ตอนที่ 9 การตัดสินใจบนความเกลียดชังก็แค่งานง่าย ๆ เอาหนังสือใส่ซองกระดาษและยื่นให้กับลูกค้า แต่กลับเป็นเรื่องน่าอายเพราะทุกสายตาที่เดินผ่านหยุดยืนจับจ้องเธอ บางคนหยุดค้างอย่างไม่รู้ตัวหลายอึดใจ บ้างเดินวนกลับมาดูหลายรอบ ที่ให้รู้สึกแย่ยิ่งกว่าคือกลุ่มที่ชี้มาทางเธออยู่ไกล ๆ และซุบซิบ
ณพาภรณ์พยายามคิดว่าสิ่งที่เธอทำมันก็ไม่ต่างกับพริตตี้ตามงานแสดงรถที่ต้อง แต่งตัวเป็นเป้าสายตาดึงความสนใจของผู้คน แต่พอเอาเข้าจริง ๆ แล้วมันมีรายละเอียดที่แตกต่างกันอยู่มาก โดยเฉพาะลักษณะการมองจากสายตาคนอื่น
นิสัยที่ต้องดูดีเสมอกระตุ้นให้เธอเร่งคำนวณถึงสาเหตุการตกเป็นเป้าสายตา ความน่าจะเป็นทั้งหลายถูกตั้งสมมุติฐานในสมอง ทั้งเรื่องใกล้ตัวไกลตัวเรื่องเล็กน้อยหรือความผิดพลาดอย่างที่เธอมานั่งขายหนังสือทำมือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องของชายรักชาย
‘ไม่สิมันรุนแรงกว่านั้น’ ภายในบรรจุลีลาและสีหน้าที่พร้อมจะระเบิดอารมณ์คนอ่านได้
บางที่ภาพของเธออาจจะขึ้นอยู่บนหน้าปกนิตยาสารไฮโซสักเล่ม และคนที่เดินผ่านไปผ่านมาเห็นจำเธอได้ เธอรีบสลัดความคิดแบบนั้นทิ้งไป
เธอก็เด็กผู้หญิงธรรมดาจะสมบูรณ์ได้สักแค่ไหน ตั้งแต่สารภาพกับปะวีราผ่านทางโทรศัพท์เธอก็ตัดสินใจแล้วว่าการทำลายกำแพงที่ล้อมตัวเธออยู่ หากใช้วีธีค่อยเป็นค่อยไปคงไม่มีทางได้ผล เป้าหมายของเธอในเวลานี้คือการพยายามเข้าใจตัวเองว่าปะวีราคืออะไรสำหรับเธอกันแน่มีค่าอยู่ในระดับไหน คำว่าแบ่งทุกข์ปันสุขเป็นคำตอนแรกที่คิดได้
ณภาพรณ์ยิ้มให้ลูกค้าผู้หญิงพลางยื่นถุงกระดาษให้ ความเครียดบังเกิดเมื่อเธอพยายามจับจ้องปฏิกิริยาทุกอย่างของคนที่อยู่ตรง หน้า อ่านอวัจนะภาษาอย่างละเอียดว่าทำไมเธอถึงถูกจับตาจากคนโดนรอบ
“เออ...มีอะไรหรือเปล่าครับ จ้องผมชะขนาดนั้น” ลูกค้าสาวยิ้มสู้สายตาทำเอาณภาพรณ์ต้องกลับมาตั้งสติใหม่ ในฉับพลันทันทีแก้ตัวไม่ถูก ปะวีร่าที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ส่งเสียงหัวเราะคิกก่อนกล่าวอธิบายให้แฟนที่ติดตามผลงานของเธอฟัง
“เค้าเพิ่งคอสครั้งแรกนะ แล้วก็มีแต่คนจ้องเต็มไปหมด คงคิดว่าทำอะไรน่าอายไปหรือเปล่า” ณภาพรณ์หันมองปะวีราอดค้อนด้วยสายตาไม่ได้ ที่รู้ทั้งรู้ว่าเธอกำลังรู้สึกลำบากใจกลับเก็บเงียบไม่ยอมแนะนำอะไร
“อ๋อดีออกครับ” หญิงสาวกล่าว “ที่ทุกคนมองคงเพราะว่าเหมือนเจ้าหญิงอาเรน่าจากในหนังสือการ์ตูนมากกว่าเลยตกใจมองกันใหญ่” หญิงสาวยิ้มบางให้กำลังใจก่อนโค้มตัวเดินถอยไปทางอื่น ในขณะที่ณพาภรณ์ได้แต่สงสัยว่าอะไรคือเจ้าหญิงอาเรน่า
“แปลกจังนะพี่คนนั้น”
“ที่พูดครับ ๆ ผม ๆ นะเหรอ”
“ดูการแต่งตัวไม่น่าจะเป็นทอม...”
“แล้วอย่างณองละเธอว่าแปลกหรือเปล่า ตานั้นแต่งตัวเป็นเมดสาวไปเดินเฉิดฉายอยู่นอกอาคาร”
“ของครูเดชานนคงกลัวนักเรียนจำได้...” ณพาภรณ์กล่าวมาก็ส่ายศีรษะตอบตัวเอง ผู้ชายอย่างเดชานนเป็นคนที่จริงจังและเปิดเผย อย่างตอนที่พบนัดเธอไปคุยที่ร้านเค้กถามเหตุผลว่าทำไมถึงต้องทำเป็นคนอื่นเพื่อติดต่อกับปะวีรา ท่าทางแบบนั้นเห็นชัดว่าเขาพร้อมจะปกป้องปะวีราเสมอถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากล โดยไม่กลัวเรื่องครหาความสัมพันธ์ของครูกับนักเรียน
“ของพี่สาวคนตะกี้คงรู้สึกพูดครับแล้วสะดวกกว่าพูดคะขา ของเดชานนเขาบอกว่าถ้าคอสเป็นตัวละครหญิงสะดวกกว่าคอสเป็นผู้ชาย”
“สะดวกกว่าตรงไหน ฉันเห็นเขามานั่งตบแป้งเขียนคิ้วปัดมาสคาร่าแต่งหน้าเป็นชั่วโมงเลยนะ”
“สะดวกใจน่ะ” ปะวีราขยายความ ก่อนพูดคุยกับลูกค้าที่เข้ามาดูที่แผง ณพาภรณ์มีโอกาสคิดตามเล็กน้อย...
******
ตอนเที่ยงลิปิการ์นำข้าวกล่องโฟมมาส่งพร้อมกับรายงานข่าวชิ้นหนึ่ง
“ครูเดชานนนั่งคุยกับสาวสวยที่ร้านกาแฟทางเข้าตึก ท่าทางอารมณ์ดีเชียวละ วีรู้หรือเปล่าว่าใครนะ” ปะวีรารูดยางรัดกล่องข้าวออก เปิดมองไก่กระเทียมกระจุกหนึ่งก่อนงัดช้อนพลาสติกออกมาจากกองข้าวสวย
“ป้าแกยิ่งทำยิ่งให้น้อยไก่เหลือเจ็ดชิ้น ไม่เข้าใจเด็กกำลังโตเลย”
“เด็กผู้หญิงอายุประมาณ ๑๖ ก็ไม่สูงขึ้นแล้วละ” ณภาพรณ์เสริมขณะมองข้าวกล่องโฟมอย่างชั่งใจ เกิดมาเธอไม่เคยกินอะไรแบบนี้มาก่อน ลิปิการ์ตบมือเรียกร้องความสนใจ
“เดี๋ยวก่อนสนใจฉันหน่อยสิ ฉันต้องเอาเรื่องนี้ไปตอบคำถามพวกแฟนคลับครูที่เกาะติดสถานการณ์อยู่นะ”
“หน้าตาเป็นยังไงนะ” ปะวีราเงยหน้าขึ้นจากกล่องโฟมตั้งใจฟังคำตอบ
“สวยแล้วแต่งตัวดี”
“ขอคำขยายความหน่อยเธอเป็นนักเขียนไม่ใช่เหรอ เอาใหม่ ๆ”
“ผมสั้นประบ่าโครงหน้ารูปไข่ตาค่อนข้างเล็ก จมูกปากแก้มแต่งหน้าดูดีไปหมด รูปร่างเล็กบางแต่งตัวมีสไตล์เป็นสูทผ้าสีเข้มฟิตกับสัดส่วนร่างกายกระโปรงทรงกระบอกสั้นเหนือเข่านั่งไข่วห้างโชว์เรียวขาสวยหุ้มด้วยถุงน่องสีอ่อน สะพายกระเป๋าถือมียี่ห้อของฝรังเศส ใช้น้ำหอมกลิ่นค่อนข้างจะสดชื่นหอมหวานเหมือนไอศกรีมวนิลา โดยรวมฉันคิดว่าน่าจะเป็นคนที่มีฐานะดีมากทีเดียว”
“อ๋อนี่เธอเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมเลยเหรอ”
“ฉันเป่ายิ้งฉุบแพ้นะสิ”
“แล้วสองคนนั้นคุยอะไรกัน” ปะวีราสลับมือบนโต๊ะนั่งตัวตรงอย่างสนใจ
“พอเห็นว่าฉันเข้าใกล้สองคนนั้นก็ส่งภาษาฝรั่งเศสกัน” ปะวีราหันมองณพาภรณ์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ส่งสายตาถามความเห็น สาวผมน้ำเงินในชุดกระโปรงคอสเพล์ยสีแดงขลิบดำพยักหน้ารับ
“คงจะเป็นน้าสาวของฉัน” คำตอบทำเอาลิปิการ์ร้องตกใจเสียงหลง สองมือรีบยกขึ้นปิดปากตัวเอง ปะวีรายิ้มส่ายศีรษะ
“สองคนนั้นเค้าเป็นเพื่อนกัน”
“แต่สีหน้าของครูเดชานนดูดีใจมากนะ ถึงจะแต่งตัวเป็นผู้หญิงแต่แววตามันออกมาหมดเลยว่า คนที่นั่งอยู่ด้วยเป็นคนพิเศษมาก ๆ”
“ใช่สิผู้ชายผู้หญิงที่สามารถนอนกอดกันได้โดยไม่คิดถึงเรื่องเพศน่าจะเป็น คนพิเศษขนาดไหน” ปะวีราปรายสายตาไปทางณภาพรณ์ดูปฏิกิริยาของเพื่อนสาวที่แสดงสีหน้าตื่นตกใจ ออกมาอย่างชัดเจนแต่ก็เก็บอาการอย่างรวดเร็วหยิบช้อนพลาสติกตักข้าวไก่ กระเทียมลองรับประทานดู ส่วนทางลิปิการ์ยื่นนิ่งค้างไปพักใหญ่ก่อนมีคำถาม
“นอนกอดกัน... หรือไม่ก็ครูเดชานนจะเป็นเกย์?”...
******
“แล้วไงวี ...หวังว่าเธอคงปรับความเข้าใจให้ฉันนะ” เดชานนท้าวเอวถามในชุดกระโปรงเมดโกธิกหรูหราด้วยลูกไม้ประดับ
“ถึงจะบอกว่านายเป็นผู้ชายปรกติแต่ดูเหมือนลิปเองจะจิตนาการถึงนิยายที่มีพล๊อตประมาณหญิงสาวกับเพื่อนสนิทที่เป็นกระเทย หรืออะไรแถว ๆ นั้นไปเรียบร้อยแล้วละ” ปะวีรารวบกระดาษแข็งที่พิมพ์โฆษณาหน้าปกหนังสือเข้าถุงพลาสติกส่งให้เดชานนนำเก็บรวมใส่ตะกร้า ชายหนุ่มในชุดเมดปั้นหน้ายุ่ง
“แล้วน้ามุกมาทำอะไรคะครูเดชานน” ณภาพรณ์จ้องชายหนุ่มน้ำกล่าวเสียงกระด้าง
“ก็ถามเรื่องของเธอนะว่ามีปฏิกิริยาเป็นยังไงบ้างโดนจับแต่งตัวแบบนี้” ณภาพรณ์ทำท่าจะเปิดปากแต่ก็เงียบไว้ทำเป็นไม่สนใจรวบข้าวของเก็บ
“แล้วนายตอบไปว่ายังไงณอง” ปะวีราถามแทน
“ดูเหมือนจะชอบมาก”
“เหรอคะ?” ณภาพรณ์เชิดเสียงสูงใส่ทันที “ถ้าให้หนูแต่งคนเดียวไม่มีทางหรอกคะ” ณภาพรณ์กล่าวเสียงเด็ดขาด เดชานนยิ้มบนความรู้สึกขำขันต่อปฏิกิริยาของเด็กสาว
“มุกมาเจอเพื่อนนะ จริง ๆ เราก็คุยกันหลายเรื่องนะแต่เรื่องที่วีล่าโดนก่อกวน ดูจะเป็นเรื่องที่มุกสนใจที่สุด” เดชานนหันมองปะวีรา “มุกมันเดาว่าถ้าถามเธอตรง ๆ คงไม่บอกรายละเอียดก็เลยมาถามฉันแทน”
“เรื่องเด็ก ๆ ฉันไม่สนใจหรอก” ปะวีราสะบัดมือทำท่าไล่ไปไกล ๆ พลางเร่งเก็บข้าวของ
“ถ้ามันเป็นเรื่องเด็ก ๆ จริงก็ดีสิ ข้าวของจนถึงสมุดการบ้านเธอหายไปหลายชิ้นแล้วไม่ใช่เหรอ”
“เรื่องเล็ก ๆ ณองไม่ต้องมาสนใจหรอก” ปะวีราทำเสียงแข็งตาดุใส่ทำท่าจะกระโดดกัด เดชานนยกสองมือยอมแพ้ ณพาภรณ์ก็คิดถึงช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีความพยายามทำลายบอร์ดบนระเบียงทางเดินหลายครั้ง พอไม่ประสบความสำเร็จการจู่โจมก็ชัดเจนขึ้นโดยมุ่งเป้าไปยังปะวีรา ณพาภรณ์คิดว่าตอนนี้เหมาะสำหรับการพูดเรื่องนี้
“แต่ทั้งที่รู้ว่าใครเป็นคนทำแล้ว ยังจะปล่อยเอาไวแบบนี้อีกเหรอ”
“ก็แค่เดาแต่ความเป็นจริงมันอาจจะไม่ใช่ก็ได้นะ”
“แต่หลักฐานก็มี...” ณภาพรณ์ไม่ทันได้พูดต่อปะวีราก็เอื่อมมือมาจับที่ไหล่ของเธอ
“ความจริงที่เรามีแค่หนึ่งหรือสองแต่ในช่องว่างพวกนั้นอาจจะมีความจริงอีกหกเจ็กแปด หรือเป็นร้อยเป็นพันแทรกอยู่ ดังนั้นนะ... ฉันเลือกที่จะอยู่นิ่ง ๆ ไม่โต้ตอบอะไรดีกว่า” ปะวีรายิ้มหวานให้เพื่อนสาวเหมือนรู้ถึงจุดอ่อนของณภาพรณ์ การพูดถึงเรื่องนี้จึงจำเป็นต้องยุติลง
******
พวกเพื่อนชาวคอสฯของปะวีรามาชวนเธอไปถ่ายรูป พร้อมกับณภาพรณ์ซึ่งเธอก็มีข้ออ้างมากมายที่จะปฏิเสธ แต่หวั่นเพียงหนึ่งยิ้มของเพื่อนสาวที่ทำให้เธอคล่อยตาม ดังนั้นจึงกล่าวอย่างตรงไปตรงมาปฏิเสธว่าเธอเหนื่อยมากอยากจะพักผ่อนและภาวนาในใจว่าปะวีราจะไม่พยายามชวนเธอไป
ปะวีรายิ้มพยักหน้าให้ก่อนไปกับกลุ่มคอสเพลยเยอร์และตากล้อง ที่นี่ปะวีรามีเพื่อนมากมายเธอเป็นคนดัง ที่เดินไปไหนใคร ๆ ก็ทักทายถามถึงผลงาน แต่กลับเป็นโลกที่ณภาภรณ์ไม่ค่อยเข้าใจนัก
“ผมคิดว่าเธอจะตามปะวีราไปถ่ายรูปด้วยเสียอีก” เสียงเดชานนกล่าวน้ำเสียงฟังดูชวนทะเลาะท้าทาย ณภาพรณ์หันกลับไปพบเขาแต่งตัวในชุดเชิ้ตกางเกงขายาวตามปรกติ กลับเป็นชายหนุ่มหล่อสำอางที่น่าดึงดูดใจ โดยเฉพาะรอยยิ้มและแววตาให้ความรู้สึกอบอุ่นปลอบใจขัดแย้งกับน้ำเสียงในครั้งแรก
“ค่ะอยากตามไป แต่คงต้องครั้งหน้า ถ้าไม่ไหวก็ครั้งต่อไป ต่อไปและต่อไป” ณภาพรณ์คิดว่ามันเป็นคำพูดที่น่าหัวเราะ เดชานนพยักหน้ารับคำของเด็กสาว ในอึดใจนั้นลักษณะของชายหนุ่มคล้ายถูกกดทับด้วยความอ้างว้าง เขามองเห็นภาพของปะวีราและณภาพรณ์ยืนเคียงข้างกันเด่นชัดขึ้น
“ตกลงเธอมีหลักฐานเหรอว่าใครเป็นคนก่อกวนยายนั้น”
“ค่ะ เป็นเพื่อนร่วมห้อง ก่อนหน้านี้มีความขัดแย้งตอนแบ่งกลุ่มทำรายงานวิชาเคมี จริง ๆ แล้วหนูคิดว่าครูเดชานนก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยนะคะ”
“ผม...”
“เพราะปะวีราใกล้ชิดกลับครูมาก บางคนที่ชอบครูเดชานนอาจจะอิจฉาแล้วก็ตัดสินใจทำอะไรเพื่อระบายความรู้สึก...คับแค้น” ณภาพรณ์ยืนประสานมือทั้งสองไว้ด้านหน้า เธอคิดไปไกลกว่าที่พูดออกมา
“จะบอกว่าสาเหตุมาจากเรื่องชู้สาวเหรอ” เดชานนหรี่ตาลงความตึงเครียดถูกแสดงผ่านสีหน้า “ผมระวังมากนะตอนอยู่ที่โรงเรียน ถึงอาจจะดูว่าผมกับวีล่าสนิทกัน แต่มันก็ไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่าบทพูดให้เอาจริงเอาจังกับการเขียนการ์ตูนหรือวาดภาพ” เดชานนยกมือขึ้นลูบใบหน้าถูหน้าผากท่าทางของครูหนุ่มสะท้อนความรู้สึกที่ให้กับปะวีราจนณภาพรณ์รู้สึกเจ็บลึกภายในหัวใจ
“ทำสีหน้าเจ็บปวดได้ขนาดนี้เชียวเหรอคะ” เดชานนเงยหน้ายิ้มสู้สายตาของณภาพรณ์ที่มองมาด้วยความอิจฉา
“ผมแค่เผลอแสดงมันออกมา ถ้าเธอจะถอดหน้ากากออกบ้าง... มันก็คงจะออกมาจากใจเอง” ฟังดูเหมือนเป็นประชดประชัน แต่น้ำเสียงอ่อนโยนกับรอยยิ้มนั้นสัมผัสได้ถึงสิ่งที่หลั่งไหลออกมาจากส่วนลึกของเดชานน
ครูหนุ่มเอื้อมือยกขึ้นสัมผัสศีรษะเด็กสาว
“เอาละไปเปลียนเสื้อผ้าเถอะ เดี๋ยวผมช่วยล้างเครื่องสำอางให้”
“ค่ะ แต่หนูจัดการเองได้” เด็กสาวกล่าวเสียงแข็งแสดงความรู้สึกต่อต้าน เดชานนรีบหันกลับมามองสีหน้าคู่สนทนา
“ห้องเสื้อด้านบนของเพื่อนผม อย่างน้อยเราก็ไม่ต้องวุ่นวายเปลี่ยนชุดในห้องน้ำแบบคนอื่น” เดชานนพูดตัดบท
สำหรับณภาพรณ์นี่เป็นเรื่องน่าโมโหเธอพยายามแสดงสีหน้าปฏิเสธเดชานน แต่เหมือนว่าเขาจะไม่รู้สึกอะไรกับการประกาศไม่ญาติดีของเธอ
******
เมื่อณภาพรณ์เดินออกมาจากห้องลองเสื้อที่ใช้ในการเปลี่ยนเสื้อผ้าก็พบกับน้ามุกของเธอนั่งรออยู่ด้านนอก คุยกับเจ้าของห้องเสื้อท่าทางกระตุ้งกระติ้งอย่างออกรส ก่อนหันมองทางเธอและรีบก้มดูนาฬิกาข้อมือ
“ฉันไปก่อนนะ แล้ววันหลังจะมาอุดหนุนจ้ะ” หญิงสาวผลุดลุกขึ้นจากเบาะหนังสีแดงสด เจ้าของร้านลุกขึ้นตาม โฆษณาสินค้าในร้านพร้อมเสนอส่วนลดให้อย่างรวดเร็ว ณภาพรณ์พอจะเดาเรื่องราวได้ไม่ยาก น้ามุกคงจะรับเธอกลับไปบ้านพร้อมกัน
“ครูเดชานนละคะ” ณภาพรณ์หันหารอบตัว น้ามุกหันหาเจ้าของห้องเสื้อส่งสายตาถาม เขา(หรือเธอ)โบกมือ เชิดหน้างอนไม่อยากสนใจ
“แหม...คิดดูสินาน ๆ ฉันจะได้กลับมาจากฝรั่งเศส เจอกันทั้งทีแทนที่จะพูดคุยกันนานหน่อย พอยายวีล่าโทรมามันสะบัดก้นหนีฉันไปรับใช้เจ้าหญิงของมันเลย ทำไมน้าทำไมฉันไม่เห็นมีผู้ชายหล่อ ๆ มาเอาใจแบบนี้บ้าง”
“ฉันจำได้ว่าณองไม่ใช่สเป็กเธอนะ”
“เบื่อหล่อล่ำแล้วละยะ”
“แล้วณองชวนเธอหรือยังเรื่องคืนนี้”
“จ้ะ ตากีร้าผับ ๔ ทุ่ม”
“แล้วเจอกัน” น้าสาวส่งสายตาเรียกหลานซึ่งกำลังประกอบเรื่องราวอยู่ในเดินตามออกมาจากร้าน ณภาพรณ์ไม่ถามอะไรมากแต่ติดใจอยู่เรื่องหนึ่ง
“น้ามุกนัดกับครูเดชานนเหรอคะ”
“อืม หรือฟ้าสนใจจะไปกับน้า”
“เปล่าค่ะ... หนูจะไปที่อย่างนั้นได้ยังไงคะ เพียงแต่...” ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะชักจูงให้น้าสาวของเธอเปลี่ยนใจ เพียงแค่รู้สึกไม่ชอบใจเธอนึกภาพของครูหนุ่มที่พยายามยิ้มโปรยเสน่ห์ใส่น้าสาวของเธอออกชัดเจน
“ตอนอยู่ฝรั่งเศสน้ามุกกับครูเดชานนนี่... เป็นอะไรกันคะ”
“รูมเมท” น้าสาวตอบทันที
“อยู่กันหลายคน?”
“เปล่าอยู่กัน ๒ คน”
“ครูเดชานน เป็นเกย์?”
“เปล่าหมอนั้นผู้ชายเต็มตัว” คำตอบของน้าสาวทำเอาหลานสาวมึนตึบไม่รู้จะสร้างข้ออ้างอะไรให้กับน้าของเธอในการอยู่กับผู้ชายตอนไปเรียนฝรั่งเศส “ฟ้าว่าณองหล่อไม่พอให้ผู้หญิงสักคนอยากอยู่ร่วมห้องเลยเหรอ” น้าสาวหัวเราะในลำคอขำท่าทางหวงของรักของณภาพรณ์
“หนูพอเห็นภาพค่ะว่าถ้าครูเดชานนจีบสาวคงไม่ยากเย็นอะไร แต่ว่าน้ามุกนี่ไม่ใช่คนที่จะเป็นแบบนั้น” หลานสาวกล่าวอย่างมั่นใจ
“ฟ้าเชื่อมั่นน้าเกินไปแล้ว” น้าสาวหันกลับมาส่งยิ้มท้าทาย ดูสีหน้าหลานสาวที่เดินตามหลังมาไม่ห่าง
“หนูเชื่อนิคะ”
“ณองเป็นสุภาพบุรุษ” น้าสาวเฉลยเหตุผลก่อนหันกลับไป ณภาพรณ์รู้สึกจุดที่ลำคอไม่มีคำพูดจะกล่าวแย้ง ทบทวนถึงความจริงที่ว่าผู้ชายแบบนั้นอยู่เคียงข้างกับเพื่อนเธอ เขาแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเขารักปะวีรา
“ครูเดชานนกับปะวีราเคยเป็นแฟนกัน...เหรอคะน้ามุก”
“ใช่แต่ถ้าอยากรู้ว่าทำไมต้องเลิกกัน ลองถามปะวีราดูสิ น้าเชื่อว่าเธอจะตอบฟ้า แต่น้าอยากให้ฟ้าคิดว่าเรื่องตรงนั้นมีความสำคัญกับฟ้าขนาดไหนก่อนถาม”
“แบบนั้นก็คงถามไม่ได้หรอกคะ มันก็แค่ความอยากรู้” ณภาพรณ์เดินก้มหน้าใช้ความคิด
“ไปกินขนมกันฟ้า โรงแรมใกล้ ๆ นี้มีร้านอร่อยอยู่” รอยยิ้มของน้าสาวทำให้เธอต้องยิ้มตอบอย่างไม่มีทางเลือกเพื่อปิดบังความรู้สึกซับซ้อนบนใบหน้า
ในความรู้สึกหนึ่งปะวีรากับเดชานนหากเป็นแฟนกันก็เป็นคู่ที่ดูดี อาจจะแปลก ๆ อยู่บ้างที่เป็นครูกับนักเรียน แต่หลาย ๆ อย่างก็แสดงให้เห็นชัดว่าเดชานนชอบปะวีราจริง ถึงเธอจะชอบปะวีราแต่ความรู้สึกต้องแย่งชิงยังไม่รุนแรงพอ
สิ่งที่ทำให้เป็นแบบนั้นคือองค์ประกอบของเธอบีบบังคับให้ผูกพันกับปะวีราได้แค่ความเป็นเพื่อน เธอก็นึกภาพตัวเองไม่ออกว่าความรักของเธอกับปะวีราจะออกมาเป็นอย่างไร ถ้ามันต้องเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาคงคล้ายกับนกที่บินในสภาพไร้แรงโน้มถ่วงไม่เข้าใจว่ากำลังบินอยู่ล่องลอยหรือร่วงหล่นกันแน่
******
จิตแพทย์สาวเดินควงกุญแจรถของตนไปที่ลานจอดรถชั้นบนของอาคารห้างสรรพสินค้าก่อนกดปุ่มปลดล๊อกและสัญญาณกันขโมย ความเงียบสงัดทำให้ณภาพรณ์รู้สึกถึงบางสิ่งที่คมกริบ กรีดเนื้อตัวเธอขณะเดินไปอย่างบอกไม่ถูก
“แถวนี้น่ากลัวจังค่ะน้ามุก” เด็กสาวผมหางม้าก้าวเท้าประชิดใกล้ ผู้เป็นน้ายิ้มปลอบใจ
“ฟ้าแค่แขยงกับเพดานต่ำ ๆ เท่านั้นเองมั้ง ขึ้นรถเถอะน้าเองก็หิวท้องกิ่วแล้ว” ณภาพรณ์หันซ้ายหันขวาก่อนผละจากน้าสาวของตนอ้อมไปยังประตูอีกด้านหนึ่ง ปลายหางตาเธอเห็นใครบางคนกำลังจับจ้องมาทางพวกเธอแต่เมื่อหันไปก็ไม่พบอะไร
ณภาพรณ์รู้สึกแย่ขึ้นมาทันที รีบเปิดประตูกระโดดขึ้นรถล๊อกเข็มขัดฯ เธอหอบหายใจแรงอย่างไม่รู้ตัว น้าสาวรีบหันไปปลอบใจ
“กลางวันแสก ๆ แบบนี้ไม่มีผีหรอกฟ้า” เด็กสาวพยักหน้าตอบรับ น้าสาวของเธอเข้าใจความหมาย สตาร์ทรถออกไป “น่าจะให้ฟ้าไปรอที่ทางออกเหมือนทุกทีนะ” ณภาพรณ์ไม่กล่าวโต้ตอบอะไร เพดานเตี้ย ๆ ที่ทอดยาวออกไปให้ความรู้สึกไม่ค่อยดีกับเธอนัก จะว่าเป็นโรคกลัวที่แคบก็ไม่ใช่เพราะลิฟท์หรือรถยนตร์เธอก็ใช้ได้ตามปรกติ ในวูบหนึ่งเธอรู้สึกถึงบางอย่างที่เฉียบคมตวัดผ่านลำคอ เป็นสัมผัสที่แปลก หนาวเย็นจนแทบอยากจะกรีดร้องหรือเข้าไปกอดใครสักคนเพื่อให้แน่ใจว่าจะปลอดภัย
ณภาพรณ์รีบทบทวนเธอเห็นอะไรเมื่อครู่หรือเปล่า เด็กสาวในชุดสีดำยืนจ้องมองพวกเธอขณะที่รถกำลังแล่นผ่านแววตาเธอหวาดหวั่นแต่รอยยิ้มนั้นเหมือนกำลังรอดูหายนะที่กำลังเกิดขึ้น
“น้ามุกหยุดรถก่อนค่ะ”
“หือ” แม้จะสงสัยแต่จิตแพทย์สาวก็รีบเหยียบคลัชแตะเบรคอย่างรวดเร็วและต้องใจหายเมื่อรถไม่หยุดตามคำสั่ง ความรู้สึกประหนึ่งประตูนรกเปิดอ้าออกเด่นชัดขึ้น
รถแล่นต่อไปโดยใช้แรงเฉื่อยลงไปตามทางลาดสู่ชั้นล่าง หญิงสาวยกเท้าจากคันเบรคปลดคลัชใช้แรงฉุดของเกียร์ต่ำลดความเร็วรถที่กำลังไหลลงไป หลานสาวที่นั่งอยู่ด้านข้างรู้สึกถึงความผิดปรกติถามน้าสาวที่ปั้นหน้าใช้สมาธิอย่างเคร่งเครียดด้วยสายตา
“เบรคเราไม่ทำงาน” น้าสาวหันมายิ้มให้วูบหนึ่ง การที่รถเคลื่อนไปอย่างช้า ๆ บอกชัดว่าเธอสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ แต่ในเวลานั้นรถทั้งคันก็เหมือนถูกกระชากไปด้านหน้าอย่างรุนแรง พร้อมเสียงกระแทกดังตึงจากด้านหลัง
มีรถอีกคันตามมา
จิตแพทย์สาวกระชากเบรคมือขึ้นทันทีแต่ตัวรถไม่อยู่ในสภาพที่แรงฉุดของล้อจะช่วยอะไรได้ รถพุ่งลงไปกระแทกเข้ากับเสาขนาดใหญ่ของตัวอาคาร เบาะลมนิรภัยกางออกป้องกันผู้โดยสารด้านหน้า ในอึดใจนั้นเหมือนทุกอย่างหยุดลง สติของณพาภรณ์ดับวูบไปช่วงหนึ่ง
ณพาภรณ์ลืมตาขึ้นหน้าชาและมึนตึบจากเบาะลมที่พองกระแทกใบหน้า น้าสาวของเธอดูเหมือนจะยังไม่ได้สติ ภาพของเด็กสาวที่เธอเห็นในช่วงสุดท้ายเด่นชัดขึ้นในความคิด เพื่อนร่วมห้องของเธอเด็กสาวผมเปียที่เคยมีเรื่องกับปะวีราตอนจัดกลุ่มวิชาเคมี...
จบตอนที่ 9 การตัดสินใจบนความเกลียดชัง Link “Call” บน
Google docs http://docs.google.com/View?id=dd5rjc77_19hd3bm8vmขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นครับ