[แปล] Marimite Main Story : Kibara Panic บทที่ 2 จ้า

แฟนฟิคชั่น นิยายแต่งเอง เชิญทางนี้เลยจ้า
Post your Fanfictons , Original Fictions.

Moderators: UsaSama, aor-chan, YuriGray

Forum rules
• ห้ามคัดลอก หรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งของผลงานผู้อื่นมาลง โดยไม่ขออนุญาตเจ้าของก่อน กรณีที่เป็นฟิคแปล ควรลงเครดิตเจ้าของผลงานให้เรียบร้อยด้วย
• ไม่อนุญาตให้ลงฟิคชั่นเรทเกินที่กำหนดไว้โดยเด็ดขาด (อ่านรายละเอียดที่นี่)
• หากพบฟิคชั้นที่มีเนื้อหาไม่เหมาสม หรือไม่แน่ใจว่าสามารถนำมาลงได้หรือไม่ ให้ pm หาสตาฟ และแจ้งมาที่ กระทู้นี้
• แฟนฟิคชั่นที่มีการ Spoil เนื้อหาสำคัญของเรื่องนั้นๆ ต้องใส่คำเตือนไว้ที่หัวข้อกระทู้ หรือก่อนลงเนื้อเรื่องด้วย
• มีมารยาทในการโพสท์ การวิจารณ์ และไม่ใช้ภาษาวิบัติ

ตั้งกระทู้ Fiction อย่างไรให้เป็นระเบียบและเข้าใจง่าย?

กฎระเบียบของเว็บ Lily-School | มารยาทในการใช้เว็บบอร์ด | การใส่ Signature และ Avatar
ถาม-ตอบ เกี่ยวกับการใช้บอร์ด | วิธีการใช้ BBcode | บทความดี ๆ เกี่ยวกับการใช้งานและมารยาท

Re: [แปล] Marimite : "San" tsuke Mondai (เรื่องสั้นของสามสาว)

Postby DarkNeon » Sat Feb 28, 2009 12:55 am

Image

อันนี้มาจากเล่ม Margaret ni Ribbon ค่ะ เป็นเรื่องราวการทำของขวัญไวท์เดย์ของยูมิ ชิมาโกะ โยชิโนะ เรื่องราวเป็นแบบเนื้อหาหลักกระตึ๋งนึง แล้วเอาเรื่องสั้นมาคั่น แล้วเข้าเนื้อหาหลักต่ออีกกระตึ๋ง เอาเรื่องสั้นมาคั่นอีก เป็นงี้ยันจบเล่ม...เรื่องสั้นในเล่มก็มีทั้งเรื่องที่แต่งใหม่ กับที่ อ.เคยแต่งลงนิตยสารโคบอลต์ ที่เราแปลมาลงนี้เป็นเรื่องสั้นนะคะ สามสาวจะพูดถึงตอนได้อยู่กันสามคน ^^

ช่วงเวลาน่าจะเป็นช่วงคาบเกี่ยวตอน OVA จนถึงก่อนอาร์คยูมิ-โทโกะ(เห็นบอกฤดูร้อน ไม่็ก็ใบไม้ร่วง)


- 「さん」付け問題 -

- "San" Tsuke Mondai -

- ประเด็นของการต่อท้ายด้วย "ซัง" -



จำได้ไม่ค่อยแน่ชัดว่าเรื่องเกิดขึ้นในช่วงหมดฤดูร้อน หรือระหว่างฤดูใบไม้ร่วง แต่มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนที่มีแค่ชิมาโกะซัง โยชิโนะซังและฉันอยู่ด้วยกันสามคนที่เรือนกุหลาบ อีกทั้งยังจำไม่ได้ด้วยว่าเพราะอะไรถึงคุยกันเรื่องนั้น คิดว่าจุดเริ่มต้นอาจมาจากการที่มีเพื่อนร่วมห้องของใครสักคนมาถามว่าเหตุใดพวกเรานักเรียนชั้นปี 2 สามคนในครอบครัวกุหลาบ จึงเรียกกันเองในกลุ่มโดยมี "-ซัง" ต่อท้าย

"จะว่าไปซาจิโกะซามะกับเรย์ซามะก็เรียกชื่อกันเฉยๆ นี่นา"

ชิมาโกะซังพึมพำ

"บาระซามะรุ่นก่อนที่เรียนจบไปแล้วก็เรียกกันแบบนั้น"

โยชิโนะซังนึกได้แล้วก็พยักหน้าตาม

รุ่นก่อนที่ว่านั้นหมายถึงบรรดาโอเน่ซามะของซาจิโกะซามะ เรย์ซามะและชิมาโกะซัง ตอนที่ฉันได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของยามะยูริไค ทั้งสามคนต่างพากันเรียกอีกฝ่ายว่า "Rosa Chinensis" "Rosa Foetida" "Rosa Gigantea" แต่ทว่าในช่วงกำลังจะจบการศึกษา ตั้งแต่หมดเทศกาลเลือกตั้งคณะกรรมการนักเรียนรุ่นถัดไปเป็นต้นมานั้น พอหมดหน้าที่ปุ๊บก็เลิกเรียกชื่อประจำตำแหน่งโดยสิ้นเชิง และเรียกชื่อ "โยโกะ" "เอริโกะ" "เซย์" กันตรงๆ โดยไม่มีอะไรใส่เพิ่มเข้าไป บางทีคงกลับไปเรียกกันแบบเดิมก่อนที่จะมาเป็นบาระซามะก็เป็นได้

"โนริโกะจังเรียกโทโกะจังว่า 'โทโกะ' เหมือนกันนี่"

เมื่อฉันพูดจบ ชิมาโกะซังก็ยิ้มออกมา

"แต่อีกฝ่ายเรียกกลับมาว่า 'โนริโกะซัง' นะ ยูมิซัง"

เมื่อปริมาณงานที่ต้องทำลดน้อยลง พวกเราจึงพากันดื่มชาพลางปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างเรื่อยๆ เป็นช่วงเวลาสบายๆ หลังเลิกเรียนที่อากาศไม่ร้อนหรือหนาว

"เริ่มเรียกมาตั้งแต่ตอนไหนล่ะ รู้สึกว่าตอนแรกๆ จะเรียก 'โทโกะซัง' นะ"

โยชิโนะซังเงยหน้าขึ้นมองข้างบน พลางใช้นิ้วหมุนหางเปียของตัวเอง

"ตอนพิธีต้อนรับนักเรียนใหม่ล่ะมั้ง"

"อ๋อ"

เมื่อได้ยินคำพูดของชิมาโกะซัง ทั้งฉันและโยชิโนะซังต่างพากันพยักหน้าหงึกหงัก

"ตั้งแต่ตอนที่เรียก 'โทโกะ!!!' ตอนนั้นน่ะเอง"

เสียงตะคอกของโนริโกะจังที่ก้องกังวานดังไปทั่วโบสถ์ ที่นั่นกลายเป็นพื้นที่ในตำนานไปแล้ว

"มีเหตุชักจูงให้เรียกสินะ"

พวกเราสามคนจิบชาอันเป็นการบอกว่าเข้าใจแล้ว

"แล้วตอนที่ชิมาโกะซังเรียกชื่อโนริโกะจังเฉยๆ ก็มีเหตุชักจูงด้วยเหรอ?"

พอฉันถามไป ชิมาโกะซังก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คล้ายกับจะพูดว่า "แหม พูดอะไรเนี่ยยูมิซัง"

"จเะรียกชื่อเฉยๆ หรืออะไรก็เถอะ โนริโกะเป็นน้องสาวฉันนี่นา"

"แต่เรียกกันมาก่อนจะเป็น Soeur อีกไม่ใช่เหรอ 'โนริโกะ~' 'ชิมาโกะซัง~' แบบเนี้ย "

ตอนนี้สภาพการณ์กลับตาลปัตรเป็น "แหม พูดอะไรเนี่ยชิมาโกะซัง" ไปซะแล้ว แต่เจ้าตัวกลับบอกว่า

"งั้นเหรอ ขอโทษทีนะ จำไม่ค่อยได้เลย"

---- เค้าว่ามาแบบนั้น ถ้าสมมุติว่ามันคือการเรียกไปเองโดยไม่รู้สึกตัวล่ะก็ หากใครได้ฟังคงต้องอุทาน "แหม" แล้วพากันหน้าแดงเป็นแถบๆ แน่

"ถ้ามีเหตุจูงใจบ้าง คิดว่าพวกเราจะเรียกชื่อกันเฉยๆ ได้รึเปล่า?"

โยชิโนะซังพึมพำ

"ไม่รู้สิ"

วงสนทนาเงียบครู่หนึ่ง และโยชิโนะซังเป็นฝ่ายโพล่งออกมา

"ลองเรียกดูมั้ย?"

"เอ๋"

ทั้งฉันและชิมาโกะซังต่างตกใจจนผงะทั้งคู่

"แค่ลองเรียกดูนิดหน่อยจะเป็นไรไป เอ้าๆ ยูมิซังเริ่มก่อนเลยนะ"

โยชิโนะซังผายมือไปทางชิมาโกะซัง ฉันจึงพูดออกไปด้วยความเขินเล็กน้อย

"ชิ-ชิมาโกะ"

"จ้ะ เอ่อ โยชิโนะ"

ชิมาโกะซังเรียกโยชิโนะซังวนไปตามลำดับ

"จ้า ยูมิ"

"หวา"

มีเสียงร้องแทรกมาก่อนฉันตอบรับ แต่ว่านั่นไม่ใช่เสียงของฉันเพียงคนเดียว หากแต่เป็นความรู้สึกที่บังเกิดในใจของสองคนนั้นด้วยเหมือนกัน

"ไม่ไหว อายจัง"

พวกเราพากันทุบโต๊ะบ้าง กระทืบเท้าใต้โต๊ะบ้าง แต่ทั้งหมดเป็นการกระทำเพื่อหนีให้พ้นจากความอายนั่นเอง

"ฉันคิดว่าอะไรแบบนี้ ไม่ใชสิ่งที่ฝืนเปลี่ยนแปลงกันได้หรอก"

ชิมาโกะซังพูดพลางหัวเราะน้ำตาเล็ด

"แต่ฉันโดนบังคับให้เปลี่ยนนะ โอเน่ซามะของฉันสั่งให้เรียก 'โอเน่ซามะ' "

ในตอนนั้นก็เขินน่าดูเหมือนกัน

"มันก็ต้องแบบนั้นแหละ"

ถ้าน้องสาวไม่เรียกโอเน่ซามะของตัวเองว่า "โอเน่ซามะ" แล้วจะให้เรียกว่าอะไรล่ะ พอพูดจบเพื่อนทั้งคู่ก็พากันหัวเราะ...จ้า จ้า ไม่ว่ายังไงเธอทั้งคู่คงพูดกันได้แต่แรกโดยไม่มีเหนียมอายอยู่แล้วสินะ

"ขืนมัวแต่เขินโอเน่ซามะกับน้องสาว มันก็เริ่มต้นไม่ได้ซะทีน่ะสิ แล้วตอนยูมิซังมีน้องสาวจะทำยังไงล่ะทีนี้"

"น้องสาวเหรอ...."

ยังนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะออกมาเป็นยังไง

"ก็คงจะเรียก 'จัง' ต่อท้ายไปตลอดจนโดนซาจิโกะซามะดุเอาล่ะมั้ง? โนริโกะจังเคยเป็นแบบนั้นเหมือนกันไม่ใช่เหรอ"

"อ้อ จริงด้วยเนอะ"

ชิมาโกะซังหรี่ตารำลึกถึงอดีต

เอาเถอะ ในตอนนั้นชิมาโกะซังกับโนริโกะจังยังไม่ได้เป็น Soeur กันซะหน่อย ซาจิโกะซามะจึงเตือนว่าการเรียกรุ่นพี่ด้วยคำลงท้าย "ซัง" เป็นสิ่งที่ไม่สมควร ว่ากันตามตรงแล้วก็ไม่ใช่เคสเดียวกันเลย

"ไม่เป็นไร ถ้ามีน้องสาวเมื่อไหร่ ฉันเรียกชื่ออย่างเดียวแน่นอน"

ฉันยกมือขึ้นชี้ฟ้า อารมณ์ตอนนั้นประมาณว่า รอก่อนนะ น้องสาว อะไรแบบนี้เลย

"ยูมิซัง แล้วพวกเราจะรอดูนะ"

"ทำเป็นพูดไป โยชิโนะซังก็ด้วยไม่ใช่เหรอ"

โยชิโนะซังแลบลิ้นให้ชิมาโกะซังที่ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย

"ตายจริง ขุดหลุมฝังตัวเองซะแล้วเหรอเนี่ย"

ใช่ๆ ฉันกับโยชิโนะซังไม่เหมือนกับชิมาโกะซังผู้สง่างามที่เป็นทั้งบาระซามะแถมยังมีน้องสาวแล้ว พวกเราต้องพยายามกับการหาน้องสาวให้ได้ก่อนจะมาใส่ใจกับการเรียกชื่อ

"น่า วิธีเรียกชื่อเอามาใช้วัดความใกล้ชิดสนิทสนมกันไม่ได้หรอก"

พวกเราจ้องหน้ากันแล้วจิบชา

ก็ตามนั้นแหละ

พวกเราสามคนเห็นพ้องกันเป็นเสียงเดียวว่า เรียก "ซัง" กันซึ่งๆ หน้าก็ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน
Image
User avatar
DarkNeon
นักแปลไส้แห้ง
 
Posts: 1039
Joined: Fri Jul 06, 2007 10:20 pm
Location: ใต้กองงานจาก บ.ดอกบัว

Re: [แปล] Marimite : "San" tsuke Mondai (เรื่องสั้นของสามสาว)

Postby ammy » Sat Feb 28, 2009 1:27 am

อ้ออออออ!!! ~..~
เข้าใจหละ สงสัยมาตลอดว่าทำไม 3 คนนี้ ต้องมีซัง ไม่เรียกชื่อไปเลย อิอิ โดยเฉพาะ โยชิโนะ กับ ยูมิ
แต่กับชิมาโกะ ไม่ค่อยส่งสัย

ขอบคุณมากค่า = = หายข้องใจหละ 555+
Image
User avatar
ammy
LILY
 
Posts: 50
Joined: Thu Feb 12, 2009 8:48 pm
Location: อาศัยอยู่กะท่านคานะเมะในปราสาทแวมไพร์

Re: [แปล] Marimite : "San" tsuke Mondai (เรื่องสั้นของสามสาว)

Postby Yoshiba » Sat Feb 28, 2009 2:00 pm

สามคนนี้น่ารักโคตรๆๆ :lol:
Image
User avatar
Yoshiba
LILY S
 
Posts: 72
Joined: Tue Dec 09, 2008 7:10 pm

Re: [แปล] Marimite : "San" tsuke Mondai (เรื่องสั้นของสามสาว)

Postby nishiae » Sat Feb 28, 2009 3:32 pm

555 เรียกไม่ได้เพราะเหตุนี้เองซินะ น่ารักจังวุ้ยสามสาวเราเนี้ยะ
User avatar
nishiae
LIL
 
Posts: 30
Joined: Wed Jan 28, 2009 12:19 am
Location: โลกแห่งซี

Re: [แปล] Marimite : "San" tsuke Mondai (เรื่องสั้นของสามสาว)

Postby kurohara » Mon Mar 02, 2009 8:46 pm

ไม่ได้คิดไปเองใช่มั้ยว่าชิมาโกะรู้สึกมีเสน่ห์มากขึ้นเยอะ....
User avatar
kurohara
ชมรมคนรักบาฮะ
 
Posts: 2142
Joined: Sun Apr 30, 2006 7:09 pm
Location: 咲夜の世界

Re: [แปล] Marimite : "San" tsuke Mondai (เรื่องสั้นของสามสาว)

Postby WuDragon » Mon Mar 02, 2009 11:01 pm

สามคนนี้มีอะไรตลกๆมาเล่นกันให้คนอ่านฮาอยู่เรื่อยเลยแฮะ
Image
~มังกรน้อยไม่สนับสนุนการขายแฟนซับ~
User avatar
WuDragon
One-sama~
 
Posts: 327
Joined: Tue Dec 09, 2008 6:22 pm
Location: ไม่แน่นอน

Re: [แปล] Marimite : "San" tsuke Mondai (เรื่องสั้นของสามสาว)

Postby kakakung » Tue Mar 03, 2009 10:11 am

ถกประเด็นกันได้น่ารักมาก ^^

โอ้ยย น่ารักอ่ะ ><
User avatar
kakakung
LILY STUD
 
Posts: 143
Joined: Thu Dec 04, 2008 10:40 pm

Re: [แปล] Marimite : "San" tsuke Mondai (เรื่องสั้นของสามสาว)

Postby fate » Tue Mar 03, 2009 11:40 pm

น่ารักดีแฮะ เรื่องของสามคนนี้
ตอนดูอนิเมก็สงสัยนิดๆ เหมือนกันว่าทำไมสามคนนี้ยังเรียกลงท้าย ซัง กันอีก
คือปกติถ้าสนิทกันแล้ว น่าจะเรียกชื่อเฉยๆ มากกว่า เหตุผลคืออย่างนี้เองสินะ
User avatar
fate
LILY ST
 
Posts: 98
Joined: Thu Dec 18, 2008 3:19 pm

Re: [แปล] Marimite : "San" tsuke Mondai (เรื่องสั้นของสามสาว)

Postby namaste » Wed Mar 04, 2009 9:15 am

kurokatt wrote:ไม่ได้คิดไปเองใช่มั้ยว่าชิมาโกะรู้สึกมีเสน่ห์มากขึ้นเยอะ....

เห็นด้วยยยย สงสัยพอมีน้องสาวแล้วพลังออร่าถึงได้เพิ่มขึ้น

>[]<~~ รีเควสตอนของชิมาโกะกับโนริโกะมั่งได้มั้ยคร๊าาาาา
Image
User avatar
namaste
SENPAI
 
Posts: 641
Joined: Wed Jun 27, 2007 5:27 pm
Location: เกาะรั้วโรงเรียน

Re: [แปล] Marimite : "San" tsuke Mondai (เรื่องสั้นของสามสาว)

Postby DarkNeon » Wed Mar 04, 2009 12:49 pm

namaste wrote:
kurokatt wrote:ไม่ได้คิดไปเองใช่มั้ยว่าชิมาโกะรู้สึกมีเสน่ห์มากขึ้นเยอะ....

เห็นด้วยยยย สงสัยพอมีน้องสาวแล้วพลังออร่าถึงได้เพิ่มขึ้น

>[]<~~ รีเควสตอนของชิมาโกะกับโนริโกะมั่งได้มั้ยคร๊าาาาา

คู่นี้มันไม่มีเรื่องสั้ยเลยอ่ะจิ เดี๋ยวจะรับไว้พิจารณาอีกหน
Image
User avatar
DarkNeon
นักแปลไส้แห้ง
 
Posts: 1039
Joined: Fri Jul 06, 2007 10:20 pm
Location: ใต้กองงานจาก บ.ดอกบัว

Re: [แปล] Marimite : "San" tsuke Mondai (เรื่องสั้นของสามสาว)

Postby Yoshiba » Wed Mar 04, 2009 3:45 pm

>[]<~~ รีเควสตอนของชิมาโกะกับโนริโกะมั่งได้มั้ยคร๊าาาาา


โหวตอีกหนึ่งเสียงค่าาาาาาาาา
Image
User avatar
Yoshiba
LILY S
 
Posts: 72
Joined: Tue Dec 09, 2008 7:10 pm

Re: [แปล] Marimite : "San" tsuke Mondai (เรื่องสั้นของสามสาว)

Postby saakuzaa » Wed Mar 04, 2009 10:11 pm

5555

โนเวลนี้ตลกจัง
เรื่อง การเรียกชื่อแล้วลงท้ายด้วย ซัง
ไอ้เราก็สงสัยมาตั้งนานว่าทำไมไม่เรียกชื่อห้วนๆเลย
รู้ซะที
หุหุ ขอพลัง Y(uri) จงสถิตอยู่กับท่านนนนนนน
saakuzaa
LILY STUDENT
 
Posts: 256
Joined: Tue Jan 13, 2009 7:17 pm

Postby DarkNeon » Fri Mar 06, 2009 6:50 pm

เรื่องสั้นท้ายเล่ม

Image

Kamen no Actress ค่ะ น่าจะเป็นตอนก่อนที่พวกยูมิกลับมาเรือนกุหลาบบอกเรื่องโทโกะลงสมัคร (ก่อนโนริโกะวีนแตกนั่นเอง แต่อนิเมวีนไม่เยอะเท่าโนเวลแหะ)


- 素顔のひととき -

- Sugao no Hitotoki -

- ชั่วขณะหนึ่งของใบหน้าที่แท้จริง -



"อ้าว อยู่คนเดียวเหรอ?"

เด็กสาวผมสั้นเต่อร่างสูงโย่งเปิดประตูโผล่หน้าเข้ามาในห้อง

"เมื่อกี้โนริโกะจังก็ยังอยู่หรอก"

ซาจิโกะหยุดมือที่กำลังเลือกใบชาแล้วหันมาตอบคำถาม

"แต่ท่าทางรีบร้อนออกไปน่าดูเลย กระทั่งไม่สังเกตว่าเมื่อกี้ฉันอยู่ที่ชั้นล่าง"

เรือนกุหลาบชั้น 2

การที่นักเรียนปี 3 ทั้งสองคนอยู่กันตามลำพังในช่วงเวลานี้ถือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก

"รู้ละ สงสัยว่าคงจะไปรอข้างๆ ห้องบรรยายล่ะมั้ง"

"น่าจะอย่างนั้น"

จากตอนนี้ไปจะมีการจัดประชุมอธิบายสรุปเกี่ยวกับการเลือกตั้งคณะกรรมการนักเรียนรุ่นถัดไป ณ สถานที่ข้างต้นในวันนี้ แม้โนริโกะจังไม่มีแผนจะลงสมัคร แต่ชิมาโกะซึ่งเป็นโอเน่ซามะได้เข้าร่วมประชุมด้วย คงจะเป็นห่วงจนต้องขอไปดูสถานการณ์สักนิดล่ะมั้ง

ใช่แล้ว นิดหน่อย แค่เพียงภายในเวลาที่น้ำในกาไฟฟ้าจะเดือดเท่านั้น

"ห้องทำความสะอาดไว้เรียบร้อยแล้วนี่"

"ดูท่าว่าโนริโกะจังเป็นคนทำไว้น่ะแหละ"

ซาจิโกะตอบพลางชงชาดำหลังไม่ได้ทำด้วยตัวเองเสียนาน หลังจากนั้นซาจิโกะหยิบถ้วยชาออกมา 2 ถ้วยแล้วลังเลอยู่นิดหนึ่งก่อนจะหยิบมาอีกถ้วย ตอนนี้น้ำก็เดือดแล้ว อีกเดี๋ยวคงจะกลับมา

"เด็กคนนั้นไว้วางใจให้ทำได้ทุกเรื่องเลยแฮะ"

เรย์พึมพำขณะหยิบหนังสืออ้างอิงออกมาจากกระเป๋า

"วางใจได้...นั่นสินะ อาจเป็นที่นิสัยของเจ้าตัวส่วนหนึ่ง แล้วยังเลี้ยงดูมาอย่างถูกวิธีด้วย"

"หมายความว่ายังไงน่ะ?"

"พอได้อยู่ใกล้ชิดกับตัวอย่างดีๆ ก็จำเอามาเป็นนิสัยโดยอัตโนมัติไง"

กลิ่นหอมหวนลอยออกมาหลังจากรินน้ำลงไปในชาดำที่มีกลีบกุหลาบผสม ราวกับมีทุ่งดอกไม้อยู่ ซาจิโกะสูดรับเอากลิ่นนั่นเข้าไปเต็มที่

"เข้าใจแล้ว พวกปี 2 ก็เป็นเด็กขยันขันแข็งด้วยนี่นะ"

ทั้งสามต่างคอยช่วยงานกันอย่างสมัครสมานสามัคคี สิ่งนี้คือความสามารถที่จำเป็นและสำคัญมากสำหรับเรือนกุหลาบแห่งนี้ ยิ่งกว่าการคำนวณอย่างรวดเร็ว การพูดปราศรัยอย่างคล่องแคล่ว หรือแม้แต่การมีผลการเรียนเป็นเลิศเสียอีก

"เป็นผลจากการที่เรย์คอยชี้แนะนั่นแหละ"

พอได้ยินคำพูดนั้น เรย์ก็หัวเราะ

"ซาจิโกะด้วยแหละ"

"ฉันน่ะไม่ได้เรื่องหรอก"

ซาจิโกะปฏิเสธ

"ไม่ได้เรื่อง?"

"การชี้แนะ การดูแล การสั่งสอน...จำพวกนี้น่ะ"

ซาจิโกะพูดพลางยื่นถ้วยที่รินชาแล้วให้ เรย์รับถ้วยชาไปแล้วยกมือตอบเป็นการขอบคุณ และปิดหนังสืออ้างอิงที่อ่านอยู่เมื่อกี้ลง

"จริงแน่เหรอ แต่ฉันว่ายูมิจังมีพัฒนาการไปทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ นะ"

"เพราะนั่นมันเป็นสิ่งที่เด็กคนนั้นมีอยู่แล้วต่างหากล่ะ ถึงฉันไม่ต้องพยายามช่วยปรับปรุงเสริมแต่งอะไร แต่เด็กคนนั้นก็จะเติบโตได้เองเรื่อยๆ แค่ต้องมาคอยระวังไม่ให้ต้นอ่อนนั่นถูกเด็ดทิ้งซะก่อนก็เต็มที่สำหรับฉันแล้ว"

เพราะฉะนั้นในบางครั้งบางคราว จึงไม่รู้ว่าตัวเองควรทำเช่นไร

"ซาจิโกะ...ยังคิดมากเรื่องเมื่อวานอยู่อีกเหรอ?"

"เอ๊ะ?"

เมื่อวาน

ยูมิหัวเสียเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง กัดไม่ปล่อยกับคำพูดที่ปกติแล้วผ่านมาก็ผ่านไป ในตอนนั้นทำให้ซาจิโกะรู้สึกร้อนใจจริงๆ

"ไม่ใช่แค่นั้นหรอก"

ทุกครั้งที่ยูมิมีปัญหา ซาจิโกะรู้สึกผิดหวังที่ตัวเองไม่สามารถพูดคุยกับน้องสาวอย่างใจเย็นอย่างมิซึโนะ โยโกะซามะได้เลย ไม่ใช่เฉพาะแค่เรื่องเมื่อวานอย่างเดียว

"ยูมิจังแค่กลับไปเป็นเด็กเท่านั้นแหละ"

"กลับไปเป็นเด็ก?"

"อย่างเวลาที่พอมีน้องปุ๊บ อยู่ๆ ก็เกิดทำตัวอ้อนขึ้นมา หย่านมไปนานแล้วก็อยากจะดูดนมแม่ หรือบางทีก็ฉี่ราดรดที่นอน"

"ไม่รู้หรอก ฉันเป็นลูกคนเดียวนี่"

พอพูดจบปุ๊บถึงเพิ่งนึกได้ว่าเรย์ที่อยู่ตรงหน้าตน เป็นลูกคนเดียวเหมือนกัน สำหรับเรย์นี่ถือเป็นความรู้รอบตัว หรือว่าเป็นความรู้จำเป็นที่เพิ่งศึกษาเอาใหม่ช่วงนี้เพื่อเตรียมสอบกันนะ

"แต่ยูมิยังไม่ทันมีน้องสาวเลย"

"พี่น้องแค่เป็นตัวอย่างเปรียบเทียบเฉยๆ พอรู้สึกถึงภัยที่คุณแม่จะโดนแย่งไป เด็กจะกลับไปอ้อนเป็นทารกไง ถ้ากลับไปเป็นเด็กก็จะมีคนมาคอยดูแลเอาใจใส่ หากคุณแม่ไม่หันมาสนใจบ้าง สถานะของตัวเองก็จะอันตราย ทำนองนี้น่ะ แต่ในกรณีของยูมิจังน่ะนะ"

"อื้อ"

"พอถึงเดือนเมษายนเมื่อไหร่ ซาจิโกะจะไม่อยู่อีกแล้ว ความรู้สึกโดดเดี่ยวนั่นถึงทำให้เกิดภาวะสภาพจิตใจไม่มั่นคงไง"

จบการศึกษา

พี่สาวที่ตนคอยพึ่งพามาตลอดจนกระทั่งเมื่อวาน กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอยในวันรุ่งขึ้น

"แต่ว่านั่น"

ไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นกับยูมิคนเดียวซะหน่อย

"ฉันเองก็จะเรียนจบ แต่โยชิโนะยังมีนานะมาเป็นน้องสาวใช่มั้ยล่ะ? ชิมาโกะก็มีโนริโกะจังอยู่แล้วด้วย"

"...อื้อ"

มันก็จริง

แม้มีเพื่อนพ้องคนสำคัญอยู่ด้วย แต่นั่นไม่ใช่ Soeur ความสัมพันธ์ฉันพี่น้องในโรงเรียนสตรีเอกชนลิลเลียนเป็นสิ่งที่มีเอกลักษณ์ต่างออกไป

"ยูมิจังเองน่าจะเข้าใจเรื่องนั้นดีอยู่หรอก แต่สาเหตุที่ทำให้แสดงความไม่สบายใจนั่นออกมาไม่ใช่เพราะโดนโทโกะจังปฏิเสธหรอกเหรอ?"

"ต้องใช่แน่ๆ"

น้องสาวที่อุตส่าห์หาตัวเจอแล้วทั้งทีกลับปฏิเสธ ยูมิเองคงไม่คิดหาน้องสาวคนใหม่ในทันทีแน่ แถมยังมีเรื่องพี่สาวกำลังจะเรียนจบเข้ามาทับถมอีก ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหากสภาพจิตใจจะทนรับไม่ไหว

"ปล่อยให้อ้อนไปเถอะน่า ถึงมันเป็นเรื่องที่ควรเลิกทำเพื่อให้ยืนหยัดได้เองในอนาคตก็เถอะนะ"

"...ยากนะเรื่องนั้น"

"ไม่เห็นยากตรงไหนเลย"

เรย์พูดเหมือนเป็นเรื่องง่าย บอกว่าแค่ให้สิ่งที่น้องสาวต้องการ ให้อภัย สกินชิปด้วยความรู้สึกอันลึกซึ้งที่พี่สาวมีก็พอ

"ไม่ใช่ซะหน่อย ฉันหมายถึงว่าตอนนี้ตัวเองก็กำลังพยายามเต็มที่ที่จะยืนหยัดจากยูมินะ"

"เอ๊ะ"

ซาจิโกะสารภาพความในใจให้เพื่อนที่ตกใจได้รับรู้

"ที่ฉันเข้มงวดกับยูมิ ที่ฉันไม่ยื่นมือไปยุ่งก็เพราะฉันเองอยู่ในระหว่างเติบโตเหมือนกัน ถ้าฉันเป็นภาชนะรองรับที่ใหญ่มากขนาดให้ยูมิไปนอนกลิ้งบนฝ่ามือได้ล่ะก็คงทำให้ได้ทุกอย่างแหละ แต่หากพลาดขึ้นมาเมื่อไหร่ คนที่จะล้มคนแรกคือฉัน และจากนั้นเราทั้งสองคนจะล้มลงไปพร้อมกัน"

"อย่างนี้เอง...แต่ว่าเธอแสดงได้เนียนมากเลยนะ"

ทำเป็นไม่คิดมากบ้างล่ะ หรือไม่ก็แกล้งทำเป็นไม่เห็นสายตาที่ยูมิมองมาบ้างล่ะ

"พยายามแทบตายเลยนะนั่น ที่จริงฉันชินกับการไม่แสดงอารมณ์มาตั้งแต่เด็กนะ แต่พออยู่ต่อหน้ายูมิแล้วมันยากมากเลย"

"โอเน่ซามะเป็นอะไรที่ลำบากจริงๆ นั่นแหละ"

เรย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่

"ตอนยังเป็นน้องสาวนี่ดีนะ ทำตัวไร้เดียงสาได้"

ซาจิโกะพยักหน้ารับ เห็นด้วยเลย

"เรย์...ท่าทางเธอเองก็ลำบากนี่"

ทั้งการสอบที่เลือกด้วยตนเองเพื่อให้อยู่ห่างจากโยชิโนะจัง ไหนจะเรื่องนานะจังที่ยังอยู่ ม.ต้นอีก

"อืม นิดหน่อยน่ะ"

แม้ปากทำเป็นพูดว่านิดหน่อย แต่แท้จริงแล้วเป็นห่วงน้องสาวที่เข้าร่วมการประชุมอธิบายสรุปการเลือกตั้งจึงได้ตามมาดูความเป็นไปที่เรือนกุหลาบ ซาจิโกะมองหน้าเพื่อนที่กำลังดื่มด่ำกับกลิ่นหอมของชาแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ

เรย์เงยหน้าขึ้นมา เพราะรู้สึกถึงสายตาที่มองตน

"เมื่อกี้ซาจิโกะน่ะ"

"เอ๋?"

"บอกว่ายูมิจังจะเติบโตไปเรื่อยๆ ได้เองใช่มั้ยล่ะ แต่ฉันว่าไม่ใช่นะ ซาจิโกะเป็นเหมือนน้ำ เหมือนดวงอาทิตย์ เหมือนสารอาหาร ไม่อย่างนั้นเค้าคงไม่รู้สึกฉุนเฉียวเหมือนกับตัวเองยังได้รับไม่พอแบบนั้นหรอก"

พอซาจิโกะถามอย่างกระตือรือร้นไปว่า "จริงเหรอ" ก็ได้รับคำตอบที่ช่วยทำให้ใจชื้นว่า "จริงสิ" กลับมา

"ขอบใจนะ"

แค่มีคนพยักหน้าตอบรับให้เพียงเท่านี้ ทำให้ในใจรู้สึกโล่งขึ้นมานิดหน่อย

จากนั้นทั้งสองคนหันหน้าเข้าหากัน ในบางเวลาก็สบสายตารักษาระยะห่างระหว่างกันและกัน ราวกับเป็นเพื่อนในวงน้ำชา

ช่วงเวลาอันสงบในชั่วครู่หนึ่ง

Image

ยามบ่ายที่ไร้เงาพวกน้องสาว

"นานๆ ทีได้เปิดหน้าดื่มชาแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ"

เรย์กล่าว

"เปิดหน้า?"

"ศัพท์เคนโด หมายถึงเวลาไม่ใส่หน้ากาก"

"หืม"

นี่คือคำพูดที่ได้ยินครั้งแรก

"เปิดหน้าสินะ ได้ความรู้ใหม่เพิ่มอีกอย่างแล้ว"

ซาจิโกะยิ้มแล้วจิบชา พลางคิดว่าขอเปิดใบหน้าที่แท้จริงแบบนี้ต่อไปอีกสักพักหนึ่ง

อีกสักพัก

จนกว่าโนริโกะจังจะเดินส่งเสียงจากบันไดกลับมาที่นี่


====================================================================================================================

"เรื่องเมื่อวาน" ที่เรย์พูดถึง อนิเมตัดไปค่ะ ในโนเวลยูมิจะเกรียนแตกใส่คุณพี่ เนื้อเรื่องจะเกิดขึ้นในซีนเดียวกับที่โนริโกะคุยเรื่องโทโกะกับยูมิในตอน 9 ว่าโทโกะท่าทางปกติดีทุกอย่าง จากนั้นเจ๊จะเข้ามาแล้วถามหาเรย์กับโยชิโนะ ยูมิเลยปึ้ดนิดหน่อยว่าที่มาเนี่ย มาเพราะจะมาหาเรย์เหรอ

ยู - เอ่อ โอเน่ซามะคะ
เจ๊ - อื้อใช่ ฉันรู้ว่าพวกเรย์จะมาช้านี่แหละ ถึงได้ไม่รีบร้อนมาก่อน การประชุมวันนี้ถ้าไม่อยู่พร้อมหน้าจะเริ่มไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ ถึงจะรีบมา ดื่มชารอก็เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ เลยไปจัดการธุระมาก่อน
ยู - ธุระนี่อะไรเหรอคะ?
เจ๊ - ก็แค่คืนหนังสือที่ยืมมาเมื่อปิดเทอมหน้าหนาวน่ะ
ยู - แต่วันนี้ห้องสมุดไม่เปิดนี่คะ...
เจ๊ - เลยไปคืนที่ตู้รับคืนหนังสือไง (ในโนเวลเขียนว่า Bookpost เราเลยเดาไปเองนะ ฮ่า)
ยูิ - ตู้คืน...

ปกติแค่ เออออ "อ้อเหรอคะ" ก็จบแล้ว แต่ยูมิเริ่มเกรียนแตก

ยู - ถ้าแค่คืนที่ตู้คืนอย่างเดียว ขากลับค่อยแวะก็ได้นี่คะ
เจ๊ - เอ๊ะ?
ยู - ถึงจะเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ แต่แค่ได้ดื่มชาไปพูดคุยกับเพื่อนๆไป ฉันก็มีความสุขแล้ว โอเน่ซามะไม่รู้สึกแบบนั้นบ้างเหรอคะ?
เจ๊ - ฉันยังไม่ได้พูดแบบนั้นเลยนะ ทำไมวันนี้เธอถึงได้หงุดหงิดงุ่นง่านแบบนี้ล่ะ
ยู - ตัวเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันค่ะ

เจ๊เลยเรียกยูมิไปคุยกันข้างนอก จนเรย์มานี่แหละ แล้วก็บอกว่าตอนนี้ยูมิอาจจะเหมือนเจ๊ในสมัยก่อนที่ชอบอาละวาด



จะว่าไปเล่มนี้มันเล่มแห่งการเกรียนแตก และการใส่หน้ากากจริงๆ :lol: โทโกะเกรียนแตก ยูมิเกรียนแตก โนริโกะวีนแตก ยชชี่เกรียนแตก (รายนี้เหมือนจะเกรียนมานานละ...) เพื่อนร่วมห้องโทโกะที่เป็นสาวกยูมิเกรียนแตก (อนิเมแปลงบทไป เสียดาย...)
Image
User avatar
DarkNeon
นักแปลไส้แห้ง
 
Posts: 1039
Joined: Fri Jul 06, 2007 10:20 pm
Location: ใต้กองงานจาก บ.ดอกบัว

Re:

Postby WuDragon » Fri Mar 06, 2009 9:46 pm

คุณพ่อบ้านกับคุณพี่นั่งปรับทุกข์กันใหญ่ :D

DarkNeon wrote:จะว่าไปเล่มนี้มันเล่มแห่งการเกรียนแตก และการใส่หน้ากากจริงๆ :lol: โทโกะเกรียนแตก ยูมิเกรียนแตก โนริโกะวีนแตก ยชชี่เกรียนแตก (รายนี้เหมือนจะเกรียนมานานละ...) เพื่อนร่วมห้องโทโกะที่เป็นสาวกยูมิเกรียนแตก (อนิเมแปลงบทไป เสียดาย...)
คล้ายๆเหมือนจะเกรียนต่อกันไปเป็นทอดๆ โดยมีน้องดริลเป็นคนจุดชนวน

แต่เสียดายที่ชิมาโกะไม่เกรียนแตกกับคนอื่นมั่งอ่ะ (ชาตินี้จะได้เห็นมั้ยนี่)
เราอยากรู้ว่าเรื่องอะไรที่ทำให้ชิมาโกะเกรียนแตกได้
Image
~มังกรน้อยไม่สนับสนุนการขายแฟนซับ~
User avatar
WuDragon
One-sama~
 
Posts: 327
Joined: Tue Dec 09, 2008 6:22 pm
Location: ไม่แน่นอน

Re: [แปล] Marimite : Sugao no Hitotoki (Sachiko&Rei)

Postby saakuzaa » Sat Mar 07, 2009 12:15 am

555
ช่วงนี้ทุกๆคน เกรียนกันหมดเลย
แถมยังใส่หน้ากาก กันหมด (ดูหน้าปกดิ)
ยูมิยังไงก็สู้คนอื่นเค้าไม่ได้หรอก เธอน่ะไร้เดียงสาไป....
Spoiler: show
55 ซาจิโกะก็พยายามยืนโดยไม่พึ่งยูมิ แอบเขิลแทน
หุหุ ขอพลัง Y(uri) จงสถิตอยู่กับท่านนนนนนน
saakuzaa
LILY STUDENT
 
Posts: 256
Joined: Tue Jan 13, 2009 7:17 pm

Re: [แปล] Marimite : Sugao no Hitotoki (Sachiko&Rei)

Postby ammy » Sat Mar 07, 2009 12:32 am

ในที่สุดก็เก็ตหละ ที่เวลาดูเรื่องความรุสึกไม่เหมือนแฟน หรือ พี่น้อง มันก่ำกึง

ที่แท้ คุณพ่อบ้านคิดเหมือนกันเลย แม่ลูก อิอิ
Image
User avatar
ammy
LILY
 
Posts: 50
Joined: Thu Feb 12, 2009 8:48 pm
Location: อาศัยอยู่กะท่านคานะเมะในปราสาทแวมไพร์

Re: [แปล] Marimite : Sugao no Hitotoki (Sachiko&Rei)

Postby Yoshiba » Sat Mar 07, 2009 9:23 am

อืมๆ เล่มนี้เป็นบทของการเกรียนแตกสินะ...

กำลังคิดว่าคนเขียนต้องการจุดประเด็นความไม่มั่นใจที่ซ่อนอยู่ในใจของแต่ละคนรึเปล่านะ

เหมือนแก้วที่บอบบางนั่นล่ะพอมีชนวนมากระทบก็พาลจะระเบิดกันไปหมด (ไม่นับโยชิโนะนะ ฮ่าๆ)

แต่ก็เพราะต่างคนต่างเป็นห่วงกัน ต่างคนต่างรักกันนี่นา ....ยิ่งเอาใจใส่มากเท่าไร ความรู้สึกผิดหวังก็ย่อมากขึ้นเป็นทวีคูณ

โนริโกะก็รักเพื่อนมาก

ยูมิอารมณ์เหมือนคนอกหักเลยฟาดงวงฟาดงาใส่คนรอบข้าง ดีนะที่ซาจิโกะซังเข้าใจ ^-^
Image
User avatar
Yoshiba
LILY S
 
Posts: 72
Joined: Tue Dec 09, 2008 7:10 pm

Re: [แปล] Marimite : Sugao no Hitotoki (Sachiko&Rei)

Postby kakakung » Sat Mar 07, 2009 9:24 am

= = เอ้อ

Spoiler: show
อยากให้ยูมิเกรียนมากกว่านี้อ่ะ - - อยากให้อนิเมทำตอนที่ยูิมิเกรียนด้วย
อยากเห็นยูมิเกรียนจังเลยย เห็นคนอื่นเกรียนมาเยอะแล้ว (คุณพี่ก็เคยเกรียนนิ)
User avatar
kakakung
LILY STUD
 
Posts: 143
Joined: Thu Dec 04, 2008 10:40 pm

Re: [แปล] Marimite : Sugao no Hitotoki (Sachiko&Rei)

Postby Johanna » Sat Mar 07, 2009 9:59 am

อยากเห็นชิมาโกะเกรียนแตกบ้างอ่ะ ปกติเห็นเอาแต่ปล่อยสกิลวิงค์ใส่คนอื่น :lol:
Image
Image
Image
User avatar
Johanna
LILY STU
 
Posts: 105
Joined: Thu Feb 19, 2009 5:51 pm
Location: Kiyosumi's Mahjong Club

Re:

Postby tonmeai » Sat Mar 07, 2009 4:43 pm

ตอนแรกก็งงตั้งนานว่ายูมิเกรียนแตกใส่คุณพี่ตอนใหน ต้องขอบคุณท่าน DarkNeon ที่มาช่วยให้กระจ่าง
อยากให้ทำเป็นอนิเมะจริงๆตอนนี้ หายากนะนี่ที่ยูมิจะเป็นอย่างนี้

ว่าแต่ไม่มีบทตอนนี้บ้างหรือท่าน
DarkNeon wrote:
เจ๊เลยเรียกยูมิไปคุยกันข้างนอก


อยากรู้ว่าเจ้จะกล่อมยูมิยังไง :lol:
User avatar
tonmeai
LILY STU
 
Posts: 124
Joined: Mon Dec 29, 2008 12:10 pm

Re: [แปล] Marimite : Sugao no Hitotoki (Sachiko&Rei)

Postby Mukiki » Sat Mar 07, 2009 6:31 pm

ขอตั้งชื่อตอนนี้ว่า...วุ่นชะมัด เป็นโอเน่ซามะ :lol:

สรุปว่าเล่มนี้มีทั้งเกรียน มีทั้ง(แอบ)เนียน
/me ปั๊มตรา qc-ed แล้วกลิ้งหนี
Complete: [NamaeNai] Hidamari Sketch x ☆☆☆ / [NamaeNai] Working!!
In Progress: Re-Editing (hakka-ya) Private Link / ดอง TL SSS 1.5,8a / ดอง สรุปนิยายฮิดามาริ / ดอง **** ** **** หลังห้องไห (!?)
Summer 2010 Status : Unknown...
"กองไหเอย...จงซับซ้อนยิ่งขึ้น" Current Status: พักร้อน ลอยไห และปั่นงาน...orz
User avatar
Mukiki
เสี่ยวเอ้อชมรมน้ำชา
 
Posts: 3117
Joined: Mon Jan 02, 2006 12:00 am
Location: ซักที่...

Re: [แปล] Marimite : Sugao no Hitotoki (Sachiko&Rei)

Postby ammy » Sat Mar 07, 2009 7:38 pm

เห็นหน้า 1 มีตอนนี้ด้วย เรื่องของทาคุยะคุง "แฟน" ของโนริโกะ

อึ่งเลยค่ะ 0..0

อยากรู้จังเวลาโนริโกะอยู่กับแฟน จะทำตัวน่ารักเหมือนอยู่กะ ชิมาโกะ และแสนดี เหมือนอยู่ กับโทวโกะไหม

คนอารัย....สุดยอดเป็นทั้งน้องที่ดี เพื่อนที่ดี อิอิ
Image
User avatar
ammy
LILY
 
Posts: 50
Joined: Thu Feb 12, 2009 8:48 pm
Location: อาศัยอยู่กะท่านคานะเมะในปราสาทแวมไพร์

Re: [แปล] Marimite : Sugao no Hitotoki (Sachiko&Rei)

Postby nishiae » Sat Mar 07, 2009 7:52 pm

อ่ะ โนริโกะ มีแฟนเหรอ อืมๆๆ
อยากเห็นชิมาโกะเกรียยนเหมือนกันนะ แต่คงยากแหละโดนเกรียนใส่เธอยังเฉยได้เลยหนิ วิ้งใส่อีกต่างหาก
User avatar
nishiae
LIL
 
Posts: 30
Joined: Wed Jan 28, 2009 12:19 am
Location: โลกแห่งซี

Re: [แปล] Marimite : Sugao no Hitotoki (Sachiko&Rei)

Postby kakakung » Sun Mar 08, 2009 12:56 am

555+ อย่าคาดหวังสูงไปเลยนะคะ

เพราะทาคุยะคุงน่ะมัน....... หึหึ
User avatar
kakakung
LILY STUD
 
Posts: 143
Joined: Thu Dec 04, 2008 10:40 pm

Re: [แปล] Marimite : Sugao no Hitotoki (Sachiko&Rei)

Postby nirvana1987 » Tue Mar 10, 2009 1:12 am

ปกติดูแต่เมะ พอลองมาอ่านดูก็ให้ความรู้สึกสนุกไปอีกแบบเหมือนกัน

ขอบคุณครับ
nirvana1987
LILY S
 
Posts: 63
Joined: Sun Dec 21, 2008 2:56 pm

PreviousNext

Return to ชมรมวรรณศิลป์ - Literature Club

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 1 guest