[แปล] Marimite Main Story : Kibara Panic บทที่ 2 จ้า

แฟนฟิคชั่น นิยายแต่งเอง เชิญทางนี้เลยจ้า
Post your Fanfictons , Original Fictions.

Moderators: UsaSama, aor-chan, YuriGray

Forum rules
• ห้ามคัดลอก หรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งของผลงานผู้อื่นมาลง โดยไม่ขออนุญาตเจ้าของก่อน กรณีที่เป็นฟิคแปล ควรลงเครดิตเจ้าของผลงานให้เรียบร้อยด้วย
• ไม่อนุญาตให้ลงฟิคชั่นเรทเกินที่กำหนดไว้โดยเด็ดขาด (อ่านรายละเอียดที่นี่)
• หากพบฟิคชั้นที่มีเนื้อหาไม่เหมาสม หรือไม่แน่ใจว่าสามารถนำมาลงได้หรือไม่ ให้ pm หาสตาฟ และแจ้งมาที่ กระทู้นี้
• แฟนฟิคชั่นที่มีการ Spoil เนื้อหาสำคัญของเรื่องนั้นๆ ต้องใส่คำเตือนไว้ที่หัวข้อกระทู้ หรือก่อนลงเนื้อเรื่องด้วย
• มีมารยาทในการโพสท์ การวิจารณ์ และไม่ใช้ภาษาวิบัติ

ตั้งกระทู้ Fiction อย่างไรให้เป็นระเบียบและเข้าใจง่าย?

กฎระเบียบของเว็บ Lily-School | มารยาทในการใช้เว็บบอร์ด | การใส่ Signature และ Avatar
ถาม-ตอบ เกี่ยวกับการใช้บอร์ด | วิธีการใช้ BBcode | บทความดี ๆ เกี่ยวกับการใช้งานและมารยาท

Re: [แปล] Marimite Main Story : ในกระเป๋า (จบบท)

Postby ammy » Wed Feb 18, 2009 12:15 am

อ่านแล้วอยากดูอนิเม พอดูอนิเมแล้ว อย่าอ่านหนังสือการ์ตุน (เมือไรเล่ม 3 จะออกก็มะรุ)

Spoiler: show
แหะๆๆ คิดว่า ตบป๊าป ลงหน้า หงายไปเลย ลืมไป คุณพี่ไม่ทำ แต่อยากรู้จัง อนิเมจะมีไหมนะ แล้วหนังสือการ์ตูนจะมีไหมหนอ งิงิ
- อยากดู ฉากนี้จัง งิงิ อนิเมคงไม่ตัดออกมั้ง
- จากพาร์ทแรกที่โทโกะเห็นยูมิครั้งแรกแล้วรู้สึกกลัว ไม่อยากเข้าใกล้ รู้สึกจะมีบอกในเล่มถัดไป Crisscross ตอนล่าการ์ดวาเลนไทน์ค่ะ คุณพี่เรียกโทโกะมาคุยเปิดใจอีกหนก่อนแข่งหาการ์ด จะพูดทำนองว่าเพราะยูมิเป็นกระจกหรืออะไรนี่แหละ (ลืมและ) ขอบอกว่าตอนหาการ์ดสนุกโคตรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรค่ะ คุณพี่มาเมพโคตร เหนือเมฆแสร่ดๆ (บางคนเราคงเคยบอก หรืออาจเคยเห็นที่เราพิมพ์ไว้แล้ว แต่ไม่บอกซ้ำละกัน ใครไม่รู้ไว้รอดูเอง) แถมยูมิมันซ่อนการ์ดได้สุดตรีนมากๆ


ฉากนี้

Spoiler: show
โทโกะมองเห็นรองเท้าแตะของซาจิโกะโอเน่ซามะก้าวผ่านทางด้านข้าง เสียงกรอบแกรบของหญ้าแห้งยามฤดูหนาว ฟังดูเหมือนเสียงลมจากที่ไหนสักแห่ง ซาจิโกะโอเน่ซามะเดินเข้าอาคารเรียนไปแล้ว มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้านหลังจึงไม่สามารถยืนยันให้เห็นด้วยตา เพียงแค่รู้สึกถึงมันได้ >>> คิดว่า อนิเม คงเป็นแนว ผมคุณพี่สยายแบบสโลโมชั้น แล้วเดินจากไปแน่เลย อิอิ



ไหนๆ โนเวลก็มีเล่มจบแล้ว อยากให้สำนักพิมพ์บงกชน่าเอาลิขสิทธิ์ โนเวลไปแปลด้วยเลย คงแหล่มเลย อนิเม มังงะ โนเวล หุหุ
ถ้าทำได้จริงคงอีกนานกว่าจะจบ ขนาดมังงะ ออกมา 2 เล่ม เงียบเลย *...*



.... ขอบคุณค่ะ :mrgreen: :mrgreen:
Last edited by ammy on Thu Feb 19, 2009 2:02 am, edited 1 time in total.
Image
User avatar
ammy
LILY
 
Posts: 50
Joined: Thu Feb 12, 2009 8:48 pm
Location: อาศัยอยู่กะท่านคานะเมะในปราสาทแวมไพร์

Re: [แปล] Marimite Main Story : ในกระเป๋า (จบบท)

Postby dramer » Wed Feb 18, 2009 1:12 pm

Spoiler: show
อ่านตอนจบแล้ว ^^ โนริโกะ จะเก่งไปถึงไหนนี้ มาประสาทรับรู้ส่วนตัวว่าโทโกะกำลังแย่ด้วย
User avatar
dramer
LILY ST
 
Posts: 98
Joined: Sat Oct 06, 2007 2:16 pm

Re: [แปล] Marimite Main Story : ในกระเป๋า (จบบท)

Postby Kaon_1926 » Wed Feb 18, 2009 1:22 pm

เห่อเข้ามาอ่านแล้ว สมกับการรอคอยยยย อิ๊งงงง

Spoiler: show
โทโกะ เกรียนแตก!!! สุดยอดดด

โนริโกะ เธอเป็นเพื่อนที่ดีจริงๆๆ จับมาจิ้นเลยดีมะ

เดี๊ยวนึกอะไรออกแล้วจะมาลงอีก ....
Image
User avatar
Kaon_1926
SENPAI
 
Posts: 476
Joined: Tue Jul 03, 2007 7:22 pm
Location: คอกม้าหน้าร.ร.และทุ่งลิลลี่

Re: [แปล] Marimite Main Story : ในกระเป๋า (จบบท)

Postby nishiae » Wed Feb 18, 2009 6:54 pm

หุหุ
Spoiler: show
โชว์การตบเกรียนแบบผู้ดีตามสไตล์ซัจจี้ แต่นะซัจจี้ไม่รู้เหรอ เป็นไปไม่ได้หรือว่าซัจจี้หลีกหนีผู้คน5555
User avatar
nishiae
LIL
 
Posts: 30
Joined: Wed Jan 28, 2009 12:19 am
Location: โลกแห่งซี

Re: [แปล] Marimite Main Story : ในกระเป๋า (จบบท)

Postby Mukiki » Wed Feb 18, 2009 7:47 pm

อ่านรวดเดียว 3 บทเลย มันส์โคตร
Spoiler: show
ไม่ใช่แบบนี้แบเบอร์ให้ ซัจจี้ x ยูมิ // โท x โนริ หรอกนะ ฮา
หวังว่าในเมะจะดึงอารมณ์ช่วงนี้ออกมาได้เนี้ยบๆ นะ

เลิฟผู้ดูแล :mrgreen:
Complete: [NamaeNai] Hidamari Sketch x ☆☆☆ / [NamaeNai] Working!!
In Progress: อู้ing /ดอง TL SSS 1.5,8a / ดอง สรุปนิยายฮิดามาริ / ดอง **** ** **** หลังห้องไห (!?)
Summer 2010 Status : Unknown...
"กองไหเอย...จงซับซ้อนยิ่งขึ้น"
User avatar
Mukiki
เสี่ยวเอ้อชมรมน้ำชา
 
Posts: 3211
Joined: Mon Jan 02, 2006 12:00 am
Location: ในไห

Re: [แปล] Marimite Main Story : ในกระเป๋า (จบบท)

Postby Yoshiba » Wed Feb 18, 2009 11:25 pm

คุณพี่คะ...เท่ที่สุด อ้ากกกกกกกกกกกก >////////////<
Image
User avatar
Yoshiba
LILY S
 
Posts: 72
Joined: Tue Dec 09, 2008 7:10 pm

Re: [แปล] Marimite Main Story : ในกระเป๋า (จบบท)

Postby saakuzaa » Thu Feb 19, 2009 1:39 am

Spoiler: show
โฮกกกกกกกกกก
คุณพี่สุดยอด ตบซะ
เท่มากมายยยยยยยย
ไงล่ะๆๆๆ โทโกะ จุกไปเรย
หุหุ ขอพลัง Y(uri) จงสถิตอยู่กับท่านนนนนนน
saakuzaa
LILY STUDENT
 
Posts: 260
Joined: Tue Jan 13, 2009 7:17 pm

Re: [แปล] Marimite Main Story : ในกระเป๋า (จบบท)

Postby fate » Thu Feb 19, 2009 3:15 pm

มาโฮกฉากคุณพี่ตบเกรียน สุดยอดมากกก อยากดูเมะตอนนี้จัง season นี้ จะฉายถึงตอนนี้ไหมเนี่ย
Spoiler: show
แต่งงว่าคุณพี่ไม่รู้อดีตโทโกะหรือเนี่ย งั้นก็มีตาคาชิวากิที่รู้ทุกอย่างคนเดียว
ตอนโทโกะนับเลขรอบนี้ เศร้าตามเลย โนริโกะโผล่มาได้ถูกช่วงเวลาจริงๆ


ยิ่งอ่านสปอยล์ ยิ่งอยากอ่านโนเวล แต่ไร้สกิลภาษาญี่ปุ่น เศร้า
User avatar
fate
LILY STU
 
Posts: 104
Joined: Thu Dec 18, 2008 3:19 pm

Re: [แปล] Marimite Main Story : ในกระเป๋า (จบบท)

Postby kakakung » Fri Feb 20, 2009 8:24 pm

โอ้ มันช่าง...

Spoiler: show
ชอบๆ โืทโกะโดนตบเกรียน ป๊าปๆๆ แรงค่ะแรงงง!
ตบได้แบบสไตล์ผู้ดีสมกับเป็นคุณพี่ อยากดูฉากนี้จิงจิ้ง
อยากรู้ด้วย... ยูมิเอาการ์ดไปซ่อนที่ไหนอ่ะ? เดี๋ยวจะรอดูเมะน้าา
User avatar
kakakung
LILY STUD
 
Posts: 143
Joined: Thu Dec 04, 2008 10:40 pm

Re: [แปล] Marimite Main Story : ในกระเป๋า (จบบท)

Postby kurohara » Sun Feb 22, 2009 1:25 am

เข้ามาดูเกรียนครับ....
http://kurohara.wordpress.com
Image
เบลไซยูวววววววววววววว
User avatar
kurohara
ชมรมคนรักบาฮะ
 
Posts: 2190
Joined: Sun Apr 30, 2006 7:09 pm
Location: 咲夜の世界

Re: [แปล] Marimite Main Story : ในกระเป๋า (จบบท)

Postby yurie » Sun Feb 22, 2009 10:01 pm

ยอดเยี่ยมมากค่า!! ขอบคุณมากๆค่ะ เข้าใจคานาโกะขึ้นเยอะ (เธอน่ารักจริงๆด้วย :D )
...ชีวิตเรายังอีกยาวไกล และยังมีอะไรอีกมาที่เรายังไม่รู้...(สาวยู ไม่จำเป็นตัวเป็นเลสเสมอไป!!)
User avatar
yurie
L
 
Posts: 16
Joined: Sat Feb 21, 2009 9:45 pm

Re: [แปล] Marimite Main Story : ในกระเป๋า (จบบท)

Postby yurie » Sun Feb 22, 2009 11:21 pm

อ่านครบหมดทุกตอนแล้ว!! สุดยอดมากค่ะ :D
...ชีวิตเรายังอีกยาวไกล และยังมีอะไรอีกมาที่เรายังไม่รู้...(สาวยู ไม่จำเป็นตัวเป็นเลสเสมอไป!!)
User avatar
yurie
L
 
Posts: 16
Joined: Sat Feb 21, 2009 9:45 pm

Re: [แปล] Marimite Main Story : ในกระเป๋า (จบบท)

Postby nirvana1987 » Mon Feb 23, 2009 9:26 am

สนุกมากครับ ดีที่เราเกิดมาเป็นคนชอบสายนี้ ขอบคุณมากครับ
nirvana1987
LILY S
 
Posts: 65
Joined: Sun Dec 21, 2008 2:56 pm

Re: [แปล] Marimite Main Story : ในกระเป๋า (จบบท)

Postby Johanna » Wed Feb 25, 2009 11:23 am

ยิ่งอ่านยิ่งขึ้น อยากอ่านโนเวลฉบับเต็มมากกกกกกกก แต่อ่านญี่ปุ่นไม่ออก ฉบับภาษาอังกฤษก็ไม่มี :(

Spoiler: show
ตอนโทโกะนับเลขตอนสุดท้ายนั่นเศร้าจังเลย น่าสงสาร แต่นึกว่ามือที่แตะบ่าโทโกะจะเป็นยูมิซามะซะอีก
กลายเป็นโนริโกะจังซะงั้น จะว่าไปโนริโกะจังนี่คิดอะไรกับโทโกะเปล่าเนี่ย เป็นห่วงกันจังงงงง ระวังชิมาโกะ
โอเน่ซามะจะหึงนะจ๊ะ :lol:
Image
Image
Image
User avatar
Johanna
LILY STU
 
Posts: 105
Joined: Thu Feb 19, 2009 5:51 pm
Location: Kiyosumi's Mahjong Club

Re: [แปล] Marimite : "San" tsuke Mondai (เรื่องสั้นของสามสาว)

Postby DarkNeon » Sat Feb 28, 2009 12:55 am

Image

อันนี้มาจากเล่ม Margaret ni Ribbon ค่ะ เป็นเรื่องราวการทำของขวัญไวท์เดย์ของยูมิ ชิมาโกะ โยชิโนะ เรื่องราวเป็นแบบเนื้อหาหลักกระตึ๋งนึง แล้วเอาเรื่องสั้นมาคั่น แล้วเข้าเนื้อหาหลักต่ออีกกระตึ๋ง เอาเรื่องสั้นมาคั่นอีก เป็นงี้ยันจบเล่ม...เรื่องสั้นในเล่มก็มีทั้งเรื่องที่แต่งใหม่ กับที่ อ.เคยแต่งลงนิตยสารโคบอลต์ ที่เราแปลมาลงนี้เป็นเรื่องสั้นนะคะ สามสาวจะพูดถึงตอนได้อยู่กันสามคน ^^

ช่วงเวลาน่าจะเป็นช่วงคาบเกี่ยวตอน OVA จนถึงก่อนอาร์คยูมิ-โทโกะ(เห็นบอกฤดูร้อน ไม่็ก็ใบไม้ร่วง)


- 「さん」付け問題 -

- "San" Tsuke Mondai -

- ประเด็นของการต่อท้ายด้วย "ซัง" -



จำได้ไม่ค่อยแน่ชัดว่าเรื่องเกิดขึ้นในช่วงหมดฤดูร้อน หรือระหว่างฤดูใบไม้ร่วง แต่มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนที่มีแค่ชิมาโกะซัง โยชิโนะซังและฉันอยู่ด้วยกันสามคนที่เรือนกุหลาบ อีกทั้งยังจำไม่ได้ด้วยว่าเพราะอะไรถึงคุยกันเรื่องนั้น คิดว่าจุดเริ่มต้นอาจมาจากการที่มีเพื่อนร่วมห้องของใครสักคนมาถามว่าเหตุใดพวกเรานักเรียนชั้นปี 2 สามคนในครอบครัวกุหลาบ จึงเรียกกันเองในกลุ่มโดยมี "-ซัง" ต่อท้าย

"จะว่าไปซาจิโกะซามะกับเรย์ซามะก็เรียกชื่อกันเฉยๆ นี่นา"

ชิมาโกะซังพึมพำ

"บาระซามะรุ่นก่อนที่เรียนจบไปแล้วก็เรียกกันแบบนั้น"

โยชิโนะซังนึกได้แล้วก็พยักหน้าตาม

รุ่นก่อนที่ว่านั้นหมายถึงบรรดาโอเน่ซามะของซาจิโกะซามะ เรย์ซามะและชิมาโกะซัง ตอนที่ฉันได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของยามะยูริไค ทั้งสามคนต่างพากันเรียกอีกฝ่ายว่า "Rosa Chinensis" "Rosa Foetida" "Rosa Gigantea" แต่ทว่าในช่วงกำลังจะจบการศึกษา ตั้งแต่หมดเทศกาลเลือกตั้งคณะกรรมการนักเรียนรุ่นถัดไปเป็นต้นมานั้น พอหมดหน้าที่ปุ๊บก็เลิกเรียกชื่อประจำตำแหน่งโดยสิ้นเชิง และเรียกชื่อ "โยโกะ" "เอริโกะ" "เซย์" กันตรงๆ โดยไม่มีอะไรใส่เพิ่มเข้าไป บางทีคงกลับไปเรียกกันแบบเดิมก่อนที่จะมาเป็นบาระซามะก็เป็นได้

"โนริโกะจังเรียกโทโกะจังว่า 'โทโกะ' เหมือนกันนี่"

เมื่อฉันพูดจบ ชิมาโกะซังก็ยิ้มออกมา

"แต่อีกฝ่ายเรียกกลับมาว่า 'โนริโกะซัง' นะ ยูมิซัง"

เมื่อปริมาณงานที่ต้องทำลดน้อยลง พวกเราจึงพากันดื่มชาพลางปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างเรื่อยๆ เป็นช่วงเวลาสบายๆ หลังเลิกเรียนที่อากาศไม่ร้อนหรือหนาว

"เริ่มเรียกมาตั้งแต่ตอนไหนล่ะ รู้สึกว่าตอนแรกๆ จะเรียก 'โทโกะซัง' นะ"

โยชิโนะซังเงยหน้าขึ้นมองข้างบน พลางใช้นิ้วหมุนหางเปียของตัวเอง

"ตอนพิธีต้อนรับนักเรียนใหม่ล่ะมั้ง"

"อ๋อ"

เมื่อได้ยินคำพูดของชิมาโกะซัง ทั้งฉันและโยชิโนะซังต่างพากันพยักหน้าหงึกหงัก

"ตั้งแต่ตอนที่เรียก 'โทโกะ!!!' ตอนนั้นน่ะเอง"

เสียงตะคอกของโนริโกะจังที่ก้องกังวานดังไปทั่วโบสถ์ ที่นั่นกลายเป็นพื้นที่ในตำนานไปแล้ว

"มีเหตุชักจูงให้เรียกสินะ"

พวกเราสามคนจิบชาอันเป็นการบอกว่าเข้าใจแล้ว

"แล้วตอนที่ชิมาโกะซังเรียกชื่อโนริโกะจังเฉยๆ ก็มีเหตุชักจูงด้วยเหรอ?"

พอฉันถามไป ชิมาโกะซังก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คล้ายกับจะพูดว่า "แหม พูดอะไรเนี่ยยูมิซัง"

"จเะรียกชื่อเฉยๆ หรืออะไรก็เถอะ โนริโกะเป็นน้องสาวฉันนี่นา"

"แต่เรียกกันมาก่อนจะเป็น Soeur อีกไม่ใช่เหรอ 'โนริโกะ~' 'ชิมาโกะซัง~' แบบเนี้ย "

ตอนนี้สภาพการณ์กลับตาลปัตรเป็น "แหม พูดอะไรเนี่ยชิมาโกะซัง" ไปซะแล้ว แต่เจ้าตัวกลับบอกว่า

"งั้นเหรอ ขอโทษทีนะ จำไม่ค่อยได้เลย"

---- เค้าว่ามาแบบนั้น ถ้าสมมุติว่ามันคือการเรียกไปเองโดยไม่รู้สึกตัวล่ะก็ หากใครได้ฟังคงต้องอุทาน "แหม" แล้วพากันหน้าแดงเป็นแถบๆ แน่

"ถ้ามีเหตุจูงใจบ้าง คิดว่าพวกเราจะเรียกชื่อกันเฉยๆ ได้รึเปล่า?"

โยชิโนะซังพึมพำ

"ไม่รู้สิ"

วงสนทนาเงียบครู่หนึ่ง และโยชิโนะซังเป็นฝ่ายโพล่งออกมา

"ลองเรียกดูมั้ย?"

"เอ๋"

ทั้งฉันและชิมาโกะซังต่างตกใจจนผงะทั้งคู่

"แค่ลองเรียกดูนิดหน่อยจะเป็นไรไป เอ้าๆ ยูมิซังเริ่มก่อนเลยนะ"

โยชิโนะซังผายมือไปทางชิมาโกะซัง ฉันจึงพูดออกไปด้วยความเขินเล็กน้อย

"ชิ-ชิมาโกะ"

"จ้ะ เอ่อ โยชิโนะ"

ชิมาโกะซังเรียกโยชิโนะซังวนไปตามลำดับ

"จ้า ยูมิ"

"หวา"

มีเสียงร้องแทรกมาก่อนฉันตอบรับ แต่ว่านั่นไม่ใช่เสียงของฉันเพียงคนเดียว หากแต่เป็นความรู้สึกที่บังเกิดในใจของสองคนนั้นด้วยเหมือนกัน

"ไม่ไหว อายจัง"

พวกเราพากันทุบโต๊ะบ้าง กระทืบเท้าใต้โต๊ะบ้าง แต่ทั้งหมดเป็นการกระทำเพื่อหนีให้พ้นจากความอายนั่นเอง

"ฉันคิดว่าอะไรแบบนี้ ไม่ใชสิ่งที่ฝืนเปลี่ยนแปลงกันได้หรอก"

ชิมาโกะซังพูดพลางหัวเราะน้ำตาเล็ด

"แต่ฉันโดนบังคับให้เปลี่ยนนะ โอเน่ซามะของฉันสั่งให้เรียก 'โอเน่ซามะ' "

ในตอนนั้นก็เขินน่าดูเหมือนกัน

"มันก็ต้องแบบนั้นแหละ"

ถ้าน้องสาวไม่เรียกโอเน่ซามะของตัวเองว่า "โอเน่ซามะ" แล้วจะให้เรียกว่าอะไรล่ะ พอพูดจบเพื่อนทั้งคู่ก็พากันหัวเราะ...จ้า จ้า ไม่ว่ายังไงเธอทั้งคู่คงพูดกันได้แต่แรกโดยไม่มีเหนียมอายอยู่แล้วสินะ

"ขืนมัวแต่เขินโอเน่ซามะกับน้องสาว มันก็เริ่มต้นไม่ได้ซะทีน่ะสิ แล้วตอนยูมิซังมีน้องสาวจะทำยังไงล่ะทีนี้"

"น้องสาวเหรอ...."

ยังนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะออกมาเป็นยังไง

"ก็คงจะเรียก 'จัง' ต่อท้ายไปตลอดจนโดนซาจิโกะซามะดุเอาล่ะมั้ง? โนริโกะจังเคยเป็นแบบนั้นเหมือนกันไม่ใช่เหรอ"

"อ้อ จริงด้วยเนอะ"

ชิมาโกะซังหรี่ตารำลึกถึงอดีต

เอาเถอะ ในตอนนั้นชิมาโกะซังกับโนริโกะจังยังไม่ได้เป็น Soeur กันซะหน่อย ซาจิโกะซามะจึงเตือนว่าการเรียกรุ่นพี่ด้วยคำลงท้าย "ซัง" เป็นสิ่งที่ไม่สมควร ว่ากันตามตรงแล้วก็ไม่ใช่เคสเดียวกันเลย

"ไม่เป็นไร ถ้ามีน้องสาวเมื่อไหร่ ฉันเรียกชื่ออย่างเดียวแน่นอน"

ฉันยกมือขึ้นชี้ฟ้า อารมณ์ตอนนั้นประมาณว่า รอก่อนนะ น้องสาว อะไรแบบนี้เลย

"ยูมิซัง แล้วพวกเราจะรอดูนะ"

"ทำเป็นพูดไป โยชิโนะซังก็ด้วยไม่ใช่เหรอ"

โยชิโนะซังแลบลิ้นให้ชิมาโกะซังที่ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย

"ตายจริง ขุดหลุมฝังตัวเองซะแล้วเหรอเนี่ย"

ใช่ๆ ฉันกับโยชิโนะซังไม่เหมือนกับชิมาโกะซังผู้สง่างามที่เป็นทั้งบาระซามะแถมยังมีน้องสาวแล้ว พวกเราต้องพยายามกับการหาน้องสาวให้ได้ก่อนจะมาใส่ใจกับการเรียกชื่อ

"น่า วิธีเรียกชื่อเอามาใช้วัดความใกล้ชิดสนิทสนมกันไม่ได้หรอก"

พวกเราจ้องหน้ากันแล้วจิบชา

ก็ตามนั้นแหละ

พวกเราสามคนเห็นพ้องกันเป็นเสียงเดียวว่า เรียก "ซัง" กันซึ่งๆ หน้าก็ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน
Image
User avatar
DarkNeon
นักแปลไส้แห้ง
 
Posts: 1042
Joined: Fri Jul 06, 2007 10:20 pm
Location: ใต้กองงานจาก บ.ดอกบัว

Re: [แปล] Marimite : "San" tsuke Mondai (เรื่องสั้นของสามสาว)

Postby ammy » Sat Feb 28, 2009 1:27 am

อ้ออออออ!!! ~..~
เข้าใจหละ สงสัยมาตลอดว่าทำไม 3 คนนี้ ต้องมีซัง ไม่เรียกชื่อไปเลย อิอิ โดยเฉพาะ โยชิโนะ กับ ยูมิ
แต่กับชิมาโกะ ไม่ค่อยส่งสัย

ขอบคุณมากค่า = = หายข้องใจหละ 555+
Image
User avatar
ammy
LILY
 
Posts: 50
Joined: Thu Feb 12, 2009 8:48 pm
Location: อาศัยอยู่กะท่านคานะเมะในปราสาทแวมไพร์

Re: [แปล] Marimite : "San" tsuke Mondai (เรื่องสั้นของสามสาว)

Postby Yoshiba » Sat Feb 28, 2009 2:00 pm

สามคนนี้น่ารักโคตรๆๆ :lol:
Image
User avatar
Yoshiba
LILY S
 
Posts: 72
Joined: Tue Dec 09, 2008 7:10 pm

Re: [แปล] Marimite : "San" tsuke Mondai (เรื่องสั้นของสามสาว)

Postby nishiae » Sat Feb 28, 2009 3:32 pm

555 เรียกไม่ได้เพราะเหตุนี้เองซินะ น่ารักจังวุ้ยสามสาวเราเนี้ยะ
User avatar
nishiae
LIL
 
Posts: 30
Joined: Wed Jan 28, 2009 12:19 am
Location: โลกแห่งซี

Re: [แปล] Marimite : "San" tsuke Mondai (เรื่องสั้นของสามสาว)

Postby kurohara » Mon Mar 02, 2009 8:46 pm

ไม่ได้คิดไปเองใช่มั้ยว่าชิมาโกะรู้สึกมีเสน่ห์มากขึ้นเยอะ....
http://kurohara.wordpress.com
Image
เบลไซยูวววววววววววววว
User avatar
kurohara
ชมรมคนรักบาฮะ
 
Posts: 2190
Joined: Sun Apr 30, 2006 7:09 pm
Location: 咲夜の世界

Re: [แปล] Marimite : "San" tsuke Mondai (เรื่องสั้นของสามสาว)

Postby WuDragon » Mon Mar 02, 2009 11:01 pm

สามคนนี้มีอะไรตลกๆมาเล่นกันให้คนอ่านฮาอยู่เรื่อยเลยแฮะ
Image
~มังกรน้อยไม่สนับสนุนการขายแฟนซับ~
User avatar
WuDragon
One-sama~
 
Posts: 327
Joined: Tue Dec 09, 2008 6:22 pm
Location: ไม่แน่นอน

Re: [แปล] Marimite : "San" tsuke Mondai (เรื่องสั้นของสามสาว)

Postby kakakung » Tue Mar 03, 2009 10:11 am

ถกประเด็นกันได้น่ารักมาก ^^

โอ้ยย น่ารักอ่ะ ><
User avatar
kakakung
LILY STUD
 
Posts: 143
Joined: Thu Dec 04, 2008 10:40 pm

Re: [แปล] Marimite : "San" tsuke Mondai (เรื่องสั้นของสามสาว)

Postby fate » Tue Mar 03, 2009 11:40 pm

น่ารักดีแฮะ เรื่องของสามคนนี้
ตอนดูอนิเมก็สงสัยนิดๆ เหมือนกันว่าทำไมสามคนนี้ยังเรียกลงท้าย ซัง กันอีก
คือปกติถ้าสนิทกันแล้ว น่าจะเรียกชื่อเฉยๆ มากกว่า เหตุผลคืออย่างนี้เองสินะ
User avatar
fate
LILY STU
 
Posts: 104
Joined: Thu Dec 18, 2008 3:19 pm

Re: [แปล] Marimite : "San" tsuke Mondai (เรื่องสั้นของสามสาว)

Postby namaste » Wed Mar 04, 2009 9:15 am

kurokatt wrote:ไม่ได้คิดไปเองใช่มั้ยว่าชิมาโกะรู้สึกมีเสน่ห์มากขึ้นเยอะ....

เห็นด้วยยยย สงสัยพอมีน้องสาวแล้วพลังออร่าถึงได้เพิ่มขึ้น

>[]<~~ รีเควสตอนของชิมาโกะกับโนริโกะมั่งได้มั้ยคร๊าาาาา
Image
User avatar
namaste
SENPAI
 
Posts: 641
Joined: Wed Jun 27, 2007 5:27 pm
Location: เกาะรั้วโรงเรียน

Re: [แปล] Marimite : "San" tsuke Mondai (เรื่องสั้นของสามสาว)

Postby DarkNeon » Wed Mar 04, 2009 12:49 pm

namaste wrote:
kurokatt wrote:ไม่ได้คิดไปเองใช่มั้ยว่าชิมาโกะรู้สึกมีเสน่ห์มากขึ้นเยอะ....

เห็นด้วยยยย สงสัยพอมีน้องสาวแล้วพลังออร่าถึงได้เพิ่มขึ้น

>[]<~~ รีเควสตอนของชิมาโกะกับโนริโกะมั่งได้มั้ยคร๊าาาาา

คู่นี้มันไม่มีเรื่องสั้ยเลยอ่ะจิ เดี๋ยวจะรับไว้พิจารณาอีกหน
Image
User avatar
DarkNeon
นักแปลไส้แห้ง
 
Posts: 1042
Joined: Fri Jul 06, 2007 10:20 pm
Location: ใต้กองงานจาก บ.ดอกบัว

Re: [แปล] Marimite : "San" tsuke Mondai (เรื่องสั้นของสามสาว)

Postby Yoshiba » Wed Mar 04, 2009 3:45 pm

>[]<~~ รีเควสตอนของชิมาโกะกับโนริโกะมั่งได้มั้ยคร๊าาาาา


โหวตอีกหนึ่งเสียงค่าาาาาาาาา
Image
User avatar
Yoshiba
LILY S
 
Posts: 72
Joined: Tue Dec 09, 2008 7:10 pm

PreviousNext

Return to ชมรมวรรณศิลป์ - Literature Club

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 1 guest

cron