Re: [แปล] Marimite Main Story : ในกระเป๋า part 1
ห่างหายไปนาน หลังจากเฟลแล้วเฟลอีกกับภาค 4 ตอนแรกเรากะว่าจะไม่แปลอันนี้แล้ว แต่คิดว่าอนิเมคงทำได้ไม่ดีเท่าแหง เลยแปลดีกว่า มาจากเล่มนี้ค่ะ

Ookina Tobira , Chiisana Kagi เล่มที่เรารู้สึกว่าเนื้อเรื่องดุเด็ดเผ็ดแซ่บที่สุดของอาร์คยูมิ-โทโกะ แล้วก็เป็นเล่มเดียวที่ไม่มีการเล่าเรื่องผ่านมุมของยูมิเลย ^_^ เล่มนี้แบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ โดยส่วนแรกมีชื่อว่า Keyholder เป็นเรื่องผ่านมุมมองของเจ๊ซัจจี้ โยชิโนะ โนริโกะ (แค่นี้มั้ง) ส่วนที่ 2 ใช้ชื่อว่า Heart no Kagiana (ช่องกุญแจในหัวใจ) ซึ่งเป็นเหตุการณ์ผ่านมุมของโทโกะล้วนๆ ซึ่งในส่วนสองนี้ยังแบ่งย่อยอีก 3 บท เราเลือกมาเฉพาะบทสุดท้าย "ในกระเป๋า" ค่ะ (แล้วในแต่ละบทเอง จะมีการคั่นแยกเหตุการณ์ย่อยๆ อยู่แล้วนะ)

เนื้อเรื่องอันนี้เป็นเหตุการณ์หลังจากเลือกตั้งบาระซามะ และกำลังเตรียมงานวาเลนไทน์ค่ะ แล้วก็เป็นบทที่โทโกะโดนตบเกรียน
ในส่วนแรกนี้จะเป็นเล่าย้อนถึงการพบกันครั้งแรกของน้องดริลกับยูมิ...ไม่ใช่ในภาคฮารุค่ะ...หึหึ
Ookina Tobira, Chiisana Kagi
Part 2 : Heart no Kagiana (ช่องกุญแจในหัวใจ)
Chapter : Pocket no Naka (ในกระเป๋า) #1
<<Part 1 || Part 2 || Part 3>>
ชีวิตในโรงเรียนดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ประกอบขึ้นมาจากกิจกรรมต่างๆ ผ่านพ้นคริสต์มาส ย่างเข้าฤดูหนาว พอเข้าปีใหม่และเริ่มเรียนเทอมสามก็มีการเลือกตั้งคณะกรรมการนักเรียนรุ่นถัดไป เสร็จสิ้นไม่ทันไรก็ถึงวันวาเลนไทน์ซะแล้ว มารู้ตัวเอาก็ตอนทำกวาดพื้นในช่วงทำเวร เพราะเศษฝุ่นผงที่กองรวมกันอยู่หน้าที่โกยผงนั้นมันดูมีสีสันมากกว่าปกติ ในตอนแแรกก็ไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษว่ามันมีวันแบบนี้ด้วยหรือ แต่ในวันต่อมาปริมาณของมันก็มากกว่าเดิมราวกับนับถอยหลังรอวันจริง
ปกติสิ่งที่หล่นอยู่ตามพื้นมักเป็นขยะชิ้นเล็กๆ ที่ไม่สามารถถือไปทิ้งในถังขยะได้ หรือไม่ก็เป็นเศษฝุ่นผงที่ปลิวมาจากข้างนอก เส้นผมร่วงของบรรดานักเรียนก็มีเยอะ เพราะฉะนั้นพอกวาดพื้นทีไรจึงมักได้กองขยะหยาบๆ สีโมโนโทน ขาวบ้าง ดำบ้าง แต่ในช่วงนี้มีเศษฝุ่นผงสีแดงบ้าง เหลืองบ้าง น้ำเงินบ้าง หรือแม้แต่สีที่ไม่สามารถอธิบายได้ว่ามันคือสีอะไรปะปนเข้ามา
มันคืออะไรกันนะ
พอจ้องสิ่งที่อยู่ในที่โกยผงสักพัก ก็รู้ว่าตัวตนแท้จริงของขยะหลากสีพวกนี้คืออะไร
(อา)
มันคือเศษไหมพรมที่บรรดาเพื่อนในห้องพากันถักอยู่เมื่อช่วงพักนั่นเอง ถึงอย่างนั้นก็ตามแค่ถักเพียงอย่างเดียว มันจะให้เกิดกองขยะได้ขนาดนี้เชียวหรือ ไม่สิ ใช่ว่าจะเกิดไม่ได้ ถ้ามีบางคนถักๆ รื้อๆ ซ้ำไปซ้ำมาล่ะก็เป็นไปได้ คนที่ใช้ไหมขนแกะเป็นขุยๆ ก็มีอยู่เหมือนกัน ในช่วงเวลาอีก 2 สัปดาห์ก่อนถึงวันวาเลนไทน์นี้หากมีนักเรียนจำนวน 1/3 ของห้องทำของถักในเวลาพักทุกครั้งล่ะก็คงจะได้ขยะปริมาณราวๆ นี้แน่ และถึงแม้นักเรียนบางคนไม่ได้ถักอะไร ก็มีบ้างที่ขอแบ่งเชือกจากเพื่อนสนิทมาเล่นพันด้ายกัน ปี 1 ห้องสึบากิจึงมีขยะเศษด้ายลอยฟุ้งอยู่เต็มไปหมด
ประเด็นสนทนาเกี่ยวกับช็อคโกแลตก็มีพูดถึงกันอยู่ทุกที่ บ้างก็ตั้งหน้าตั้งตาจดส่วนผสมจากหนังสือทำขนม บ้างก็จดๆ จ้องๆ ที่แคตตาล็อกสินค้าของร้านช็อคโกแลตชื่อดังที่ได้ตีพิมพ์ลงในนิตยสาร ไม่ว่าจะมีโอเน่ซามะหรือไม่แต่ทุกคนต่างมีท่าทางสนุกสนานมาก เพราะมันคือวันวาเลนไทน์ของแผนก ม.ปลายที่ตั้งตารอ บางทีคนที่ไม่ตื่นเต้นอะไรเลยนี่แหละที่ผ่าเหล่าผ่ากอ
หลังเลิกเรียนในวันเสาร์
การทำความสะอาดเรียบร้อย ล้างมือเสร็จสิ้น พอจะหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าก็มีบางสิ่งหลุดออกมาพร้อมๆ กันและตกลงไปยังพื้น เมื่อเก็บขึ้นมาเปิดดูก็พบว่ามันคือหนังสือพิมพ์ลิลเลียนฉบับพิเศษที่มีแจกเมื่อเช้าที่ตัวเองพับเก็บเป็นเศษกระดาษไว้เป็น 4 ส่วนนั่นเอง โทโกะหัวเราะออกมา ลืมมันทิ้งไว้ในกระเป๋าทั้งอย่างนั้นซะสนิทเลย
"ปีนี้พบกันอีกครั้งกับ การล่าสมบัติ!!"
ตัวหนังสือพาดหัวเด่นเป็นสง่า
ยังไงก็ตามแทบไม่รู้สึกเลยว่านี่เป็นข่าวเร่งด่วนแต่อย่างใด ครั้งแรกที่เห็นข้อความนี้ คิดว่าเป็นกลยุทธ์ของหนังสือพิมพ์ลิลเลียนที่แง้มข้อมูลออกมาเล็กน้อยเพื่อเรียกกระแสซะอีก แต่ที่จริงแล้วเหมือนจะยังไม่มีกำหนดรายละเอียดใดๆ ตายตัว
"มามิซามะจากชมรมหนังสือพิมพ์เค้าบอกว่าไว้ตกลงรายละเอียดได้เมื่อไหร่ จะประกาศทันทีน่ะ"
โนริโกะบอกแบบนี้ในคาบพักพลางหนีจากกลุ่มเพื่อนร่วมห้องที่คอยไล่ตาม ตั้งแต่หลังการเลือกตั้งคณะกรรมการนักเรียนมา รอบตัวโนริโกะมีแต่ความวุ่นวายมากขึ้นทุกที นอกจากจะยุ่งกับงานของยามะยูริไคแล้ว บรรดานักเรียนรุ่นเดียวกันยังพากันมาห้อมล้อมทุกครั้งที่ถึงเวลาพักเพื่อถามข่าวกิจกรรม เพราะฉะนั้นในช่วงหลายวันมานี้ภาพของโนริโกะที่ได้เห็นจึงเป็นในตอนที่คอยวิ่งหนีวนไปวนมาอยู่ทุกเมื่อ เพราะมัวแต่มาตอบคำถามเรียง
คนถึงได้ไม่หมดเสียที ไม่รู้ว่า "โนริโกะซังคนที่มักไม่สุงสิงกับคนอื่นๆ" ในช่วงเข้าเรียนใหม่ๆ คนนั้นหายไปไหนกัน
โทโกะคิดถึงตรงนี้ ก็ฝืนยิ้มออกมา ถ้าจะให้พูดบ้างแล้ว "โทโกะซังผู้ไร้เดียงสาแถมชอบเจ้ากี้เจ้าการ" ก็เป็นคนในอดีตเช่นกัน พอกันทั้งคู่นั่นแหละ
ไม่รู้มันกลับตาลปัตรเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ช่างเถอะ นี่ไม่ได้เป็นการสลับบทบาทอะไรกันซะหน่อย เพียงแค่ต่างฝ่ายต่างเปลี่ยนแปลงจนกลายมาเป็นอย่างในปัจจุบันเท่านั้น
"ล่าสมบัติ....เหรอ"
โทโกะเอาหนังสือพิมพ์ฉบับพิเศษใส่กลับเข้าไปในกระเป๋าข้างขวา แต่มือที่ใส่กลับเข้าไปยังค้างอยู่ในกระเป๋าเช่นนั้น
การล่าสมบัติเมื่อปีที่แล้ว ตัวเองไม่ได้เข้าร่วมด้วยเพราะยังอยู่ชั้น ม.ต้น ถึงแม้จะปฏิเสธคำชวนของเพื่อนร่วมห้องที่ให้ทำเป็นเนียนปะปนไปร่วมสนุกแล้วก็ตาม แต่ก็ยังอดอยากรู้ไม่ได้ จึงทำทีเป็นจะกลับบ้านแล้วไปเดินด้อมๆ มองๆ แถวตึก ม.ปลายดู แล้วก็-----
(เหมือนคนบ้าไม่ผิดเลย)
เสียงกรอบแกรบของฉบับพิเศษดังมาจากในกระเป๋า ในตอนนี้มันไม่ใช่กระดาษพับ 4 ส่วนอีกต่อไปแล้ว เป็นเพียงแค่ก้อนขยะกลมๆ เท่านั้น
(เหมือนคนบ้าไม่ผิดเลย)
โทโกะเร่งฝีเท้าเดินไปตามระเบียงให้เร็วขึ้น ราวกับจะสลัดภาพความทรงจำในอดีตให้หลุดออกไป ทำไมตัวเองจะต้องนึกถึงภาพนั้นขึ้นมาด้วยนะ
(เหมือนคนบ้าไม่ผิดเลย เหมือนคนบ้าไม่ผิดเลย เหมือนคนบ้าไม่ผิดเลย เหมือนคนบ้าไม่ผิดเลย!)
ไม่ว่าจะหนียังไง ก็ยังไล่ตามมา
มันคือภาพของคนๆ นั้นที่วิ่งไปทั่วโรงเรียนเมื่อ 1 ปีก่อนหน้านี้พอดี ท่าทางพยายามเอาเป็นเอาตายเพื่อจะหนีให้พ้นจากเหล่านักเรียนที่ไล่ตาม แต่ไม่ว่าจะดูยังไงมันก็เหมือนกับม้าแข่งที่วิ่งอยู่หัวแถวนำม้าตัวอื่นๆ อยู่
คนๆ นี้คือคนที่ซาจิโกะโอเน่ซามะได้เลือก
โทโกะรู้สึกกลัว แต่ไม่รู้ว่านี่คือความหวาดกลัวที่มีให้กับสิ่งใด แค่อยู่ๆ ก็กลัวขึ้นมาซะเฉยๆ จะเข้าใกล้คนๆ นี้ไม่ได้เด็ดขาด
(ไม่ไหว...)
ยิ่งพยายามสลัดทิ้งมากเท่าไหร่ ก็สลัดภาพของยูมิซามะออกไปไม่ได้ซะที โทโกะเลิกล้มความตั้งใจแล้วลดความเร็วฝีเท้าลง ไม่รู้ว่ากลับมาถึงหน้าห้องสึบากิของชั้นปี 1 เมื่อไหร่
"งั้นทุกคน ฉันไปก่อนนะ!"
ผู้ที่ส่งเสียงทักทายคนในห้องแล้วรีบร้อนออกมาคือโนริโกะ
"อ๊ะ โทโกะ"
โนริโกะทักทายอย่างยิ้มแย้มแจ่มใสเมื่อเห็นหน้าเพื่อนสนิท
"ท่าทางงานยุ่งนะ โนริโกะซังจะไปเรือนกุหลาบเหรอ?"
"เปล่าหรอก วันนี้ไม่มีนัดรวมตัว ที่รีบเพราะว่าวันนี้มีรายการเกี่ยวกับพระพุทธรูปฉายทางทีวี ลืมตั้งเวลาอัดไว้ แถมโชคไม่ดีที่คุณย่าไม่อยู่ แต่ถึงอยู่ฉันก็ไม่กล้าขอร้องอยู่ดีแหละ"
ที่ไม่กล้าขอร้อง เพราะยังเกรงใจหรือเพราะคุณย่ายังใช้อุปกรณ์พวกนี้ได้ไม่คล่องกันแน่
"ฉายกี่โมงเหรอ?"
"เอ...บ่ายสองล่ะมั้ง"
"งั้นต้องรีบแล้วนะ"
พอมองนาฬิกาข้อมือ ปรากฏว่าตอนนี้เลยบ่ายโมงมานิดหน่อยแล้ว ถ้าจำไม่ผิดที่พักของโนริโกะนั้นต้องนั่งรถไฟจากสถานี M ไปอีก 2-3 สถานี ถ้าขึ้นรถเมล์แล้วต่อรถไฟได้ตรงเวลาก็ใช่ว่าจะกลับไปไม่ทัน แต่รถเมล์ที่เวียนรอบมาหน้าโรงเรียนมักมาสายเป็นประจำ ฉะนั้นจะย่ามใจไม่ได้
"อื้อ งั้นไปก่อนนะ"
โนริโกะหันหลังให้
"อ๊ะ โนริโกะซัง"
โทโกะเผลอตัวเรียกออกไป
"เอ๊ะ อะไรเหรอ?"
ที่จริงควรจะคิดไว้ก่อนว่าจะพูดอะไรก่อนเรียกคนอื่นให้หันมา แต่ว่าก็เผลอเรียกออกไปแล้ว ระยะนี้พออยู่ด้วยกันสองคนทีไรก็มักมีพูดกันแต่ประเด็นหนักๆ ไม่รู้เพราะอย่างนี้หรือเปล่า...พอได้ยินโนริโกะไม่ได้พูดจาด้วยคำพูดเสียดสีเลยทำให้รู้สึกแปลกๆ
"ท่าทางคงเหนื่อยนะ ปีนี้เธอเป็นฝ่ายซ่อนสมบัติไม่ใช่เหรอ?"
ถึงจะถามว่าลำบากหรือเปล่า แต่ถ้าคำพูดที่ออกไปจากปากกลับกลายเป็นคำนี้ก็ไม่ต่างจากบรรดาเพื่อนร่วมห้องที่มารุมล้อม Rosa Gigantea en Bouton เท่าไหร่นัก
"เปล่าหรอก"
โนริโกะปฏิเสธด้วยรอยยิ้ม
"คือว่านะ นักเรียนปี 2 สามคนจะเป็นฝ่ายซ่อนการ์ดน่ะ เอ...จริงสิ รู้สึกจะอยู่นี่..."
โทริโกะพูดพลางเอามือล้วงกระเป๋า แล้วดึงเอาอะไรบางอย่างออกมาด้วย
"นี่ไง มีเขียนไว้ใช่มั้ยล่ะว่า 'บาระซามะรุ่นต่อไปทั้ง 3 คน' "
สิ่งที่ยื่นมาคือหนังสือพิมพ์ลิลเลียนฉบับพิเศษ โนริโกะชี้ให้เห็นหัวข้อข่าวแล้วอธิบาย
"ปีที่แล้วเป็น Bouton เลยดูเหมือนจะมีคนเข้าใจผิดเยอะ มีไอ้นี่รึเปล่าน่ะ?"
"...ไม่มี"
โทโกะขยำเศษกระดาษในกระเป๋ากระโปรงด้านขวาอีกครั้งหนึ่ง
"งั้นฉันให้ ฉันอ่านหมดแล้ว แถมน่าจะมีเก็บไว้ที่เรือนกุหลาบด้วย อยากดูตอนไหนก็ดูได้"
หลังพับหนังสือพิมพ์ที่กางอยู่ และยัดใส่มือซ้ายของโทโกะเรียบร้อยแล้ว โนริโกะก็พูดว่า "ถ้างั้น คราวนี้แหละ" พร้อมหายตัวไปจากระเบียงอย่างรวดเร็ว
หลังกลับเข้ามาในห้องเรียนแล้ว โทโกะนึกสงสัยตัวเองว่าเพราะเหตุใดจึงรับเอาหนังสือพิมพ์ลิลเลียนที่ตัวเองมีอยู่แล้วมาอีก บนโต๊ะตอนนี้มีแผ่นที่เพิ่งได้รับกับเศษกระดาษที่เอาออกจากกระเป๋ามาเรียงคู่กัน
(อันนี้ของโนริโกะ ส่วนอันนี้ของโทโกะ)
พอใช้นิ้วเขี่ยๆ ก็เอากระดาษทั้งสองแผ่นใส่ไว้ในกระเป๋าด้วยกัน
มันช่วยไม่ได้นี่
เพราะไม่ว่ายังไงก็ไม่อยากให้โนริโกะได้เห็นก้อนกระดาษกลมๆ ในตอนนั้น
<<Part 1 || Part 2 || Part 3>>
พาร์ทสอง สิบกว่าหน้าแน่ะ...โปรดติดตาม โทโกะโดนยูมิตบเกรียนได้ในตอนต่อไป

Ookina Tobira , Chiisana Kagi เล่มที่เรารู้สึกว่าเนื้อเรื่องดุเด็ดเผ็ดแซ่บที่สุดของอาร์คยูมิ-โทโกะ แล้วก็เป็นเล่มเดียวที่ไม่มีการเล่าเรื่องผ่านมุมของยูมิเลย ^_^ เล่มนี้แบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ โดยส่วนแรกมีชื่อว่า Keyholder เป็นเรื่องผ่านมุมมองของเจ๊ซัจจี้ โยชิโนะ โนริโกะ (แค่นี้มั้ง) ส่วนที่ 2 ใช้ชื่อว่า Heart no Kagiana (ช่องกุญแจในหัวใจ) ซึ่งเป็นเหตุการณ์ผ่านมุมของโทโกะล้วนๆ ซึ่งในส่วนสองนี้ยังแบ่งย่อยอีก 3 บท เราเลือกมาเฉพาะบทสุดท้าย "ในกระเป๋า" ค่ะ (แล้วในแต่ละบทเอง จะมีการคั่นแยกเหตุการณ์ย่อยๆ อยู่แล้วนะ)

เนื้อเรื่องอันนี้เป็นเหตุการณ์หลังจากเลือกตั้งบาระซามะ และกำลังเตรียมงานวาเลนไทน์ค่ะ แล้วก็เป็นบทที่โทโกะโดนตบเกรียน
ในส่วนแรกนี้จะเป็นเล่าย้อนถึงการพบกันครั้งแรกของน้องดริลกับยูมิ...ไม่ใช่ในภาคฮารุค่ะ...หึหึ
Ookina Tobira, Chiisana Kagi
Part 2 : Heart no Kagiana (ช่องกุญแจในหัวใจ)
Chapter : Pocket no Naka (ในกระเป๋า) #1
<<Part 1 || Part 2 || Part 3>>
ชีวิตในโรงเรียนดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ประกอบขึ้นมาจากกิจกรรมต่างๆ ผ่านพ้นคริสต์มาส ย่างเข้าฤดูหนาว พอเข้าปีใหม่และเริ่มเรียนเทอมสามก็มีการเลือกตั้งคณะกรรมการนักเรียนรุ่นถัดไป เสร็จสิ้นไม่ทันไรก็ถึงวันวาเลนไทน์ซะแล้ว มารู้ตัวเอาก็ตอนทำกวาดพื้นในช่วงทำเวร เพราะเศษฝุ่นผงที่กองรวมกันอยู่หน้าที่โกยผงนั้นมันดูมีสีสันมากกว่าปกติ ในตอนแแรกก็ไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษว่ามันมีวันแบบนี้ด้วยหรือ แต่ในวันต่อมาปริมาณของมันก็มากกว่าเดิมราวกับนับถอยหลังรอวันจริง
ปกติสิ่งที่หล่นอยู่ตามพื้นมักเป็นขยะชิ้นเล็กๆ ที่ไม่สามารถถือไปทิ้งในถังขยะได้ หรือไม่ก็เป็นเศษฝุ่นผงที่ปลิวมาจากข้างนอก เส้นผมร่วงของบรรดานักเรียนก็มีเยอะ เพราะฉะนั้นพอกวาดพื้นทีไรจึงมักได้กองขยะหยาบๆ สีโมโนโทน ขาวบ้าง ดำบ้าง แต่ในช่วงนี้มีเศษฝุ่นผงสีแดงบ้าง เหลืองบ้าง น้ำเงินบ้าง หรือแม้แต่สีที่ไม่สามารถอธิบายได้ว่ามันคือสีอะไรปะปนเข้ามา
มันคืออะไรกันนะ
พอจ้องสิ่งที่อยู่ในที่โกยผงสักพัก ก็รู้ว่าตัวตนแท้จริงของขยะหลากสีพวกนี้คืออะไร
(อา)
มันคือเศษไหมพรมที่บรรดาเพื่อนในห้องพากันถักอยู่เมื่อช่วงพักนั่นเอง ถึงอย่างนั้นก็ตามแค่ถักเพียงอย่างเดียว มันจะให้เกิดกองขยะได้ขนาดนี้เชียวหรือ ไม่สิ ใช่ว่าจะเกิดไม่ได้ ถ้ามีบางคนถักๆ รื้อๆ ซ้ำไปซ้ำมาล่ะก็เป็นไปได้ คนที่ใช้ไหมขนแกะเป็นขุยๆ ก็มีอยู่เหมือนกัน ในช่วงเวลาอีก 2 สัปดาห์ก่อนถึงวันวาเลนไทน์นี้หากมีนักเรียนจำนวน 1/3 ของห้องทำของถักในเวลาพักทุกครั้งล่ะก็คงจะได้ขยะปริมาณราวๆ นี้แน่ และถึงแม้นักเรียนบางคนไม่ได้ถักอะไร ก็มีบ้างที่ขอแบ่งเชือกจากเพื่อนสนิทมาเล่นพันด้ายกัน ปี 1 ห้องสึบากิจึงมีขยะเศษด้ายลอยฟุ้งอยู่เต็มไปหมด
ประเด็นสนทนาเกี่ยวกับช็อคโกแลตก็มีพูดถึงกันอยู่ทุกที่ บ้างก็ตั้งหน้าตั้งตาจดส่วนผสมจากหนังสือทำขนม บ้างก็จดๆ จ้องๆ ที่แคตตาล็อกสินค้าของร้านช็อคโกแลตชื่อดังที่ได้ตีพิมพ์ลงในนิตยสาร ไม่ว่าจะมีโอเน่ซามะหรือไม่แต่ทุกคนต่างมีท่าทางสนุกสนานมาก เพราะมันคือวันวาเลนไทน์ของแผนก ม.ปลายที่ตั้งตารอ บางทีคนที่ไม่ตื่นเต้นอะไรเลยนี่แหละที่ผ่าเหล่าผ่ากอ
หลังเลิกเรียนในวันเสาร์
การทำความสะอาดเรียบร้อย ล้างมือเสร็จสิ้น พอจะหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าก็มีบางสิ่งหลุดออกมาพร้อมๆ กันและตกลงไปยังพื้น เมื่อเก็บขึ้นมาเปิดดูก็พบว่ามันคือหนังสือพิมพ์ลิลเลียนฉบับพิเศษที่มีแจกเมื่อเช้าที่ตัวเองพับเก็บเป็นเศษกระดาษไว้เป็น 4 ส่วนนั่นเอง โทโกะหัวเราะออกมา ลืมมันทิ้งไว้ในกระเป๋าทั้งอย่างนั้นซะสนิทเลย
"ปีนี้พบกันอีกครั้งกับ การล่าสมบัติ!!"
ตัวหนังสือพาดหัวเด่นเป็นสง่า
ยังไงก็ตามแทบไม่รู้สึกเลยว่านี่เป็นข่าวเร่งด่วนแต่อย่างใด ครั้งแรกที่เห็นข้อความนี้ คิดว่าเป็นกลยุทธ์ของหนังสือพิมพ์ลิลเลียนที่แง้มข้อมูลออกมาเล็กน้อยเพื่อเรียกกระแสซะอีก แต่ที่จริงแล้วเหมือนจะยังไม่มีกำหนดรายละเอียดใดๆ ตายตัว
"มามิซามะจากชมรมหนังสือพิมพ์เค้าบอกว่าไว้ตกลงรายละเอียดได้เมื่อไหร่ จะประกาศทันทีน่ะ"
โนริโกะบอกแบบนี้ในคาบพักพลางหนีจากกลุ่มเพื่อนร่วมห้องที่คอยไล่ตาม ตั้งแต่หลังการเลือกตั้งคณะกรรมการนักเรียนมา รอบตัวโนริโกะมีแต่ความวุ่นวายมากขึ้นทุกที นอกจากจะยุ่งกับงานของยามะยูริไคแล้ว บรรดานักเรียนรุ่นเดียวกันยังพากันมาห้อมล้อมทุกครั้งที่ถึงเวลาพักเพื่อถามข่าวกิจกรรม เพราะฉะนั้นในช่วงหลายวันมานี้ภาพของโนริโกะที่ได้เห็นจึงเป็นในตอนที่คอยวิ่งหนีวนไปวนมาอยู่ทุกเมื่อ เพราะมัวแต่มาตอบคำถามเรียง
คนถึงได้ไม่หมดเสียที ไม่รู้ว่า "โนริโกะซังคนที่มักไม่สุงสิงกับคนอื่นๆ" ในช่วงเข้าเรียนใหม่ๆ คนนั้นหายไปไหนกัน
โทโกะคิดถึงตรงนี้ ก็ฝืนยิ้มออกมา ถ้าจะให้พูดบ้างแล้ว "โทโกะซังผู้ไร้เดียงสาแถมชอบเจ้ากี้เจ้าการ" ก็เป็นคนในอดีตเช่นกัน พอกันทั้งคู่นั่นแหละ
ไม่รู้มันกลับตาลปัตรเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ช่างเถอะ นี่ไม่ได้เป็นการสลับบทบาทอะไรกันซะหน่อย เพียงแค่ต่างฝ่ายต่างเปลี่ยนแปลงจนกลายมาเป็นอย่างในปัจจุบันเท่านั้น
"ล่าสมบัติ....เหรอ"
โทโกะเอาหนังสือพิมพ์ฉบับพิเศษใส่กลับเข้าไปในกระเป๋าข้างขวา แต่มือที่ใส่กลับเข้าไปยังค้างอยู่ในกระเป๋าเช่นนั้น
การล่าสมบัติเมื่อปีที่แล้ว ตัวเองไม่ได้เข้าร่วมด้วยเพราะยังอยู่ชั้น ม.ต้น ถึงแม้จะปฏิเสธคำชวนของเพื่อนร่วมห้องที่ให้ทำเป็นเนียนปะปนไปร่วมสนุกแล้วก็ตาม แต่ก็ยังอดอยากรู้ไม่ได้ จึงทำทีเป็นจะกลับบ้านแล้วไปเดินด้อมๆ มองๆ แถวตึก ม.ปลายดู แล้วก็-----
(เหมือนคนบ้าไม่ผิดเลย)
เสียงกรอบแกรบของฉบับพิเศษดังมาจากในกระเป๋า ในตอนนี้มันไม่ใช่กระดาษพับ 4 ส่วนอีกต่อไปแล้ว เป็นเพียงแค่ก้อนขยะกลมๆ เท่านั้น
(เหมือนคนบ้าไม่ผิดเลย)
โทโกะเร่งฝีเท้าเดินไปตามระเบียงให้เร็วขึ้น ราวกับจะสลัดภาพความทรงจำในอดีตให้หลุดออกไป ทำไมตัวเองจะต้องนึกถึงภาพนั้นขึ้นมาด้วยนะ
(เหมือนคนบ้าไม่ผิดเลย เหมือนคนบ้าไม่ผิดเลย เหมือนคนบ้าไม่ผิดเลย เหมือนคนบ้าไม่ผิดเลย!)
ไม่ว่าจะหนียังไง ก็ยังไล่ตามมา
มันคือภาพของคนๆ นั้นที่วิ่งไปทั่วโรงเรียนเมื่อ 1 ปีก่อนหน้านี้พอดี ท่าทางพยายามเอาเป็นเอาตายเพื่อจะหนีให้พ้นจากเหล่านักเรียนที่ไล่ตาม แต่ไม่ว่าจะดูยังไงมันก็เหมือนกับม้าแข่งที่วิ่งอยู่หัวแถวนำม้าตัวอื่นๆ อยู่
คนๆ นี้คือคนที่ซาจิโกะโอเน่ซามะได้เลือก
โทโกะรู้สึกกลัว แต่ไม่รู้ว่านี่คือความหวาดกลัวที่มีให้กับสิ่งใด แค่อยู่ๆ ก็กลัวขึ้นมาซะเฉยๆ จะเข้าใกล้คนๆ นี้ไม่ได้เด็ดขาด
(ไม่ไหว...)
ยิ่งพยายามสลัดทิ้งมากเท่าไหร่ ก็สลัดภาพของยูมิซามะออกไปไม่ได้ซะที โทโกะเลิกล้มความตั้งใจแล้วลดความเร็วฝีเท้าลง ไม่รู้ว่ากลับมาถึงหน้าห้องสึบากิของชั้นปี 1 เมื่อไหร่
"งั้นทุกคน ฉันไปก่อนนะ!"
ผู้ที่ส่งเสียงทักทายคนในห้องแล้วรีบร้อนออกมาคือโนริโกะ
"อ๊ะ โทโกะ"
โนริโกะทักทายอย่างยิ้มแย้มแจ่มใสเมื่อเห็นหน้าเพื่อนสนิท
"ท่าทางงานยุ่งนะ โนริโกะซังจะไปเรือนกุหลาบเหรอ?"
"เปล่าหรอก วันนี้ไม่มีนัดรวมตัว ที่รีบเพราะว่าวันนี้มีรายการเกี่ยวกับพระพุทธรูปฉายทางทีวี ลืมตั้งเวลาอัดไว้ แถมโชคไม่ดีที่คุณย่าไม่อยู่ แต่ถึงอยู่ฉันก็ไม่กล้าขอร้องอยู่ดีแหละ"
ที่ไม่กล้าขอร้อง เพราะยังเกรงใจหรือเพราะคุณย่ายังใช้อุปกรณ์พวกนี้ได้ไม่คล่องกันแน่
"ฉายกี่โมงเหรอ?"
"เอ...บ่ายสองล่ะมั้ง"
"งั้นต้องรีบแล้วนะ"
พอมองนาฬิกาข้อมือ ปรากฏว่าตอนนี้เลยบ่ายโมงมานิดหน่อยแล้ว ถ้าจำไม่ผิดที่พักของโนริโกะนั้นต้องนั่งรถไฟจากสถานี M ไปอีก 2-3 สถานี ถ้าขึ้นรถเมล์แล้วต่อรถไฟได้ตรงเวลาก็ใช่ว่าจะกลับไปไม่ทัน แต่รถเมล์ที่เวียนรอบมาหน้าโรงเรียนมักมาสายเป็นประจำ ฉะนั้นจะย่ามใจไม่ได้
"อื้อ งั้นไปก่อนนะ"
โนริโกะหันหลังให้
"อ๊ะ โนริโกะซัง"
โทโกะเผลอตัวเรียกออกไป
"เอ๊ะ อะไรเหรอ?"
ที่จริงควรจะคิดไว้ก่อนว่าจะพูดอะไรก่อนเรียกคนอื่นให้หันมา แต่ว่าก็เผลอเรียกออกไปแล้ว ระยะนี้พออยู่ด้วยกันสองคนทีไรก็มักมีพูดกันแต่ประเด็นหนักๆ ไม่รู้เพราะอย่างนี้หรือเปล่า...พอได้ยินโนริโกะไม่ได้พูดจาด้วยคำพูดเสียดสีเลยทำให้รู้สึกแปลกๆ
"ท่าทางคงเหนื่อยนะ ปีนี้เธอเป็นฝ่ายซ่อนสมบัติไม่ใช่เหรอ?"
ถึงจะถามว่าลำบากหรือเปล่า แต่ถ้าคำพูดที่ออกไปจากปากกลับกลายเป็นคำนี้ก็ไม่ต่างจากบรรดาเพื่อนร่วมห้องที่มารุมล้อม Rosa Gigantea en Bouton เท่าไหร่นัก
"เปล่าหรอก"
โนริโกะปฏิเสธด้วยรอยยิ้ม
"คือว่านะ นักเรียนปี 2 สามคนจะเป็นฝ่ายซ่อนการ์ดน่ะ เอ...จริงสิ รู้สึกจะอยู่นี่..."
โทริโกะพูดพลางเอามือล้วงกระเป๋า แล้วดึงเอาอะไรบางอย่างออกมาด้วย
"นี่ไง มีเขียนไว้ใช่มั้ยล่ะว่า 'บาระซามะรุ่นต่อไปทั้ง 3 คน' "
สิ่งที่ยื่นมาคือหนังสือพิมพ์ลิลเลียนฉบับพิเศษ โนริโกะชี้ให้เห็นหัวข้อข่าวแล้วอธิบาย
"ปีที่แล้วเป็น Bouton เลยดูเหมือนจะมีคนเข้าใจผิดเยอะ มีไอ้นี่รึเปล่าน่ะ?"
"...ไม่มี"
โทโกะขยำเศษกระดาษในกระเป๋ากระโปรงด้านขวาอีกครั้งหนึ่ง
"งั้นฉันให้ ฉันอ่านหมดแล้ว แถมน่าจะมีเก็บไว้ที่เรือนกุหลาบด้วย อยากดูตอนไหนก็ดูได้"
หลังพับหนังสือพิมพ์ที่กางอยู่ และยัดใส่มือซ้ายของโทโกะเรียบร้อยแล้ว โนริโกะก็พูดว่า "ถ้างั้น คราวนี้แหละ" พร้อมหายตัวไปจากระเบียงอย่างรวดเร็ว
หลังกลับเข้ามาในห้องเรียนแล้ว โทโกะนึกสงสัยตัวเองว่าเพราะเหตุใดจึงรับเอาหนังสือพิมพ์ลิลเลียนที่ตัวเองมีอยู่แล้วมาอีก บนโต๊ะตอนนี้มีแผ่นที่เพิ่งได้รับกับเศษกระดาษที่เอาออกจากกระเป๋ามาเรียงคู่กัน
(อันนี้ของโนริโกะ ส่วนอันนี้ของโทโกะ)
พอใช้นิ้วเขี่ยๆ ก็เอากระดาษทั้งสองแผ่นใส่ไว้ในกระเป๋าด้วยกัน
มันช่วยไม่ได้นี่
เพราะไม่ว่ายังไงก็ไม่อยากให้โนริโกะได้เห็นก้อนกระดาษกลมๆ ในตอนนั้น
<<Part 1 || Part 2 || Part 3>>
พาร์ทสอง สิบกว่าหน้าแน่ะ...โปรดติดตาม โทโกะโดนยูมิตบเกรียนได้ในตอนต่อไป
