จากเล่มนี้จ้า

เล่มที่นำมาทำ OVA5 Ciao Sorella! นั่นเอง เป็นเรื่องตอนระหว่างพวกยูมิไปทัวร์อิตาลีนะ ^^
- 紅薔薇のつぼみの不在 -
- Rosa Chinensis en Bouton no Fuzai -
- ตอนที่ Rosa Chinensis en Bouton ไม่อยู่ -
วันหนึ่งในปลายเดือนกันยายน
เรือนกุหลาบเงียบสงัด
ไม่สิ ไม่ใช่เพียงแค่เรือนกุหลาบเท่านั้น แต่สักแห่งในอาคารเรียนแผนก ม.ปลายก็พลอยเงียบไปด้วย
แค่พวกนักเรียนปี 2 ไม่อยู่...เพียงเท่านั้นเอง
6 ชั้นเรียน...หากมองครอบคลุมลิลเลียนทั้งหมดตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงมหาวิทยาลัย นี่ไม่ใช่จำนวนที่มากมายอะไรเลย แต่ถ้าอยู่ๆ นักเรียนที่เคยอยู่ที่นั่นเสมอเกิดหายตัวไปซะเฉยๆ จะเรียกว่าบรรยากาศซบเซาก็เหมาะเหม็งทีเดียว
หลังเลิกเรียน โอกาซาวาระ ซาจิโกะหรือ Rosa Chinensis นั่งดื่มชาอยู่ในเรือนกุหลาบเพียงลำพัง
เงียบสงัด
เรย์ไม่อยู่ เพราะไปชมรม
งานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานโรงเรียน และพวกงานจุกจิกยิบย่อยต่างๆ นั้น จะว่ามีก็มี แต่เพราะมันไม่ใช่งานเร่งด่วนอะไร ตอนนี้จึงขอพักซะหน่อย
ระยะหลังมานี้งานยุ่งวุ่นวายเหลือเกิน พวกปี 1 เองก็รู้เรื่องนั้นดี นานๆ ทีได้กลับบ้านไวบ้างก็ดีเหมือนกัน แต่ซาจิโกะเกิดรู้สึกอยากปล่อยเท้าให้เดินไปตามธรรมชาติ และ็มาจนถึงที่นี่ในที่สุด
นั่งจิบชาสบายๆ ที่เรือนกุหลาบ ช่วงเป็นช่วงที่เวลาที่เพลิดเพลินเสียนี่กระไร งานใหญ่ๆ นั้นยังเหลือการเตรียมงานละครของยามะยูริไค แต่ว่าพอพวกนักเรียนปี 2 ไม่อยู่กันแล้ว งานจึงไม่อาจคืบหน้าได้เท่าที่ควร
ซาจิโกะพลิกหน้ากระดาษของตัวเล่มบทที่เสร็จแล้ว พลางหัวเราะออกมาเบาๆ
หน้าของยูมิตอนประกาศเรื่องที่จะเล่น และแคสท์ตัวละคร ---- แค่นึกถึงก็ชวนให้สนุกขึ้นมาแล้ว
ซาจิโกะลุกขึ้นไปรินชาแก้วใหม่ด้วยตัวเอง และตอนที่กลับมานั่งใหม่อีกครั้ง ซาจิโกะก็รู้สึกตัวและเงยหน้าขึ้นมามอง
"เอ๊ะ?"
มีเค้าแววว่าใครบางคนเข้ามายังเรือนกุหลาบ พอเงียบๆ แบบนี้แล้ว ถึงแม้จะอยู่ชั้น 2 ก็ตาม แต่ยังสามารถได้ยินเสียงเปิดประตูที่ชั้น 1 อย่างชัดเจน
เสียงเอี๊ยดอ๊าดจากบันไดดังขึ้นมา โดยไร้เสียงทักทายใดๆ แปลว่าคนที่มาคงเป็นนักเรียนที่เข้าๆ ออกๆ เรือนกุหลาบบ่อยๆ เป็นแน่ ซาจิโกะวางถ้วยชาลง และรอคอยให้ประตูที่หน้าตาคล้ายขนมปังกรอบนี้เปิดออก
แอ๊ด แล้วก็
"อ๊ะ"
หลังผู้มาเยือนที่เปิดประตูเข้ามาได้อุทานคำนี้ ก็ยืนตัวแข็งไปชั่วครู่หนึ่ง ดูเหมือนว่าจะมาที่นี่โดยคาดไม่ถึงว่าจะมีคนมาก่อนแล้ว ส่วนทางด้านซาจิโกะนั้นรู้อยู่แล้วว่ามีใครบางคนกำลังเดินขึ้นมา จึงไม่ได้ตกใจอะไรนัก แต่เพราะว่าเป็นเธอคนนั้นนั่นแหละจึงรู้สึกประหลาดใจนิดหน่อย
"สวัสดีจ้ะ" ซาจิโกะเป็นฝ่ายเอ่ยปากทักก่อน
"ส-สวัสดีค่ะ Rosa Chinensis" โฮโซคาวะ คานาโกะก้มหัวให้ด้วยอาการที่เหมือนกับรู้สึกตัวแล้ว ผมก็ยาวแถมยังตัวสูงอีกด้วย
"ขอโทษนะคะ พอดีฉันได้ยินมาว่าไม่มีประชุมรวมตัวหลังเลิกเรียนวันนี้ เลยคิดว่าไม่น่าจะมีใครอยู่"
"ไม่เข้ามาล่ะ?"
"...ค่ะ ถ้างั้นก็..."
พอซาจิโกะนึกสงสัยว่ามาทำอะไร โฮโซคาวะ คานาโกะก็เข้าไปหยิบกระเป๋าถือที่วางทิ้งไว้ข้างหน้าต่าง ดูเหมือนว่าที่มาที่นี่เพื่อกลับมาเอาของที่ลืมนั่นเอง เมื่อรู้เหตุผลแล้ว ซาจิโกะก็กลับมาจิบชาและบ่ายสายตากลับลงไปอ่านบทอีกครั้ง แต่ยังไม่มีวี่แววว่าโฮโซคาวะ คานาโกะจะออกไปจากห้องซะที
"เชิญเลย ไม่ต้องสนใจฉันหรอก" ซาจิโกะกล่าว
"แต่ว่า""
นักเรียนรุ่นพี่กำลังเช็คบทอยู่คนเดียวแบบนี้ อาจทำให้เธอรู้สึกลำบากใจที่จะกลับ แต่ถึงเช่นนั้นซาจิโกะก็ไม่มีอารมณ์จะบอกซ้ำว่าให้ "กลับได้แล้ว" หรือแม้แต่จะกระชากคอลากออกไป จึงได้แต่ปล่อยเธอเอาไว้แบบนั้นอย่างเดิม
"ถ้าอยากอยู่ก็ไม่เป็นไร นั่งสิ"
ซาจิโกะโบ้ยไปทางเก้าอี้ทำนองจะบอกว่าให้ทำตัวตามสบาย โฮโซคาวะ คาโนโกะที่ตัวสูงชะลูดก็ไม่กล้าที่จะยืนนิ่งค้ำหัวเฉยๆ
"Rosa Chinensis น่ะ..."
"เอ๊ะ?"
"ไม่ได้รู้สึกอึดอัดใจเวลาฉันอยู่ที่นี่หรอกเหรอคะ?"
"ฉันแค่บอกว่าถ้าอยากอยู่ก็นั่งลงเฉยๆ นี่?"
อา น่ารำคาญจริง
ซาจิโกะแสดงสีหน้าเบื่อหน่ายออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน
"เปล่าหรอกค่ะ ไม่ใช่แบบนั้น"
โฮโซคาวะ คานาโกะพูดออกมา
"ไม่ได้หมายถึงตอนนี้ค่ะ"
"อ้อ..."
ดูเหมือนจะกำลังพูดถึงเรื่องที่เข้าๆ ออกๆ เรือนกุหลาบเพื่อมาช่วยงานโรงเรียนในช่วงนี้นี่เอง แต่ไม่ว่าจะอันไหนมันก็เป็นเรื่องน่ารำคาญพอกัน
"ได้เธอกับโทโกะจังมาช่วย ก็เบาแรงไปเยอะอยู่หรอก"
"แต่ว่าฉันคงเกะกะสายตาใช่มั้ยคะ?"
ตั้งคำถามมาได้ตรงเหลือเกิน
"เพราะอะไรล่ะ?"
"...ก่อนวันงานโรงเรียนของฮานาเดระ ที่เรือนกระจกเก่าไงคะ"
จะว่าไป มีเรื่องพรรค์นั้นเกิดขึ้นด้วยนี่นะ อาจจะเสียมารยาทกับเธอไปหน่อย แต่สำหรับซาจิโกะในตอนนี้มันก็เป็นได้แค่ "เรื่องพรรค์นั้น" ไปแล้ว
"ในตอนนั้น ฉันพูดในสิ่งที่อยากพูดไปแล้ว ช่างมันเถอะ"
แต่ดูท่าว่าฝ่ายที่ได้รับคำพูดที่ซาจิโกะอยากพูดไปนั้น จะยังเหลือความขุ่นข้องใจอยู่นิดๆ ตั้งแต่วันนั้นมา...แน่นอนว่าได้พบหน้ากันหลายครั้งหลายหนอยู่ แต่ไม่มีโอกาสได้พูดตามลำพังสองคนเลย เรื่องมันจึงยืดเยื้อมาจนถึงวันนี้
"แปลว่าจะให้อภัยที่ฉันทำร้ายยูมิซามะคนสำคัญแล้ว...ใช่มั้ยคะ?"
มีการเสียดสีผสมอยู่ในคำพูดของโฮโซคาวะ คานาโกะ
"ไม่ว่าจะให้อภัยหรือไม่ให้ ฉันเองก็ไม่ใช่กฎของโลกเหมือนกับเธอนั่นแหละ มีทำผิดพลาด และคงมีบางทีที่ฉันทำให้คนเจ็บปวดโดยไม่รู้ตัวเหมือนกัน ฉันเป็นแค่มนุษย์ตัวเล็กๆ ที่ไม่สมบูรณ์แบบคนหนึ่ง...ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะตัดสินใครได้หรอก"
"ไม่สมบูรณ์แบบ...ถ้าบรรดาสาวกของ Rosa Chinensis มาได้ยินเข้า จะว่ายังไงกันบ้างคะเนี่ย"
"ฉันล่ะอยากให้ได้ยินด้วยซ้ำไป" ซาจิโกะพูดเน้นเสียงดัง
บาระซามะในแต่ละรุ่น ต่างมีภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบสืบทอดต่อกันมาตลอด จึงเป็นการยากที่จะถมช่องว่างระหว่างยามะยูริไคกับนักเรียนธรรมดา การได้เป็นบุคคลที่ใครๆ ปลาบปลื้มนั้นถือเป็นเรื่องดีอยู่หรอก แต่ใจจริงแล้วก็ไม่ได้ต้องการให้ใครมาบูชาซะหน่อย
"ถ้าลองคิดดูดีๆ ก็นึกออกแล้วล่ะว่าทำไมยูมิถึงได้ดังในหมู่นักเรียนปี 1 นัก"
"ทำไมถึงพูดเรื่องแบบนี้กับฉันล่ะคะ?"
"ไม่รู้สิ"
ซาจิโกะพึมพำออกมาว่า ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่เข้าใจ
"ถ้าอย่างนั้น เกิดฉันจะเป็นน้องสาวของยูมิซามะคงไม่ว่าอะไรใช่มั้ยคะ?"
"ในกรณีที่ยูมิเลือกเธอนะ ฉันไม่คัดค้านอะไรทั้งนั้นแหละ"
แสงจากอาทิตย์ยามเย็นที่ลอดผ่านม่านเข้ามาเริ่มจางหายไป เมฆอาจตั้งเค้าออกมาแล้วก็เป็นได้
"แต่เธอจะไม่เป็นน้องสาวของยูมินี่?"
"ค่ะ"
"ถ้างั้นก็ดี"
"นั่นสินะคะ"
เงียบสงัด
"จะรับชาเพิ่มอีกรึเปล่าคะ?"
โฮโซคาวะ คานาโกะพูดแล้วก็ยืนขึ้น
"บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ต้องสนใจฉัน?"
"ไม่หรอกค่ะ ฉันอยากดื่มเหมือนกัน เลยถือโอกาสด้วยเลย"
"ถือโอกาสสินะ ถ้างั้นฝากเธอช่วยรินให้หน่อยแล้วกัน"
ซาจิโกะยื่นถ้วยชาให้
หลังจากทั้งคู่พากันดื่มชาคนละถ้วยจนหมดแล้ว ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันกลับบ้านไป
========================================================================================================
คุณพี่เกรียนอ่ะ ต่อหน้ายูมิล่ะเชื่อง พอลับหลังยูมิโคตรเกรียนเลย ภาค 4 ตอน 3 ก็ตบเกรียนโทโกะไปหน (เดี๋ยวมีหนใหญ่ในภาค 5 [คาดว่า] อีกมั้ง) เกรียนแตกลับหลังนิฝ่า

เล่มที่นำมาทำ OVA5 Ciao Sorella! นั่นเอง เป็นเรื่องตอนระหว่างพวกยูมิไปทัวร์อิตาลีนะ ^^
- 紅薔薇のつぼみの不在 -
- Rosa Chinensis en Bouton no Fuzai -
- ตอนที่ Rosa Chinensis en Bouton ไม่อยู่ -
วันหนึ่งในปลายเดือนกันยายน
เรือนกุหลาบเงียบสงัด
ไม่สิ ไม่ใช่เพียงแค่เรือนกุหลาบเท่านั้น แต่สักแห่งในอาคารเรียนแผนก ม.ปลายก็พลอยเงียบไปด้วย
แค่พวกนักเรียนปี 2 ไม่อยู่...เพียงเท่านั้นเอง
6 ชั้นเรียน...หากมองครอบคลุมลิลเลียนทั้งหมดตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงมหาวิทยาลัย นี่ไม่ใช่จำนวนที่มากมายอะไรเลย แต่ถ้าอยู่ๆ นักเรียนที่เคยอยู่ที่นั่นเสมอเกิดหายตัวไปซะเฉยๆ จะเรียกว่าบรรยากาศซบเซาก็เหมาะเหม็งทีเดียว
หลังเลิกเรียน โอกาซาวาระ ซาจิโกะหรือ Rosa Chinensis นั่งดื่มชาอยู่ในเรือนกุหลาบเพียงลำพัง
เงียบสงัด
เรย์ไม่อยู่ เพราะไปชมรม
งานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานโรงเรียน และพวกงานจุกจิกยิบย่อยต่างๆ นั้น จะว่ามีก็มี แต่เพราะมันไม่ใช่งานเร่งด่วนอะไร ตอนนี้จึงขอพักซะหน่อย
ระยะหลังมานี้งานยุ่งวุ่นวายเหลือเกิน พวกปี 1 เองก็รู้เรื่องนั้นดี นานๆ ทีได้กลับบ้านไวบ้างก็ดีเหมือนกัน แต่ซาจิโกะเกิดรู้สึกอยากปล่อยเท้าให้เดินไปตามธรรมชาติ และ็มาจนถึงที่นี่ในที่สุด
นั่งจิบชาสบายๆ ที่เรือนกุหลาบ ช่วงเป็นช่วงที่เวลาที่เพลิดเพลินเสียนี่กระไร งานใหญ่ๆ นั้นยังเหลือการเตรียมงานละครของยามะยูริไค แต่ว่าพอพวกนักเรียนปี 2 ไม่อยู่กันแล้ว งานจึงไม่อาจคืบหน้าได้เท่าที่ควร
ซาจิโกะพลิกหน้ากระดาษของตัวเล่มบทที่เสร็จแล้ว พลางหัวเราะออกมาเบาๆ
หน้าของยูมิตอนประกาศเรื่องที่จะเล่น และแคสท์ตัวละคร ---- แค่นึกถึงก็ชวนให้สนุกขึ้นมาแล้ว
ซาจิโกะลุกขึ้นไปรินชาแก้วใหม่ด้วยตัวเอง และตอนที่กลับมานั่งใหม่อีกครั้ง ซาจิโกะก็รู้สึกตัวและเงยหน้าขึ้นมามอง
"เอ๊ะ?"
มีเค้าแววว่าใครบางคนเข้ามายังเรือนกุหลาบ พอเงียบๆ แบบนี้แล้ว ถึงแม้จะอยู่ชั้น 2 ก็ตาม แต่ยังสามารถได้ยินเสียงเปิดประตูที่ชั้น 1 อย่างชัดเจน
เสียงเอี๊ยดอ๊าดจากบันไดดังขึ้นมา โดยไร้เสียงทักทายใดๆ แปลว่าคนที่มาคงเป็นนักเรียนที่เข้าๆ ออกๆ เรือนกุหลาบบ่อยๆ เป็นแน่ ซาจิโกะวางถ้วยชาลง และรอคอยให้ประตูที่หน้าตาคล้ายขนมปังกรอบนี้เปิดออก
แอ๊ด แล้วก็
"อ๊ะ"
หลังผู้มาเยือนที่เปิดประตูเข้ามาได้อุทานคำนี้ ก็ยืนตัวแข็งไปชั่วครู่หนึ่ง ดูเหมือนว่าจะมาที่นี่โดยคาดไม่ถึงว่าจะมีคนมาก่อนแล้ว ส่วนทางด้านซาจิโกะนั้นรู้อยู่แล้วว่ามีใครบางคนกำลังเดินขึ้นมา จึงไม่ได้ตกใจอะไรนัก แต่เพราะว่าเป็นเธอคนนั้นนั่นแหละจึงรู้สึกประหลาดใจนิดหน่อย
"สวัสดีจ้ะ" ซาจิโกะเป็นฝ่ายเอ่ยปากทักก่อน
"ส-สวัสดีค่ะ Rosa Chinensis" โฮโซคาวะ คานาโกะก้มหัวให้ด้วยอาการที่เหมือนกับรู้สึกตัวแล้ว ผมก็ยาวแถมยังตัวสูงอีกด้วย
"ขอโทษนะคะ พอดีฉันได้ยินมาว่าไม่มีประชุมรวมตัวหลังเลิกเรียนวันนี้ เลยคิดว่าไม่น่าจะมีใครอยู่"
"ไม่เข้ามาล่ะ?"
"...ค่ะ ถ้างั้นก็..."
พอซาจิโกะนึกสงสัยว่ามาทำอะไร โฮโซคาวะ คานาโกะก็เข้าไปหยิบกระเป๋าถือที่วางทิ้งไว้ข้างหน้าต่าง ดูเหมือนว่าที่มาที่นี่เพื่อกลับมาเอาของที่ลืมนั่นเอง เมื่อรู้เหตุผลแล้ว ซาจิโกะก็กลับมาจิบชาและบ่ายสายตากลับลงไปอ่านบทอีกครั้ง แต่ยังไม่มีวี่แววว่าโฮโซคาวะ คานาโกะจะออกไปจากห้องซะที
"เชิญเลย ไม่ต้องสนใจฉันหรอก" ซาจิโกะกล่าว
"แต่ว่า""
นักเรียนรุ่นพี่กำลังเช็คบทอยู่คนเดียวแบบนี้ อาจทำให้เธอรู้สึกลำบากใจที่จะกลับ แต่ถึงเช่นนั้นซาจิโกะก็ไม่มีอารมณ์จะบอกซ้ำว่าให้ "กลับได้แล้ว" หรือแม้แต่จะกระชากคอลากออกไป จึงได้แต่ปล่อยเธอเอาไว้แบบนั้นอย่างเดิม
"ถ้าอยากอยู่ก็ไม่เป็นไร นั่งสิ"
ซาจิโกะโบ้ยไปทางเก้าอี้ทำนองจะบอกว่าให้ทำตัวตามสบาย โฮโซคาวะ คาโนโกะที่ตัวสูงชะลูดก็ไม่กล้าที่จะยืนนิ่งค้ำหัวเฉยๆ
"Rosa Chinensis น่ะ..."
"เอ๊ะ?"
"ไม่ได้รู้สึกอึดอัดใจเวลาฉันอยู่ที่นี่หรอกเหรอคะ?"
"ฉันแค่บอกว่าถ้าอยากอยู่ก็นั่งลงเฉยๆ นี่?"
อา น่ารำคาญจริง
ซาจิโกะแสดงสีหน้าเบื่อหน่ายออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน
"เปล่าหรอกค่ะ ไม่ใช่แบบนั้น"
โฮโซคาวะ คานาโกะพูดออกมา
"ไม่ได้หมายถึงตอนนี้ค่ะ"
"อ้อ..."
ดูเหมือนจะกำลังพูดถึงเรื่องที่เข้าๆ ออกๆ เรือนกุหลาบเพื่อมาช่วยงานโรงเรียนในช่วงนี้นี่เอง แต่ไม่ว่าจะอันไหนมันก็เป็นเรื่องน่ารำคาญพอกัน
"ได้เธอกับโทโกะจังมาช่วย ก็เบาแรงไปเยอะอยู่หรอก"
"แต่ว่าฉันคงเกะกะสายตาใช่มั้ยคะ?"
ตั้งคำถามมาได้ตรงเหลือเกิน
"เพราะอะไรล่ะ?"
"...ก่อนวันงานโรงเรียนของฮานาเดระ ที่เรือนกระจกเก่าไงคะ"
จะว่าไป มีเรื่องพรรค์นั้นเกิดขึ้นด้วยนี่นะ อาจจะเสียมารยาทกับเธอไปหน่อย แต่สำหรับซาจิโกะในตอนนี้มันก็เป็นได้แค่ "เรื่องพรรค์นั้น" ไปแล้ว
"ในตอนนั้น ฉันพูดในสิ่งที่อยากพูดไปแล้ว ช่างมันเถอะ"
แต่ดูท่าว่าฝ่ายที่ได้รับคำพูดที่ซาจิโกะอยากพูดไปนั้น จะยังเหลือความขุ่นข้องใจอยู่นิดๆ ตั้งแต่วันนั้นมา...แน่นอนว่าได้พบหน้ากันหลายครั้งหลายหนอยู่ แต่ไม่มีโอกาสได้พูดตามลำพังสองคนเลย เรื่องมันจึงยืดเยื้อมาจนถึงวันนี้
"แปลว่าจะให้อภัยที่ฉันทำร้ายยูมิซามะคนสำคัญแล้ว...ใช่มั้ยคะ?"
มีการเสียดสีผสมอยู่ในคำพูดของโฮโซคาวะ คานาโกะ
"ไม่ว่าจะให้อภัยหรือไม่ให้ ฉันเองก็ไม่ใช่กฎของโลกเหมือนกับเธอนั่นแหละ มีทำผิดพลาด และคงมีบางทีที่ฉันทำให้คนเจ็บปวดโดยไม่รู้ตัวเหมือนกัน ฉันเป็นแค่มนุษย์ตัวเล็กๆ ที่ไม่สมบูรณ์แบบคนหนึ่ง...ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะตัดสินใครได้หรอก"
"ไม่สมบูรณ์แบบ...ถ้าบรรดาสาวกของ Rosa Chinensis มาได้ยินเข้า จะว่ายังไงกันบ้างคะเนี่ย"
"ฉันล่ะอยากให้ได้ยินด้วยซ้ำไป" ซาจิโกะพูดเน้นเสียงดัง
บาระซามะในแต่ละรุ่น ต่างมีภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบสืบทอดต่อกันมาตลอด จึงเป็นการยากที่จะถมช่องว่างระหว่างยามะยูริไคกับนักเรียนธรรมดา การได้เป็นบุคคลที่ใครๆ ปลาบปลื้มนั้นถือเป็นเรื่องดีอยู่หรอก แต่ใจจริงแล้วก็ไม่ได้ต้องการให้ใครมาบูชาซะหน่อย
"ถ้าลองคิดดูดีๆ ก็นึกออกแล้วล่ะว่าทำไมยูมิถึงได้ดังในหมู่นักเรียนปี 1 นัก"
"ทำไมถึงพูดเรื่องแบบนี้กับฉันล่ะคะ?"
"ไม่รู้สิ"
ซาจิโกะพึมพำออกมาว่า ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่เข้าใจ
"ถ้าอย่างนั้น เกิดฉันจะเป็นน้องสาวของยูมิซามะคงไม่ว่าอะไรใช่มั้ยคะ?"
"ในกรณีที่ยูมิเลือกเธอนะ ฉันไม่คัดค้านอะไรทั้งนั้นแหละ"
แสงจากอาทิตย์ยามเย็นที่ลอดผ่านม่านเข้ามาเริ่มจางหายไป เมฆอาจตั้งเค้าออกมาแล้วก็เป็นได้
"แต่เธอจะไม่เป็นน้องสาวของยูมินี่?"
"ค่ะ"
"ถ้างั้นก็ดี"
"นั่นสินะคะ"
เงียบสงัด
"จะรับชาเพิ่มอีกรึเปล่าคะ?"
โฮโซคาวะ คานาโกะพูดแล้วก็ยืนขึ้น
"บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ต้องสนใจฉัน?"
"ไม่หรอกค่ะ ฉันอยากดื่มเหมือนกัน เลยถือโอกาสด้วยเลย"
"ถือโอกาสสินะ ถ้างั้นฝากเธอช่วยรินให้หน่อยแล้วกัน"
ซาจิโกะยื่นถ้วยชาให้
หลังจากทั้งคู่พากันดื่มชาคนละถ้วยจนหมดแล้ว ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันกลับบ้านไป
========================================================================================================
คุณพี่เกรียนอ่ะ ต่อหน้ายูมิล่ะเชื่อง พอลับหลังยูมิโคตรเกรียนเลย ภาค 4 ตอน 3 ก็ตบเกรียนโทโกะไปหน (เดี๋ยวมีหนใหญ่ในภาค 5 [คาดว่า] อีกมั้ง) เกรียนแตกลับหลังนิฝ่า

