ห่างหายไปนานกับการลงฟิคชั่นที่นี่ เพราะต้องไปปรับปรุงตัวเองอยู่ค่ะ ฮ่าๆๆ แต่มีเรื่องที่ข้าพเจ้าจะต้องบอกท่านเอาไว้ก่อนนะคะ ว่าเนื้อเรื่องมันอาจจะแปลกออกไป เพราะตัวละครที่หลากหลายขึ้น และมีตัวละครจะการ์ตูนยูริเรื่องอื่นๆมาร่วมแสดงด้วย
และนี่คือ รายชื่อของตัวละครที่ไม่มีอยู่ในไมฮิเมะค่ะ
1. แอน (ฮานะโซโนะ ชิสุมะ)
2. อลิสซ่า (แตกต่างกับอลิสซ่าในไมฮิเมะ เพราะหน้าตาเหมือนกับแอน แค่เปลี่ยนสีผมและสีของดวงตา)
3. ชิสุึคุ ซังโกะ จาก Kampfer
และถ้ามีตัวละครอื่นๆเพิ่มขึ้นมาอีก จะมาบอกท่านผู้อ่านนะคะ
ขอบคุณค่ะ

Chapter 1 : Gourmet.
“อะไรนะคะ..คุณพ่อ.. เรียนทำอาหาร.. ลูกเนี่ยนะ..”
“ใช่..เรียนทำอาหาร.. ลูกฟังไม่ผิดหรอกจ้ะ..ลูกสาว..”
“Oh my god...” What the hell.!!
“Old man.. Old man… Old man….” เสียงพึมพำเบาๆเล็ดลอดผ่านไรฟันขาวออกมา พร้อมดวงตาสีเขียวมรกตที่เป็นประกายของความขุ่นใจ มือเรียวเล็กทั้งสองละจากสิ่งที่จับอยู่ซึ่งถูกเรียกว่า..แฮนด์มอเตอร์ไซด์ ใช่..พาหนะที่เธอใช้เพื่อพาตัวเองมา
...ฉันไปกับเธอด้วยนะ..นัทสึกิ... ความคิดหนึ่งแล่นผ่านเข้ามาในสมอง ขณะเส้นผมยาวสลวยสีน้ำเงินเข้มบนศีรษะของเธอได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระจากอุปกรณ์นิรภัยเพื่อป้องกันอันตรายจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ใช่..หมวกกันน็อค
“ยัยบ้า..โทคิฮะ..” เสียวห้าวบ่นพึมพำขึ้นอีกครั้ง ระหว่างสะบัดศีรษะได้ลักษณะสวยของตัวเองให้เส้นผมสีราตรีได้คลายออกจากการถูกขมวดไว้ภายใต้.. เอ่อ..หมวกกันน็อค ดวงตาสีมรกตเปล่งประกายท้าทายแสงดวงตะวันยามเช้า พร้อมการพาตัวเองออกจากพาหนะคู่ใจสีน้ำเงินเข้มเกือบดำคล้ายสีของเส้นผมของเธอ ร่างบางที่มีความสูงมากกว่า 160 เซนติเมตร ก้าวเดินอย่างมั่นใจ แม้จะรู้สึกประหม่าข้างในใจกับสถานที่ใหม่ในชีวิตของตน ที่ที่เธอไม่เคยจะมีความคิดว่าจะต้องมา.. โรงเรียนสอนทำอาหาร..
“เฮ้อ.....” เสียงถอนหายใจยาวๆดังออกมาจากริมฝีปากบาง เมื่อดวงตาสีมรกตแลเห็นป้ายชื่อของสถานที่แห่งนั้น ชื่อสั้นๆแต่ได้ใจความและมีความหมายดีทีเดียว แต่ฉันไม่ชอบเลย “Gourmet”
ฉัน นัทสึกิ คูกะ อายุ 18 ลูกสาวคนเดียวของเจ้าของโรงแรมชื่อดัง “โซฟิทาร่า เซียร์ส” ถามว่า..ทำไมโรงแรมจึงเป็นชื่อนั้น ตอบได้ทันทีเลยว่า มันมาจากชื่อนามสกุลต่อท้ายจากนามสกุล “คูกะ” ของฉันเอง.. มาจากไหนเหรอ.. ก็มาจาก คู่หมั้นของฉันไง.. พวกคุณฟังไม่ผิดหรอกค่ะ ฉันมีคู่หมั้นแล้ว คู่หมั้นที่ไม่เคยรู้จักหรือแม้แต่จะเห็นหน้า รู้เพียงแต่ว่า..เขาเป็นผู้หญิงค่ะ ใช่ๆ เป็นผู้หญิงสวยและสูงมากๆด้วยค่ะ แปลกใจใช่มั้ยคะว่าทำไม..คู่หมั้นของฉันซึ่งเป็นเด็กผู้หญิง ถึงเป็นผู้หญิงเหมือนกัน ก็ Old man นั่นแหละค่ะ เป็นคนจัดการทำทุกอย่างเอาไว้ ก่อนที่ฉันจะเกิดเสียด้วยซ้ำ คุณพ่อตัวแสบของฉันเองค่ะ ที่ยกลูกสาวคนเดียวของตัวเองให้กับลูกสาวของเพื่อน โดยคงเป็นความตั้งใจตั้งแต่แรกเริ่มของท่านแล้วล่ะค่ะ ที่จะทำแบบนี้กับฉัน ดูได้จากชื่อโรงแรม เป็นต้น มันเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างของฉัน กลายเป็นของเค้าไปหมดแล้ว มันเป็นไปได้ยังไง จนป่านนี้คุณพ่อก็ยังไม่ยอมเฉลยเรื่องนี้เลย แต่ฉันก็คิดว่า..ฉันจะต้องสืบเรื่องให้รู้ให้สักวัน ว่าทำไมชีวิตของฉันถึงจะต้องขึ้นอยู่กับเค้าคนเดียว และที่มากไปกว่านั้น คืออะไรรู้มั้ยคะ คู่หมั้นของฉันเค้าเป็นหนึ่งในเจ้าของของโรงเรียนสอนทำอาหารที่ฉันยืนอยู่ด้านหน้าประตูทางเข้านี่แหละค่ะ โรงเรียนที่ฉันได้รับคำสั่งมาให้ต้องมาเข้าเรียน เพื่อที่จะเป็นผู้บริหารของโรงแรมที่ดีในอนาคต คุณพ่อท่านว่าอย่างนั้นค่ะ และวันนี้ฉันก็อาจจะได้เจอเค้าก็ได้ค่ะ คู่หมั้นของฉัน หนึ่งในสามของเจ้าของโรงเรียน สามสาวที่สวยและมีเสน่ห์ที่สุดในเมืองแห่งนี้ สามสาวตระกูล “เซียร์ส”
“อลิสซ่า เซียร์ส หน้าตาเป็นยังไงนะ ช่างเถอะ เดี๋ยวก็ได้เจอ..” นัทสึกิพึมพำกับตัวเองเป็นครั้งสามของวัน ขณะที่ร่างบางยังคงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าทางเข้าตัวตึกของโรงเรียนแห่งนั้น
“เฮ้..สาวน้อย..”
...เสียงหนึ่งที่ดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบของบรรยากาศยามเช้า เวลาประมาณ เจ็ดนาฬิกา ใช่..เธอมาก่อนได้เวลาเข้าเรียนหลายชั่วโมงเลยทีเดียว ใบหน้าขาวคมหันไปมาซ้ายทีขวาที ขณะที่ร่างบางในชุดไรเดอร์สูทของตัวเองยังยืนอยู่ที่เดิม เพื่อมองหาเจ้าของเสียงนั้น ที่อาจจะไม่ได้กำลังเรียกเธออยู่ก็ได้ แต่มันก็ไม่มีใครที่นี่ นอกจากเธอ
“ก็เธอนั่นแหละ คิดว่าฉันพูดกับใคร..”
...ร่างบางหันหลังกลับมาในทันใด เมื่อเสียงเดิมดังขึ้นอีกครั้ง แต่ดวงตาสีมรกตก็ต้องตกอยู่ในภวังค์อย่างไม่ได้ตั้งใจ เพราะประกายตาอันสดใสสีเขียวน้ำทะเล
“เรียกฉัน..?” นัทสึกิพึมพำเป็นคำถาม พลางใช้นิ้วชี้มาทางตัวเอง ด้วยสีหน้าประหลาดใจและงง แต่ผู้ที่ยืนตัวสูงในท่ากอดอกอย่างคลายๆอยู่ตรงหน้าและเป็นเจ้าของเสียงนุ่มๆนั่น กลับพยักหน้าสวยและขาวราวหิมะต้นฤดูหนาวของเขา เพื่อตอบรับคำถามของเธอ
“ที่นี่มีแค่เธอกับฉันสองคน เธอจะให้ฉันเรียกใครมิทราบจ๊ะ..สาวน้อย..” เจ้าของร่างสูงผู้แปลกหน้า ขยายความคำตอบของเขา พร้อมขยับสองขายาวของเขาก้าวเข้ามาหาเธอ และหยุดยืนอยู่ตรงหน้ากันพอดิบพอดี ดวงตาสีมรกตเบิกค้าง ระหว่างค่อยๆเงยหน้ามองใบหน้าสวยนั้น ที่มันทำให้ต้นคอของเธอต้องปวดในเวลาต่อมาอย่างแน่นอน เพราะเขาสูงมากจริงๆ คงจะมากกว่า 180 cm. แน่ๆ หรือไม่ก็อาจจะถึง สองเมตร คนหรือเสาโทรเลขกันนะ
...สวยและสูง ผิวขาวแบบนี้ หรือว่าจะเป็น......
“เอ่อ.. เอ่อ.. คุณคือ.....” นัทสึกิพยายามเอ่ยถาม แต่เสียงของเธอก็ออกมาได้ยากเย็นนัก อาจเป็นเพราะสายตาของคนตรงหน้าเธอ แต่มันก็อยากรู้เสียจริงๆว่า..เขาเป็นใคร หรืออาจจะเป็นคนที่เธออยากเจอที่สุดในชีวิตคนนั้น
“ฉันชื่อแอน เป็นเจ้าของที่นี่.. เธอจะมาเรียนใช่มั้ย.. เพิ่งเคยมาวันแรกสินะ งั้นตามฉันมา..”
...เสียงจากสาวสวยแปลกหน้าที่ดังขึ้นขัดการจบประโยคของเธอ ทำให้ดวงตาสีมรกตที่เบิกโตอยู่แล้วยิ่งกว้างขึ้นกว่าเดิม แต่มันก็เริ่มจะมีแววของความผิดหวังสอดแทรกเข้ามา เมื่อทบทวนคำบอกกล่าวจากร่างสูงที่หันหลังให้เธอ และพร้อมจะเดินจากไป
...แอนเหรอ.. ไม่ใช่เค้านี่นา.. แต่..เป็นเจ้าของที่นี่เหรอ.. งั้นคนคนนี้ก็จะต้องเป็นหนึ่งในสามคนนั้นสินะ และคู่หมั้นของฉันก็คงจะอยู่ที่นี่แน่ๆ เอาน่า..เดี๋ยวก็ได้เจอกันแล้ว.. นัทสึกิเอ๋ย... ใจเย็นหน่อยสิเธอ...
“เออ..สาวน้อย ฉันลืมไปอย่างหนึ่งล่ะ..” เสียงนุ่มที่อยู่ๆก็ดังขึ้นมาระหว่างการก้าวขาของเธอ กับการที่ร่างสูงนั่นหันกลับมาอย่างกะทันหัน ทำให้เธอหยุดตัวเองไว้ไม่ทัน จนชนเข้าอย่างจังกับตัวของเขา และมันทำให้ตัวทั้งตัวของเธอร้อนผ่าวดุจไฟลน เพราะตำแหน่งของใบหน้าขาวของเธอบังเอิญเข้าไปซุกอยู่ระหว่างอกอุ่นๆนั่น เจ้าของอ้อมแขนที่ประคองตัวเธอไว้ไม่ให้ล้มลง
“เฮ้..สาวน้อย ฉันขอโทษ เธอเป็นอะไรมั้ย..”
...เสียงเดิมนั่นปลุกเธอออกจากภวังค์ นัทสึกิจึงพาร่างบางของตัวเองถอยหลังกลับมา หลุดออกจากอ้อมแขนและตำแหน่งอันตรายกับหัวใจ แต่ก็ต้องแปลกใจกับอาการแปลกประหลาดที่เกิดกับตัวของเธอ หัวใจเต้นแรงดุจกลอง เหมือนมันจะหลุดออกมานอกอกให้ได้เสียเวลานั้น เมื่อเขามองตาเธอ
“ไม่.. ไม่เป็นไร..” เสียงห้าวพึมพำตอบคำถาม พลางยกมือเรียวเล็กขึ้นเกาศีรษะตัวเอง ทำให้ได้เห็นแววตาขบขันออกมาจากคนที่ยืนตัวสูงอยู่ตรงหน้า เสียงหัวเราะน้อยๆจากเขา ทำเอาเธอหน้าแดง ใช่..เหมือนมะเขือเทศสุกเลยทีเดียว
นัทสึกิเริ่มขมวดคิ้วเรียวสีน้ำเงินเข้มของตัวเองอย่างหงุดหงิดใจเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะนั่นดังขึ้น และคนตัวสูงก็ดูท่าว่าจะไม่ยอมเลิกรา มันสนุกอะไรนักหนากันนะ
“หัวเราะอะไรอยู่ได้.. ฉันไม่ใช่ตัวตลกนะ..” เสียงห้าวสะบัดออกไป พร้อมประกายตาอันตรายจากดวงตาสีมรกตที่มองจ้องดวงตาสีเขียวคนละเฉดกับของตัวเอง สีเขียวน้ำทะเล
“โอเคๆ ไม่หัวเราะก็ได้.. แค่ฉันจะบอกกับเธอว่า.. ที่นี่ไม่อนุญาตให้ใส่ชุดแบบนี้มาเรียนหรอกนะ เพราะ....” เสียงเอ่ยตอบจากเขาที่ลดอาการหัวเราะให้เบาบางลงแล้ว กลับทำให้เจ้าของเสียงห้าวใบหน้าร้อนผ่าวยิ่งกว่าที่เป็น เมื่อได้เห็นดวงตาสีเขียวคนละเฉดนั่น มองมาทางร่างของเธอ ศีรษะจรดปลายเท้า และมันก็ทำให้เธอแทบอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ เพราะคนที่หันหลังให้เธออีกครั้ง เติมช่องว่างในประโยคที่เขาเอ่ยออกมาให้เต็ม
“เพราะไรเดอร์สูทนี่น่ะ มันทำให้เธอดูเซ็กซี่มากเกินไปหน่อยนะ..สาวน้อย..”
“เฮ้..นัทสึกิ ทำไมนั่งหน้าบึ้งแบบนี้ล่ะ ยังโกรธคุณพ่ออยู่เหรอ..” เสียงใสๆดังขึ้นข้างหูของเธอ ทำให้คนที่เอาแต่นั่งเหม่อต้องกระพริบดวงตาสีมรกตของตัวเอง แต่คิ้วเรียวสีน้ำเงินเข้มก็ต้องขมวดเข้าหากัน เมื่อเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาไม่ถึงชั่วโมงนั่นย้อนเข้าในสมอง
“ไม่ใช่เรื่องนั้นแล้ว..ยัยโทคิฮะ..” ผู้ถูกถามเปล่งคำตอบกลับมาด้วยข้อความสั้นๆ โดยไม่สนใจจะมองหน้าคนถามและไม่ขยายความหรือเอ่ยเล่าความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกับตัวเอง แม้ว่าเจ้าของดวงตาสีม่วงอ่อนข้างๆจะพยายามชะโงกหน้าใสๆมามองหน้าเธอ
“ไม่ใช่เรื่องนั้น.. แล้วมันเรื่องอะไรล่ะ..”
“อย่ามายุ่งได้มั้ย.. อารมณ์ไม่ดี..”
“โธ่เพื่อนรัก.. ฉันห่วงนะ..”
“โทคิฮะ..!!”
“ก็ได้ๆ ไม่อยากรู้ก็ได้.. ใจร้ายจัง..นัทสึกิ.. ตอนนี้อาจารย์ยังไม่เข้า ยังมีเวลาอยู่แท้ๆเลย.. บอกหน่อยก็ไม่ได้..” เสียงใสๆเอ่ยขึ้นมาพร้อมความพยายามที่ถามซ้ำ ยิ่งทำให้คนถูกถามนิ่วหน้ามากกว่าเดิม แต่ก่อนที่จะเริ่มส่งเสียงห้าวๆที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจของตัวเองออกไป ผู้ที่เดินเข้ามาในห้องที่มีนักเรียนอยู่เต็มไปหมดนั่น ก็ดึงความสนใจไปจากดวงตาสีมรกตของเธอ
“สวัสดีจ้ะสาวๆ.. วันนี้เราจะมาเรียนภาคทฤษฎีกันก่อนนะจ๊ะ แล้วพรุ่งนี้เราจะเข้าครัวกัน..”
Oh my god ! Red eyes..
End Chapter 1.













