[แปล] Marimite Main Story : Kibara Panic บทที่ 2 จ้า

แฟนฟิคชั่น นิยายแต่งเอง เชิญทางนี้เลยจ้า
Post your Fanfictons , Original Fictions.

Moderators: UsaSama, aor-chan, YuriGray

Forum rules
• ห้ามคัดลอก หรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งของผลงานผู้อื่นมาลง โดยไม่ขออนุญาตเจ้าของก่อน กรณีที่เป็นฟิคแปล ควรลงเครดิตเจ้าของผลงานให้เรียบร้อยด้วย
• ไม่อนุญาตให้ลงฟิคชั่นเรทเกินที่กำหนดไว้โดยเด็ดขาด (อ่านรายละเอียดที่นี่)
• หากพบฟิคชั้นที่มีเนื้อหาไม่เหมาสม หรือไม่แน่ใจว่าสามารถนำมาลงได้หรือไม่ ให้ pm หาสตาฟ และแจ้งมาที่ กระทู้นี้
• แฟนฟิคชั่นที่มีการ Spoil เนื้อหาสำคัญของเรื่องนั้นๆ ต้องใส่คำเตือนไว้ที่หัวข้อกระทู้ หรือก่อนลงเนื้อเรื่องด้วย
• มีมารยาทในการโพสท์ การวิจารณ์ และไม่ใช้ภาษาวิบัติ

ตั้งกระทู้ Fiction อย่างไรให้เป็นระเบียบและเข้าใจง่าย?

กฎระเบียบของเว็บ Lily-School | มารยาทในการใช้เว็บบอร์ด | การใส่ Signature และ Avatar
ถาม-ตอบ เกี่ยวกับการใช้บอร์ด | วิธีการใช้ BBcode | บทความดี ๆ เกี่ยวกับการใช้งานและมารยาท

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของโยโกะกับซาจิโกะ : Answer

Postby DarkNeon » Sun Feb 01, 2009 7:00 pm

จากเล่มนี้ค่ะ

Image

อันนี้ไม่ใช่โนเวลนะ เป็นพวก digest ภาคอนิเมมากกว่า

ไม่มีภาพประกอบนะอันนี้ ยาวหน่อยนะคะ เพราะต้นฉบับ 20 หน้าแน่ะ

เอาภาพแฟนอาทมาใช้แทนละกัน


- Answer -

โอกาซาวาระ ซาจิโกะช่างคล้ายคลึงกับสัตว์ประหลาด

ไม่รู้ว่าทำไมพอเห็นเธอสะพายกระเป๋าถือบนไหล่เดินไม่พูดไม่จา ภาพของสัตว์ประหลาดในหนังฮีโร่กำลังเดินทำลายเมืองย่อส่วนจึงได้ซ้อนขึ้นมา

เหมือนกำลังโกรธกับอะไรบางอย่างอยู่เสมอ

กำลังต่อสู้กับอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็น

บางทีเธออาจรู้อยู่แก่ใจดีว่าคู่ต่อสู้ของเธอไม่ใช่บางสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แต่ทว่าไม่สามารถควบคุมตัวเองได้

กำลังดิ้นรนโดยไม่อาจปรับตัวให้เข้ากับโลกนี้ได้

เมืองพังทลายทุกครั้งที่สัตว์ประหลาดย่างกราย

แต่ฝ่ายที่เจ็บปวดอาจเป็นตัวสัตว์ประหลาดที่ไร้ทางไปซะเองก็ได้

สัตว์ประหลาดมีความทรมานเช่นนั้น

โอกาซาวาระ ซาจิโกะ แห่งชั้น ม.ปลายปี 1 ของโรงเรียนสตรีลิลเลียนก็เช่นกัน

Image

xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx

"โยโกะ เลือกได้รึยังล่ะ?" เสียงของ Rosa Chinensis ถามมาจากข้างหลัง

"...หมายถึงอะไรคะ? โอเน่ซามะ"

โยโกะตอบโดยไม่หยุดมือที่กำลังรินน้ำชา แน่นอนว่าไม่ได้หันหน้ากลับไปมองด้วย

"เด็กคนนี้ไม่น่ารักเลย"

โอเน่ซามะหัวเราะ

"ไอที่เงียบไปก่อนถามว่า 'หมายถึงอะไรคะ?' ของเธอน่ะ มันบอกทุกอย่างแล้วล่ะว่า 'รู้นะว่าเรื่องอะไร' "

"เป็นเกียรติอย่างยิ่งค่ะ"

ในขณะที่พูด โยโกะรินชาดาร์จีลิ่งจากเหยือกใส่ถ้วยไปพลาง ไออุ่นๆ กลิ่นละมุนได้ฟุ้งห้อมล้อมร่างกายอย่างแผ่วเบา

ยังฝึกฝนตัวเองมาไม่พอจริงๆ นั่นแหละ โยโกะถอนหายใจลึกๆ หนึ่งครั้งเพื่อดึงสติตัวเองกลับมาใหม่

"เรื่อง Petire Soeur น่ะเหรอคะ?"

ที่เรือนกุหลาบตอนนี้เป็นเวลาหลังเลิกเรียน ถ้วยชา 3 ถ้วยถูกยกมาวางที่โต๊ะ ของ Rosa Chinensis กับโยโกะ และ ----------

"เลือกเด็กที่มีลักษณะบางอย่างเด่นๆ หน่อยแล้วกันโยโกะจัง นี่เป็นรีเควสจากฉัน"

Rosa Gigantea โอเน่ซามะของซาโต้ เซย์

"เด่นเหรอคะ?"

"อย่างเช่นเด็กที่ตัวสูงปรี๊ด เด็กอ้วนๆ แบบนักซูโม่ เด็กที่มีเสียงเหมือนคางคก เด็กที่ผมหยิกตามธรรมชาติ"

"หรือไม่ก็หน้าฝรั่ง?"

พอโยโกะพูดจบ Rosa Gigantea ก็ยักไหล่อย่างพึงพอใจ บอกว่า "นั่นแหละ"

"แทนที่จะมาเจาะจงชื่อเป็นรายคน ถ้าเธอบอกไปว่า 'เอาแบบเด็กที่เหมือนผู้ชายคนนั้นไง' ก็อ๋อแล้วล่ะ"

"อ้อ หมายถึงฮาเซคุระ เรย์สินะ"

ชื่อที่เอ่ยออกมาจากปากของ Rosa Chinensis คือ ชื่อของนักเรียนปี 1 ที่เพิ่งเข้าใหม่ ด้วยผมที่สั้นเต่อและใบหน้าที่ดูสุขุมเยือกเย็น จึงไม่แปลกที่มองแว้บแรกแล้วจะคิดว่าเป็นผู้ชาย เพราะ Rosa Foetida en Bouton หรือโทริอิ เอริโกะถูกใจเด็กคนนี้มาก จึงรู้จักใบหน้าและข้อมูลที่ว่าสังกัดชมรมเคนโดได้อย่างไม่ยากเย็น

"สมกับเป็นเอริโกะจัง หมายตาของดีซะด้วย"

"ไม่ใช่แค่พวกเราเท่านั้นนะ แม้แต่ Rosa Foetida เองก็ยังไม่ได้ตรวจสอบเลย"

"ถ้ายอมสยบให้กับของธรรมดาๆ ก็ไม่ใช่เอริโกะจังน่ะสิ เห็นว่าวันนี้ไปเยี่ยมชมชมรมเคนโดกับ Rosa Foetida บอกว่าอาจจะมาช้าหน่อย"

"พาโอเน่ซามะของตัวเองไปด้วยเนี่ยนะ?"

"แรงกดดันจากพวกปี 2 ในชมรมเคนโดมันเยอะน่ะสิ พวกนั้นพากันลือไปต่างๆ นานาว่าครอบครัวกุหลาบเหลืองหมายตาฮาเซคุระ เรย์เอาไว้แล้ว เพราะรุ่นพี่รุ่นน้องในชมรมมาเป็น Soeur กันเองก็มีเยอะ"

"อ้อ..."

ในเมื่อเป็นแบบนี้ ปัญหา Petie Soeur ของครอบครัวกุหลาบเหลืองคงจะคลี่คลายได้ บทสนทนาเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ปิดประเด็นลง Rosa Chinensis กับ Rosa Gigantea จิบชาด้วยความรู้สึกอิจฉาในใจลึกๆ ที่จริงนักเรียนปี 1 ยังเพิ่งเข้ามาเรียนได้ไม่ถึง 1 เดือนด้วยซ้ำ ถ้ามองจากในมุมของโยโกะเป็นการส่วนตัวแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องที่ต้องรีบร้อนอะไรเลย แต่การที่ต้องมาฟังนักเรียนรุ่นพี่ 2 คนบ่นจู้จี้จุกจิกใส่แบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องน่าสนุกนัก เซย์เองก็ยังหาเด็กที่เหมาะสมไม่ได้เหมือนกัน แต่เพราะมักจะโดดการประชุมที่เรือนกุหลาบอยู่เรื่อย โยโกะจึงต้องเป็นฝ่ายรับกรรมไปคนเดียวเต็มๆ

"เพราะฉะนั้น ต่อไปเป็นคิวของโยโกะจัง พาเด็กที่น่าสนใจไม่แพ้ฮาเซคุระ เรย์มาให้ได้นะ"

"Rosa Gigantea ถ้าอยากรีเควสอะไรล่ะก็ เชิญบอกกับน้องสาวตัวเองสิคะ"

"เซย์น่ะเหรอ...ไม่รู้ว่าเด็กคนนั้นจะหาน้องสาวได้รึเปล่าน่ะสิ รู้สึกเหมือนแค่เรื่องตัวเองก็แทบไม่รอดแล้วนี่?"

"ยังเอาอกเอาใจกันเหมือนเดิมเลยนะ"

Rosa Chinensis มอง Rosa Gigantea อย่างตำหนิ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Rosa Gigantea ออกตัวรับหน้าแทนน้องสาว

"ลองบังคับจิตใจเซย์ดูสิ มีหวังเด็กคนนั้นได้แตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแน่ ถ้าเป็นอย่างนั้นขึ้นมาจริงๆ บอกหน่อยซิว่าใครจะเป็นคนเก็บกวาดเศษเล็กเศษน้อยที่เกลื่อนกลาดกระจายเต็มพื้น"

Rosa Gigantea ใช้วิธีขู่ให้เสียวเล่นแบบนี้ในการปกป้องน้องสาวมาตลอด โยโกะคิดว่ากับอีแค่การเก็บกวาด จะทำให้แค่ไหนก็ได้ แต่ตัวเองก็ไม่อยากเห็นเพื่อนสนิทเช่นเซย์อยู่ในสภาพเจ็บปวดหรือแตกสลายเหมือนกัน เพราะฉะนั้นจึงจำยอมเชื่อฟัง Rosa Gigantea อย่างช่วยไม่ได้ ต่างฝ่ายต่างพากันตามใจเซย์ และถือว่าต้องมีความรับผิดชอบร่วมกัน

"ทำไมถึงได้เลือกเด็กมีปัญหาเยอะแบบนี้มาเป็นน้องสาวไม่ทราบคะ Rosa Gigantea?"

Rosa Gigantea หัวเราะกับคำพูดของ Rosa Chinensis

"เพราะฉันอยากเอางานหัตถกรรมแก้วเปราะบางมาตกแต่งให้สวยๆ แล้วนั่งจ้องมันน่ะสิ"

แค่อีกฝ่ายบอกว่าชอบตรงหน้าตา เซย์จึงได้ตัดสินใจเป็นน้องสาวของ Rosa Gigantea จะเรียกว่าการค้นพบรักสุดท้ายคงไม่ผิดนัก

"แต่ที่จริงฉันก็รู้หรอกนะว่าน้องสาวที่ได้เรื่องได้ราวแบบโยโกะจังยังมีประโยชน์มากกว่า"

"ถ้าเซย์จังเป็นงานหัตถกรรมแก้ว แล้วคิดว่าโยโกะเป็นอะไร?"

"ผ้าห่ออุปกรณ์อาบน้ำ"

"จิตใจล่ะ?"

"ใช้ทำประโยชน์ต่างๆ ได้หลากหลาย ไม่เป็นอุปสรรคขัดขวาง ไม่แตกสลายง่ายๆ ด้วย"

"เยี่ยมมาก! รับเบาะรองนั่งไปเลย 2 ใบ"

Rosa Chinensis ตบมือให้ เป็นคำจำกัดความที่ยอดเยี่ยมทีเดียว ตัวโยโกะถูกมองว่าไม่มีสิ่งใดจะเหมาะกับตัวเธอได้มากกว่านี้ไปเสียแล้ว

"นี่เป็นคำขอร้องในฐานะพี่สาวของโยโกะนะ ถ้าเป็นไปได้ ก็ฝากเขียนกำกับว่า 'คุณภาพสูง' ไว้ด้านบนด้วยล่ะ เอาแบบที่ทำจากผ้าด้วย ไม่เอาไวนีล ขอแบบที่มีลายกับชื่อปักมาด้วยแบบนั้นน่ะ"

โยโกะรู้สึกขอบคุณในความเอาใจใส่ของ Rosa Chinensis อยู่เหมือนกัน แต่พอเป็นที่หัวเราะมากๆ เข้า คำพูดที่อุตส่าห์ช่วยแก้ต่างแทนนั่นกลับมีอันต้องเสียคุณค่าไป พอโยโกะทำสีหน้ายุ่งๆ พร้อมถอนหายใจออกมา โอเน่ซามะก็บอกว่า "ลืมไปเลย" แล้วยื่นสมุดมาให้เล่มหนึ่ง

"อะไรคะนี่?"

"ฉันลองรวบรวมรายชื่อนักเรียนปี 1 ที่น่าสนใจไว้น่ะ ฉันไม่สั่งให้เธอเลือกจากในนี้หรอก แต่ก็เอาไว้ใช้อ้างอิงได้ใช่มั้ยล่ะ?"

"เดี๋ยวจะลองดูค่ะ"

ถ้าลองไปเจ้ากี้เจ้าการแบบนี้กับเซย์ล่ะก็ คงมีหวังได้รับปฏิกิริยารุนแรงตอบกลับมาแน่ โยโกะนึกแล้วก็รับเอาสมุดเล่มนั้นมา ในนั้นมีรายชื่อนักเรียนปี 1 ประมาณ 20 คน รวมทั้งชื่อห้อง และชมรมเขียนเอาไว้เป็นข้อมูลอย่างง่ายๆ ชื่อของฮาเซคุระ เรย์ที่บาระซามะทั้ง 3 คนยังไม่ได้ตรวจสอบย่อมไม่มีเขียนในสมุดเล่มนี้อยู่แล้ว โยโกะเปิดสมุดดูผ่านๆ แต่เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะเลือกน้องสาวได้เลยจากการแค่มองชื่อนักเรียนปี 1 เฉยๆ ที่ไม่มีแม้กระทั่งรูปถ่ายให้เห็นหน้า

"จะใช้สมุดเล่มนี้มาอ้างอิงล่ะก็ ออกจะลำบากอยู่นะคะ โอเน่ซามะ"

"อืม ก็ว่างั้นแหละ ไม่ต้องพึ่งสมุดโน้ตมากนักหรอกดีแล้ว"

ดูท่าว่า ครึ่งหนึ่งจะทำขึ้นมาเอาสนุก อาจจะเพื่อรอดูปฏิกิริยาของโยโกะก็เป็นได้ พวกเธอเป็นกลุ่มคนที่มักแกล้งคนอื่นด้วยวิธีนี้ หรือนี่เป็นผลข้างเคียงจากการใช้หัวสมองเพื่อติวเตรียมสอบมากเกินไป?

"อ๊ะ"

โยโกะหยุดสายตาอยู่ที่หน้ากระดาษของนักเรียนคนหนึ่ง

"...สัตว์ประหลาด"

"สัตว์ประหลาด?"

"เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร"

แม้จะเผลอพึมพำออกมา แต่ว่าคนในลิสต์นั้นไม่ใช่สัตว์ประหลาดแต่อย่างใด ถือว่าเป็นคนดังคนหนึ่งในโรงเรียนเลยก็ว่าได้ ถึงไม่ต้องมีรูปถ่ายที่เห็นหน้า โยโกะก็ยังรู้จักเธอคนนี้

"อ๋อ โอกาซาวาระ ซาจิโกะเหรอ?" Rosa Gigantea เหลือบมองสมุดในมือโยโกะแล้วพูดออกมา

"ทำไมถึงได้มีเส้นขีดฆ่าในหน้าข้อมูลของเด็กคนนี้ล่ะคะ?"

"ก็ตอนแรกใส่ชื่อไปแล้ว และมาพิจารณาตัดสินเอาทีหลังว่าคงเอาเด็กคนนี้มาเป็นน้องสาวเธอไม่ได้แน่ เลยตัดออกจากรายชื่อน่ะ "

สรุปว่าเป็นความเห็นร่วมกันของทั้ง Rosa Chinensis , Rosa Gigantea และ Rosa Foetida

"ประมาณว่าเป็นลูกคุณหนูมีเงิน อาจจะเอาใจยาก...รึเปล่าคะ?"

โอกาซาวาระ ซาจิโกะเป็นลูกสาวของประธานเครือบริษัทใหญ่

"จะลูกคนมีเงิน หรือลูกคนธรรมดา ก็เป็นรุ่นน้องเหมือนกันนั่นแหละ เอาเถอะ ต่อให้ไม่ว่าเธอจะเลือกใครมาเป็นน้องสาว แต่มันก็คือการที่เธอจะต้องหันหน้าเข้าหามนุษย์คนนึง ในสักวันอาจจะมีปัญหาเรื่องนิสัยนอกจากไอ้เรื่องเอาใจง่ายเอาใจยากเพิ่มขึ้นมาอีกก็ได้ แต่นั่นก็เป็นเรื่องของอนาคตใช่มั้ยล่ะ?"

"ถ้างั้น?"

พอถามถึงเหตุผลที่ตัดรายชื่อโอกาซาวาระ ซาจิโกะออกไป คราวนี้ Rosa Chinensis เป็นผู้ให้คำตอบ

"เหตุผลง่ายๆ โอกาซาวาระ ซาจิโกะไม่มีเวลาว่างเลยน่ะสิ"

"เรียนพิเศษน่ะเหรอคะ?"

เมื่อโยโกะพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดออกไป บาระซามะทั้งสองก็พากันเอ่ยว่า "รู้ด้วยเหรอ" อย่างคาดไม่ถึง

"ตอนมาโรงเรียน เคยเห็นหลายหนเหมือนกันค่ะที่เค้าถือกระเป๋าใบใหญ่ๆ นอกจากกระเป๋าเรียนมาด้วย"

"หลายหนซะด้วย"

โยโกะเล่าต่อไป โดยแกล้งทำเป็นไม่สน Rosa Chinensis ที่เน้นย้ำคำพูดตรงนั้นเป็นพิเศษ

"แต่อาจจะมีชมรมก็ได้นะคะ ----"

ฮาเซคุระ เรย์เองก็อาจจะมาเป็นน้องสาวของเอริโกะทั้งที่สังกดชมรมเคนโดเหมือนกัน ที่สำคัญหากหญิงสาวอายุน้อยจะเรียนอะไรเพิ่มสักอย่างสองอย่างก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร และโยโกะไม่คิดด้วยว่านักเรียนปี 1 ผู้มีรายชื่อในนี้ที่เหลือจะไม่มีใครเรียนพิเศษเพิ่มเลย

"ชมรมไม่ได้มีกันทุกวันหรอก"

"เค้าเรียนพิเศษทุกวันเลยเหรอคะ?"

Rosa Chinensis พยักหน้า

"ได้ยินว่าวันที่ไม่ได้หอบข้าวของมา จะมีครูสอนพิเศษมาติวที่บ้านน่ะ"

Rosa Gigantea เสริมต่อว่า

"ถึงจะทุกวันก็เถอะ แต่ถ้าเป็นกิจกรรมชมรมในโรงเรียนล่ะก็ทำควบกับการเป็นกรรมการนักเรียนง่ายจะตายไป จะเจียดเวลามาเท่าที่โอกาสจะเอื้ออำนวยก็ทำได้ หรือถ้ามีเรื่องเร่งด่วนอะไรก็วิ่งรอกได้สบายอยู่แล้ว เพราะอยู่ในพื้นที่เดียวกัน"

แต่หากเป็นธุระอื่นหลังเลิกเรียน จะรั้งไว้ก็ใช่ที่ ด้วยเหตุผลนั้นเองโอกาซาวะ ซาจิโกะจึงถูกตัดรายชื่อออกไป

"เหตุผลที่เอาชื่อออกมีแค่นี้เหรอคะ?"

"แค่นี้แหละ แต่ว่ามันก็เป็นเหตุผลที่จะทำให้ทำอะไรได้ไม่สะดวกใช่มั้ยล่ะ?"

Rosa Chinensis ส่งยิ้มให้แล้วจิบชา

"เข้าใจแล้วค่ะ"

พอโยโกะปิดสมุดลงไม่ทันไร

"ห้ามไปเกลี้ยกล่อมให้โอกาซาวาระ ซาจิโกะเลิกเรียนพิเศษเด็ดขาดเชียวนะ โยโกะ"

Rosa Chinensis พูดโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามอง ราวกับกำลังพูดคุยเรื่องสภาพอากาศ

"โอเน่ซามะ..."

สู้ไม่ได้จริงๆ นั่นแหละ โอเน่ซามะพูดจี้ตรงกับความรู้สึกเป๊ะก่อนที่น้องสาวจะทันรู้สึกตัวซะอีก

"มันเป็นเรื่องนอกโรงเรียน ไม่ใช่เรื่องที่รุ่นพี่ในโรงเรียนจะเข้าไปยุ่มย่าม"

"งั้นจะให้ทำยังไงล่ะคะ"

"ทำยังไง? งั้นขอถามเธอหน่อยซิ เธอต้องการอยากให้มันเป็นแบบไหนล่ะ?"

"แบบไหนอะไรคะ"

"เธอตัดสินใจเลือกโอกาซาวาระ ซาจิโกะเป็นน้องสาวแล้วเหรอ?"

"เปล่าค่ะ"

โยโกะไม่อาจเอ่ยคำว่า "ใช่" ออกไปได้ แต่คำว่า "เปล่า" ก็โกหกเหมือนกัน มันก็จริงที่ว่าโอกาซาวาระ ซาจิโกะเป็นคนที่เธอสนใจอยู่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจคาดหวังให้มาเป็น "น้องสาว" ได้ทันทีเดี๋ยวนี้ การจะหันหน้าเข้าหาใครสักคนจำเป็นต้องมีการเตรียมตัวเตรียมใจ บางทีเธออาจเป็น "คนเจ้าปัญหา" ไม่แพ้ซาโต้ เซย์ก็ได้ เรื่องนี้แหละที่ยากกว่าเรื่องเรียนพิเศษซะอีก

"ถ้าอย่างนั้น เธอก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรก็ได้นี่? เลิกไปข้องแวะกับเค้าได้แล้ว"

พอนิ่งเฉยไม่ตอบ Rosa Chinensis จึงถามอีกครั้ง

"โยโกะ คำตอบว่าไง"

"...ค่ะ"

ในที่สุดโยโกะก็เข้าใจตัวเองอย่างถ่องแท้ว่า ความรู้สึกของตัวเองเริ่มโอนเอียงไปหาโอกาซาวาระ ซาจิโกะมากขึ้นทุกทีอย่างสวนทางกับคำพูดโดยสิ้นเชิง

ตอนมาโรงเรียน ก็เผลอกวาดสายตามองหาโอกาซาวาระ ซาจิโกะโดยไม่รู้ตัว

หลังเลิกเรียน ก็ไปที่เรือนกุหลาบ หลังเสร็จงานเล็กๆ น้อยๆ อย่างพวกทำความสะอาดแล้ว จากนั้นจึงแกล้งทำเป็นจะไปล้างมือแล้วแอบปลีกตัวออกมาเดินเตร็ดเตรอย่าง่ไร้ความหมายอยู่ที่ถนนสายต้นแปะก๊วย ไม่สิ ความหมายน่ะมี จุดประสงค์คือเพื่อมาดูโอกาซาวาระ ซาจิโกะไงล่ะ

ไม่ว่าในเวลาใดก็ตามเธอก็งดงาม และมีสีหน้าเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นเสมอ แต่ในบางครั้งที่โยโกะมองแล้วรู้สึกเจ็บปวด

เธอกำลังสู้กับอะไรอยู่นะ แล้วทำไมจะต้องสู้กับมันด้วย การมองจากภายนอกอย่างเดียวไม่ช่วยให้รู้อะไร อยากได้สัมผัสตัวตนภายในของเธอ อยากจะแอบมองเข้าไปในใจของเธอ ความรู้สึกนี้เริ่มขยายตัวใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว

จนมาวันหนึ่ง

"โอกาซาวาระ ซาจิโกะซัง"

ในระหว่างกำลังมองนักเรียนปี 1 ที่ทำหน้าเหมือนสัตว์ประหลาดเดินถล่มเมือง อยู่ๆ ก็เหมือนมีผีเข้ามาสิง...ความรู้สึกทำนองนั้น เหตุเกิดขึ้นที่หน้ารูปปั้นพระแม่มาเรีย

"คะ"

มีชั่วแว้บหนึ่งที่ซาจิโกะหันกลับมามองด้วยสีหน้าประหลาดใจ แต่สายตาก็กลับมาแข็งกร้าวแบบพร้อมรบตามเดิม แล้วกล่าวถามว่า "มีธุระอะไรคะ"

"ฉันอยากจะคุยด้วยหน่อยน่ะ พอจะสละเวลาให้ได้นานแค่ไหนล่ะ?"

ซาจิโกะมองนาฬิกาข้อมือ

"ถ้าสัก 10 นาทีก็พอได้ค่ะ"

"เกินพอ ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว มานี่สิ"

โยโกะยิ้มให้แล้วเดินนำออกไป

ตรงนี้เป็นถนนที่พวกนักเรียนที่เลิกเรียนแล้วเดินผ่านไปมาพลุกพล่าน ไม่ได้รู้สึกลำบากใจนักหรอกหากจะมีใครมามอง แต่ว่ามันไม่ใช่สถานที่ๆ สามารถพูดคุยกันได้อย่างสงบ

"เรียนเขียนพู่กันด้วยเหรอ?"

วัตถุคล้ายกับแผ่นไม้ไผ่ทำอาหาร (แบบที่ใช้ม้วนพวกข้าวห่อสาหร่ายอ่ะ) หล่นออกมาจากถุงผ้า ข้างในนั้นเป็นพู่กันสำหรับคัดลายมือ

"ค่ะ"

ถึงไม่ได้แนะนำตัวก็ตาม ดูท่าว่าซาจิโกะก็รู้จักโยโกะดี แต่ยังไม่รู้เหตุผลว่าทำไม Rosa Chinensis en Bouton จึงได้ทักตน

"ไม่ต้องระวังตัวขนาดนั้นก็ได้ ฉันไม่ได้มาขอให้เธอเป็น Soeur หรอก"

โยโกะชิงตัดหน้าพูดก่อน เพียงเท่านั้นซาจิโกะก็ทำสีหน้ายุ่งๆ ให้เห็น อาจจะเพราะเธอนึกว่าที่โยโกะทักตนไม่ใช่เพราะธุระเรื่องนี้หรืออย่างไร

"ฉันได้ยินมาว่าเธอเรียนพิเศษเยอะแยะเลยน่ะ ถ้าอย่างนั้นฉันคงเอ่ยปากขอให้เธอช่วยงานที่ยามะยูริไคไม่ได้สินะ"

โยโกะพูดเสริมต่อ เพื่อบอกกลายๆ ว่าสิ่งที่เธอพูดไปไม่ได้หมายถึงว่าซาจิโกะไม่มีคุณสมบัติพอจะเป็น Rosa Chinensis en Bouton Petite Soeur แต่อย่างใด

ทั้งสองคนเดินเข้าไปในพื้นที่ของแผนกมหาวิทยาลัย และหย่อนสะโพกลงบนม้านั่งที่มองเห็นน้ำพุ ใช่ว่าที่นี่จะไม่มีใครผ่านมาเลย เพียงแต่พอไม่เห็นคนที่ใส่เครื่องแบบเหมือนตัวเองแล้ว มันทำให้รู้สึกไม่เกะกะสายตาอย่างน่าประหลาด โยโกะจ้องมองสายรุ้งน้อยๆ ที่เกิดจากน้ำพุกระเซ็นพลางเอ่ยออกมาว่า

"ชอบอะไรที่สุดเหรอ?"

"หา?"

"วิชาที่เรียนไง"

ซาจิโกะเว้นช่วงไปนิดหนึ่งก่อนจะตอบ

"ไม่เคยคิดเลยค่ะว่าตัวเองจะชอบรึเปล่า"

นั่นคือคำตอบที่ไม่คาดว่าจะได้ยินเลย ที่จริงก็ไม่ได้คาดหวังให้มีแต่คำตอบไร้เดียงสาอย่าง "ชอบเขียนพู่กัน" หรือ "ชอบบัลเลต์" แต่โยโกะไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูด "ไม่เคยคิดเลย" หากมีเจตนาจะผลักไสนักเรียนรุ่นพี่ที่เพิ่งพบกันเมื่อครู่ เพียงแค่ตอบว่า "ชอบทุกอย่าง" หรือ "เลือกไม่ได้" ก็หนีไปได้อย่างง่ายๆ แล้ว

แต่คำว่า "ไม่เคยคิด" มันทำให้โยโกะรู้สึกตื่นเต้น เพราะซาจิโกะพูดออกมาตามที่ตัวเองคิดโดยไม่ได้ปรุงแต่งคำพูดใดๆ เพราะฉะนั้นมันจึงทำให้เธออยากได้ยินคำพูดต่อไปจนอดยิงคำถามไม่ได้

"ไม่ได้เรียนเพราะชอบสิเนี่ย งั้นเพราะชินแล้วเหรอ? หรือเพราะทำตามที่พ่อแม่สั่ง?"

"อายุก็ขนาดนี้แล้ว ฉันไม่ได้ทำตามที่พวกท่านสั่งหรอกค่ะ ถึงแม้ว่าอาจารย์ที่มาสอนจะเป็นคนที่คุณปู่กับคุณพ่อหามาให้ แต่ฉันก็เรียนมาเรื่อยๆ ตามความตั้งใจของตัวเอง"

"ทั้งที่ไม่ได้ชอบเนี่ยนะ?"

"เพราะฉันสนใจน่ะค่ะ"

สนใจ เป็นคำพูดที่ไม่ค่อยเข้ากับเด็กสาวชั้น ม.ปลายปี 1 ซะเท่าไหร่เลย ดังนั้นโยโกะจึงลองถามแบบแหย่เล่นๆ

"เธอดูตัวด้วยรึเปล่า?"

"ดูตัว? ....เปล่าค่ะ"

ซาจิโกะปฏิเสธทันที แต่ก็พูดใหม่อีกครั้งหลังจากคิดอยู่สักพัก

"ไม่ทราบสิคะ อาจจะมีดูตัวเร็วๆ นี้ก็ได้"

อะไรที่ผุดขึ้นมาในห้วงคิดของเธอภายในชั่วเวลาไม่กี่เสี้ยววินาทีนี้กันนะ ถึงอยากถามแต่โยโกะก็ไม่อาจถามได้อยู่ดี พวกเธอทั้งคู่ไม่ใช่ Soeur กัน และเหนือสิ่งอื่นใด โยโกะบังเอิญเห็นความหม่นหมองที่ปรากฏขึ้นมาในสีหน้าของซาจิโกะเข้าแล้ว ชีวิตของลูกสาวจากบ้านคนใหญ่คนโตอาจเป็นละครดราม่าอย่างที่สามัญชนไม่อาจหยั่งถึงก็เป็นได้

"พอถึงตอนนั้น ชีวิตคงสมบูรณ์แบบแหละนะ"

ถึงแม้โยโกะจะคิดว่าคุณหนูที่เพียบพร้อมไปด้วยเงินทอง หน้าตาสวยงาม และความเฉลียวฉลาดอย่างซาจิโกะ ป่านนี้คงไม่ต้องการความสมบูรณ์แบบอะไรอีกแล้ว แต่เธอก็รีบรวบรัดตัดบทการสนทนา เพราะมันทำให้เธอรู้สึกว่ายิ่งคุยๆ ไปก็ยิ่งเหมือนไล่ต้อนซาจิโกะมากขึ้นทุกที แต่ว่า

"ไม่ได้สมบูรณ์แบบหรอกค่ะ"

ซาจิโกะกล่าว

"ฉันรู้สึกว่าตัวเองยังขาดอะไรบางอย่างไป และกำลังพยายามอยากจะหาอะไรมาถมช่องว่างนั้น"

"เป็นคนที่มีจุดมุ่งหมายดีนะ"

"ฉันแค่ไม่คิดว่าตัวเองในปัจจุบันนี้ดีพอแล้วเท่านั้นเองค่ะ ฉันไม่คิดปฏิเสธช่วงเวลา 15 ปีที่ผ่านมา แต่รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกำลังตามหาบางอย่างอยู่น่ะค่ะ"

"หวังว่าเธอคงจะเจอบางอย่างที่ว่านั้นนะ"

โยโกะลุกจากม้านั่ง

"10 นาทีละ"

เกือบไป อีกนิดเดียวก็เกือบจะให้โรซารี่ไปแล้ว เพราะโยโกะหลวมตัวคิดไปแล้วว่าอยากจะตามหา "บางอย่าง" นั่นไปพร้อมกับซาจิโกะ

"แล้วตกลงว่ามีธุระอะไรกันแน่คะ"

ซาจิโกะยืนขึ้นตาม เธอเอากระเป๋าที่สะพายไหล่มาถือไว้ในมือ

"บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอ? ฉันแค่อยากคุยกับเธอเฉยๆ น่ะ"

"งั้นเหรอคะ"

ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าที่โยโกะเห็นซาจิโกะยิ้มให้แว้บนึง

"สวัสดีค่ะ"

"สวัสดีจ้ะ"

ทั้งสองคนทักทายด้วยคำพูดที่เป็นเอกลักษณ์ของโรงเรียนสตรีเอกชนลิลเลียน และแยกจากกันตรงหน้าน้ำพุ โยโกะกลับไปยังถนนสายแปะก๊วยเพื่อมุ่งหน้ากลับเรือนกุหลาบ แต่ว่าเซย์ยืนรออยู่ที่นั่นก่อนแล้ว

"เห ที่เขาลือกันว่าโยโกะหมายตาโอกาซาวาระ ซาจิโกะอยู่ เป็นเรื่องจริงสิเนี่ย"

ทำท่าเตรียมพร้อมจะกลับ แปลว่าวันนี้ดูท่ากะโดดการประชุมอีกตามเคย

"สมกับเป็นเธอนะ มากๆ เลย"

"สมเป็นฉัน?"

พอทวนคำถามกลับ เซย์ก็แกล้งหัวเราะประชด

"โยโกะที่ชอบดูแลคนอื่นไปทั่ว กับนักเรียนปี 1 ที่น่าดูแลไง"

"ไม่ต้องมาตั้งฉายาชอบดูแลให้เลยนะ ฉันเองก็ไม่ได้อยากดูแลคนโน้นคนนี้นักหรอก"

"เหรอ งั้นก็ขอโทษที"

โยโกะเพียงแค่อยากทำความรู้จักกับคนที่ตัวเองสนใจ และคนที่เธอสนใจส่วนใหญ่มักได้รับเสียงบ่นจากคนรอบข้างว่าเป็น "คนมากเรื่อง" ก็เท่านั้น

"ขอเป็นน้องไปแล้วเหรอ?"

"เปล่าหรอก มันมีปัญหาหลายๆ อย่าง พวกโอเน่ซามะก็ห้ามไม่ให้ข้องแวะมากด้วย"

"ต่อให้มีคนห้ามแค่ไหน แต่โยโกะเป็นพวกพอถึงเวลาลุยก็ลุยนี่"

"หุหุ"

โยโกะหัวเราะให้ เป็นเชิงบอกว่า "รู้ดีจังนะ"

"ที่สำคัญ กุหลาบแดงกับกุหลาบขาวเตี๊ยมกันไว้ดิบดีีจังนะ"

"เตี๊ยม? พวกโอเน่ซามะน่ะเหรอ?"

คำพูดที่โยโกะไม่นึกฝันหลุดออกมาจากปากเซย์

"แต่คนที่ชี้ให้ฉันเห็นเหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้เลือกโอกาซาวาระ ซาจิโกะมาเป็นน้องไม่ได้ ก็คือพวกโอเน่ซามะนะ"

"ไอ้เหตุผลที่ว่าคืออะไรฉันไม่รู้หรอก แต่โยโกะเนี่ยเป็นพวกที่ชอบฝ่าฟันอุปสรรคอยู่นิดๆ ไม่ใช่เหรอ"

เซย์ชี้นิ้วหมุนวนไปมาหันเข้าหาหน้าโยโกะ ราวกับกำลังไล่ตามจับแมลงปอ

"อุปสรรค..."

ในบรรดารายชื่อของนักเรียนปี 1 มีเพียงชื่อของโอกาซาวาระ ซาจิโกะที่ถูกถอนออกจากลิสต์ จริงๆ จะฉีกหน้านั้นทิ้งไปซะก็ได้ แต่เพราะอะไรจึงขีดฆ่าด้วยเส้นเพียงเส้นเดียว

"หมายความว่า เตรียมทุกอย่างไว้ให้ฉันแล้วอย่างงั้นเหรอ?"

"ไม่รู้สิ"

ถ้าเช่นนั้นการแก้ไขปัญหาให้ลุล่วง คืองานแท้จริงที่พวกโอเน่ซามะมอบหมายมาให้ใช่มั้ยนะ ว่าถ้าหากอยากได้โอกาซาวาระ ซาจิโกะมาเป็นน้องสาว ให้จัดการปัญหาทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่ว่าจะให้ทำยังไงล่ะ ในเมื่อถูกสั่งห้ามเกลี้ยกล่อมซาจิโกะให้เลิกเรียนพิเศษ

"เอาเถอะ ถ้าเธอหาน้องสาวได้ก็เป็นเรื่องน่าดีใจสำหรับฉันด้วย พยายามเข้านะ"

"เซย์"

ทั้งที่เป็น Bouton เหมือนกัน แต่เซย์กลับเมินปัญหาเรื่องน้องสาวของตัวเองอย่างสิ้นเชิง

"พรุ่งนี้ เป็นพิธีต้อนรับนักเรียนใหม่นะ"

โยโกะตะโกนตามหลังเพื่อนที่กำลังเดินออกนอกประตูโรงเรียน

"ฉันไปอยู่แล้วน่า"

เซย์ตอบโดยไม่หันกลับมามอง

"สัญญากับโอเน่ซามะไว้แล้วด้วย"

อ้อ เหรอ

เพราะแบบนี้สินะ โยโกะถึงโดนหาว่าเป็น "พวกชอบดูแลคนอื่นไปทั่ว" อยู่เรื่อย

พิธีต้อนรับนักเรียนใหม่ที่มียามะยูริไคเป็นผู้สนับสนุน จะจัดขึ้นกลางเดือนพฤษภาคมของทุกปีในช่วงบ่ายของวันงานพระแม่มาเรีย กิจกรรมหลักในงานก็คือ สมาชิกยามะยูริไคจะให้นักเรียน ม.ปลายปี 1 ที่เข้าใหม่ทุกคนมารวมตัวกันที่โบสถ์ มอบเหรียญสัญลักษณ์ให้เพื่อแสดงถึงความเป็นพวกพ้อง จบด้วยต้อนรับด้วยการกล่าวสุนทรพจน์อย่างง่ายๆ และอาจเพื่อให้นักเรียนใหม่ได้จดจำใบหน้าของกรรมการนักเรียนที่เรียกกันว่า "บาระซามะ" ไปด้วยในตัว

"โอเน่ซามะ สงสัยว่าฉันคงหาน้องสาวไม่ได้แล้วล่ะค่ะ"

โยโกะไปรวมตัวกับ Rosa Chinensis เพื่อเตรียมตัวก่อนถึงเวลาเริ่มงาน ในตะกร้าที่เตรียมไว้เต็มไปด้วยเหรียญสัญลักษณ์ที่ผ่านการทำพิธีมาแล้ว และจากนี้ไปบาระซามะทั้ง 3 คนจะช่วยกันนำสิ่งนี้คล้องคอให้แก่นักเรียนใหม่

"แหมตายจริง แบบนี้ก็แย่สิเนี่ย"

โยโกะไม่รู้สึกถึงความเป็นเดือดเป็นร้อนในคำพูดของโอเน่ซามะสักเท่าไหร่ บางทีอาจไม่ได้จริงจังกับมันแต่แรกแล้วก็ได้

"แล้วก็อาจจะสร้างปัญหาให้กับโอเน่ซามะด้วยก็ได้ค่ะ"

"ช่างมันเถอะ ยังไงคนที่จะเดือดร้อนก็คือตัวเธอหลังฉันเรียนจบออกไปไม่ใช่เหรอ? ส่วนฉันน่ะ....อืม ก็แค่นมสตรอเบอรี่ถุงเดียวเท่านั้นเอง"

"หา?"

"ฉันพนันกับ Rosa Foetida ไว้ว่าน้องสาวของใครจะหาน้องได้ก่อนกันน่ะสิ"

"แล้วของพนันก็คือนมสตรอเบอรี่เหรอคะ"

"ก็บอกไปแล้วไงว่าเรื่องมันเล็กน้อยแค่นั้นแหละ"

คำพูดของโอเน่ซามะเสียดแทงเข้ามาในใจทีละน้อย โยโกะคิดว่าบางทีเธออาจไม่มีวันตามทันคนๆ นี้ได้แน่แม้จะใช้เวลาชั่วชีวิตก็ตาม

"งั้นเหรอ ไม่ว่ายังไงโยโกะก็จะเลือกโอกาซาวาระ ซาจิโกะสินะ"

Rosa Chinensis พึมพำออกมาในเวลาเดียวกันกับที่เสียงพูดผ่านไมค์ "ขอแสดงความยินดีกับนักเรียนใหม่ทุกท่านด้วยค่ะ" ของ Rosa Foetida ก้องไปทั่วบริเวณโบสถ์ อันเป็นสัญญาณเริ่มต้นของพิธีต้อนรับนักเรียนใหม่ที่มียามะยูริไคเป็นผู้สนับสนุน

โยโกะถือตะกร้ายืนเคียงข้างกับ Rosa Chinensis มีการประกาศเรียกห้องพลัม ห้องฟุจิ และห้องเบญจมาศออกมาเป็นกลุ่มแรก ทั้งสามห้องพากันลุกจากที่นั่ง

"ขอให้พระแม่มาเรียคุ้มครอง"

โอเน่ซามะคล้องเหรียญสัญลักษณ์ให้แก่นักเรียนแต่ละคนอย่างชำนาญ และเสมอภาคโดยทั่วกัน

"ขอให้พระแม่มาเรียคุ้มครอง"

หลังการมอบเหรียญสัญลักษณ์ให้ 3 ห้องแรกเสร็จสิ้นลงได้ด้วยดี ต่อไปก็เป็นคิวของห้องลูกท้อ ห้องสน และห้องสึบากิ โยโกะมองไปยังกลุ่มนักเรียนห้องสนพลางคิดในใจว่ามันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้นี่นะ ในบรรดานักเรียนปี 1 มากหน้าหลายตานี้ สายตาของโยโกะจับจ้องอยู่แค่ที่โอกาซาวาระ ซาจิโกะเพียงผู้เดียว การจะเปลี่ยนสายตาที่จ้องมองอย่างผิดวิสัยของโยโกะนี้ให้เป็นเรื่องปกติได้มีแต่ต้องให้เธอมาเป็นน้องสาว ให้เธอเป็นคนที่พิเศษกว่าใครเท่านั้น ถ้าให้เธอมาเป็นน้องสาวไม่ได้ล่ะก็ ถือเป็นความผิดพลาดอย่างมากหากจะมีน้องสาวเป็นคนอื่น

เนื่องจากซาจิโกะมีลำดับเลขที่ในห้องเป็นอันดับต้นๆ จึงมาถึงเบื้องหน้าของโยโกะในเวลาอันสั้น

"ขอให้พระแม่มาเรียคุ้มครอง"

หลังจาก Rosa Chinensis คล้องเหรียญสัญลักษณ์ให้แล้ว ที่จริงคนข้างหน้าควรจะถอยหลบออกไปด้านข้างและยกพื้นที่ให้คนข้างหลังต่อ แต่ซาจิโกะไม่สนพิธีการที่กำลังดำเนินไปและก้าวไปยืนตรงหน้าโยโกะ

"Rosa Chinensis en Bouton คะ"

"หา!?"

โยโกะตกตะลึงกับการกระทำอันคาดไม่ถึงของซาจิโกะ สงสัยว่าท่าทางตกใจของโยโกะมันคงจะตลกมาก ซาจิโกะจึงส่งยิ้มให้ เป็นรอยยิ้มที่นิ่มนวลมาก โยโกะไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าซาจิโกะเป็นเด็กที่ยิ้มได้น่ารักขนาดนี้

"ฉันเลิกเรียนพิเศษทุกวิชาแล้วนะคะ"

ซาจิโกะบอกอย่างยิ้มแย้ม แต่สายตายังเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นเช่นเคย หลังซาจิโกะคำนับทำความเคารพให้ก็หันหลังเดินกลับไปนั่งที่ตัวเอง

"ดูท่าฉันจะได้ดื่มนมสตรอเบอรี่ฟรีแล้วล่ะ"

Rosa Chinensis กระซิบเบาๆ ให้โยโกะได้ยินคนเดียว

โยโกะพยักหน้า...อา จริงด้วยสินะ...

คราวนี้ถึงทีของโยโกะที่ต้องตอบรับคำตอบของซาจิโกะบ้างแล้ว


==========================================================================

/me ตายแปะ
Image
User avatar
DarkNeon
นักแปลไส้แห้ง
 
Posts: 1039
Joined: Fri Jul 06, 2007 10:20 pm
Location: ใต้กองงานจาก บ.ดอกบัว

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของโยโกะกับซาจิโกะ : Answer

Postby WuDragon » Sun Feb 01, 2009 8:35 pm

อ่านตอนนี้ที่ให้คำนิยามคุณพี่ว่า "สัตว์ประหลาด" ทำให้เรานึกถึงก็อตซิลล่ากับอุลตร้าแมนเฉยเลย :mrgreen:

Spoiler: show
- เหมือนพวกบาระซามะไฟเขียวและพอจะเดาได้ตั้งแต่แรกแล้วว่า โยโกะจะเลือกใครเป็นน้องสาว เพียงแต่สร้างสถานการณ์ให้ดูว่ามีอุปสรรค (ซึ่งเป็นแนวที่โยโกะชอบ) เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้เสร็จเร็วขึ้นเท่านั้นเอง
- เอริโกะนี่ชอบของแปลกมาตั้งแต่เด็กเลยแฮะ
- เจอคำว่า "อยากคุยด้วย" เข้าไป คุณพี่ถึงกับใจอ่อนเลยรึนี่ ทำไมพวกกุหลาบแดงสกิลเลเวลสูงจัง
- ท่านเซย์นินจามาก แวบหายจากสภาตลอด ข่าวอะไรไม่ค่อยรู้กับเขาหรอก แต่ไหงกลับมีโอกาสได้ดูของดีมากกว่าคนอื่นซะงั้น
- โยโกะกับเซย์นี่แท็คติกรุกเก่งทั้งคู่เลยแฮะ แต่คนละแนวกันเท่านั้นเอง
Image
~มังกรน้อยไม่สนับสนุนการขายแฟนซับ~
User avatar
WuDragon
One-sama~
 
Posts: 327
Joined: Tue Dec 09, 2008 6:22 pm
Location: ไม่แน่นอน

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของโยโกะกับซาจิโกะ : Answer

Postby s.hikaru » Sun Feb 01, 2009 10:33 pm

หวานเฟ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

หวานนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

==============

ตกลงห้องพลัม กับห้องลูกท้อ มันคนละห้องเรอะ

พอมีชื่อไทยสลับญี่ปุ่นแล้วมันดูแปลกๆ...แปลกๆมากเลยล่ะ
จะคิดยังไงถ้าให้เรียกชื่อห้องเป็นภาษาญี่ปุ่นหมดแล้วค่อยโน้ตคำแปล?


v
v
v
เออ จริง โมโมะ
What are you doing down there?
User avatar
s.hikaru
รองหัวหน้าชมรมศิลปะ
 
Posts: 1833
Joined: Mon Jan 02, 2006 12:13 am
Location: ห้องขังเดี่ยวสำหรับผลิตโดจิน

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของโยโกะกับซาจิโกะ : Answer

Postby DarkNeon » Sun Feb 01, 2009 10:46 pm

อันไหนแปลได้ก็น่าจะแปลนะพี่ ถ้ามันมีในบ้านเราน่ะ

พลัม sumomo
ลูกท้อ momo
Image
User avatar
DarkNeon
นักแปลไส้แห้ง
 
Posts: 1039
Joined: Fri Jul 06, 2007 10:20 pm
Location: ใต้กองงานจาก บ.ดอกบัว

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของโยโกะกับซาจิโกะ : Answer

Postby Mukiki » Sun Feb 01, 2009 11:02 pm

^
^
ถ้ากดแป้นไทยแล้วจะยิ่งแย่นะนั่น.... :oops:

แอบไปอ่าน eng บทนี้ก่อนละ แต่ยิ่งอ่านแปลไทยแล้วยิ่งโฮก
อ่านแล้วนึกถึงสภาพยูมิ....เป็นเจ้าแม่อุลตร้าออกมาปราบสัตว์ประหลาดสินะ :lol:
Complete: [NamaeNai] Hidamari Sketch x ☆☆☆ / [NamaeNai] Working!!
In Progress: Re-Editing (hakka-ya) Private Link / ดอง TL SSS 1.5,8a / ดอง สรุปนิยายฮิดามาริ / ดอง **** ** **** หลังห้องไห (!?)
Summer 2010 Status : Unknown...
"กองไหเอย...จงซับซ้อนยิ่งขึ้น" Current Status: พักร้อน ลอยไห และปั่นงาน...orz
User avatar
Mukiki
เสี่ยวเอ้อชมรมน้ำชา
 
Posts: 3117
Joined: Mon Jan 02, 2006 12:00 am
Location: ซักที่...

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของโยโกะกับซาจิโกะ : Answer

Postby s.hikaru » Sun Feb 01, 2009 11:12 pm

Mukiki wrote:^
^
ถ้ากดแป้นไทยแล้วจะยิ่งแย่นะนั่น.... :oops:


บร้า เค้าหมายถึงแปลไทย :oops:
What are you doing down there?
User avatar
s.hikaru
รองหัวหน้าชมรมศิลปะ
 
Posts: 1833
Joined: Mon Jan 02, 2006 12:13 am
Location: ห้องขังเดี่ยวสำหรับผลิตโดจิน

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของโยโกะกับซาจิโกะ : Answer

Postby kurohara » Mon Feb 02, 2009 3:07 am

อยากอ่านมานานแล้ว XD~

ทำไมชอบกินกันจัง นมสตอเบอร์รี่เนี่ย....
User avatar
kurohara
ชมรมคนรักบาฮะ
 
Posts: 2142
Joined: Sun Apr 30, 2006 7:09 pm
Location: 咲夜の世界

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของโยโกะกับซาจิโกะ : Answer

Postby Est » Mon Feb 02, 2009 1:25 pm

อ่านแล้วตกตะลึง
Spoiler: show
ซัจจี้อ่อยเหยื่อ!
User avatar
Est
อาจารย์ประจำโรงเรียน
 
Posts: 709
Joined: Tue Jan 03, 2006 9:34 pm

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของโยโกะกับซาจิโกะ : Answer

Postby namaste » Mon Feb 02, 2009 4:01 pm

// รู้สึกเหมือนตอบกระทู้นี้ไปเมื่อวานแล้วนะ มันไม่ติดหรือโพสผิดอันเนี่ย -*-


สงสัยซาจิโกะจะโดนสกิลวิ้งจากโยโกะไปตั้งแต่ตอนเรียกออกมาคุยนะเนี่ย เหอๆๆ :lol:

(มันน่าจะมีรูปโยโกะวิ้งบ้างซิ๊~~)
Image
User avatar
namaste
SENPAI
 
Posts: 641
Joined: Wed Jun 27, 2007 5:27 pm
Location: เกาะรั้วโรงเรียน

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของโยโกะกับซาจิโกะ : Answer

Postby UsaSama » Mon Feb 02, 2009 10:12 pm

ขอบคุณมากๆค่ะคุณน้อง ช่วงนี้ป่วยบ่อย ไม่ค่อยได้อ่านไรเลย ปวดหัว

ซาจิโกะสมัยก่อนดูรู้ทันคนมากกว่าที่คิดแฮะ ตอนจบนี่แปลใจเหมือนกันนะ นึกว่าก่อนเจอยูมิจะไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกผู้คนซะอีก
User avatar
UsaSama
อาจารย์ประจำโรงเรียน
 
Posts: 781
Joined: Sun Jan 01, 2006 11:25 pm
Location: No where in particular..

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของโยโกะกับซาจิโกะ : Answer

Postby godblezme » Mon Feb 02, 2009 11:52 pm

ชอบง่ะะะะะ

โดยเฉพาะตอนที่ซัจจังบอกว่า "หนูเลิกเรียนพิเศษทุกวิชาแล้วนะคะ"

ฮิ้ววว
User avatar
godblezme
LILY S
 
Posts: 62
Joined: Thu Jun 05, 2008 1:44 pm
Location: อาณาจักรแห่งวาย

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของโยโกะกับซาจิโกะ : Answer

Postby nishiae » Tue Feb 03, 2009 12:17 am

ตอนนี้ขอโห่ฮิ้วให้กับ
Spoiler: show
สัตว์ประหลาดที่ยังคงความเป็นสัตว์ประหลาดที่เลิกเรียนพิเศษแล้ว แต่พอยูมิอ่อนเชียว พี่น้องกุหลาบแดงเป็นอกันอย่างนี้ทุกรุ่น คงยกเว้นรุ่นยูมิหรือป่าว หรือคงไม่ใช่ได้เชื้อจากเซย์และซัจจี้มาเยอะแน่ๆ วิ้งๆๆต่อไป
User avatar
nishiae
LIL
 
Posts: 30
Joined: Wed Jan 28, 2009 12:19 am
Location: โลกแห่งซี

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของโยโกะกับซาจิโกะ : Answer

Postby kakakung » Tue Feb 03, 2009 2:43 pm

Spoiler: show
ว่าโยโกะลึกล้ำแล้ว

โอเน่ซามะของโยโกะิ่ยิ่งเข้าใจยากเข้าไปใหญ่ - -

ชนะคนอย่างโยโกะได้เนี่ยน้า~~~

สัตว์ประหลาดเนี่ย พาให้คิดถึงก็อตซิลล่าจริงๆแหละ แ้ล้วยูมิก็เป็นอุลตร้าแมนมีแกละ(จำได้ว่ามีอยู่ตัวนึง ไม่รู้ชื่ออะไร)
User avatar
kakakung
LILY STUD
 
Posts: 143
Joined: Thu Dec 04, 2008 10:40 pm

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของโยโกะกับซาจิโกะ : Answer

Postby ho-oh » Tue Feb 03, 2009 4:45 pm

ฮา รู้สึกท่านพี่แต่ละคนจะจัดการบรรดาน้องสาวได้อย่างง่ายดายกันหมดเลยนะ
มีแค่คู่โยชิโนะกับเรย์คู่เดียวมั้ง ที่สถานการณ์สับกัน - -"
Spoiler: show
ซาจิโกะช่างน่า.....เคือง โมโหแทนคานาโกะ -3-
User avatar
ho-oh
L
 
Posts: 4
Joined: Mon Jan 12, 2009 8:58 am

Re: [แปล] Marimite Main Story : ในกระเป๋า part 1

Postby DarkNeon » Sun Feb 15, 2009 2:25 am

ห่างหายไปนาน หลังจากเฟลแล้วเฟลอีกกับภาค 4 ตอนแรกเรากะว่าจะไม่แปลอันนี้แล้ว แต่คิดว่าอนิเมคงทำได้ไม่ดีเท่าแหง เลยแปลดีกว่า มาจากเล่มนี้ค่ะ

Image

Ookina Tobira , Chiisana Kagi เล่มที่เรารู้สึกว่าเนื้อเรื่องดุเด็ดเผ็ดแซ่บที่สุดของอาร์คยูมิ-โทโกะ แล้วก็เป็นเล่มเดียวที่ไม่มีการเล่าเรื่องผ่านมุมของยูมิเลย ^_^ เล่มนี้แบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ โดยส่วนแรกมีชื่อว่า Keyholder เป็นเรื่องผ่านมุมมองของเจ๊ซัจจี้ โยชิโนะ โนริโกะ (แค่นี้มั้ง) ส่วนที่ 2 ใช้ชื่อว่า Heart no Kagiana (ช่องกุญแจในหัวใจ) ซึ่งเป็นเหตุการณ์ผ่านมุมของโทโกะล้วนๆ ซึ่งในส่วนสองนี้ยังแบ่งย่อยอีก 3 บท เราเลือกมาเฉพาะบทสุดท้าย "ในกระเป๋า" ค่ะ (แล้วในแต่ละบทเอง จะมีการคั่นแยกเหตุการณ์ย่อยๆ อยู่แล้วนะ)

Image

เนื้อเรื่องอันนี้เป็นเหตุการณ์หลังจากเลือกตั้งบาระซามะ และกำลังเตรียมงานวาเลนไทน์ค่ะ แล้วก็เป็นบทที่โทโกะโดนตบเกรียน :lol:

ในส่วนแรกนี้จะเป็นเล่าย้อนถึงการพบกันครั้งแรกของน้องดริลกับยูมิ...ไม่ใช่ในภาคฮารุค่ะ...หึหึ


Ookina Tobira, Chiisana Kagi

Part 2 : Heart no Kagiana (ช่องกุญแจในหัวใจ)

Chapter : Pocket no Naka (ในกระเป๋า) #1



<<Part 1 || Part 2 || Part 3>>

ชีวิตในโรงเรียนดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ประกอบขึ้นมาจากกิจกรรมต่างๆ ผ่านพ้นคริสต์มาส ย่างเข้าฤดูหนาว พอเข้าปีใหม่และเริ่มเรียนเทอมสามก็มีการเลือกตั้งคณะกรรมการนักเรียนรุ่นถัดไป เสร็จสิ้นไม่ทันไรก็ถึงวันวาเลนไทน์ซะแล้ว มารู้ตัวเอาก็ตอนทำกวาดพื้นในช่วงทำเวร เพราะเศษฝุ่นผงที่กองรวมกันอยู่หน้าที่โกยผงนั้นมันดูมีสีสันมากกว่าปกติ ในตอนแแรกก็ไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษว่ามันมีวันแบบนี้ด้วยหรือ แต่ในวันต่อมาปริมาณของมันก็มากกว่าเดิมราวกับนับถอยหลังรอวันจริง

ปกติสิ่งที่หล่นอยู่ตามพื้นมักเป็นขยะชิ้นเล็กๆ ที่ไม่สามารถถือไปทิ้งในถังขยะได้ หรือไม่ก็เป็นเศษฝุ่นผงที่ปลิวมาจากข้างนอก เส้นผมร่วงของบรรดานักเรียนก็มีเยอะ เพราะฉะนั้นพอกวาดพื้นทีไรจึงมักได้กองขยะหยาบๆ สีโมโนโทน ขาวบ้าง ดำบ้าง แต่ในช่วงนี้มีเศษฝุ่นผงสีแดงบ้าง เหลืองบ้าง น้ำเงินบ้าง หรือแม้แต่สีที่ไม่สามารถอธิบายได้ว่ามันคือสีอะไรปะปนเข้ามา

มันคืออะไรกันนะ

พอจ้องสิ่งที่อยู่ในที่โกยผงสักพัก ก็รู้ว่าตัวตนแท้จริงของขยะหลากสีพวกนี้คืออะไร

(อา)

มันคือเศษไหมพรมที่บรรดาเพื่อนในห้องพากันถักอยู่เมื่อช่วงพักนั่นเอง ถึงอย่างนั้นก็ตามแค่ถักเพียงอย่างเดียว มันจะให้เกิดกองขยะได้ขนาดนี้เชียวหรือ ไม่สิ ใช่ว่าจะเกิดไม่ได้ ถ้ามีบางคนถักๆ รื้อๆ ซ้ำไปซ้ำมาล่ะก็เป็นไปได้ คนที่ใช้ไหมขนแกะเป็นขุยๆ ก็มีอยู่เหมือนกัน ในช่วงเวลาอีก 2 สัปดาห์ก่อนถึงวันวาเลนไทน์นี้หากมีนักเรียนจำนวน 1/3 ของห้องทำของถักในเวลาพักทุกครั้งล่ะก็คงจะได้ขยะปริมาณราวๆ นี้แน่ และถึงแม้นักเรียนบางคนไม่ได้ถักอะไร ก็มีบ้างที่ขอแบ่งเชือกจากเพื่อนสนิทมาเล่นพันด้ายกัน ปี 1 ห้องสึบากิจึงมีขยะเศษด้ายลอยฟุ้งอยู่เต็มไปหมด

ประเด็นสนทนาเกี่ยวกับช็อคโกแลตก็มีพูดถึงกันอยู่ทุกที่ บ้างก็ตั้งหน้าตั้งตาจดส่วนผสมจากหนังสือทำขนม บ้างก็จดๆ จ้องๆ ที่แคตตาล็อกสินค้าของร้านช็อคโกแลตชื่อดังที่ได้ตีพิมพ์ลงในนิตยสาร ไม่ว่าจะมีโอเน่ซามะหรือไม่แต่ทุกคนต่างมีท่าทางสนุกสนานมาก เพราะมันคือวันวาเลนไทน์ของแผนก ม.ปลายที่ตั้งตารอ บางทีคนที่ไม่ตื่นเต้นอะไรเลยนี่แหละที่ผ่าเหล่าผ่ากอ

หลังเลิกเรียนในวันเสาร์

การทำความสะอาดเรียบร้อย ล้างมือเสร็จสิ้น พอจะหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าก็มีบางสิ่งหลุดออกมาพร้อมๆ กันและตกลงไปยังพื้น เมื่อเก็บขึ้นมาเปิดดูก็พบว่ามันคือหนังสือพิมพ์ลิลเลียนฉบับพิเศษที่มีแจกเมื่อเช้าที่ตัวเองพับเก็บเป็นเศษกระดาษไว้เป็น 4 ส่วนนั่นเอง โทโกะหัวเราะออกมา ลืมมันทิ้งไว้ในกระเป๋าทั้งอย่างนั้นซะสนิทเลย

"ปีนี้พบกันอีกครั้งกับ การล่าสมบัติ!!"

ตัวหนังสือพาดหัวเด่นเป็นสง่า

ยังไงก็ตามแทบไม่รู้สึกเลยว่านี่เป็นข่าวเร่งด่วนแต่อย่างใด ครั้งแรกที่เห็นข้อความนี้ คิดว่าเป็นกลยุทธ์ของหนังสือพิมพ์ลิลเลียนที่แง้มข้อมูลออกมาเล็กน้อยเพื่อเรียกกระแสซะอีก แต่ที่จริงแล้วเหมือนจะยังไม่มีกำหนดรายละเอียดใดๆ ตายตัว

"มามิซามะจากชมรมหนังสือพิมพ์เค้าบอกว่าไว้ตกลงรายละเอียดได้เมื่อไหร่ จะประกาศทันทีน่ะ"

โนริโกะบอกแบบนี้ในคาบพักพลางหนีจากกลุ่มเพื่อนร่วมห้องที่คอยไล่ตาม ตั้งแต่หลังการเลือกตั้งคณะกรรมการนักเรียนมา รอบตัวโนริโกะมีแต่ความวุ่นวายมากขึ้นทุกที นอกจากจะยุ่งกับงานของยามะยูริไคแล้ว บรรดานักเรียนรุ่นเดียวกันยังพากันมาห้อมล้อมทุกครั้งที่ถึงเวลาพักเพื่อถามข่าวกิจกรรม เพราะฉะนั้นในช่วงหลายวันมานี้ภาพของโนริโกะที่ได้เห็นจึงเป็นในตอนที่คอยวิ่งหนีวนไปวนมาอยู่ทุกเมื่อ เพราะมัวแต่มาตอบคำถามเรียง
คนถึงได้ไม่หมดเสียที ไม่รู้ว่า "โนริโกะซังคนที่มักไม่สุงสิงกับคนอื่นๆ" ในช่วงเข้าเรียนใหม่ๆ คนนั้นหายไปไหนกัน

โทโกะคิดถึงตรงนี้ ก็ฝืนยิ้มออกมา ถ้าจะให้พูดบ้างแล้ว "โทโกะซังผู้ไร้เดียงสาแถมชอบเจ้ากี้เจ้าการ" ก็เป็นคนในอดีตเช่นกัน พอกันทั้งคู่นั่นแหละ

ไม่รู้มันกลับตาลปัตรเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ช่างเถอะ นี่ไม่ได้เป็นการสลับบทบาทอะไรกันซะหน่อย เพียงแค่ต่างฝ่ายต่างเปลี่ยนแปลงจนกลายมาเป็นอย่างในปัจจุบันเท่านั้น

"ล่าสมบัติ....เหรอ"

โทโกะเอาหนังสือพิมพ์ฉบับพิเศษใส่กลับเข้าไปในกระเป๋าข้างขวา แต่มือที่ใส่กลับเข้าไปยังค้างอยู่ในกระเป๋าเช่นนั้น

การล่าสมบัติเมื่อปีที่แล้ว ตัวเองไม่ได้เข้าร่วมด้วยเพราะยังอยู่ชั้น ม.ต้น ถึงแม้จะปฏิเสธคำชวนของเพื่อนร่วมห้องที่ให้ทำเป็นเนียนปะปนไปร่วมสนุกแล้วก็ตาม แต่ก็ยังอดอยากรู้ไม่ได้ จึงทำทีเป็นจะกลับบ้านแล้วไปเดินด้อมๆ มองๆ แถวตึก ม.ปลายดู แล้วก็-----

(เหมือนคนบ้าไม่ผิดเลย)

เสียงกรอบแกรบของฉบับพิเศษดังมาจากในกระเป๋า ในตอนนี้มันไม่ใช่กระดาษพับ 4 ส่วนอีกต่อไปแล้ว เป็นเพียงแค่ก้อนขยะกลมๆ เท่านั้น

(เหมือนคนบ้าไม่ผิดเลย)

โทโกะเร่งฝีเท้าเดินไปตามระเบียงให้เร็วขึ้น ราวกับจะสลัดภาพความทรงจำในอดีตให้หลุดออกไป ทำไมตัวเองจะต้องนึกถึงภาพนั้นขึ้นมาด้วยนะ

(เหมือนคนบ้าไม่ผิดเลย เหมือนคนบ้าไม่ผิดเลย เหมือนคนบ้าไม่ผิดเลย เหมือนคนบ้าไม่ผิดเลย!)

ไม่ว่าจะหนียังไง ก็ยังไล่ตามมา

มันคือภาพของคนๆ นั้นที่วิ่งไปทั่วโรงเรียนเมื่อ 1 ปีก่อนหน้านี้พอดี ท่าทางพยายามเอาเป็นเอาตายเพื่อจะหนีให้พ้นจากเหล่านักเรียนที่ไล่ตาม แต่ไม่ว่าจะดูยังไงมันก็เหมือนกับม้าแข่งที่วิ่งอยู่หัวแถวนำม้าตัวอื่นๆ อยู่

คนๆ นี้คือคนที่ซาจิโกะโอเน่ซามะได้เลือก

โทโกะรู้สึกกลัว แต่ไม่รู้ว่านี่คือความหวาดกลัวที่มีให้กับสิ่งใด แค่อยู่ๆ ก็กลัวขึ้นมาซะเฉยๆ จะเข้าใกล้คนๆ นี้ไม่ได้เด็ดขาด

(ไม่ไหว...)

ยิ่งพยายามสลัดทิ้งมากเท่าไหร่ ก็สลัดภาพของยูมิซามะออกไปไม่ได้ซะที โทโกะเลิกล้มความตั้งใจแล้วลดความเร็วฝีเท้าลง ไม่รู้ว่ากลับมาถึงหน้าห้องสึบากิของชั้นปี 1 เมื่อไหร่

"งั้นทุกคน ฉันไปก่อนนะ!"

ผู้ที่ส่งเสียงทักทายคนในห้องแล้วรีบร้อนออกมาคือโนริโกะ

"อ๊ะ โทโกะ"

โนริโกะทักทายอย่างยิ้มแย้มแจ่มใสเมื่อเห็นหน้าเพื่อนสนิท

"ท่าทางงานยุ่งนะ โนริโกะซังจะไปเรือนกุหลาบเหรอ?"

"เปล่าหรอก วันนี้ไม่มีนัดรวมตัว ที่รีบเพราะว่าวันนี้มีรายการเกี่ยวกับพระพุทธรูปฉายทางทีวี ลืมตั้งเวลาอัดไว้ แถมโชคไม่ดีที่คุณย่าไม่อยู่ แต่ถึงอยู่ฉันก็ไม่กล้าขอร้องอยู่ดีแหละ"

ที่ไม่กล้าขอร้อง เพราะยังเกรงใจหรือเพราะคุณย่ายังใช้อุปกรณ์พวกนี้ได้ไม่คล่องกันแน่

"ฉายกี่โมงเหรอ?"

"เอ...บ่ายสองล่ะมั้ง"

"งั้นต้องรีบแล้วนะ"

พอมองนาฬิกาข้อมือ ปรากฏว่าตอนนี้เลยบ่ายโมงมานิดหน่อยแล้ว ถ้าจำไม่ผิดที่พักของโนริโกะนั้นต้องนั่งรถไฟจากสถานี M ไปอีก 2-3 สถานี ถ้าขึ้นรถเมล์แล้วต่อรถไฟได้ตรงเวลาก็ใช่ว่าจะกลับไปไม่ทัน แต่รถเมล์ที่เวียนรอบมาหน้าโรงเรียนมักมาสายเป็นประจำ ฉะนั้นจะย่ามใจไม่ได้

"อื้อ งั้นไปก่อนนะ"

โนริโกะหันหลังให้

"อ๊ะ โนริโกะซัง"

โทโกะเผลอตัวเรียกออกไป

"เอ๊ะ อะไรเหรอ?"

ที่จริงควรจะคิดไว้ก่อนว่าจะพูดอะไรก่อนเรียกคนอื่นให้หันมา แต่ว่าก็เผลอเรียกออกไปแล้ว ระยะนี้พออยู่ด้วยกันสองคนทีไรก็มักมีพูดกันแต่ประเด็นหนักๆ ไม่รู้เพราะอย่างนี้หรือเปล่า...พอได้ยินโนริโกะไม่ได้พูดจาด้วยคำพูดเสียดสีเลยทำให้รู้สึกแปลกๆ

"ท่าทางคงเหนื่อยนะ ปีนี้เธอเป็นฝ่ายซ่อนสมบัติไม่ใช่เหรอ?"

ถึงจะถามว่าลำบากหรือเปล่า แต่ถ้าคำพูดที่ออกไปจากปากกลับกลายเป็นคำนี้ก็ไม่ต่างจากบรรดาเพื่อนร่วมห้องที่มารุมล้อม Rosa Gigantea en Bouton เท่าไหร่นัก

"เปล่าหรอก"

โนริโกะปฏิเสธด้วยรอยยิ้ม

"คือว่านะ นักเรียนปี 2 สามคนจะเป็นฝ่ายซ่อนการ์ดน่ะ เอ...จริงสิ รู้สึกจะอยู่นี่..."

โทริโกะพูดพลางเอามือล้วงกระเป๋า แล้วดึงเอาอะไรบางอย่างออกมาด้วย

"นี่ไง มีเขียนไว้ใช่มั้ยล่ะว่า 'บาระซามะรุ่นต่อไปทั้ง 3 คน' "

สิ่งที่ยื่นมาคือหนังสือพิมพ์ลิลเลียนฉบับพิเศษ โนริโกะชี้ให้เห็นหัวข้อข่าวแล้วอธิบาย

"ปีที่แล้วเป็น Bouton เลยดูเหมือนจะมีคนเข้าใจผิดเยอะ มีไอ้นี่รึเปล่าน่ะ?"

"...ไม่มี"

โทโกะขยำเศษกระดาษในกระเป๋ากระโปรงด้านขวาอีกครั้งหนึ่ง

"งั้นฉันให้ ฉันอ่านหมดแล้ว แถมน่าจะมีเก็บไว้ที่เรือนกุหลาบด้วย อยากดูตอนไหนก็ดูได้"

หลังพับหนังสือพิมพ์ที่กางอยู่ และยัดใส่มือซ้ายของโทโกะเรียบร้อยแล้ว โนริโกะก็พูดว่า "ถ้างั้น คราวนี้แหละ" พร้อมหายตัวไปจากระเบียงอย่างรวดเร็ว

หลังกลับเข้ามาในห้องเรียนแล้ว โทโกะนึกสงสัยตัวเองว่าเพราะเหตุใดจึงรับเอาหนังสือพิมพ์ลิลเลียนที่ตัวเองมีอยู่แล้วมาอีก บนโต๊ะตอนนี้มีแผ่นที่เพิ่งได้รับกับเศษกระดาษที่เอาออกจากกระเป๋ามาเรียงคู่กัน

(อันนี้ของโนริโกะ ส่วนอันนี้ของโทโกะ)

พอใช้นิ้วเขี่ยๆ ก็เอากระดาษทั้งสองแผ่นใส่ไว้ในกระเป๋าด้วยกัน

มันช่วยไม่ได้นี่

เพราะไม่ว่ายังไงก็ไม่อยากให้โนริโกะได้เห็นก้อนกระดาษกลมๆ ในตอนนั้น


<<Part 1 || Part 2 || Part 3>>


พาร์ทสอง สิบกว่าหน้าแน่ะ...โปรดติดตาม โทโกะโดนยูมิตบเกรียนได้ในตอนต่อไป
Image
User avatar
DarkNeon
นักแปลไส้แห้ง
 
Posts: 1039
Joined: Fri Jul 06, 2007 10:20 pm
Location: ใต้กองงานจาก บ.ดอกบัว

Re: [แปล] Marimite Main Story : ในกระเป๋า part 1

Postby fate » Sun Feb 15, 2009 3:25 am

เรื่องสั้นของโยโกะกับซาจิโกะ น่ารักมากกกกกก

Spoiler: show
ชอบตอนจบ ที่ซาจิโกะบอกว่า เลิกเรียนพิเศษทุกวิชาแล้ว โห คุยกันครั้งเดียว ติดใจโยโกะขนาดนั้นเลย :lol:


เรื่องในกระเป๋า (โทโกะ-ยูมิ) พออ่านถึงคำนี้
Spoiler: show
โปรดติดตาม โทโกะโดนยูมิตบเกรียนได้ในตอนต่อไป

รอตอนต่อไป ด้วยใจระทึกเลย :twisted:
User avatar
fate
LILY ST
 
Posts: 98
Joined: Thu Dec 18, 2008 3:19 pm

Re: [แปล] Marimite Main Story : ในกระเป๋า part 1

Postby ammy » Sun Feb 15, 2009 6:49 am

แว๊กๆๆๆ ขอบคุณค่ะ อยากอ่าน แต่ติดสอบ ทนๆไว้ๆๆ เด๋วอ่านเพลิน ได้ F กลับมายุ่งเลย อิอิ 17 เด๋วกลับมาอ่าน *..*

แต่พอดีมั้ง ที่จะได้อ่าน อิอิ

Spoiler: show
โปรดติดตาม โทโกะโดนยูมิตบเกรียนได้ในตอนต่อไป




ขอบคุณมากค่ะ

เหลืออนิเมแบบ OVA แปลไทย อยากดูมากมาย
Image
User avatar
ammy
LILY
 
Posts: 50
Joined: Thu Feb 12, 2009 8:48 pm
Location: อาศัยอยู่กะท่านคานะเมะในปราสาทแวมไพร์

Re: [แปล] Marimite Main Story : ในกระเป๋า part 1

Postby WuDragon » Sun Feb 15, 2009 11:37 am

Spoiler: show
โนริโกะธุรกิจรัดตัว ไม่มีเวลามานั่งจี้โทโกะให้กล้าซะแล้ว (แต่อุตส่าห์มีเวลาชิ่งกลับบ้านไปดูรายการพระพุทธรูปได้เฉย)
สุดท้ายตำแหน่งดันน้องดริลยอดเยี่ยมคงต้องยกให้คานาโกะสินะ

ว่าแล้วก็อยากอ่านพาร์ทต่อไป...
Spoiler: show
ที่น้องดริลจะถูกยูมิตบเกรียน :lol:
Image
~มังกรน้อยไม่สนับสนุนการขายแฟนซับ~
User avatar
WuDragon
One-sama~
 
Posts: 327
Joined: Tue Dec 09, 2008 6:22 pm
Location: ไม่แน่นอน

Re: [แปล] Marimite Main Story : ในกระเป๋า part 1

Postby namaste » Sun Feb 15, 2009 12:47 pm

เหมือนคนบ้าไม่ผิดเลย

เหมือนคนบ้าไม่ผิดเลย

เหมือนคนบ้าไม่ผิดเลย


:lol: :lol: :lol: :lol:
ขอเกรียนมั่ง 55555555
Image
User avatar
namaste
SENPAI
 
Posts: 641
Joined: Wed Jun 27, 2007 5:27 pm
Location: เกาะรั้วโรงเรียน

Re: [แปล] Marimite Main Story : ในกระเป๋า part 1

Postby dramer » Sun Feb 15, 2009 3:06 pm

หุหุ เผ้ารอตอนต่อไป อย่างใจจดใจจอ ขอบคุณที่แปลมาให้อ่านครับ
User avatar
dramer
LILY ST
 
Posts: 98
Joined: Sat Oct 06, 2007 2:16 pm

Re: [แปล] Marimite Main Story : ในกระเป๋า part 1

Postby nishiae » Sun Feb 15, 2009 3:59 pm

ขอรอด้วยเดี๋ยว
Spoiler: show
จะโดนตบเกรียน
User avatar
nishiae
LIL
 
Posts: 30
Joined: Wed Jan 28, 2009 12:19 am
Location: โลกแห่งซี

Postby DarkNeon » Mon Feb 16, 2009 3:18 am

Ookina Tobira, Chiisana Kagi

Part 2 : Heart no Kagiana (ช่องกุญแจในหัวใจ)

Chapter : Pocket no Naka (ในกระเป๋า) #2



<<Part 1 || Part 2 || Part 3>>

เมื่อโทโกะเดินผ่านทางเดินหน้าที่วางรองเท้าเพื่อกลับบ้าน ก็เห็นคนๆ นั้นที่กำลังเดินมาทางนี้เพื่อเตรียมตัวกลับบ้านพอดี

"อ้าว?"

การที่อีกฝ่ายเปล่งเสียงทักทายออกมาได้ แปลว่านี่ไม่ใช่ความฝันหรือภาพลวงตาแต่อย่างใด คนๆ นั้นเดินมาหาโทโกะที่ยืนนิ่งพร้อมกล่าวคำ "สวัสดีจ้ะ" ด้วยหน้าตายิ้มแย้ม

ฟุคุซาวะ ยูมิซามะได้มายืนอยู่ต่อหน้าโทโกะราวกับปาฏิหาริย์เช่นนี้เอง

(นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย)

โทโกะฝืนยิ้ม

พอโล่งใจว่าภาพลวงในอดีตที่ไล่ตามหลังมาเมื่อกี้ได้สลายหายไปแล้ว แต่กลับต้องมาเจอกันซึ่งๆ หน้าในสถานที่แบบนี้อีก ประมาทเกินไปหน่อย

แต่มานึกๆ ดู เมื่อกี้โนริโกะก็ได้เหลือคำใบ้ทิ้งไว้ให้แล้วว่าไม่มีนัดรวมตัวที่เรือนกุหลาบในวันนี้ แปลว่าคงคาดการณ์ไว้แล้วแน่ๆ 100% ว่าอาจเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น

โทโกะคิดล่องลอยไปเรื่อยว่ายูมิซามะมาตัวคนเดียว ไม่ได้มาพร้อมกับซาจิโกะซามะผู้เป็นโอเน่ซามะ หรือกับชิมาสึ โยชิโนะซามะที่เป็นเพื่อนร่วมห้อง คงกลับบ้านตามลำพังสินะ

"สวัสดีค่ะ"

โทโกะยิ้มหวาน การสร้างรอยยิ้มเพียงแค่นี้ไม่ใช่เรื่องยากอะไรอยู่แล้ว

"โทโกะจังกำลังจะกลับบ้านเหรอ?"

"ค่ะ"

โทโกะนึกในใจว่า คนๆ นี้ตั้งคำถามได้เซ่อซ่ามาก ทั้งที่เห็นเต็มตาว่าอีกฝ่ายถือกระเป๋าและสวมโค้ท แต่จริงๆ แล้วคนที่เซ่อซ่าเองอาจเป็นตัวโทโกะมากกว่า

"งั้นเดินไปสถานีด้วยกันนะ"

ยูมิซามะกล่าว

"...ค่ะ"

หลุดปากไปแล้วว่ากำลังจะกลับ ณ ด้านหน้าของที่วางรองเท้า จะมาอ้างว่าเดี๋ยวแวะห้องสมุด หรือแวะซื้อของที่ชมรมขายของเพื่อสร้างช่องว่างของเวลาระหว่างตนกับยูมิซามะหาโอกาสปลีกตัวไปไม่ได้อีกแล้ว

ตู้วางรองเท้าของนักเรียนปี 1 กับปี 2 ตั้งอยู่คนละที่กัน ฉะนั้นหากรีบรุดหนีออกมาตอนที่อีกฝ่ายกำลังเปลี่ยนรองเท้าอยู่ ย่อมหนีได้สบายๆ แต่ว่าทำไปแล้วจะได้อะไรขึ้นมา มีแต่จะยิ่งทำให้ตัวเองดูเซ่อซ่ามากกว่าเก่าอีก พอจินตนาการถึงภาพด้านหลังของตัวเองยามวิ่งเต็มกำลังไปตามถนนเล็กๆ ที่มุ่งสู่ฝั่งห้องสมุดแล้วมันชวนให้นึกขำไม่น้อย โทโกะเตรียมใจพร้อมแล้วออกเดิน พอมาถึงทางออก ยูมซามะิก็เดินรั้งหลังตามมา

"ขอโทษที่ให้รอ"

ก็ให้รอจริงๆ นั่นแหละ นับว่าเป็นเวลาที่นานผิดปกติสำหรับการเปลี่ยนรองเท้าเพียงอย่างเดียว

"ไปกันรึยังล่ะ"

"ค่ะ"

โทโกะหันกลับไปมองยังบริเวณที่ยูมิซามะออกมา ไม่เห็นวี่แววของนักเรียนคนใดที่น่าจะหยุดคุยกับยูมิซามะเลยแม้แต่คนเดียว

"ฉันน่ะนะ"

ยูมิซามะที่เดินนำหน้าอยู่ครึ่งก้าวกระซิบเบาๆ

"อยากคุยกับโทโกะจังสองคนแบบนี้แหละ แต่ไม่รู้ว่าโทโกะจังจะคิดยังไงบ้าง กลัวว่าถ้าแวะไปหาที่ห้องสึบากิของปี 1 อาจเป็นการสร้างปัญหาให้ ก็เลยอดใจเอาไว้ตลอด"

ยูมิซามะหันมาช้าๆ จ้องมองโทโกะ

"ฉันถึงดีใจมากเลยที่เราบังเอิญได้เจอกันเมื่อกี้"

"---------"

ความคิดที่ว่าบางทีในตอนนั้นยูมิซามะอาจจงใจสร้างเวลาให้เพียงพอที่โทโกะจะหนีไป ได้แว้บขึ้นมาในสมองของโทโกะ

เมื่อกะระยะทางที่เดินมาจนถึงตอนนี้ด้วยสายตาว่าจำเป็นต้องใช้เวลาเท่าไหร่ในการวิ่งจากทางออกไปจนถึงห้องสมุด ก็พบว่ามันแทบจะพอดีกับเวลาที่ยูมิซามะปล่อยให้โทโกะรอเลยทีเดียว

คนๆ นี้คิดว่าโทโกะจะหนีไปก็ไม่เป็นไรสินะ --- อาจจะล่ะมั้ง

(หรือจริงๆ อยากให้หนีซะมากกว่า?)

ไม่ใช่

คำพูดที่บอกว่าดีใจที่บังเอิญเจอกันกับรอยยิ้มนั่นไม่ใช่ของปลอมอย่างแน่นอน ถ้าไม่อยากกลับกับโทโกะก็ไม่เห็นต้องมาชวนให้กลับด้วยกันตั้งแต่แรก ไม่จำเป็นจะต้องใช้วิธีอ้อมค้อมแบบนี้เลยสักนิดเดียว

คิดไปก็ไม่ได้คำตอบ โทโกะเลิกคิดแล้วถามคำถามออกไป

"มีอะไรอยากจะพูดด้วยถ้าได้เจอฉันเหรอคะ?"

นี่เป็นครั้งแรกที่ได้อยู่ตามลำพังสองคน นับตั้งแต่คริสต์มาสปีที่แล้วมา ในตอนนั้นโทโกะตกตะลึงกับโรซารี่ที่ยื่นมาให้อย่างฉับพลัน และปฏิเสธโรซารี่นั้นไปด้วยคำพูดแข็งกร้าว ตัวโทโกะเองก็เตรียมใจแล้วเหมือนกันว่าหากได้อยู่กันตามลำพังสองคน อาจจะต้องถูกต่อว่าสักคำสองคำด้วยความแค้นเคืองแน่

แต่ว่า

"อะไรกันนะ ไม่รู้สิ ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากคุยนะ จะเรียกว่าไม่ชัดเจนก็ได้ อารมณ์คล้ายๆ เหมือนกับมีลิ้นชักเยอะแยะไปหมด ไม่รู้จะเริ่มดึงจากตรงไหนมาคุยก่อนดีทำนองนั้น"

คำตอบ "ไม่ชัดเจน" ของยูมิซามะนั้นตรงตามความหมายของมัน จับประเด็นอะไรไม่ได้เลย

"เอาเป็นว่า อย่างนี้ละกัน...ทั้งที่จริงไม่ได้ธุระสำคัญเป็นพิเศษ แต่เกิดรู้สึกอยากรั้งเพื่อนให้อยู่ด้วยกันขึ้นมาล่ะมั้ง? ยังไงก็ช่างขอให้เธออยู่ที่นี่ ไว้เดี๋ยวค่อยคิดทีหลังว่าทำไมอะไรแบบนี้น่ะ....ไม่เข้าใจสินะ"

"......"

ไม่ใช่ไม่เข้าใจหรอก

เพราะเมื่อกี้โทโกะก็เพิ่งถูกขับเคลื่อนด้วยความรู้สึกแบบนั้นเรียกโนริโกะไว้หยกๆ ถ้าอย่างนั้นความรู้สึกที่ยูมิซามะมีให้โทโกะในตอนนี้ก็เหมือนกับความรู้สึกที่โทโกะมีในตอนนั้นใช่มั้ยนะ

ทั้งสองคนเดินเลี้ยวตรงหัวโค้งที่ตั้งห้องสมุด

"โทโกะจัง"

ยูมิซามะดึงคำพูดออกมาจากหนึ่งในลิ้นชักที่มีมอบให้โทโกะ

"ขอโทษที่พูดจาเอาแต่ได้นะ"

ถึงอย่างนั้นก็ไม่รู้อยู่ดีว่าพูดถึงอะไร

มีสิ่งใดที่ยูมิซามะทำไปแล้วต้องมา "ขอโทษ" โทโกะด้วยหรือ ถ้าอย่างนั้นคำว่า "ขอโทษ" สมควรเป็นคำพูดของโทโกะซะมากกว่า แต่แน่นอนว่าไม่อาจพูดจาขวานผ่าซากแบบนั้นกับนักเรียนรุ่นพี่ได้ในโรงเรียนลิลเลียนที่เข้มงวดเรื่องลำดับชั้นอาวุโส

"ฉันทำอะไรไม่คิดเอง กลับยื่นโรซารี่ให้โทโกะจังก่อนคิดซะได้ ที่จริงฉันควรคิดถึงความรู้สึกของโทโกะจังหรือสภาพเหตุการณ์ที่มันเป็นแบบตอนนี้ก่อนจะขอออกไปสินะ แต่กลับปล่อยให้ตัวเองวิ่งไปตามอารมณ์เพียงอย่างเดียว ไม่แปลกหรอกถ้าโทโกะจังจะเอือมระอากับฉันน่ะ"

ยูมิซามะบอกว่าเพราะอย่างนั้นแหละถึงได้ "ขอโทษ" แต่หากนั่นคือใจจริงล่ะก็บอกได้คำเดียวว่าไม่มีพัฒนาการขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะไม่ว่ายังไงก็ตามในตอนนี้ ยูมิซามะ
ได้ดำเนินบทสนทนาไปเรื่อยโดยไม่คำนึงถึงโทโกะเลย ถ้าหากใส่ใจกันสักนิดแล้วน่าจะรู้แน่นอนว่าโทโกะอยากหนีไปให้พ้นจากการสนทนานี้

"เมื่อกี้คือการขอโทษ จากนี้ไปคือข้อเสนอ พวกเรากลับมาเป็นเหมือนเดิมตอนก่อนวันคริสต์มาสได้มั้ย"

"หา!?"

"ฉันไม่อยากให้บรรยากาศระหว่างเรามันอึมครึมแบบนี้ไปตลอดนะ แต่ฉันจะไม่ยัดเยียดโรซารี่ให้เธอหรอก สบายใจได้ อย่างเช่น เดินสวนกันที่ไหนก็ทักทายกันอย่างสดใส แล้วก็ยืนคุยอะไรเรื่อยเปื่อยกันที่ระเบียงทางเดิน อ้อใช่ โทโกะจังจะมาเที่ยวเรือนกุหลาบเหมือนเมื่อก่อนก็ได้นะ"

"ฉันไม่เข้าใจเลยค่ะว่ายูมิซามะคิดอะไรในใจกันแน่"

โทโกะพูดขัดกลางลำเพราะทนฟัง "ข้อเสนอ" สุดหน้าตาเฉยนั่นไม่ได้

"ทำไมถึงได้ใจดีกับนักเรียนรุ่นน้องที่ปฏิเสธตัวเองได้ถึงขนาดนี้คะ"

"ใจดี? ไม่ใช่ซะหน่อย"

โทโกะนึกสงสัยในทักษะภาษาประจำชาติของตัวเองขึ้นมาแว้บหนึ่งเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำสายตาเหลอหลามองกลับมา ทั้งที่พูดภาษาเดียวกันแท้ๆ แต่ทำไมถึงคุยกันไม่รู้เรื่องนะ

"จะว่าไปเนี่ย ทำไมถึงคิดอยากให้กับอีแค่คนแบบฉันไปเป็นน้องสาวด้วยคะ?"

นั่นคือคำพูดที่อยากถามไปในตอนที่โรซารี่ถูกยื่นมาให้ตรงหน้า แต่โทโกะกลัวที่จะได้ยินคำตอบจึงกล้ำกลืนเก็บมันเอาไว้

"เลิกใช้คำพูด 'กับอีกแค่' อะไรที่มันเป็นการดูถูกตัวเองหน่อยได้มั้ย "

ยูมิซามะมีสีหน้าตึงเครียดขึ้นมาหน่อยหนึ่ง

"กับอีแค่คนแบบฉัน ใช้คำว่า 'กับอีแค่' ก็พอแล้วล่ะค่ะ"

"พูดอีกแล้ว"

"ไม่เกี่ยวกับยูมิซามะไม่ใช่เหรอคะ? ฉันแค่พูดถึงตัวเองเฉยๆ"

"เกี่ยวสิ เพราะโทโกะจังคือคนที่ฉันอยากให้มาเป็นน้องสาว อย่ามาเที่ยวลดคุณค่าของตัวเองตามใจชอบนะ"

ก็บอกอยู่นี่ไงว่าไม่ได้มีค่าอะไรขนาดนั้น ทำไมไม่เข้าใจกันบ้างเลย

"ตอนนั้นฉันอธิบายไปแล้วว่าที่ยูมิซามะมอบโรซารี่ให้ฉันก็เพราะรู้สึกสับสน และต่างฝ่ายต่างยอมรับกันไปแล้ว เพราะฉะนั้นประเด็นเรื่อง Soeur มันควรจะจบแค่นั้น แล้วทำไมถึงยังมาคอยเซ้าซี้กับฉันอยู่อีกคะ"

โทโกะจ้องยูมิซามะเขม็ง

"ยังไม่รู้อีกเหรอ?"

ยูมิซามะหยุดยืนนิ่ง แล้วถามคืนว่าไม่เข้าจริงๆ เหรอด้วยสายตาเงียบสงบ

ไม่รู้

กลัวที่จะได้รู้

ในตอนนี้ยูมิซามะมองตรงมายังโทโกะเพียงคนเดียวจนรู้สึกเหมือนจะถูกดูดกลืนเข้าไป

ที่จริงแล้วตัวเองก็รู้ดี

รู้กระทั่งว่าคำตอบที่ยูมิซามะเตรียมไว้ให้คืออะไร

แต่โทโกะไม่อาจปักใจเชื่อ จึงไม่สามารถรับเอาโรซารี่ที่ยื่นมาให้หรือโผเข้าไปในอ้อมแขนที่อ้ารอรับไว้ได้

"พอโทโกะจังปฏิเสธแล้ว ฉันคิดมาตลอดเลยนะ"

ยูมิซามะออกเดินอีกครั้ง โทโกะตามไปติดๆ

"ว่าจากนี้ไปฉันกับโทโกะจังจะเป็นยังไงต่อไป"

ทั้งคู่เดินตามไปถนนสายแปะก๊วยโดยทิ้งห่างกันเพียงครึ่งก้าว

"แต่ที่จริงๆ ไม่ใช่ 'จะเป็นยังไงต่อไป' หรอก ต้อง 'อยากจะเป็นยังไง' มากกว่า ฉันคิดแบบนั้นมาตลอดเลยเข้าใจในที่สุด"

ความจริงไม่จำเป็นจะต้องเดินตามหลังต้อยๆ หรือต้องเงียบฟังคนๆ นี้พูดเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่เอ่ยปากบอกให้หยุดแล้วเลิกเดินตามก็จบเรื่องแล้ว แต่โทโกะยังคงเดินตามต่อไป เพราะอยากยืนยันให้แน่ใจว่ายูมิซามะจะพูดไปไกลถึงเรื่องไหนบ้าง

"สุดท้าย ฉันก็คิดได้ว่าโทโกะจังเป็นโทโกะจังนั่นแหละดีแล้ว"

ยูมิชะงักฝีเท้าก่อนโทโกะเสียอีก เดินกันมาจนถึงรูปปั้นพระแม่มาเรียแล้ว

"ฉันเป็นฉัน-----------"

ก่อนที่จะดีใจกับคีย์เวิร์ดคำนั้น โทโกะกลับรู้สึกสะกิดใจกับอะไรบางอย่างขึ้นมาก่อน แต่ยูมิซามะไม่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยที่เกิดขึ้นบนสีหน้าของโทโกะเลย เพราะกำลังพนมมือสวดมนต์กับพระแม่มาเรียอยู่นั่นเอง

"ถ้าฉันได้เป็น Soeur โทโกะจังล่ะก็จะเป็นอะไรที่มีความสุขมากเลยล่ะ แต่ฉันรู้สึกว่าถ้าไปยึดติดกับการเป็น Soeur มากเกินก็อาจจะทำให้มองไม่เห็นสิ่งคัญไป"

ยูมิซามะลืมตาขึ้นแล้วหันมาหา โทโกะลืมการสวดมนต์ไปเสียสิ้นแล้วทวนคำพูดเดิมซ้ำ

"ฉันเป็นฉันงั้นเหรอคะ?"

โทโกะรู้สึกใจเต้นรัวขึ้นมา เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่ควรถามอย่างเจาะลึกเลย แต่ว่าหากจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ก็ใช่ที่

"ใช่แล้วล่ะ ต่อให้โทโกะจังทำอะไร ความรู้สึกของฉันก็จะไม่สั่นคลอน เหตุผลแท้จริงที่ลงสมัครเลือกตั้งคณะกรรมการนักเรียนก็เหมือนกัน ถ้าโทโกะจังไม่อยากให้ถามฉันก็ไม่คิดดึงดันซักไซ้ ถ้านั่นคือการตัดสินใจที่โทโกะจังคิดหนักมาดีแล้วฉันต้องยอมรับ เหตุผลที่เธอหนีออกจากบ้านก็ด้วย พ่อแม่ของโทโกะจังเป็นคนยังไง เธอมีชีวิตวัยเด็กเป็นยังไง ตอนนี้มีความสัมพันธ์กันแบบไหน เรื่องพวกนั้นน่ะไม่เกี่ยวกับความรู้สึกที่ฉันมีให้โทโกะจังเลยแม้แต่น้อย"

ระหว่างที่ฟังความเห็นของยูมิซามะ จังหวะหัวใจของโทโกะยิ่งเต้นรุนแรงมากขึ้น

พ่อแม่ ชีวิตสมัยเด็ก ความสัมพันธ์...ทำไมถึงกล้าพูดคำพูดพรรค์นั้นกับโทโกะได้อย่างหน้าซื่อๆ แบบนี้

"งั้นเองเหรอคะ"

อา นึกแล้วไม่ผิด

"แบบนี้นี่เอง"

"เอ๊ะ?"

"ฉันเป็นฉัน? ไม่เกี่ยวกับพ่อแม่? สุดท้ายก็เป็นเรื่องนี้จริงๆ สินะคะ"

คนๆ นี้ยังยืนกะพริบตาปริบๆ อย่างเงียบๆ โดยไม่เฉลียวใจถึงความพลาดพลั้งของตัวเองแม้แต่น้อย

"ฉันไม่รู้หรอกนะคะว่าทราบมาตั้งแต่เมื่อไหร่ สุดท้ายที่ขอให้ฉันมาเป็น Soeur ในตอนนั้นก็เพราะเอาความสมเพชในตัวฉันเป็นที่ตั้งแน่ๆ ยูมิซามะน่ะแค่อยากเป็นซาร่าในคืนศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นเองจริงๆ นั่นแหละ ตอนที่เอาโรซารี่ให้ฉันคงจะรู้สึกอิ่มเอมใจน่าดูเลยนะคะเนี่ย"

รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนโง่ที่นึกอยากเชื่อขึ้นมาชั่วขณะ

ในวันคริสต์มาสวันนั้น

ณ ตรงนี้ หน้ารูปปั้นพระแม่มาเรีย

"คิดอยู่เหมือนกันค่ะว่ามันแปลกๆ ยูมิซามะน่ะไม่มีทางอยากให้คนอย่างฉันไปเป็นน้องสาวหรอก แต่ในที่สุดก็ไขปริศนาได้ซะที"

"พูดอะไรเนี่ย ไม่เห็นเข้าใจเลย"

"ถ้าทำไปโดยไม่ได้รู้ตัวล่ะก็ยิ่งแย่ที่สุดเลยค่ะ"

"นี่ กำลังเข้าใจอะไรผิดรึเปล่าเนี่ย?"

ยูมิซามะก้าวเท้าเข้ามาหาโทโกะหนึ่งก้าว

"อย่าเข้ามานะคะ!"

โทโกะตะโกนสุดเสียง

"อย่าเข้ามาใกล้มากกว่านี้นะ!"

"โทโกะจัง"

"ฉันไม่อยากได้ยินคำแก้ตัวอะไรอีกแล้วค่ะ"

ทั้งคู่ยืนจ้องกันและกันโดยรักษาระห่างไว้ราว 1 เมตร

"เข้าใจแล้ว"

ในที่สุดยูมิซามะก็เอ่ยปากพูด

"ดูท่าเลือดจะขึ้นหน้าไปแล้ว พูดอะไรไปตอนนี้คงไม่ฟังสินะ"

พูดจบยูมิซามะก็หันหลังให้ เดินห่างจากโทโกะไป จากหนึ่งเมตรเป็นสองเมตร พอห่างไปได้สามเมตรก็หันมาเรียก "โทโกะจัง" เหมือนกับลืมบอกอะไรไป

"ยืนนับ 1-100 อยู่ตรงนั้นแหละ"

และพูดทิ้งท้ายว่าห้ามขยับตัวไปไหนจนกว่าจะนับจบแล้วเดินห่างออกไปอีกหน

โทโกะนับ "หนึ่ง สอง" อย่างไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรตามที่ได้รับคำสั่งมา ทั้งที่ในใจนึกขัดแย้งว่าทำไมตัวเองจะต้องทำตามคำสั่งของคนที่เพิ่งไล่ตะเพิดไปด้วย แต่มีพลังบางอย่างในคำพูดนั่นผลักดันให้โทโกะต้องทำ

จริงอยู่ว่าตอนนี้โกรธจนเลือดขึ้นหน้า แต่ก็รู้สึกสับสนไปพร้อมๆ กันจนไม่สามารถคิดอะไรๆ ได้ ไม่รู้กระทั่งว่าตัวเองทำอะไรและควรทำสิ่งใดจึงถูกต้อง ในสภาพที่จิตใจไม่มั่นคงแบบนี้ การทำอะไรตามที่คนอื่นสั่งย่อมสบายกว่าอยู่แล้ว แม้มันจะเป็นคำสั่งจากคนที่หลอกให้ตัวเองติดกับอย่างไม่เต็มใจก็ตามที ฉะนั้นการกระทำง่ายๆ ไม่บาดเจ็บเสียหายอย่างการนับเลขนี่แหละที่เหมาะ

"23 24"

ที่จริงไม่ได้ถูกสั่งว่าให้หลับตาหรอก แต่ไม่รู้ตัวเองหลับตาปี๋ตั้งแต่เมื่อไหร่ ขณะนี้โทโกะคือยักษ์ในเกมเล่นซ่อนแอบ

"49 50"

อยู่ๆ ขาเกิดสั่นกลางคัน จึงนั่งยองมันตรงนั้น

"76 77 78"

ตัวเลขเกิดขึ้นมาและจางหายไป สิ่งที่อยู่ในหัวสมองตอนแรกมีเพียงแต่ความคิดด้านมืดที่แตกสาขาไปทั่วราวกิ่งไม้ และตัวเลขก็เข้าไปติดค้างแหง่กอยู่ในนั้น แต่ว่าในตอนนี้เหลือเพียงตัวเลขเพียงอย่างเดียวแล้วและไหลต่อไปอย่างปกติ

"91 92"

เลือดที่พุ่งปรี๊ดขึ้นไปในหัวสมองเริ่มไหลกลับลงมาเยอะแล้ว

"100"

โทโกะลืมตาขึ้น

แม้จะมองรอบตัว แต่ก็ไม่เห็นเงาของยูมิซามะ

ที่อยู่ที่นั่นมีเพียงพระแม่มาเรียเท่านั้นเอง


<<Part 1 || Part 2 || Part 3>>


พาร์ทสุดท้าย โปรดติดตามว่าความลับของโทโกะคืออะไร และจะโดนเจ๊ซัจจี้ตบเกรียนแบบไหน...รับรอง แรง...

ง่วงค่ะ นอนละ มันส์จัดเลยลุยยันจบเลย
Image
User avatar
DarkNeon
นักแปลไส้แห้ง
 
Posts: 1039
Joined: Fri Jul 06, 2007 10:20 pm
Location: ใต้กองงานจาก บ.ดอกบัว

Re: [แปล] Marimite Main Story : ในกระเป๋า part 2

Postby ammy » Mon Feb 16, 2009 9:08 am

= = ขอบคุณค่ะ โหวสนุกมากๆๆๆๆๆๆ หวังว่าในอนิเม คงมี ฉากนี้ อยากดู อิอิ

Spoiler: show
"ดูท่าเลือดจะขึ้นหน้าไปแล้ว พูดอะไรไปตอนนี้คงไม่ฟังสินะ"

พูดจบยูมิซามะก็หันหลังให้ เดินห่างจากโทโกะไป จากหนึ่งเมตรเป็นสองเมตร พอห่างไปได้สามเมตรก็หันมาเรียก "โทโกะจัง" เหมือนกับลืมบอกอะไรไป

"ยืนนับ 1-100 อยู่ตรงนั้นแหละ"

ไม่น่าเชื่อเลย ยูมิ จะใจเย็น สุขุม ขนาดนี้ แต่กะอ่านตอนโดนตบเต็มที่เลย ยูมิเป็นผ้ใหญมากขึ้น และทำตัวเป็นพี่สาวมากขึ้น


รอต่อไป อิอิ อยากอ่านๆๆๆๆ

Spoiler: show
ว่าความลับของโทโกะคืออะไร และจะโดนเจ๊ซัจจี้ตบเกรียนแบบไหน...รับรอง แรง...


สอบถามนิดหนึ่งค่ะ คือดูมา 4 ภาค แต่สงสัย ตั้งแต่ภาค 1 อาจจะถามช้าไป แต่สงสัยจริงๆค่ะ = =

Spoiler: show
ความสัมพันธ์ ระหว่างซาจิโกะ กะ ยูมิ นี้ เป็นความสัมพันธ์ แบบพี่สาว น้องสาว หรือ คนรักอะค่ะ คือดูแล้วไม่ค่อยเก็ต เหมือนอย่างพวก Strawberry Panic แบบดูออกเลย คนรัก เพื่อน พี่น้อง *.*หรือไม่ก็คู่เรย์กะโยชิโนะ ดูออกเลย คู่ยูมิ กะ ซาจิโกะแบบแรกๆคิดว่าคนรัก แต่พอดูภาค 4 เหมือนเหมือนรุ่นพี่ รุ่นน้อง หรือเพราะเขาเน้น ยูมิ กะ โทวโกะมากไปก็มะรุค่ะ เลยสับสน...ขอบคุณค่ะ
Image
User avatar
ammy
LILY
 
Posts: 50
Joined: Thu Feb 12, 2009 8:48 pm
Location: อาศัยอยู่กะท่านคานะเมะในปราสาทแวมไพร์

Re: [แปล] Marimite Main Story : ในกระเป๋า part 2

Postby namaste » Mon Feb 16, 2009 10:21 am

ammy wrote:= = ขอบคุณค่ะ โหวสนุกมากๆๆๆๆๆๆ หวังว่าในอนิเม คงมี ฉากนี้ อยากดู อิอิ
Spoiler: show
ว่าความลับของโทโกะคืออะไร และจะโดนเจ๊ซัจจี้ตบเกรียนแบบไหน...รับรอง แรง...


สอบถามนิดหนึ่งค่ะ คือดูมา 4 ภาค แต่สงสัย ตั้งแต่ภาค 1 อาจจะถามช้าไป แต่สงสัยจริงๆค่ะ = =

Spoiler: show
ความสัมพันธ์ ระหว่างซาจิโกะ กะ ยูมิ นี้ เป็นความสัมพันธ์ แบบพี่สาว น้องสาว หรือ คนรักอะค่ะ คือดูแล้วไม่ค่อยเก็ต เหมือนอย่างพวก Strawberry Panic แบบดูออกเลย คนรัก เพื่อน พี่น้อง *.*หรือไม่ก็คู่เรย์กะโยชิโนะ ดูออกเลย คู่ยูมิ กะ ซาจิโกะแบบแรกๆคิดว่าคนรัก แต่พอดูภาค 4 เหมือนเหมือนรุ่นพี่ รุ่นน้อง หรือเพราะเขาเน้น ยูมิ กะ โทวโกะมากไปก็มะรุค่ะ เลยสับสน...ขอบคุณค่ะ


Spoiler: show
ชอบเรื่องนี้เพราะมันกำกวมนี่แหละ จะคิดว่าเป็นแค่พี่น้องหรือเป็นมากกว่านั้นก็ได้ เลือกจิ้นได้ตามระดับความวายของแต่ละคน 5555+



มาเชียร์ท่านผู้ดูแล

ตบเกรียน

ตบเกรียน

ตบเกรียน

เย้ๆๆ
Image
User avatar
namaste
SENPAI
 
Posts: 641
Joined: Wed Jun 27, 2007 5:27 pm
Location: เกาะรั้วโรงเรียน

Re: [แปล] Marimite Main Story : ในกระเป๋า part 2

Postby dramer » Mon Feb 16, 2009 10:50 am

โอ้ว part2 สนุกมากกกกกกกกกกก อยากอ่านต่อเร็วๆๆ T_T
User avatar
dramer
LILY ST
 
Posts: 98
Joined: Sat Oct 06, 2007 2:16 pm

PreviousNext

Return to ชมรมวรรณศิลป์ - Literature Club

Who is online

Users browsing this forum: miko_kaon and 1 guest