
อันนี้มาจากเล่ม Margaret ni Ribbon ค่ะ เป็นเรื่องราวการทำของขวัญไวท์เดย์ของยูมิ ชิมาโกะ โยชิโนะ เรื่องราวเป็นแบบเนื้อหาหลักกระตึ๋งนึง แล้วเอาเรื่องสั้นมาคั่น แล้วเข้าเนื้อหาหลักต่ออีกกระตึ๋ง เอาเรื่องสั้นมาคั่นอีก เป็นงี้ยันจบเล่ม...เรื่องสั้นในเล่มก็มีทั้งเรื่องที่แต่งใหม่ กับที่ อ.เคยแต่งลงนิตยสารโคบอลต์ ที่เราแปลมาลงนี้เป็นเรื่องสั้นนะคะ สามสาวจะพูดถึงตอนได้อยู่กันสามคน ^^
ช่วงเวลาน่าจะเป็นช่วงคาบเกี่ยวตอน OVA จนถึงก่อนอาร์คยูมิ-โทโกะ(เห็นบอกฤดูร้อน ไม่็ก็ใบไม้ร่วง)
- 「さん」付け問題 -
- "San" Tsuke Mondai -
- ประเด็นของการต่อท้ายด้วย "ซัง" -จำได้ไม่ค่อยแน่ชัดว่าเรื่องเกิดขึ้นในช่วงหมดฤดูร้อน หรือระหว่างฤดูใบไม้ร่วง แต่มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนที่มีแค่ชิมาโกะซัง โยชิโนะซังและฉันอยู่ด้วยกันสามคนที่เรือนกุหลาบ อีกทั้งยังจำไม่ได้ด้วยว่าเพราะอะไรถึงคุยกันเรื่องนั้น คิดว่าจุดเริ่มต้นอาจมาจากการที่มีเพื่อนร่วมห้องของใครสักคนมาถามว่าเหตุใดพวกเรานักเรียนชั้นปี 2 สามคนในครอบครัวกุหลาบ จึงเรียกกันเองในกลุ่มโดยมี "-ซัง" ต่อท้าย
"จะว่าไปซาจิโกะซามะกับเรย์ซามะก็เรียกชื่อกันเฉยๆ นี่นา"
ชิมาโกะซังพึมพำ
"บาระซามะรุ่นก่อนที่เรียนจบไปแล้วก็เรียกกันแบบนั้น"
โยชิโนะซังนึกได้แล้วก็พยักหน้าตาม
รุ่นก่อนที่ว่านั้นหมายถึงบรรดาโอเน่ซามะของซาจิโกะซามะ เรย์ซามะและชิมาโกะซัง ตอนที่ฉันได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของยามะยูริไค ทั้งสามคนต่างพากันเรียกอีกฝ่ายว่า "Rosa Chinensis" "Rosa Foetida" "Rosa Gigantea" แต่ทว่าในช่วงกำลังจะจบการศึกษา ตั้งแต่หมดเทศกาลเลือกตั้งคณะกรรมการนักเรียนรุ่นถัดไปเป็นต้นมานั้น พอหมดหน้าที่ปุ๊บก็เลิกเรียกชื่อประจำตำแหน่งโดยสิ้นเชิง และเรียกชื่อ "โยโกะ" "เอริโกะ" "เซย์" กันตรงๆ โดยไม่มีอะไรใส่เพิ่มเข้าไป บางทีคงกลับไปเรียกกันแบบเดิมก่อนที่จะมาเป็นบาระซามะก็เป็นได้
"โนริโกะจังเรียกโทโกะจังว่า 'โทโกะ' เหมือนกันนี่"
เมื่อฉันพูดจบ ชิมาโกะซังก็ยิ้มออกมา
"แต่อีกฝ่ายเรียกกลับมาว่า 'โนริโกะซัง' นะ ยูมิซัง"
เมื่อปริมาณงานที่ต้องทำลดน้อยลง พวกเราจึงพากันดื่มชาพลางปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างเรื่อยๆ เป็นช่วงเวลาสบายๆ หลังเลิกเรียนที่อากาศไม่ร้อนหรือหนาว
"เริ่มเรียกมาตั้งแต่ตอนไหนล่ะ รู้สึกว่าตอนแรกๆ จะเรียก 'โทโกะซัง' นะ"
โยชิโนะซังเงยหน้าขึ้นมองข้างบน พลางใช้นิ้วหมุนหางเปียของตัวเอง
"ตอนพิธีต้อนรับนักเรียนใหม่ล่ะมั้ง"
"อ๋อ"
เมื่อได้ยินคำพูดของชิมาโกะซัง ทั้งฉันและโยชิโนะซังต่างพากันพยักหน้าหงึกหงัก
"ตั้งแต่ตอนที่เรียก 'โทโกะ!!!' ตอนนั้นน่ะเอง"
เสียงตะคอกของโนริโกะจังที่ก้องกังวานดังไปทั่วโบสถ์ ที่นั่นกลายเป็นพื้นที่ในตำนานไปแล้ว
"มีเหตุชักจูงให้เรียกสินะ"
พวกเราสามคนจิบชาอันเป็นการบอกว่าเข้าใจแล้ว
"แล้วตอนที่ชิมาโกะซังเรียกชื่อโนริโกะจังเฉยๆ ก็มีเหตุชักจูงด้วยเหรอ?"
พอฉันถามไป ชิมาโกะซังก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คล้ายกับจะพูดว่า "แหม พูดอะไรเนี่ยยูมิซัง"
"จเะรียกชื่อเฉยๆ หรืออะไรก็เถอะ โนริโกะเป็นน้องสาวฉันนี่นา"
"แต่เรียกกันมาก่อนจะเป็น Soeur อีกไม่ใช่เหรอ 'โนริโกะ~' 'ชิมาโกะซัง~' แบบเนี้ย "
ตอนนี้สภาพการณ์กลับตาลปัตรเป็น "แหม พูดอะไรเนี่ยชิมาโกะซัง" ไปซะแล้ว แต่เจ้าตัวกลับบอกว่า
"งั้นเหรอ ขอโทษทีนะ จำไม่ค่อยได้เลย"
---- เค้าว่ามาแบบนั้น ถ้าสมมุติว่ามันคือการเรียกไปเองโดยไม่รู้สึกตัวล่ะก็ หากใครได้ฟังคงต้องอุทาน "แหม" แล้วพากันหน้าแดงเป็นแถบๆ แน่
"ถ้ามีเหตุจูงใจบ้าง คิดว่าพวกเราจะเรียกชื่อกันเฉยๆ ได้รึเปล่า?"
โยชิโนะซังพึมพำ
"ไม่รู้สิ"
วงสนทนาเงียบครู่หนึ่ง และโยชิโนะซังเป็นฝ่ายโพล่งออกมา
"ลองเรียกดูมั้ย?"
"เอ๋"
ทั้งฉันและชิมาโกะซังต่างตกใจจนผงะทั้งคู่
"แค่ลองเรียกดูนิดหน่อยจะเป็นไรไป เอ้าๆ ยูมิซังเริ่มก่อนเลยนะ"
โยชิโนะซังผายมือไปทางชิมาโกะซัง ฉันจึงพูดออกไปด้วยความเขินเล็กน้อย
"ชิ-ชิมาโกะ"
"จ้ะ เอ่อ โยชิโนะ"
ชิมาโกะซังเรียกโยชิโนะซังวนไปตามลำดับ
"จ้า ยูมิ"
"หวา"
มีเสียงร้องแทรกมาก่อนฉันตอบรับ แต่ว่านั่นไม่ใช่เสียงของฉันเพียงคนเดียว หากแต่เป็นความรู้สึกที่บังเกิดในใจของสองคนนั้นด้วยเหมือนกัน
"ไม่ไหว อายจัง"
พวกเราพากันทุบโต๊ะบ้าง กระทืบเท้าใต้โต๊ะบ้าง แต่ทั้งหมดเป็นการกระทำเพื่อหนีให้พ้นจากความอายนั่นเอง
"ฉันคิดว่าอะไรแบบนี้ ไม่ใชสิ่งที่ฝืนเปลี่ยนแปลงกันได้หรอก"
ชิมาโกะซังพูดพลางหัวเราะน้ำตาเล็ด
"แต่ฉันโดนบังคับให้เปลี่ยนนะ โอเน่ซามะของฉันสั่งให้เรียก 'โอเน่ซามะ' "
ในตอนนั้นก็เขินน่าดูเหมือนกัน
"มันก็ต้องแบบนั้นแหละ"
ถ้าน้องสาวไม่เรียกโอเน่ซามะของตัวเองว่า "โอเน่ซามะ" แล้วจะให้เรียกว่าอะไรล่ะ พอพูดจบเพื่อนทั้งคู่ก็พากันหัวเราะ...จ้า จ้า ไม่ว่ายังไงเธอทั้งคู่คงพูดกันได้แต่แรกโดยไม่มีเหนียมอายอยู่แล้วสินะ
"ขืนมัวแต่เขินโอเน่ซามะกับน้องสาว มันก็เริ่มต้นไม่ได้ซะทีน่ะสิ แล้วตอนยูมิซังมีน้องสาวจะทำยังไงล่ะทีนี้"
"น้องสาวเหรอ...."
ยังนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะออกมาเป็นยังไง
"ก็คงจะเรียก 'จัง' ต่อท้ายไปตลอดจนโดนซาจิโกะซามะดุเอาล่ะมั้ง? โนริโกะจังเคยเป็นแบบนั้นเหมือนกันไม่ใช่เหรอ"
"อ้อ จริงด้วยเนอะ"
ชิมาโกะซังหรี่ตารำลึกถึงอดีต
เอาเถอะ ในตอนนั้นชิมาโกะซังกับโนริโกะจังยังไม่ได้เป็น Soeur กันซะหน่อย ซาจิโกะซามะจึงเตือนว่าการเรียกรุ่นพี่ด้วยคำลงท้าย "ซัง" เป็นสิ่งที่ไม่สมควร ว่ากันตามตรงแล้วก็ไม่ใช่เคสเดียวกันเลย
"ไม่เป็นไร ถ้ามีน้องสาวเมื่อไหร่ ฉันเรียกชื่ออย่างเดียวแน่นอน"
ฉันยกมือขึ้นชี้ฟ้า อารมณ์ตอนนั้นประมาณว่า รอก่อนนะ น้องสาว อะไรแบบนี้เลย
"ยูมิซัง แล้วพวกเราจะรอดูนะ"
"ทำเป็นพูดไป โยชิโนะซังก็ด้วยไม่ใช่เหรอ"
โยชิโนะซังแลบลิ้นให้ชิมาโกะซังที่ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย
"ตายจริง ขุดหลุมฝังตัวเองซะแล้วเหรอเนี่ย"
ใช่ๆ ฉันกับโยชิโนะซังไม่เหมือนกับชิมาโกะซังผู้สง่างามที่เป็นทั้งบาระซามะแถมยังมีน้องสาวแล้ว พวกเราต้องพยายามกับการหาน้องสาวให้ได้ก่อนจะมาใส่ใจกับการเรียกชื่อ
"น่า วิธีเรียกชื่อเอามาใช้วัดความใกล้ชิดสนิทสนมกันไม่ได้หรอก"
พวกเราจ้องหน้ากันแล้วจิบชา
ก็ตามนั้นแหละ
พวกเราสามคนเห็นพ้องกันเป็นเสียงเดียวว่า เรียก "ซัง" กันซึ่งๆ หน้าก็ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน