานเขียนของท่าน... และจะติดตามต่อไป...

บางที...จะไปหาอนิเมะมาดู
User avatar
miko_kaon
SENPAI
 
Posts: 411
Joined: Fri May 15, 2009 10:48 pm
Location: In never land.

Re: Fanfic AU(Nanoha) When I lost you

Postby Qool » Wed Nov 04, 2009 8:39 pm

โอ้....อยากบอกว่าสุดยอด.....
เราได้กลิ่นอายแบบนาโนฮะเลยละ นี่แหละชัดเจนเลย!!! XD
เปิดมาพอใกล้จะจบตอน ก็ไม่ลืมทิ้งท้ายชอทเด็ดไว้อีก
สมกับเป็นเนื้อเรื่องของสาวน้อยเวทย์มนต์ฉบับตำนานจริงๆ :mrgreen:
ซึ่งมันก็เป็นเอกลักษณ์อยู่แล้ว ทำให้น่าติดตามไม่น้อยเลยทีเดียว!
คุณไรเตอร์เก็บรายละเอียดได้ดีเลิศมาก จริงๆนะ แสดงว่าท่านเชี่ยวชาญพอสมควรเลยละ
แบบนี้พลาดบ่ได้ จับตาดูเลยละทีนี้ XP
Image
User avatar
Qool
LILY STU
 
Posts: 107
Joined: Sat Sep 26, 2009 1:55 pm
Location: ที่ชอบที่ชอบ (เอ่อ..อย่าเข้าใจผิดนะ)

Re: Fanfic AU(Nanoha) When I lost you

Postby GroovyG » Wed Nov 04, 2009 8:43 pm

ไม่...ไม่จริ๊งงงงงง....
นาโนฮะหายไป...หายไปเฉยๆใช่มั้ย...ไม่ได้ตายใช่มั้ย???...
ข้าพเจ้าจะขาดใจตาย....ทนเห็นเฟทจังเศร้าไม่ได้....
เหตุใด...ทำไมเมื่อรักแล้ว...จะต้องพบกับการลาจาก...การลาจากที่ไม่มีแม้แต่คำบอกลา...
เหตุใด...ทำไมคนที่รออยู่...จะต้องมารับรู้ว่าคนที่รักจะไม่ไ้ด้กลับมาอีกแล้ว...
โอ้ย...เจ็บปวดเหลือเกิน...

ไรเตอร์ขา...Drama...Drama...มากมายเจ้าค่ะ...
ข้าพเจ้าอยากร้องไห้...แต่ร้องไม่ออก...เพราะเหตุใดก็มิทราบได้เจ้าค่ะ...
สงสารเฟทจัง...my love...T^T
ถึงจะอยากร้องไห้แต่ก็ไม่ลืมที่จะกล่าวคำว่า "ขอบคุณ"...นะเจ้าคะไรเตอร์...
มาต่ออีกนะคะ...จะรอค่า...
Status : painful T^T
User avatar
GroovyG
SENPAI
 
Posts: 424
Joined: Tue May 19, 2009 11:17 pm
Location: ~ In my world ~

Re: Fanfic AU(Nanoha) When I lost you

Postby ssoar » Wed Nov 04, 2009 10:38 pm

วีวีโอ้ มาแว้วววว :D

ขอบคุณไรเตอร์มากเลย สำหรับเรื่องนี้ ได้ใจๆอีกแล้ว :)
เป็นแฟนนาโนฮะอยู่แล้ว ชอบใจๆมากค่ะ

ปล.รอบทหนึ่งอยู่นะ แล้วหนูจะกลับมาใหม่ :wink:
User avatar
ssoar
LILY STU
 
Posts: 109
Joined: Sun Jun 14, 2009 2:22 pm
Location: สมาคมรักนะชินัทนาโนเฟท

Re: Fanfic AU(Nanoha) When I lost you

Postby LightningF » Wed Nov 04, 2009 10:58 pm

T________T

สงสารเฟทททททททททททททท!!!!!!!!!!!

แต่งเศร้าได้ใจมากค่ะ
ชอบมากเลย><
จะรอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อเลยค่ะ
ขอบคุณที่แต่งมาให้อ่านกันนะค้าาา
Image
Visit my Blog here
User avatar
LightningF
LILY ST
 
Posts: 99
Joined: Mon Dec 22, 2008 11:30 pm

Re: Fanfic AU(Nanoha) When I lost you

Postby beber » Wed Nov 04, 2009 11:39 pm

เมื่อใดที่อีกฝ่ายกลับมาถึงเมื่อไหร่ เธอจะขอหมั้น <<<< อ๊ากกก อ่านแล้วจะร้องไห้อะ สงสารเฟทจังอะ :cry:
นาโนฮะจังต้องไม่เป็นอะไรอยู่แล้ว ต้องรอดกลับมาให้ได้นะค่ะ คนที่รักนาโนฮะยังคอยอู่นะค่ะ >_<
จะรออ่านตอนต่อไปนะค่ะ ขอบคุณไรเตอร์มากเลยค่ะ :mrgreen:
Image
Image
User avatar
beber
LILY STUDE
 
Posts: 196
Joined: Thu Jan 08, 2009 7:43 pm

Re: Fanfic AU(Nanoha) When I lost you

Postby piscola_sakura » Thu Nov 05, 2009 3:22 am

ตามจริงยังไม่เคยดูอนิเมเรื่องนี้เลยแฮะ
เคยเห็นแต่ในพวก AMV ยูริที่เค้าทำไว้ในยูทูบกันแล้วก็พวกโดจินเลยพอรู้จัก

แต่พอเห็นบทเกริ่นแล้วก็มั่นใจว่าคุณไรเตอร์ต้องเขียนออกมาได้ดีแน่ๆ
เก็บรายละเอียดยิบเลย ฮ่าๆ ๆๆ

สรุปว่านาโนฮะยังไม่ตาย แค่ถูกจับไปแล้วก็ติดต่อใครไม่ได้
โล่ง. .. นึกว่าเฟทจะต้องเศร้าซะแล้ว ;)

สู้ต่อๆ รออ่านจ๊ะ
Piscola
Image Image I ♥ Liang Qi
piscola_sakura
LILY STU
 
Posts: 107
Joined: Sun Sep 06, 2009 12:24 am

Re: Fanfic AU(Nanoha) When I lost you

Postby SN otome » Thu Nov 05, 2009 6:40 pm

จริงๆยังไม่เคยดูเรื่องนี้แบบเป็นอนิเมะเลย

เคยอ่านแต่ที่เป็นโดจิน(แอบงงกับแต่ละภาคอยู่เหมือนกัน ไม่ใจว่าเนื้อหามันต่อกันรึเปล่า)

แต่ชอบการดำเนินเรื่องของไรเตอร์ ใส่ใจรายละเอียดมากเลย :D

*รออ่านตอนต่อไปจ้า
http://mookapooklook.exteen.com ~บล็อคเน่าๆของเรามีฟาร์ม(ไห)
User avatar
SN otome
LILY ST
 
Posts: 93
Joined: Wed May 13, 2009 2:13 am
Location: แอบตามรั้วโรงเรียนและบล็อคเน่าๆของตัวเอง

Re: Fanfic AU(Nanoha) When I lost you

Postby shana » Thu Nov 05, 2009 7:38 pm

ผมชอบเรื่องนี้ตั้งแต่ดูอนิเมแล้ว...
แต่งได้สนุกมากเลยคับ จะติดตามต่อไป :D
ใครซักคนที่คอยอยู่ จะมีจริงมั้ยนะ
User avatar
shana
SENPAI
 
Posts: 418
Joined: Tue Sep 22, 2009 11:09 pm
Location: Strawberry Dorm

Re: Fanfic AU(Nanoha) When I lost you

Postby ~[P]r[A]e[W]~ » Thu Nov 05, 2009 11:19 pm

กล้วยทอดดดดดดดดดดด

ฟิคโศก โสกาเยี้ยงนี้ มาปูเสื่อรอกันเลย อิอิ
พลังY...ไม่เคยเปลี่ยน
Image
THX:Saint Juist
คิดอย่างสร้างสรรค์...จินตนาการไม่มีสิ้นสุด...ไม่สุดโต่ง...ไม่ย่อนยาน...ก้าวย่างอย่างมีสติ...........นี่แหละตัวฉัน
User avatar
~[P]r[A]e[W]~
One-sama~
 
Posts: 301
Joined: Mon Feb 04, 2008 2:33 pm
Location: ป่าช้าหลังโรงเรียน

Re: Fanfic AU(Nanoha) When I lost you UpDate!!:Ch.1

Postby frosttear » Fri Nov 06, 2009 9:12 am

วันนี้ปั่นตัวตายจริงๆวุ้ย= =! สามเรื่อง โฮก สถิติใหม่ กร๊าก...
ตอนนี้ยังคงเกริ่นเนื้อเรื่องเริ่มต้นขอรับ ใครรอฉากต่อสู้รอนิดนึง 555+ รับปากว่ามีเเน่นอน
ส่วนเรื่องนาโนฮะตายจริงรึไม่ต้องรอลุ้นกันอีกทีหนึ่ง><!

ตอนท้ายอาจจะงงกันนิดนึงว่าไหงตัวละครจากmai-himeมาได้ไง...
ความจริงก็คือขี้เกียจไปนึกตัวละครออริมายัดใส่ เพราะอย่างน้อยอิงจากอนิเมเรื่องอื่นมันจะง่ายกว่า
เเล้วหมาก็พอรู้พื้นฐานคาเเรกเตอร์นั้นๆ มันเลยง่ายในการเขียน~

ปล.หากใครถามว่ามีshiznatไหม ย่อมเเน่ว่ามี!!!
ปล2. ท่าน~[P]r[A]e[W]~ ภาพอลิเซียนั่นได้ใจมาก ไอ้หมาตัวนี้สะดุ้งเลยพอเห็น 555+
(อลิเซียเปลี๋ยนไป๋~)



Mission 1 Move on


I want to see you again
I miss you...I miss you so much
Nanoha, I love you

ช่วงเวลาผันผ่านมาเป็นเวลาสามปีหลังจากโศกอนาถกรรมที่เมืองหลวงเรล ซึ่งบัดนี้กลับกลายเป็นเพียงพื้นที่รกร้างไม่มีใครเหลียวเเล เมืองหลวงถูกสร้างขึ้นใหม่อีกที่หนึ่งของอาณาจักร ทว่าเเม้เมืองที่หายสาบสูญไปนั้นยังถูกสร้างใหม่ได้ เเต่ชีวิตคนที่จากไปนั้นไม่อาจจะนำคืนมาได้อีกต่อไป วีรสตรีที่ถูกขนาดนามจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ได้จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ ทิ้งไว้เพียงเศษเสี้ยวความทรงใจในห้วงคิดของทุกคน มีไม่น้อยที่ก้าวเดินต่อไปโดยลืมเลือนการเสียสละครั้งนี้ ทว่าก็มีไม่ใช่น้อยเช่นกันที่ยังติดตรึงความทรงจำนี้ไว้ทุกชั่วขณะ

เเละนั่นก็รวมไปถึงหญิงสาวที่มีชื่อว่าเฟท ที ฮาราวน์...

เเม้สามปีอันเเสนทรมานนี้จะดำเนินไปอย่างเชื่องช้า เเม้จะเจ็บปวดราวกับดื่มยาพิษ ทว่าเฟทก็พยายามทำหน้าที่เเม่บุญธรรมให้กับวิวิโอให้ได้ดีที่สุดเท่าที่ตนจะทำได้ เพื่อที่อย่างน้อยมันจะได้เติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปนั้น สามปีนี้เธอยังคงทำงานเดินทางร่วมไปกับยานรบ ด้วยหน้าที่ของหัวหน้าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ เเม้ว่าเธอสามารถจะประจำอยู่ที่มิดชิลด้าได้ หากเเต่เธอก็ยังไม่อาจจะวางมือไปทำงานนั่งโต๊ะ เพราะตลอดชีวิตมานี้ เธอมีเพียงคำว่าต่อสู้เเละภารกิจเท่านั้น

เธอสูญเสียความหวังที่จะมีความสุขไปเเล้ว เพราะความสุขของเธอได้จากไป เเม้เธอจะรักวิวิโอมากเพียงใด เเต่นั่นก็ไม่อาจจะเติมเต็มสิ่งที่นาโนฮะมอบให้กับเธอได้

เวลาส่วนมากหลังจากทำภารกิจเสร็จนั้นเธอจะใช้อยู่กับวิวิโอ ซึ่งวงจรชีวิตสามปีที่ผ่านมาก็มีเพียงงานกับลูกสาวบุญธรรมเท่านั้น เเม้จะมีการคบหาสมาคมกับเพื่อนฝูงบ้าง เเต่เธอกลับไม่รู้สึกสนุกไปด้วยเลยจริงๆ ราวกับว่าชิ้นส่วนในตัวเธอนั้นได้สูญหายไป เเละทำให้เธอไม่เป็นคนเดิมเหมือนดั่งก่อน

หญิงสาวยังคงเก็บกล่องเเหวนไว้เพื่อเป็นเครื่องเตือนความทรงจำถึงความผิดพลาดของเธอติดตัวไว้เสมอๆ เพราะอย่างน้อยความรู้สึกเจ็บปวดนี้ก็คือโทษที่เธอไม่อาจจะปกป้องคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเธอได้

ดวงตาสีเเดงไหววูบด้วยความเศร้าโศก ขณะที่ก้าวเท้าเดินไปตามทางเดินอันเเสนจะว่างเปล่าในช่วงพักกลางวัน อาคารของหน่วยที่6นั้นถูกสร้างมาเหมือนเดิมราวกับมันไม่เคยถูกทำลายไปเลยเเม้เเต่น้อย จะมีก็เพียงเเค่บางส่วนที่ถูกขยับขยายเพื่อให้มีพื้นที่มากขึ้นกว่าเดิมตามจำนวนคนประจำหน่วย เพราะช่วงเวลาที่ผ่านไปนี้ ความประสบความสำเร็จของหน่วยที่6ได้เป็นที่ยอมรับของทางเบื้องบน ภารกิจมากมายยังคงถูกยื่นมาอย่างต่อเนื่องไม่มีขาดสาย ไม่มีอะไรหยุดยั้งเเม้เเต่การสูญเสียของหนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่มีฝีมือยอดเยี่ยมที่สุดในหน่วยที่6เเห่งนี้

นี่คือความจริงอันเเสนน่าเศร้าที่ว่า ถึงความเลวร้ายที่เกิดขึ้นนั้นส่งผลกระทบมากมายเพียงใด ช่วงเวลาก็ไม่เคยหยุดให้ผู้ที่ต้องทรมานกับผลกระทบนั้นได้เยียวยา..

“เรียกฉันมาทำไมเหรอฮายาเตะ?”เฟทก้าวเข้าไปในห้องทำงานของท่านผู้บัญชาการสาว หากเเต่ก็มองดูสหายร่วมศึกที่คุ้นหน้าคุ้นตาหลายคนในห้องนั้นด้วยความสงสัย เพราะเธอนึกว่าฮายาเตะนั้นเรียกเธอมาเพียงคนเดียวเท่านั้นเอง รึว่านี่จะมีภารกิจอะไรฉุกเฉินยื่นมาจากเบื้องบนอีกล่ะ

“อ่า มาพอดีเลยเฟทจัง”หญิงสาวหลังโต๊ะทำงานนั้นยิ้มกว้างเมื่อเห็นเพื่อนของตน ที่ยากนักจะเห็นหน้าคร่าตา ยิ่งช่วงหลังๆมานี่ยิ่งหาตัวยากกว่าเดิมอีก เพราะถ้าอีกฝ่ายถ้าไม่ไปทำภารกิจ ก็คงจะอยู่ติดกับวิวิโอเท่านั้น

ร่างสูงเพรียวก้าวไปนั่งตรงเก้าอี้ติดกับซิกนั่ม ซึ่งในห้องเเห่งนี้ เหล่าสี่อัศวินเบลก้าได้ปรากฏตัวกันอย่างพร้อมเพรียง เเล้วก็ยังมียูโนะ เทียน่า เเละโครโน่ด้วย ดูท่าเเล้วเรื่องอะไรก็ตามที่ต้องทำให้เจ้าหน้าที่ชั้นสูงมารวมตัวกันนี่ต้องเป็นเรื่องใหญ่โตมากเลยทีเดียว เพราะไม่งั้นปกติ ถึงจะเรื่องใหญ่เเค่ไหน ก็คงมีเเค่เจ้าหน้าที่ชั้นสูงเพียงสองคนเท่านั้น ไม่ได้เรียกรวมกันมาหลายคนเช่นนี้

“เอาล่ะ ในเมื่อทุกคนมาครบเเล้วเดี๋ยวฉันจะเริ่มอธิบายเรื่องที่ทำไมถึงต้องเรียกมารวมตัวกันที่นี่”ฮายาเตะว่า ก่อนที่รีนฟอร์ทจิ๋วจะเรียกหน้าจอข้อมูลขึ้นมา ซึ่งนั่นก็คือรูปเเผนที่ทะเลดาวนับล้านนับเเสนที่ส่องประกายระยิบระยับของเเต่ล่ะกาเเล็กซี“ทุกคนคงจะทราบเรื่องเหตุการณ์การระเบิดตัวของดาวโอริค่อนเมื่อปีก่อนกันได้ ซึ่งสาเหตุนั้นยังไม่อาจจะหาข้อสรุปได้...”

เเน่นอน ทุกคนนั้นจำได้เเม่นเลยทีเดียวกับเหตุการณ์ที่เป็นกระเเสข่าวอยู่นานเป็นอาทิตย์ๆ เพราะมีน้อยนักที่จะเกิดการดับสูญของดวงดาวโดยไม่ทราบสาเหตุ เเล้วอีกอย่างก็คือโอริค่อนนั้นเป็นเพียงดวงดาวไม่กี่ดวงที่ไม่ได้อยู่ใต้การดูเเลของTSAB ข้อมูลที่ถูกบันทึกเอาไว้นั้นก็เเทบจะไม่มีเลยทีเดียว นอกจากที่ตั้งเเละขนาดของดวงดาว หากเเต่รายละเอียดอื่นๆนั้นไม่ได้มีการจดบันทึกไว้ เพราะในส่วนวงโคจรรอบดวงดาวดวงนี้เป็นพื้นที่ที่การติดต่อสื่อสารไม่อาจเชื่อมต่อเข้าไปถึงได้ หากก้าวผ่านเส้นเเดนเข้าไป ก็ต้องช่วยตัวเองทุกเรื่องเลยทีเดียว เเถมในเเถบพื้นที่นั้นก็ยังมีการดูเเลของมันเอง เเละด้วยความที่เป็นเช่นนั้นเองทางTSABจึงไม่มีการตรวจสอบพื้นที่ในส่วนนี้

“ภารกิจในครั้งนี้จะเป็นการส่งเจ้าหน้าที่ไปสอบถามข่าวสารจากกลุ่มทหารรับจ้าง Special Force”หญิงสาวผู้พูดเปลี่ยนหน้าข้อมูลไปอีกหน้าหนึ่ง ซึ่งมีตัวอักษรย่อS.F.ตราไว้ตัวใหญ่เด่นหลา ข้อมูลจำนวนคนนั้นถือได้ว่าเยอะอย่างน่าใจหายสำหรับกลุ่มทหารรับจ้างที่เดินทางข้ามมิติ เเละเเน่นอนล่ะว่ากิติศัพท์ของหน่วยรบกลุ่มนี้นั้นดังไปทั่วทั้งมิดชิลด้า เเต่TSABเเละS.F.นั้นมีน้อยครั้งมากที่จะติดต่อกัน เพราะทางS.F.นี้ถึงจะเป็นกลุ่มทหารรับจ้างที่ไม่ขึ้นตรงต่อหน่วยงานใดๆ ซึ่งการเดินทางไปเเต่ล่ะที่นั้น ช่างยากนักที่จะอยู่เป็นหลักเเหล่ง เเละเป็นอะไรที่ยากสุดๆที่จะระบุเจาะจงรึทำการติดต่อกับทางฝั่งนั้น

“ถ้าเกิดจะไปหาข่าว ทำไมต้องเรียกพวกเรามาหมดนี่ด้วยล่ะ สู้ส่งพวกหน่วยข่าวสารไปมันจะไม่ง่ายกว่าเหรอ?”วิต้าถามด้วยความสงสัย เพราะฟังๆดูเเล้วไอ้มิตรภาพระหว่างTSABกับS.F.นั้นก็ไม่ได้เป็นศัตรูอะไรกัน เเล้วด้วยเหตุใดถึงต้องทำอะไรให้มันยุ่งยากขนาดนี้

“เรื่องตรวจสอบข้อมูลนั่นจะให้หน่วยข่าวสารไปทำก็ได้ เเต่ว่าปัญหาก็คือทางเบื้องบนต้องการติดต่อขอความร่วมมือให้S.F.มาร่วมมือเป็นเจ้าหน้าที่ของTSABด้วยน่ะสิ”

“หา! ฝั่งนู้นมีตั้งสองร้อยคนนะ จะรับคนสองร้อยคนโดยที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าเข้ามาทำงานในTSAB? พวกตาเเก่หัวหงอกนั่นยังดีอยู่รึเปล่าเนี่ย?”

“วิต้า ใจเย็นๆ ฉันรู้ว่ามันฟังดูไม่ค่อยจะเป็นความคิดที่ดีนัก เเต่พวกเราก็ต้องยอมรับจริงๆนั่นล่ะว่าทางS.F.นั่นฝีมือพอฟัดพอเหวี่ยงกับพวกเราได้เลย อีกอย่างถ้าได้กำลังของทางนั้นมาเพิ่มล่ะก็ มันจะเป็นผลดีกับทางเราหลายๆด้าน ถึงจะเพิ่มจำนวนคนมาทีเดียวสองร้อยกว่าคนก็เถอะนะ”ฮายาเตะพูดเเล้วถอนหายใจเฮือก นี่เมื่อวานเธอไปเข้าพบกับทางฝั่งเจ้าหน้าที่บริหารในTSABเเล้วก็รู้สึกหัวหมุนติ๊วๆเลยทีเดียว“ตอนนี้จากรายละเอียดที่ได้มา S.F.อยู่นอกเขตการดูแลของTSAB เพราะฉะนั้นพวกเราทั้งหมดจะใช้ยานรบเดินทางขนาดเล็กไปที่นั่น และเพราะพวกเราจะทำภารกิจที่อยู่นอกเขตการดูแล เพราะอย่างนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นที่นั่น พวกเราก็ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้”

“แล้วถ้าเกิดเธอไปภารกิจด้วย ใครจะเป็นคนดูแลที่นี่ล่ะ?”ยูโนะที่นั่งฟังร่วมอยู่ด้วยนั้นถามขึ้น แม้จะไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมฮายาเตะถึงต้องการให้เขาที่เป็นหัวหน้าบรรณารักษ์ดูแลหอสมุดอินฟินิตี้นั้นร่วมภารกิจด้วยก็เถอะนะ

“ฉันจะรับหน้าที่ผู้บัญชาการชั่วคราว จนกว่าพวกนายจะกลับมา”โครโน่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องมาติดตำแหน่งนั่งโต๊ะ ซึ่งนั่นก็เป็นผลจากการที่เขาแพ้พนันกับท่านผู้บัญชาการหน่วยที่ 6 ตัวแสบนี่น่ะสิ!! เหอะ! ความจริงผลแพ้ชนะมันก็ออกตั้งแต่แรกแล้ว แต่เขาก็ดันตกหลุมอีกฝ่ายเสียได้นี่สิ แย่ชะมัดเลย

การอธิบายข้อมูลของภารกิจในครั้งนี้ดำเนินไปอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง ก่อนที่แต่ล่ะคนจะแยกย้ายกันไปเตรียมตัว เพราะเหลือเวลาอีกเพียงสองชั่วโมงก่อนจะออกเดินทาง ถ้าเกิดถามว่าทำไมถึงทำอะไรกันกระชั้นชิดเช่นนี้ ก็คงจะเป็นเพราะคำสั่งจากเบื้องบนที่ฮายาเตะเพิ่งจะได้รับระหว่างการรวมตัวกันนี้เอง

บัดนี้ห้องทำงานของท่านผู้บัญชาการแห่งหน่วยที่6เหลือเพียงแค่โครโน่ เฟท ฮายาเตะและยูโนะเท่านั้น ส่วนคนอื่นๆนั้นได้แยกย้ายกันไปเรียบร้อย

ตัวเฟทเองรู้ดีว่าภารกิจนี้จะต้องมีเบื้องหลังอย่างแน่นอน เพราะทางTSABคงจะไม่มีวันที่จะส่งพวกเธอทั้งหมดไปเพียงเพราะแค่จะหาข้อมูล รึขอความร่วมมือเท่านั้นหรอก เพราะดูจากบุคคลที่ร่วมภารกิจในครั้งนี้ พูดได้คำเดียวว่าจะเอาไปทำสงครามกันเลยทีเดียว แม้จำนวนคนจะน้อย แต่ความสามารถนั้นมากกว่ากองทัพทั้งกองเสียอีก

“ฮายาเตะ ภารกิจนี้มันยังไงกันแน่?”เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ

“แหะๆ เฟทนี่ความรู้สึกดีจังเลยนะ”ฮายาเตะหัวเราะแห้งๆ ก่อนจะปรับสีหน้ามาเป็นเคร่งเครียดเมื่อกล่าวประโยคถัดไป“ก็อย่างที่เฟทพูดมานั่นล่ะ ภารกิจในครั้งนี้ไม่ใช่แค่หาข้อมูลรึขอความร่วมมือ แต่มันเกี่ยวพันกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อนนั่นด้วย”

ทันใดที่เหตุการณ์ดังกล่าวถูกพูดออกมา เฟทก็ให้ความสนใจในทันทีกับบทสนธนาทันที ไม่มีสิ่งใดที่ทำให้เธอรู้สึกว่ามีค่าพอที่จะรับรู้สำหรับภารกิจต่างๆ นอกจากว่ามันจะเป็นอะไรที่เกี่ยวกับนาโนฮะน่ะ

“ทางหน่วยข่าวกรองแจ้งมาว่าS.F.อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องตอนนั้น แล้วไม่แน่ว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการระเบิดของดาวโอริค่อนด้วย เพราะอย่างนั้นจึงมีคำสั่งมาให้พวกเราจัดการสืบข่าวกันต่อเอง ถ้าเกิดว่าทางS.F.มีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นล่ะก็ พวกเราสามารถเรียกกำลังเสริมเข้าจับกุมได้”

“เดี๋ยวก่อนสิฮายาเตะ ฉันพอเข้าใจว่าตอนนี้ทางS.F.มีกำลังมากก็จริง แต่ถึงยังไงทางเราก็ไม่น่าจะมีหลักฐานเพียงพอที่จะไปปฏิบัติการนี่”ชายหนุ่มผมทองเงยหน้าขึ้นมาหลังจากอ่านรายละเอียดที่ฮายาเตะแจกให้ทุกคน

ในเอกสารนั้นชี้แจงถึงข่าวสารที่ได้มาจากการตรวจสอบครั้งก่อนๆ ซึ่งถึงแม้เหตุการณ์เมื่อสามปีก่อนนั่นจะมีคนของS.F.ทำงานอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงเป็นจำนวนมาก และในเหตุการณ์ระเบิดของดาวโอริค่อน ทางนั้นก็ทำงานอยู่ที่ดาวดวงนั้นนานเกือบสามเดือน ซึ่งก็ไม่อาจทราบได้ว่าทางS.F.ไปทำงานอะไรที่นั่นกันแน่ หากแต่ทางฝ่ายนั้นก็ออกจากดาวโอริค่อนก่อนที่จะเกิดการระเบิดได้อย่างฉิวเฉียด

ทว่าถึงมันจะดูน่าสงสัยเพียงใด แต่นี่อาจจะเป็นเหตุบังเอิญก็ว่าได้…

“เจ้าเฟอร์เรทนี่ทำงานแต่ในหอสมุดจนมึนรึไงเนี่ย? นายลืมไปแล้วรึไงว่ากลุ่มทหารรับจ้างนั่นเดินทางเฉพาะเขตที่ไม่ได้รับการดูแลจากTSABน่ะ อีกอย่างยังจำอาณาเขตที่เกิดขึ้นล้อมรอบเมืองเรลได้รึเปล่า? อาณาเขตนั่นน่ะมีการใช้งานหลายต่อหลายครั้งโดยS.F. ขนาดพวกเรายังไม่มีเทคโนโลยีที่ทำให้ไม่สามารถติดต่อทางจิตได้เลย แต่อาณาเขตนั่นสามารถกันได้แม้แต่กระทั่งกลิ่นอายระอองเวทย์มนต์ไม่ให้หลุดข้ามออกมา แล้วเขตที่ไม่ได้รับการดูแลจากTSABก็มีผลแบบเดียวกับอาณาเขตนี่เหมือนกัน”

“แต่การเดินทางมาทำงานข้ามเขตมายังฝั่งของTSABก็ถือว่าละเมิดสนธิสัญญาเหมือนกันนี่ การทำงานของS.F.คือการปฏิงานโดยไม่ข้ามเขตกัน ส่วนเรื่องอาณาเขตนั่นอาจจะไม่ใช่มีเพียงแค่S.F.เท่านั้นที่มีเทคโนโลยีนี้ภายใต้การครอบครอง และถ้าเกิดเป็นอย่างนั้นพวกเราก็ไม่อาจรู้ได้เหมือนกัน”เจ้าคนถูกเรียกว่าเฟอร์เรทขมวดคิ้วมุ่นกับฉายาที่โครโน่เรียกตน

“เอาล่ะๆ อย่าเพิ่งเถียงกัน โตๆกันแล้วน่า”ฮายาเตะตัดสินใจแทรกก่อนที่เจ้าหนุ่มทั้งสองจะเริ่มปะทะโต้วาทีกัน นี่แม้ว่าจะโตกันเป็นควายแล้ว แต่ไม่น่าเชื่อว่าไอ้เรื่องชอบกัดกันนี่ไม่เคยจะเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย ท่านผู้บัญชาการรีบดึงเอาหน้าข้อมูลใหม่ขึ้นมา ก่อนจะเริ่มแจกแจงอีกครั้งหนึ่ง“ข้อมูลตรงนี้จะไม่มีอยู่ในเอกสารนั่น เพราะอย่างนั้นฉันขออธิบายให้มันละเอียดกว่าเดิมนิดนึง”

ทันทีที่เธอพูดจบ คนที่เหลือในห้องก็พากันถลึงตาใส่ทันทีว่าทำไมเธอนั้นไม่อธิบายให้มันจบๆไปเสียตั้งแต่แรก แทนจะมาทำกระหยักกระหย่อนแบบนี้ ทว่ามีหรือที่ฮายาเตะนั้นจะทำอะไรง่ายๆไม่น่าสนใจแบบนั้นน่ะ

แน่นอน ความวุ่นวายของคนอื่น เป็นความสุขของเธอ!

“นี่คือผลจากการตรวจจับพลังงานเวทย์มนต์จากที่เราได้มา ภาพทั้งซ้ายนั่นจะเป็นของเมื่อสามปีก่อน ตรงกลางจะเป็นของดาวโอริค่อน ฝั่งขวาจะเป็นเขตแดนรอบๆพื้นที่ที่ทำงานของS.F.ในแต่ล่ะครั้ง จะสังเกตุง่ายๆว่าคลื่นพลังงานนี้เป็นชนิดเดียวกัน และมันจะเกิดขึ้นเฉพาะในระยะใกล้เคียงจุดปฏิบัติการของS.F.เท่านั้น และอย่างที่ยูโนะพูด แม้ว่าอาณาเขตในจุดที่อยู่นอกเหนือการดูแลของTSABจะมีคุณสมบัติคล้ายกัน แต่คลื่นพลังงานนั้นต่างกัน เพราะอย่างนั้นทางเบื้องบนถึงอนุญาตให้มีการส่งพวกเราไปปฏิบัติการ...”

เฟทเป็นคนเดียวในห้องเท่านั้นที่นั่งฟังอย่างสงบเสงี่ยมดั่งผู้ฟังที่ดี ไม่เหมือนกับโครโน่และยูโนะที่มีบ้างที่กัดกันระหว่างการอธิบายของฮายาเตะ เธอนั้นรู้สึกความเคียดแค้นในเบื้องลึกตั้งแต่ทราบว่ามีความเป็นไปได้ที่S.F.นั้นมีส่วนเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อน ซึ่งนั่นก็แปลว่าพวกนั้นอาจจะเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ทำให้นาโนฮะต้องจากเธอไปด้วยเช่นกัน แน่นอนว่าเธอไม่มีวันที่จะให้อภัยใครก็ตามที่มีส่วนร่วมในเรื่องนี้! ต่อให้ต้องให้เธอเสียทุกอย่างไป เธอก็จะแก้แค้นให้ได้

นัยน์ตาสีแดงทอประกายวาบ หากแต่ไม่นานนักมันก็จางหายไป เมื่อผู้เป็นเจ้าของนั้นฉุกคิดว่าสิ่งที่เธอหมายมั่นนั้นมีผลตามมาด้วยเช่นกัน แม้เธอจะเคียดแค้นเพียงใด แต่การไล่สังหารใครก็ตามที่ทำให้นาโนฮะตาย ไม่สามารถจะทำให้คนที่รักของเธอกลับมาหาเธอได้อีกครั้ง เพราะอย่างนั้นคงจะเป็นการดีแล้วกระมั่งที่จะทำให้คนพวกนี้ได้รับโทษจากกฏหมายน่ะ

ถึงเธอจะแก้แค้นด้วยมือตัวเองไม่ได้ แต่อย่างน้อยเธอก็จะทำให้แน่ใจว่าเจ้าพวกนั้นมันต้องทุกข์ทรมานหลังตารางไปตลอดชีวิตของพวกมัน!


*********************************


การเดินทางระหว่างมิดชิลด้าไปยังจุดหมายนั้นเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีการโจมตีรึอุปสรรคใดๆทั้งนั้น หากแต่อย่างไรก็ตามการเดินทางในส่วนการดูแลของTSABนั้นไม่ใช่ปัญหาเลยแม้แต่นิดเดียว หากแต่ที่เป็นปัญหาก็คือตอนข้ามเขตแดนนี่ล่ะ ซึ่งถ้าข้ามไปแล้วล่ะก็ การติดต่อระหว่างยานรบนั้นจะถูกตัดขาดจากTSABในทันที จนกว่าที่จะข้ามออกมาจากเขตนอกการดูแลนั่น

ถ้าเกิดภารกิจในครั้งนี้มีแนวโน้มไปทางค่อนข้างแย่ล่ะก็ เจ้าหน้าที่ที่ร่วมภารกิจในครั้งนี้จะต้องล่าถอยออกมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งนั่นคงจะเป็นเรื่องยาก หากกลุ่มคนที่ไม่รู้จักนั้นกลายเป็นศัตรูเสียหมด

จะเรียกภารกิจครั้งนี้ว่าภารกิจฆ่าตัวตายก็คงไม่เสียหายกระมั่ง…

เฟทมองภาพอวกาศผ่านหน้าจอโฮโลเเกรมในห้องบัญชาการ ซึ่งเบื้องหน้าของยานรบนั้นก็คือเส้นเขตเเดนที่มีประจุพลังงานจำนวนมากกางกั้นเอาไว้ เเน่ล่ะว่าการที่จะข้ามมันไปนั้นย่อมต้องอาศัยเกราะป้องกันพลังงานที่มีคุณภาพสูง ไม่เช่นนั้นก็คงถูกบีบอัดระเบิดไปพร้อมกับยานรบนั่นล่ะ

ทว่าถึงเธอจะเชื่อมั่นในความปลอดภัยของยานรบนี้เพียงใด เเต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นอย่างนั้นเสมอไป เพราะอย่างไรก็ตามมันก็ยังมีความเป็นไปได้ที่เกราะป้องกันนั้นไม่อาจจะต้านทานประจุพลังงานหนาเเน่นขนาดนี้ได้

ทันใดนั้นเองที่ยานรบกำลังจะเคลื่อนตัวไปด้านหน้า หน้าจอการติดต่อสื่อสารก็ปรากฏขึ้นก่อนที่ใบหน้าของผู้ติดต่อจะโชว์ตามมา ซึ่งในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ฮายาเตะรีบสั่งให้ยานลำนี้หยุดการเคลื่อนไหว เพราะเครื่องเเบบของเด็กสาววัยสิบเจ็ดสิบเเปดคนนี้นั้นมีตัวอักษรคำว่าS.F.ขึ้นเด่นหลาอยู่เเขนเสื้อ ใบหน้าใต้กรอบเเว่นนั้นฉายเเววเคร่งเครียดขณะที่ดวงตาสีน้ำตาลกลับไม่บ่งบอกถึงความเป็นศัตรูเเต่อย่างใด จะมีก็เเต่ความกังวลเท่านั้นล่ะ

“เฮ้อ พวกคุณเกือบจะพากันไปตายเเล้วนะเนี่ย โชคดีนะที่ทางสำนักงานใหญ่ของTSABติดต่อมาก่อนน่ะ ไม่งั้นฉันล่ะไม่อยากคิดเลยว่าพวกคุณจะเป็นยังไงถ้าข้ามเขตเเดนนี่ไป”น้ำเสียงโล่งอกนั้นเปร่งออกมา ขณะที่เด็กสาวผู้มีใบหน้าติดจะคมคายนั้นจะหันไปพูดกับเพื่อนของตน“อาโออิ ช่วยเปิดช่องทางเข้าที่6ทีสิ เเล้วติดต่อไปหาพวกที่เฝ้าประตูด้วยว่า เดี๋ยวยานของTSABจะเข้ามาจอดน่ะ”

“โอเค! ฉันจะเปิดช่องทางเข้าให้เดี๋ยวนี้ล่ะ”เสียงตอบกลับมานั้นฟังดูหวานใส ไม่มีวี่เเววความเป็นศัตรูเช่นเดียวกัน

“อ่า ขอโทษทีๆ พอดีฉันกลัวว่าจะติดต่อพวกคุณไม่ทันน่ะเลยลืมเเนะนำตัวไปเลย”ร่างสูงเพรียวว่าพลางยิ้มกว้างเเล้วหัวเราะน้อยๆ“ฉันฮาราดะ ชิเอะ เจ้าหน้าที่ดูเเลด่านเข้าออกของS.F. ยินดีที่ได้รู้จักนะ อืม...เดี๋ยวพอพวกคุณผ่านข้ามเเดนเมื่อไหร่ ฉันจะเป็นคนบอกจุดหมายให้คุณเข้าจอดยานเอง เเต่ช่วยทำทุกอย่างให้ไวด้วย เพราะไม่งั้นพวกทหารตรวจจับเเถวนี้มันจะรู้ตัวเสียก่อน เเล้วพวกเราจะพากันซวยกันหมด พวกคุณคงจะยังไม่อยากโดนยิงยานระเบิดหรอกนะ”

เด็กสาวที่เเนะนำตัวเองว่าชิเอะหัวเราะร่า ราวกับสิ่งที่ตนพูดนั้นเป็นเรื่องล้อเล่น ซึ่งทางฝั่งเหล่าเจ้าหน้าที่เเห่งTSABนั้นก็ไม่มีทางเลือก นอกจากทำตามที่อีกฝ่ายนั้นเเนะนำมา

เส้นเขตเเดนนั้นถูกเปิดออกหลังจากเกิดประกายเเสงสีฟ้าอ่อนๆยากที่จะเห็นขึ้น ก่อนที่ยานรบจะเคลื่อนไหวลอดผ่านมันไปอย่างง่ายดายโดยไม่จำเป็นต้องมีการใช้เกราะป้องกันเเต่อย่างใด ซึ่งเบื้องหลังของเส้นเขตเเดนนั้นก็ไม่ได้มีอะไรเเตกต่างจากทางฝั่งของTSABนัก นอกจากว่าจะมีสถานีอวกาศตั้งอยู่เป็นจุดประปราย หากเเต่ก็ไร้วี่เเววยานลำอื่นๆ

ฮายาเตะนั้นนำยานรบเข้าจอดที่หนึ่งในสถานีอวกาศที่อยู่ถัดไปทางซ้าย เเละลึกเข้าไปกว่าสถานีอวกาศอื่นๆพอสมควร หากเเต่สภาพการก่อสร้างด้านนอกนั้นเหมือนกันเป๊ะเลยทีเดียว ไม่มีจุดบ่งเเยกเลยเเม้เเต่น้อยว่ามันเเตกต่างกันตรงไหน

ทันใดที่ยานได้ลงจอดอย่างเรียบร้อย ทางเจ้าหน้าที่ร่วมภารกิจทั้งหมดก็ถูกเรียกตัวมากันอย่างพร้อมเพรียง ก่อนจะพากันไปยังประตูทางออกของยาน

ซึ่งหลังประตูนั้นจะมีชะตาอะไรรออยู่ก็ไม่มีใครอาจทราบได้เลย...







TBC...
Last edited by frosttear on Fri Nov 06, 2009 7:11 pm, edited 1 time in total.
User avatar
frosttear
LILY
 
Posts: 58
Joined: Wed Jul 29, 2009 10:12 pm

Re: Fanfic AU(Nanoha) When I lost you

Postby beber » Fri Nov 06, 2009 4:43 pm

ถึงเธอจะแก้แค้นด้วยมือตัวเองไม่ได้ แต่อย่างน้อยเธอก็จะทำให้แน่ใจว่าเจ้าพวกนั้นมันต้องทุกข์ทรมานหลังตารางไปตลอดชีวิตของพวกมัน!
จัดารมันเลยค่ะ เฟทจัง :x
ตอนนี้อ่านแล้วเศร้าจัง สงสารเฟทมากๆเลยอะ :cry:
แอบหวังลึกๆว่า นาโนฮะยังไม่ตาย :(
Image
Image
User avatar
beber
LILY STUDE
 
Posts: 196
Joined: Thu Jan 08, 2009 7:43 pm

Re: Fanfic AU(Nanoha) When I lost you

Postby shana » Fri Nov 06, 2009 8:47 pm

คนอื่นเม้นไปหมดแล้วอ่ะ... :x
โดยส่วนตัวผมชอบเฟทจังมากๆเลย
มาต่อนะครับ...จะรอ :mrgreen:
ใครซักคนที่คอยอยู่ จะมีจริงมั้ยนะ
User avatar
shana
SENPAI
 
Posts: 418
Joined: Tue Sep 22, 2009 11:09 pm
Location: Strawberry Dorm

Re: Fanfic AU(Nanoha) When I lost you

Postby LightningF » Fri Nov 06, 2009 9:28 pm

โอ้ว สุดยอดมากค่ะ
แบบนี้แหละที่รอคอย
S.F. 555
คนอ่านใกล้ตายแล้วค่ะ มาต่อไวๆนะคะ^^
เป็นกำลังใจให้
ขอบคุณมากค่าาา
ปล.เฟทจัง!!!>w<
Image
Visit my Blog here
User avatar
LightningF
LILY ST
 
Posts: 99
Joined: Mon Dec 22, 2008 11:30 pm

Re: Fanfic AU(Nanoha) When I lost you

Postby Qool » Fri Nov 06, 2009 11:02 pm

อืม...ซับซ้อนๆ มันต้องมีเงื่อนงำมาก่อนแล้วค่อยๆเฉลยตอนท้าย 8)
เรื่องนี้ชอบตรงที่เฟทได้เป็นตัวดำเนินเรื่องด้วย เราชอบจริงๆนะ :D
รัศมีความเก่ง และเสน่ห์ของเธอ ในสายตาของข้าน้อยนั้นมิเคยจาง :twisted:
มาถึงรัง S.F. แล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ตอนหน้าคงได้รู้กัน :P
Image
User avatar
Qool
LILY STU
 
Posts: 107
Joined: Sat Sep 26, 2009 1:55 pm
Location: ที่ชอบที่ชอบ (เอ่อ..อย่าเข้าใจผิดนะ)

Re: Fanfic AU(Nanoha) When I lost you

Postby frosttear » Sun Nov 08, 2009 1:46 pm

โฮก บทนี้ยังคงเป็นบทเกริ่นเนื้อเรื่องเช่นเคย- - หวังว่าผู้อ่านทุกคนจะยังไม่เบื่อเสียก่อน555+
จะบอกข่าวดีก็คือบทหน้าจะเป็นจุดสิ้นสุดการเกริ่นเนื้อเรื่องขอรับ!!
ข่าวดีที่2 บทหน้าลุยกันมันส์มากขอรับ(จากที่วางเเผนเอาไว้~><!)
ขอให้ทุกคนอย่าเพิ่งเบื่อกันเสียก่อน วะฮะฮ่า!!


Mission 2 Special Force-TSAB


หลังจากที่ลงจากยานกันเสร็จ เหล่าเจ้าหน้าที่เเห่งหน่วยที่6ก็พบกับเด็กสาวร่างสูง คนเดียวกับที่ติดต่อไปยังยานรบก่อนหน้านี้ เจ้าตัวนั้นยืนโบกไม้โบกมือเรียกอยู่บนระเบียงชั้นสองที่สามารถเดินขึ้นบันไดจากพื้นที่จอดยานนี้ได้ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวนั้นมีสภาพไม่ต่างจากจุดจอดยานของทางTSABเสียจะเท่าไหร่ จะเเตกต่างกันในจุดใหญ่ๆก็คงมีเพียงขนาดของห้อง ที่ปกติเเล้วในมิดชิลด้านั้นจะมีการเเบ่งโซนจอดเเละเเบ่งเป็นพื้นที่ของเเต่ล่ะลำ เเต่ของที่นี่นั้นเป็นพื้นที่กว้างๆ มียานทั้งลำเล็กลำใหญ่จอดเรียงรายกันเป็นตับในจุดจอดยานที่เเบ่งเเยกเป็นล๊อคๆตามเเต่ขนาดของยานลำนั้น ซึ่งที่กั้นล๊อคนั้นจะสามารถปรับขนาดมันให้ใหญ่รึเล็กลงได้ด้วยเช่นกัน

เเสงสีฟ้าน้ำเงินเคลื่อนไหวไปทางเส้นขอบทางเดิน ขณะที่หญิงสาวผมทองกราดสายตาไปยังประตูกว้างที่เป็นทางเข้าออกซึ่งถูกปิดสนิท ขนาบซ้ายขวานั้นมีกลไกระบบป้องกันภัยที่ถ้าเกิดมีผู้บุกรุกเข้ามาล่ะก็ คงไม่มีวันที่จะสามารถก้าวล้ำผ่านเข้าไปข้างในได้อย่างเเน่นอนเลยเชียว เเต่ที่น่าเเปลกใจก็คือไม่มีเทคโนโลยีใดที่บ่งบอกได้ถึงกลิ่นอายเวทย์มนต์เลยเเม้เเต่ชิ้นเดียว หากทว่าเทคโนโลยีชนิดนี้ออกจะคล้ายๆเทคโนโลยีในโลกของนาโนฮะเเละฮายาเตะมากกว่ามิดชิลด้ารึดาวดวงอื่นๆ

เเละอีกอย่างที่น่าตกใจก็คือเธอไม่เห็นเจ้าหน้าที่ดูเเลความปลอดภัยตรงจุดจอดยานนี้เเม้เเต่ซักคนเดียว ทั้งที่ปกติเเล้วไม่ว่าระบบความปลอดภัยจะมีคุณภาพเพียงใด เเต่อย่างน้อยก็น่าจะมีคนเดินตรวจตาประมาณสองถึงสามคนเเท้ๆ

เฟทนั้นได้เเต่เก็บงำความสงสัยของตนขณะเดินตามฮาราดะ ชิเอะ เด็กสาวที่พวกเธอได้รับการติดต่อเข้าไปภายในสถานีอวกาศเเห่งนี้ ซึ่งตลอดเส้นทางเธอก็รับรู้ถึงกับดักเเละระบบความปลอดภัยอื่นๆตลอดเส้นทาง ทว่าก็ยังไม่เห็นเจ้าหน้าที่คนอื่นเเม้เเต่คนเดียว จะพูดได้คำเดียวว่าตลอดทางนี่มีเพียงฮาราดะเท่านั้นล่ะที่เป็นเจ้าหน้าที่ของS.F.ที่เธอเห็น

“นี่เป็นห้องบัญชาการชั่วคราวของพวกเรา เพราะฉะนั้นเจ้าหน้าที่ที่ประจำตอนนี้จะมีจำนวนน้อยกว่าปกติ ส่วนใหญ่เเล้วเค้าจะไปทำภารกิจย่อยอื่นๆกันหมด ส่วนกลุ่มที่อยู่ที่นี่จะเป็นกลุ่มที่มีหน้าที่ติดต่อสื่อสารเเละเฝ้าระวังภัยฐานชั่วคราว”ชิเอะพูดก่อนจะใช้คีย์การ์ดของตนรูดผ่านเครื่องเเสกนเเล้วปล่อยให้ประตูเลื่อนอัตโนมัติทำหน้าที่ของมัน

ห้องปฏิบัติการอันกว้างขวางคล้ายกับห้องบังคับของยานบินนั้นปรากฏร่างของเหล่าเจ้าหน้าที่ของS.F.อยู่เกือบร่วมสิบชีวิต แต่ล่ะคนนั้นนั่งประจำที่กันอยู่ในแต่ล่ะจุดพร้อมกับหน้าจอมอนิเตอร์ที่ฉายการเคลื่อนไหวของตัวเลข กราฟและบ้างก็เป็นรูปจากกล้องตรวจจับที่กระจายอยู่ในห้วงอวกาศ มีไม่น้อยที่ยังคงนั่งโต้วาทีพร้อมกับเอกสารรายงานในมือ บางครั้งมีถึงขั้นเอามันมาหวดไปหวดมาในอากาศระหว่างพูดเลยทีเดียว ทว่าทุกคนนั้นก็ต้องหยุดการกระทำเมื่อกลุ่มคนแปลกหน้าไม่คุ้นหน้าคุ้นตานั้นเดินตามหลังฮาราดะ ชิเอะเข้ามา

ทุกคนนั้นพลันลุกขึ้นกันอย่างพร้อมเพรียง ละทิ้งอะไรก็ตามที่ตนกำลังทำอยู่ ก่อนจะเดินตรงไปตั้งแถวกันอย่างเป็นระเบียบ ใบหน้าของเหล่าชายหญิงนั้นยากจะอ่านยิ่งนัก จึงยิ่งสร้างบรรญากาศให้มันกดดันขึ้นเป็นเท่าตัว...

“อ่อยๆ ไม่ต้องทำกันถึงขนาดนี้ก็ได้ นี่ฉันแค่บอกว่าให้เตรียมตัว ไม่ใช่มาทำอะไรแฟนซีกันซะขนาดนี้ เฮ้อ…”ชิเอะโบกมือไปมา ก่อนที่เหล่าเพื่อนร่วมรบทั้งหลายนั้นจะกระตุกยิ้มกันเป็นแถว แล้วปล่อยเสียงหัวเราะก๊ากออกมา ส่วนเจ้าคนพูดได้แต่ส่ายหน้าหน่ายๆแล้วหันไปหาเหล่าคนจากTSAB“อย่าไปถือสาไอ้พวกนี้มันเลย ส่วนใหญ่มันสมองไม่ค่อยจะเต็มกันทั้งนั้นล่ะ”

“ชิเอะ เดี๋ยวพวกเราไปฟ้องฮารุกะนา พูดว่าพวกเราไม่เต็มน่ะ”

“เออ ไปฟ้องก็ฟ้องไป พวกแกปิดความจริงกันไม่ได้อยู่แล้วล่ะ!! ว่าแต่นี่ทางฝั่งหัวหน้าติดต่อมารึเปล่าล่ะ? จะว่าไปเเล้วทางฝั่งนั้นรู้เรื่องเเขกใหม่ของพวกเรารึยังเนี่ย...”เจ้าคนที่ถูกขู่ยิ้มกว้างเพราะรู้ว่าตนนั้นชนะอย่างแน่นอน

“อื้อ เมื่อกี้ทางนั้นเพิ่งติดต่อมา เห็นฟุจิโนะซังพูดๆว่างานครั้งนี้มีปัญหานิดหน่อย แต่คิดว่าคงจะมาถึงพรุ่งนี้ตอนเที่ยงๆล่ะมั้งน่ะ หัวหน้าฝากบอกด้วยว่าให้จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยภายในวันนี้ แล้วเดี๋ยวให้พวกเราทำตามแผนกันได้เลย กลุ่มของนาโอะกับโทโมเอะตอนนี้ก็กำลังเตรียมของอยู่แน่ะ ส่วนเรื่องเจ้าหน้าที่จากTSABน่ะไม่ต้องห่วงหรอก หัวหน้าบอกว่าเดี๋ยวจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด อย่างช้าก็คงจะเลยเที่ยงนั่นล่ะ”ร่างบางของเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกันที่มีเส้นผมสีส้มแดงดังเพลิงนั้นพูดขึ้น ก่อนจะเปิดช่องสื่อสารติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่คนอื่นที่กระจายอยู่ในจุดอื่นๆเรื่องที่เพิ่งพูดไป

“โอเค ว่าแต่นี่ใกล้จะถึงเวลาไปที่ครุอิคแล้วไม่ใช่เหรอ? หวังว่าวันนี้มันจะไม่ได้แย่เหมือนเมื่อวันก่อนๆหรอกนะ”ชิเอะงึมงำในช่วงท้ายก่อนจะหันกลับไปอธิบายให้แขกกิติมาศักดิ์ฟัง“พวกคุณคงจะงงกันนิดหน่อย แห่ะๆ พอดีตอนนี้พวกเรากำลังอยู่ในระหว่างภารกิจระยะยาวอยู่น่ะ นี่โชคดีนะที่พวกคุณมาทันวันนี้ ไม่งั้นถ้ามาพรุ่งนี้ล่ะก็ พวกเราคงจะเดินทางไปมิติอื่นกันเรียบร้อยแล้ว มาเถอะ เดี๋ยวฉันจะพาพวกคุณไปที่ห้องรับรอง ปล่อยให้เจ้าพวกนี้มันทำงานกันไปก่อน”

“ไอ้ชั่วชิเอะ!! ทีได้โดดนี่โดดไม่เลี้ยงเลยนะแก!”เสียงสบถด่าสาปแช่งดังข้ามห้องมา พร้อมกับกลุ่มคนที่ทำหน้าที่จัดเตรียมของสำหรับการเดินทางจะเดินเข้ามา ผ่านช่องทางเข้าออกอีกด้านหนึ่งของห้อง เด็กสาวผมแดงผู้พูดทำหน้าหงุดหงิดสุดๆ ดวงตาสีเขียวมะนาวถลึงตาใส่ไอ้เพื่อนตัวดีอย่างฉุนเฉียว

“ใจเย็นๆ นี่มันหน้าที่ฉันเฟ้ยนาโอะ~ โชคดีกับการขนของนะ”ว่าแล้วไอ้คนเจ้าเล่ห์ก็หัวเราะร่าแล้วเดินนำไปยังห้องรับรองที่อยู่สุดทางเดิน ความจริงแล้วห้องแห่งนั้นก็คือห้องทำงานว่างเปล่าดีๆนี่เอง แต่ที่พูดว่าเป็นห้องรับรองก็คงเพราะอยากทำให้มันฟังดูดีเสียหน่อย“ยัยคนที่ท่าทางเอาเรื่องนั่นน่ะนาโอะ ตอนนี้มีหน้าที่คุมคนไปช่วยขนของ หัวหน้าบอกว่าเป็นการลงโทษตอนที่ก่อเรื่องเมื่ออาทิตย์ก่อนน่ะ”

“ฉันไม่นึกว่าS.F.จะมีแต่สมาชิกเป็นเด็กขนาดนี้ ตอนแรกฉันนึกว่าจะอายุมากกว่าพวกฉันซะอีก แต่ผิดคาดจริงๆด้วย”ฮายาเตะหัวเราะเล็กน้อย แม้จะยังไม่วางใจกลุ่มคนเหล่านี้มากมายนัก เเต่อย่างน้อยอะไรๆมันก็ไม่ได้เเย่ถึงขั้นที่เธอคาดเดาเอาไว้ จะพูดว่าดีกว่าที่เธอคาดน่าจะถูกกว่าล่ะมั้ง...

“ความจริงมันก็ปนๆกันนั่นล่ะ ยากามิซัง แต่ตอนนี้ถูกแยกกันไปประจำอยู่ก็ที่อื่นน่ะ ความจริงฉันอยากจะให้พวกคุณเจอคนอื่นๆเหมือนกัน แต่เห็นท่าว่าจะต้องเป็นพรุ่งนี้แล้วล่ะ แถมตอนนี้พวกหัวหน้าก็กำลังทำภารกิจอยู่เหมือนกัน”

“ถ้าเกิดไม่เป็นไรสำหรับฮาราดะซังล่ะก็ ช่วยบอกพวกเราหน่อยได้ไหมว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้างน่ะ”พอได้ที ฮายาเตะก็เลยหยอดถามไปอย่างไม่ให้เสียเวลา

“อ่อ วันพรุ่งนี้น่ะเหรอ….จะว่ากันตามจริงฉันก็ไม่รู้พอกันนั่นล่ะ ถ้าเกิดทุกอย่างเป็นไปตามแผนล่ะก็พวกเราจะถูกไล่กวดด้วยกองทัพทหารรบของไทรเซอร์ อย่างน้อยฉันหวังว่าพวกหัวหน้าจะกางอาณาเขตทัน มันจะช่วยกักให้พวกทหารไม่สามารถตามพวกเรามาได้น่ะ หลังจากนั้นจะใช้ช่องทางข้ามมิติไปที่อื่นต่อ...ก็หวังว่าทุกอย่างมันจะเป็นไปได้สวยนะ”ทว่าถึงจะพยายามทำให้ฟังดูสบายใจเพียงใด แต่น้ำเสียงก็แฝงไปด้วยความกังวลเช่นกัน เพราะไม่มีใครล่วงรู้อนาคตหรอก

เฟทเลิกคิ้วสูงเมื่อได้ยินคำว่าอาณาเขต ใช่ อาณาเขตชนิดเดียวที่ทางS.F.ใช้เป็นอาวุธปกติรึเปล่านะ… อาณาเขตที่มีผลเหมือนกับเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อนนั่นน่ะ

“อ่า…ก่อนอื่นเดี๋ยวต้องให้พวกคุณช่วยเปลี่ยนชุดกันเสียก่อน ไม่งั้นถ้าเกิดอะไรฉุกเฉินขึ้นมาพวกคุณอาจจะไม่ได้กลับไปที่มิดชิลด้าก็ได้ ก็อย่างว่านะพวกที่อยู่แถวๆนี้มันไม่ค่อยจะญาติดีกับคนแปลกหน้าซะเท่าไหร่”

ว่าแล้วร่างสูงเพรียวก็เดินไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าที่แยกเป็นชายกับหญิง ซึ่งต้องเดินบันไดลงไปอีกชั้นหนึ่ง ที่ปกติแล้วในส่วนชั้นล่างนี้จะไม่ค่อยมีใครใช้งานเสียจะเท่าไหร่ เพราะว่ามันเป็นส่วนของโกดังเก็บของต่างๆ ซึ่งตอนนี้นั้นกลุ่มของนาโอะนั้นกำลังขนของกันอย่างขยันขันแข็ง(?)อยู่อีกฟากหนึ่ง

“ยูโนะ ห้องของผู้ชายอยู่ทางขวา”เซฟิร่ารีบคว้าตัวไอ้คนไม่รู้เรื่องรึแกล้งไม่รู้เรื่อง ก่อนจะรีบถีบส่งไปอีกห้องทันใด

“หลังจากที่พวกคุณเปลี่ยนเสื้อผ้ากันแล้ว ฉันจะได้อธิบายเรื่องครุอิคต่อ”ชิเอะนั้นตัดสินใจยืนรออยู่ตรงทางเดิน ปล่อยให้เหล่าแขกของเธอนั้นไปเปลี่ยนชุดกันให้เรียบร้อย โดยไม่มีท่าทีที่จะหวาดระแวงที่ปล่อยให้เจ้าหน้าที่จากต่างสายงานนั้นมีเวลาส่วนตัว

เฟทกับฮายาเตะและสามอัศวินนั้นเดินเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะพบว่าในห้องแห่งนี้นั้นมีส่วนหนึ่งของห้องเป็นจุดที่เก็บชุดเครื่องแบบสีดำที่ยังไม่ได้ใช้หลายขนาด ซึ่งถูกจัดเรียงไว้อย่างเรียบร้อยในตู้กระจก พอเห็นแล้วก็รู้ได้ทันทีว่าเครื่องแบบเหล่านี้ถูกเตรียมเอาไว้เป็นส่วนสำรอง แล้วยังง่ายสำหรับการขนย้าย เพราะเพียงแค่สั่งเจ้าตู้เก็บของสารพัดประโยชน์นี่ให้ย่อขนาดลง ก็สามารถจะหอบมันไปไหนมาไหนได้อย่างง่ายดาย แถมน้ำหนักก็ยังลดเบาลงด้วย

“สงสัยจังว่าพวกนี้เขากำลังทำภารกิจอะไรกันอยู่นะ?”ชามัลเอ่ยขึ้นขณะที่เปลี่ยนจากเครื่องแบบของTSABไปยังเครื่องแบบของS.F.

“เดี๋ยวไม่ลองถามฮาราดะดูล่ะ ฝ่ายนั้นท่าทางนิสัยเหมือนพวกชอบพูดเปิดอกอยู่แล้วนี่..”

“ก็หวังว่าฮาราดะจะพูดออกมาน่ะนะ ถึงยัยนั่นจะทำท่าง่ายๆสบายใจโลกยังไง ฉันว่ายังไงพวกเราก็ไม่สมควรจะไปไว้ใจอะไรมาก”ซิกนั่มเอ่ยตอบขณะติดกระดุมชุดเครื่องแบบสีดำสนิทแขนยาวด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ต้องมาใส่เสื้อผ้าของS.F.

“ก็ถือว่าตอนนี้ถึงทางฝั่งนั้นไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะเป็นศัตรูออกมา พวกเราก็อย่าเพิ่งไปวางใจอะไรนักจะดีกว่า ยังไงพวกนั้นอาจจะเป็นคนmujก่อเรื่องเมื่อสามปีก่อนนั่นก็ได้”เฟทตัดสินใจเปิดปากขึ้น เธอนั้นไม่มีวันที่จะยอมไว้ใจใครง่ายๆอีกต่อไป เพราะเธอรู้ว่าวินาทีนี้ถึงทางS.F.อาจเเสดงออกมาว่าเป็นเพื่อน เเต่ในวินาทีอาจจะเป็นศัตรูก็เป็นได้ เเละยิ่งมาพูดถึงพวกที่อาจจะมีการเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในครั้งนั้นเเล้วล่ะก็ เธอจะไม่มีวันปล่อยให้ตัวเองประมาทเป็นอันขาด

พอทุกคนได้ยินดังนั้นก็พากันเงียบไปเลยทีเดียว เพราะรู้ว่าเหตุการณ์ในครั้งนั้นส่งผลกระทบต่อเฟทมากกว่าใครอื่น เเละผลกระทบของมันก็ยิ่งเเย่ลงไปเรื่อยๆเมื่อเวลาได้ผ่านไป ทั้งที่เมื่อก่อนหญิงสาวเป็นคนยิ้มง่าย อ่อนโยน ทว่าตอนนี้กว่าจะพูดออกมาซักคำนี่ช่างยากนัก ยิ่งเรื่องอะไรที่ไม่เกี่ยวกับงานจะเป็นอะไรที่เเทบจะเป็นไปไม่ได้เลยทีเดียว เพราะเวลาอีกฝ่ายใช้เวลาอยุ่กับวิวิโอ ช่วงเวลานั้นก็มักจะมีเพียงสำหรับคนสองคนเท่านั้นเอง...

หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเสร็จเเล้วเรียบร้อย เหล่าเจ้าหน้าที่จากหน่วยที่6 ก็เดินตามชิเอะไปยังห้องรับรองที่อยู่ชั้นบนอีกครั้ง ซึ่งห้องดังกล่าวนั้นก็เป็นห้องว่างๆที่ถูกปรับเปลี่ยนเสียใหม่ มีเก้าอี้โซฟาชุดใหญ่กระจายอยู่กลางห้อง ผนังด้านหนึ่งของห้องเป็นมอนิเตอร์สกรีนที่มักจะไม่ค่อยมีให้เห็นมากนักในฝั่งของTSAB นอกนั้นเเล้วก็มีโต๊ะเคาน์เตอร์เเละตู้เก็บของที่ตั้งไว้อยู่อีกจุดหนึ่งของห้อง

“เอาล่ะ เดี๋ยวฉันจะอธิบายเรื่องครุอิคให้ฟัง”ชิเอะพูดขึ้นเมื่อเห็นทุกคนนั้นนั่งกันเรียบร้อยเเล้ว ร่างสูงเพรียวสั่งให้มอนิเตอร์ทำงาน ก่อนที่ภาพสัญลักษณ์รูปยูนิคอร์นเเละตัวอักษรTZจะปรากฏขึ้นมา“ครุอิคนี่จะเป็นกิจกรรมในกลุ่มทหารของไทรเซอร์ พวกไทรเซอร์นี้ก็คือทหารดูเเลรักษาเขตเเดนโดยเฉพาะของสหพันธลิออนที่มีการร่วมมือจากดาวเคราะห์ทั้งเก้าดวงในพื้นที่เเถบนี้ กลุ่มของไทรเซอร์จะเป็นกลุ่มทหารอวกาศที่มีคุณภาพด้านการรบสูง เเต่เสียดายนิดนึงที่ระบบการทำงานของไอ้พวกนี้มันจะฟังดูประหลาดๆ ไทรเซอร์จะใช้ระบบครุอิคที่มันกลายเป็นกิจกรรมสนุกสนานไปเรียบร้อยนั้นคัดเลือกว่าใครจะไปทำภารกิจประเภทไหน มันจะถูกจัดขึ้นทุกๆสองเดือน”

“ฮาราดะซัง ที่คุณพูดถึงดาวเคราะห์ทั้งเก้าดวงนี่หมายความว่ากาแล็กซี่เเห่งนี้ก็มีการรวมตัวเป็นเครือข่ายอื่นๆอีกเหรอครับ?”ท่านหัวหน้าบรรณารักษ์ถามขึ้น เพราะข้อมูลของทางTSABนั้นมีข้อมูลเกี่ยวกับเขตนอกการดูเเลฝั่งนี้น้อยมาก เเต่ก็มีรายงานมาว่าดาวเคราะห์ที่อยู่นอกระบบนั้นมีอยู่เพียงไม่กี่ดวงเท่านั้น หากเเต่ชิเอะกลับพูดราวกับว่านี่ไม่ใช่มีเพียงเเค่เก้าดวงเท่านั้นที่อยู่เเถวนี้

“อ่อ...ฉันลืมไป พวกคุณมาจากTSABนี่นะ”เด็กสาวมีสีหน้าครุ่นคิด ก่อนที่จะตัดสินใจปรับเปลี่ยนหน้าจอข้อมูลไปยังเเผนที่ดวงดาว ซึ่งมีเส้นเเบ่งเขตระหว่างพื้นที่ของTSABเเละของที่อยู่นอกการดูเเลอย่างชัดเจนด้วยเส้นสีเเดง“ความจริงเเล้วมิติเเละดาวที่อยู่นอกการดูเเลของพวกคุณน่ะมีเป็นนับพันนับล้าน ขนาดพวกเรายังไม่รู้เลยว่ามันกว้างใหญ่เเค่ไหน บางทีอีกจุดหนึ่งของเเผนที่นี้อาจจะมีหน่วยงานที่ใหญ่พอๆกับTSABก็ได้ เเต่เพราะว่าพวกเราอยู่ไกลห่างกันเกินไป ถึงได้ยากที่จะรับรู้ถึงการคงอยู่ของกันเเละกัน อย่างพวกเราS.F.สามารถเดินทางไปไหนมาไหนก็ได้พวกเราเลยได้พบคนจากหน่วยงานอื่นเหมือนกัน จากที่ฉันได้ยินจากที่พวกหัวหน้าพูดๆกันล่ะก็ พวกเขาเคยเจอถึงหกหน่วยงานเชียวล่ะ ฉันไม่รู้หรอกว่าพวกหัวหน้าเดินทางกันไปไกลถึงขนาดไหน เเต่ถ้าเจอถึงหกหน่วยงานล่ะก็ ฉันล่ะไม่อยากคิดเลย เพราะขนาดฉันนี่ยังเคยเจอเเค่หน่วยงานเดียวเอง”

“งั้นคุณก็คงเด็กน่าดูสินะตอนที่เข้ามร่วมS.F.?”

“ฮ่ะ ฮ่ะ ฮายาเตะซังนี่เก่งจัง ฉันน่ะร่วมเป็นสมาชิกของS.F.เมื่อสี่ปีก่อน ตอนนั้นฉันเพิ่งสิบสองเอง สมาชิกของที่นี่ส่วนใหญ่เข้าร่วมกับS.F.ตั้งเเต่อายุน้อยๆเท่านั้นล่ะ อย่างนาโอะนั่นก็ถูกหัวหน้าเลี้ยงมาตั้งเเต่เพิ่งขวบเดียว มีไม่น้อยในกลุ่มพวกเราที่ถูกหัวหน้าเลี้ยงจนโต เเล้วก็มีไม่น้อยเหมือนกันที่ตัดสินใจเข้าร่วมเพราะไม่มีที่ไป...”พูดถึงตรงนี้ เด็กสาวก็ยิ้มเศร้าๆออกมา“พวกคุณคงไม่รู้สินะว่ากลุ่มS.F.น่ะได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มคนที่ถูกดวงดาวทอดทิ้งน่ะ ที่พวกเราเดินทางไปทั่วก็เพราะพวกเราไม่สามารถลงหลักปักฐานที่ไหนได้ ส่วนหนึ่งของพวกเราก็มีคนที่มาจากทางฝั่งเขตดูเเลของTSABเหมือนกัน ฟังดูเเล้วพวกเราอาจจะเหมือนพวกไร้ที่ไป จนต้องมาอยู่ที่S.F. เเต่ความจริงเเล้วฉันไม่คิดว่าจะมีที่อื่นที่ฉันเรียกได้ว่าบ้านนอกจากที่นี่อีกเเล้วล่ะ พวกเราคือครอบครัวใหญ่ๆ ฉันยังไม่อยากคิดเลยว่าถ้าไม่มีหัวหน้าซักคน พวกเราคงจะไม่มีชีวิตยาวนานถึงขนาดนี้หรอก...”

ยังไม่ทันที่ชิเอะนั้นจะพูดจบ หน้าจอติดต่อสื่อสารที่มีระบบทำงานคล้ายๆของทางTSABก็ปรากฏขึ้น พร้อมกับใบน้าของเด็กสาวที่ได้รับการเเนะนำตัวว่าชื่อเซโน อาโออิ

“ชิเอะ รีบไปรวมตัวกันได้เเล้ว เดี๋ยวก็ไปครุอิคไม่ทันกันพอดี เเล้วอย่างลืมพาพวกคุณฮายาเตะกับคนอื่นๆมาด้วยล่ะ!”อาโออิเตือนก่อนจะจบบทสนธนา

“เเห่ะๆ มัวเเต่พร่ามเรื่องอื่น ลืมบอกเลยว่าพวกคุณต้องเข้าร่วมครุอิคกับพวกเรา เพราะนี่ทุกคนที่นี่จะเข้าร่วมกันหมด ส่วนเรื่องยานรบน่ะไม่มีปัญหาหรอก พวกเรามีระบบป้องกันภัยติดตั้งเอาไว้ ถ้าเกิดมีปัญหาอะไรเดี๋ยวระบบวาปข้ามมิติมันจะทำงานของมันเองเเล้วเคลื่อนย้ายไปที่ปลอดภัย พวกเราสามารถใช้อุปกรณ์วาปกลับมาที่นี่ได้เหมือนกัน เห็นเข็มกลัดตรงอกเสื้อไหม หมุนมันทางซ้ายหนึ่งรอบ เเล้วพอไฟสีฟ้าขึ้น พวกคุณก็จะกลับไปอยู่ที่ยานรบของพวกคุณในทันที ถ้าเกิดอยากจะเปิดข่ายเขตเเดนล่ะก็ ให้หมุนมันกลับด้านเเล้วมันจะทำหน้าที่เป็นรีโมตเปิดช่องว่างชั่วคราว ทีนี้เรื่องเดินทางกลับไปอีกด้านนึงก็เป็นเรื่องง่ายเเล้ว ส่วนปุ่มสีเขียวตรงกลางนั้นเอาไว้ติดต่อกับพวกเรา”

“โห่ สะดวกสบายดีเเหะ”วิต้างึมงำ พร้อมกับดวงตาทอประกายระยิบระยับราวกับได้ของเล่นใหม่ ทว่าก็ต้องเลิกคิ้วสูงเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะจากซิกนั่ม ชามัลเเละฮายาเตะ ซึ่งเจ้าคนถูกหัวเราะนั้นได้เเต่ทำหน้าไม่เข้าใจว่าขำอะไรนักหนา

“เอาล่ะ พวกเราไปที่ประตูวาปกันเถอะ”


*********************************


ในชีวิตของเฟทนั้น เธอคิดว่าตัวเองได้เห็นอะไรที่ดูงี่เง่ามาก็เยอะเเล้ว เเต่ไม่อยากเชื่อว่าสิ่งที่เธอเห็นในขณะนี้นั้นจะขึ้นกลายเป็นอันดับหนึ่งในลิสต์เหตุการณ์โคตรงี่เง่าของเธอในทันที ซึ่งดูท่าเเล้วฮายาเตะ ยูโนะ เเละสี่อัศวินเบลก้านั้นคงจะคิดเหมือนกัน หากเเต่จะมีเพียงปฏิกิริยาเท่านั้นล่ะที่แตกต่างกัน เพราะเจ้าเพื่อนสนิทผมน้ำตาลของเธอนั้นยืนตีหน้าอมยิ้มกลั้นเสียงหัวเราะอย่างเเทบเป็นเเทบตาย ส่วนวิต้านั้นดูท่าจะคิดว่าไอ้สิ่งที่เห็นนี้เป็นอะไรที่น่าสนุกสนานสำหรับนำเอาไปฝึกเหล่าเจ้าหน้าที่ฝึกหัด จนขนาดหันไปคุยกับซิกนั่มเรื่องจะลองเอามันไปใช้ด้วย...

ครุอิค...ไอ้ระบบบ้านี่มันสุดๆจริงนั่นล่ะ

หญิงสาวคิดกับตัวเอง นี่เป็นครั้งเเรกที่เธอเห็นเหตุการณ์ที่ทำให้เธอรู้สึกสนอกสนใจเเละยอมสละเวลายืนดูมันในรอบสามปีที่ผ่านมา ซึ่งบัดนี้ร่างของทหารในชุดที่ต่างรูปเเบบเเละสีพากันวิ่งตรงไปตะลุมบอนกันอยู่กลางสนามประลองขนาดใหญ่เเห่งนี้ ภาพที่ปรากฏให้เห็นนั้นราวกับฝูงอีเเร้งที่หิวโหยกำลังรุมทึ้งซากศพเลยทีเดียว...

เเละถ้าถามว่าทำไมเจ้าคนพวกนี้ถึงได้ทำเช่นนั้นก็คงจะเป็นเพราะคีย์การ์ดประจำตัวที่ถูกโยนกระจายในจุดกึ่งกลางของสนามนั่นเอง ซึ่งทหารเหล่านี้จำเป็นต้องวิ่งไปเเย่งตามหาคีย์การ์ดของตนที่ปะปนอยู่กับของคนนับพันนี้ให้ได้ ก่อนจะรีบวิ่งมันไปยังจุดเช็คพอยต์ที่กระจายอยู่รอบๆ ที่มีเจ้าหน้าที่ดูเเลประจำอยู่สองสามคน จุดเช็คพอยต์เหล่านี้จะเเยกเป็นประเภทของภารกิจ ที่ตั้งไปตั้งเเต่ยากง่าย เเถมภารกิจยิ่งยากเท่าไหร่ เงินเดือนของทหารคนที่ได้เข้าร่วมก็จะได้รับเพิ่มมากกว่าเดิมหากประสบความสำเร็จ ซึ่งเเน่ล่ะว่าเมื่อมีเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง ทหารชายหญิงที่เงินเดือนขาดเเคลนนั้นจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะเพิ่มโบนัสให้กับตัวเอง

เฟทนั้นยืนมองตั้งเเต่วินาทีเเรกที่คีย์การ์ดถูกโยนลงพื้น ซึ่งเเน่ล่ะว่าเปอร์เซ็นต์ที่เเต่ล่ะคนจะหาคีย์การ์ดของตนเจอนั้นช่างยากเย็นนัก อย่าเพิ่งไปพูดถึงเลยว่าจะมีใครรอดออกมาจากการตะลุมบอนในครั้งนี้โดยไม่มีการเเขนหักขาหัก รึตาเขียวปากเจ่ออกมาเลย

ท่าจะเจ็บน่าดู...

เธอคิดเมื่อเห็นกระบองเหล็กฟาดกวาดเอาร่างของทหารในชุดหลากสีนั้นปลิวกระจายกันเป็นทิวเเถว ใช่เเล้ว...การตะลุมบอนเเย่งคีย์การ์ดนั้นไม่ใช่เพียงเเค่ใช้มือใช้เท้าเท่านั้น เเต่ยังสามารถใช้อาวุธประจำตัวอีกต่างหาก ซึ่งกองกำลังดังกล่าวนั้นไม่มีเทคโนโลยีเวทย์มนต์เลยเเม้เเต่น้อย มีเพียงเทคโนโลยีเกี่ยวกับเครื่องยนต์กลไกที่มีความก้าวหน้าพอๆกับเวทย์มนต์ของมิดชิลด้าเลยทีเดียว เเละเธอก็คิดว่ามันคงน่าสนใจ หากได้เทคโนโลยีดังกล่าวนี้ไปใช้ร่วมกับเวทย์มนต์ ทว่าเธอก็ต้องสละความสนใจนั้นไป เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ของวิวิโอที่มีเทคโนโลยีหุ่นยนต์ไซบอร์กเข้าร่วม ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นก็บ่งบอกได้ดีว่าหากTSABได้เทคโนโลยีอะไรใหม่ๆไปอีกล่ะก็ คงจะไม่มีเพียงเเค่กำลังอำนาจที่จะเพิ่มขึ้นมา หากเเต่นั่นหมายถึงสงครามด้วยเช่นกัน เพราะถึงอย่างไรพวกกระหายสงครามในหมู่ของบุคคลเเนวหน้าก็มีเยอะเเยะถมเถไป

“ยูกิซัง ถ้าเกิดไม่เป็นไรล่ะก็ ฉันขอถามได้ไหมว่าทำไมพวกคุณถึงต้องเข้าร่วมครุอิคกับคนพวกนี้?”หญิงสาวหันไปถามเจ้าคนผมเเดงที่ยืนกอดอกทำหน้าสะใจสุดๆทุกครั้งที่เห็นเลือดกระเด็นออกมาจากปากของหนึ่งในทหารที่ตะรุมบอนกันอยู่

“เรียกฉันว่านาโอะเฉยๆดีกว่า ได้ยินใครเรียกยูกิเเล้วสยองพิลึก!”นาโอะทำหน้าสะบัดร้อนสะบัดหนาว ก่อนจะตอบคำถาม“ที่พวกเราต้องร่วมครุอิคน่ะเพราะต้องการจะเข้าร่วมภารกิจลับของพวกนี้น่ะสิ มันถือว่าเป็นการสร้างเสริมเงินทุนให้กับพวกเรา เเล้วก็ได้ข้อมูลข่าวสารของพวกนี้ไปด้วยในตัว ยิ่งพวกเราสามารถเข้าไปในหลายๆภารกิจก็ยิ่งดี เดี๋ยวดูฉันนะ ฉันจะเอาคีย์การ์ดมาให้”

น่าเเปลกเหลือเกินที่นาโอะนั้นไม่เเม้เเต่ขยับตัวเดินไปยงใจกลางลาน ทว่ากลับยื่นมือออกไปด้านหน้า ก่อนที่วงเเหวนเวทย์สีเเดงจะปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเด็กสาว ทว่าก็เล็กเสียจนยากที่ใครจะเห็น ทันใดนั้นเองคีย์การ์ดทั้งเก้าใบก็ปรากฏขึ้นในมือนั้น

ดวงตาสีเเดงถึงกับฉายเเววตกใจ เพราะนี่เป็นครั้งเเรกที่เธอเห็นเจ้าหน้าที่ของทางS.F.ใช้เวทย์มนต์ เเถมวงเเหวนเวทย์นั่นยังเป็นวงเเหวนชนิดที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนเลย

“นี่น่ะเป็นเวทย์ที่พวกเราได้รับสืบทอดมาเป็นรุ่นต่อรุ่นในS.F. ฉันไม่รู้หรอกว่าใครเป็นคนคิดค้น เเต่หัวหน้าเป็นคนสอนฉันกับมือเชียวนะ! ในกลุ่มของพวกเราทุกคนใช้ได้ทั้งนั้นล่ะ ฉันคิดว่ามันคงจะมีประสิทธิภาพเหมือนเวทย์ชนิดอื่นๆที่อยู่ในฝั่งของTSAB หัวหน้าบอกว่าถ้าเกิดเป็นไปได้ก็อยากจะสอนเวทย์ชนิดอื่นให้พวกเราเหมือนกัน เเล้วฉันยังได้ยินว่าที่มิดชิลด้ามีคนที่ใช้เวทย์ของสายเบลก้าอยู่ด้วย”นาโอะนั้นมีสีหน้าเหมือนเด็กน้อยที่พยายามอวดครอบครัวของตน ซึ่งนานทีนั้นที่เด็กสาวจะเผยด้านนี้ออกมา เพราะปกติถึงอยู่ตอนหน้าเจ้าคนผู้สอน เจ้าตัวก็มักจะเเสดงว่าไม่รู้สึกขอบคุณเลยเเม้เเต่น้อย ทว่าทุกคนก็รู้ว่านาโอะนั้นรักเเละเทิดทูนหัวหน้าเเห่งกลุ่มS.F.นี้เพียงใด เเละเหตุนั้นก็คงจะเป็นเพราะว่าเด็กสาวได้รับการเลี้ยงดูมาตั้งเเต่ยังเพิ่งเป็นทารก

“วี๊ดวิ๊ว~ นาโอะ เเกนี่น่าจะไปบอกให้หัวหน้าฟังให้ชื่นใจนะเนี่ยว่าเเกโคตรจะมีความเป็นลูกเเหง่มากกว่าคนอื่นน่ะ”

“หุบปากว้อย! ฉันน่ะไม่ใช่ลูกเเหง่ซักหน่อย!!”

“ฮ่ะ ฮ่า! ยอมรับมาเถอะน่าว่าเเกน่ะลูกเเหง่ชัดๆ ไม่ต้องไปอายหรอก เพราะไอ้นิสัยติดหัวหน้าน่ะไม่ใช่มีเเกเเค่คนเดียว เผลอๆพวกเราทั้งหมดมันก็เป็นโรคติดหัวหน้ากันหมดนี่ล่ะ”

พอได้ยินดังนั้น นาโอะก็หน้าเเดงทันใดเเล้วเถียงกลับไปกลับมากับคนอื่นในกลุ่ม

ทางเฟทไม่รู้ตัวเลยว่าตนนั้นยิ้มออกมา รอยยิ้มที่อ่อนโยนที่เธอเคยมีเหมือนก่อนหน้าเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อน... เธอไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเธอรู้สึกอุ่นวาบในใจขึ้นมาชั่วขณะเมื่อเห็นร่องรอยความอ่อนเยาว์เเละไร้มลทินของเด็กสาวผมเเดงคนนี้ ถ้อยคำเเต่ล่ะคำที่อีกฝ่ายเเละคนอื่นๆเล่าถึงบุคคลที่ได้ชื่อว่าหัวหน้านั้นฟังเเล้วเต็มไปด้วยความชื่นชมเเละรักใคร่ ให้ความรู้สึกเหมือนดั่งเด็กน้อยกำลังพูดถึงผู้เป็นบิดามารดา เเม้ขนาดคนที่มีอายุมากที่สุดในกลุ่มก็ยังพูดโดยที่ไม่อายว่าใครคนนั้นเป็นดั่งเเสงสว่างในชีวิต

มันฟังดูเเล้วทำให้เธอคิดถึงเมื่อวันในอดีตของเธอกับนาโนฮะ เธอรักวันเวลาเหล่านั้นที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน วันเวลาที่เชื่อว่าจะไม่มีอะไรเเยกพวกเธอให้ห่างจากกันได้ หากเเต่ก็ไม่น่าเชื่อว่ามันจะสิ้นสุดลงในเวลาอันเเสนสั้นเช่นนี้ นาโนฮะคือเเสงสว่างที่คอยนำทางเธอ เเละปลอบโยนเธอทุกครั้งที่เธอท้อเเท้ เมื่อวันที่อีกฝ่ายได้จากเธอไป ก็ดั่งที่เเสงสว่างดับเเสงลง เหลือเพียงความมืดมิดเท่านั้นที่ดำรงอยู่

ใช่เเล้ว...เหลือเพียงเธอเท่านั้น

เพียงเเค่เธอกับความรู้สึกหนาวเหน็บที่ไร้ที่สิ้นสุดเเละความรู้สึกเจ็บปวดที่หลอกหลอนเธอตลอดเวลา ตั้งเเต่วินาทีที่สูญเสียเเสงสว่างไป มันเหมือนดั่งเธอเดินทางไปทุกหนเเห่งด้วยดวงตาที่มืดบอด ถึงเธออยากจะตามคนรักของเธอไป หากเเต่ก็รู้ดีว่าทำไม่ได้ เพราะความทรมานที่อยู่ในอกเธอนี้คือการลงโทษที่ไม่อาจปกป้องคนสำคัญได้ มันคือสิ่งเดียวที่เธอสามารถลดหย่อนบาปอันเเสนหนักอึ้งนี้ได้

เฟทหลับตาลงก่อนจะเงยหน้าขึ้มองท้องฟ้าสีครามม่วงเบื้องบน เเล้วรำพึงกับตัวเองในใจ

ถ้าเกิดเธอมาเห็นฉันในตอนนี้เธอจะคิดยังไงกันนะนาโนฮะ?
เธอจะรู้ไหมนะว่าฉันคิดถึงเธอเเค่ไหนน่ะ...
จะรู้ไหมว่าฉันทรมานเพียงใด?
ขอร้องล่ะ กลับมาหาฉันเถอะนะ...ได้โปรดเถอะ
ฉันคิดถึงเธอ นาโนฮะ….






TBC...
User avatar
frosttear
LILY
 
Posts: 58
Joined: Wed Jul 29, 2009 10:12 pm

Re: Fanfic AU(Nanoha) When I lost you

Postby GroovyG » Sun Nov 08, 2009 2:10 pm

ได้อ่านสองตอนเลยวุ้ย...คราวที่แล้วพลาด ต้องขออภัยด้วยค่า
แต่แชปนี้...มัน...

"ถ้าเกิดเธอมาเห็นฉันในตอนนี้เธอจะคิดยังไงกันนะนาโนฮะ?
เธอจะรู้ไหมนะว่าฉันคิดถึงเธอเเค่ไหนน่ะ...
จะรู้ไหมว่าฉันทรมานเพียงใด?
ขอร้องล่ะ กลับมาหาฉันเถอะนะ...ได้โปรดเถอะ
ฉันคิดถึงเธอ นาโนฮะ…."

สงสารเฟทจังค่า...สงสารมากมาย...
มามะเฟทจังมาซบอกหนูนี่...จะให้ความอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยได้จากใครเลยค่า
/me โดนนาโนฮะเอา เรทชิ่ง ฮาร์ด ฟาดอย่างไม่ปราณี...แอ๊กกกก...
Status : painful T^T
User avatar
GroovyG
SENPAI
 
Posts: 424
Joined: Tue May 19, 2009 11:17 pm
Location: ~ In my world ~

Re: Fanfic AU(Nanoha) When I lost you

Postby beber » Sun Nov 08, 2009 2:21 pm

อ่านแล้วจะร้องไห้ตามเฟทจัง เฟทจังเข็มแข็งไว้นะค่ะ :cry:

หวังว่าผู้อ่านทุกคนจะยังไม่เบื่อเสียก่อน555+ <<< ไม่เบื่ออยู่แล้วค่ะ จะรอตอนต่อไปของไรเตอร์นะค่ะ ขอบคุณค่ะ :mrgreen:
Image
Image
User avatar
beber
LILY STUDE
 
Posts: 196
Joined: Thu Jan 08, 2009 7:43 pm

Re: Fanfic AU(Nanoha) When I lost you

Postby LightningF » Sun Nov 08, 2009 3:43 pm

สุดยอดเลยค่ะ
ชอบตอนจบสุดๆ
>////<
โอ้ย สงสารเฟทT___T
ไรเตอร์สู้ต่อไปค่ะ
เป็นกำลังใจให้^^
รอต่อนต่อไปค่ะ
Image
Visit my Blog here
User avatar
LightningF
LILY ST
 
Posts: 99
Joined: Mon Dec 22, 2008 11:30 pm

Re: Fanfic AU(Nanoha) When I lost you

Postby shana » Sun Nov 08, 2009 8:18 pm

เฟทจังแสดงออกมากเลยนะ...
น่าร้ากกกกกกกกกกกกกก :mrgreen:
แล้วจะรอนะครับ
ใครซักคนที่คอยอยู่ จะมีจริงมั้ยนะ
User avatar
shana
SENPAI
 
Posts: 418
Joined: Tue Sep 22, 2009 11:09 pm
Location: Strawberry Dorm

Re: Fanfic AU(Nanoha) When I lost you

Postby Qool » Sun Nov 08, 2009 8:37 pm

หัวหน้าเนี่ยจะอายุเท่าไรแล้วนะ เลี้ยงนาโอะมาตั้งแต่หนึ่งขวบ.... :shock:
ใช้เวทย์กันได้ด้วยว้อย!! 55555+! แบบนี้ตอนสู้กันมันส์หยดแน่นอน :twisted:
บ้านนอกแบบนี้บางทีก็ดูเถื่อนๆดีนะขอรับ ครุอิคเหรอ หนุกดีอะ :lol:
อาณาจักรดาวกว้างใหญ่ไพศาลแบบนี้หยั่งกะ star wars แหนะ
รอตอนต่อไปอยู่นะ พยายามเข้าเด้อ :mrgreen:
Image
User avatar
Qool
LILY STU
 
Posts: 107
Joined: Sat Sep 26, 2009 1:55 pm
Location: ที่ชอบที่ชอบ (เอ่อ..อย่าเข้าใจผิดนะ)

Re: Fanfic AU(Nanoha) When I lost you

Postby jingabella » Sun Nov 08, 2009 10:42 pm

รออ่านตอน 3 ต่อค่ะ

สงสารเฟทจังมากมาย อดีตของเฟทจังยังรันทดไม่พอรึค่ะ ถึงได้ให้เฟทจังตองมีเป้นทุกขืจากการสูญเสียนาโนฮะ ฮือๆๆๆ

แต่ก็ชอบอ่านะค่ะ เอ๊ะเอาไงกันแน่เนี๊ยะฉัน -*- " สรุปง่ายๆๆก็คือว่าชอบและแอบหวังลึกๆๆว่านาโนฮะยังไม่ตาย

แล้วก็จะรออ่านตอนต่อไปอีกนะค่ะ
บลา~~~~~บลา 55555
User avatar
jingabella
LILY
 
Posts: 54
Joined: Fri Aug 21, 2009 4:02 am
Location: กำลังมองหาแหล่งกบดานแห่งใหม่อยู่

Re: Fanfic AU(Nanoha) When I lost you

Postby Poruporu » Sun Nov 08, 2009 11:23 pm

อ่านแล้วอยากจะเจอท่าน "หัวหน้า" เร็วๆจัง :D
Poruporu
L
 
Posts: 11
Joined: Mon Mar 23, 2009 12:21 am

Re: Fanfic AU(Nanoha) When I lost you

Postby ssoar » Mon Nov 09, 2009 1:49 am

ไม่อยากเชื่อ! นี่ยังเป็นบทเกริ่นเนื้อเรื่อง... :)

อ่านแล้วสงสารเฟทจัง
สมชื่อเรื่องเลย เริ่มต้นต้องเศร้าได้ใจแบบนี้
ว่าแต่ไรเตอร์รังแกเฟทจัง+รีดเดอร์ได้ :lol:

ปล. เฟทจังสู้ต่อไปนะ...ปาฏิหาริย์แห่งรักกับรีดเดอร์จะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ :D
User avatar
ssoar
LILY STU
 
Posts: 109
Joined: Sun Jun 14, 2009 2:22 pm
Location: สมาคมรักนะชินัทนาโนเฟท

Next

Return to ชมรมวรรณศิลป์ - Literature Club

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests