Page 2 of 6

PostPosted: Sun Jan 25, 2009 1:10 am
by DarkNeon
จากเล่มนี้จ้า

Image

เล่มที่นำมาทำ OVA5 Ciao Sorella! นั่นเอง เป็นเรื่องตอนระหว่างพวกยูมิไปทัวร์อิตาลีนะ ^^



- 紅薔薇のつぼみの不在 -

- Rosa Chinensis en Bouton no Fuzai -

- ตอนที่ Rosa Chinensis en Bouton ไม่อยู่ -




วันหนึ่งในปลายเดือนกันยายน

เรือนกุหลาบเงียบสงัด

ไม่สิ ไม่ใช่เพียงแค่เรือนกุหลาบเท่านั้น แต่สักแห่งในอาคารเรียนแผนก ม.ปลายก็พลอยเงียบไปด้วย

แค่พวกนักเรียนปี 2 ไม่อยู่...เพียงเท่านั้นเอง

6 ชั้นเรียน...หากมองครอบคลุมลิลเลียนทั้งหมดตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงมหาวิทยาลัย นี่ไม่ใช่จำนวนที่มากมายอะไรเลย แต่ถ้าอยู่ๆ นักเรียนที่เคยอยู่ที่นั่นเสมอเกิดหายตัวไปซะเฉยๆ จะเรียกว่าบรรยากาศซบเซาก็เหมาะเหม็งทีเดียว

หลังเลิกเรียน โอกาซาวาระ ซาจิโกะหรือ Rosa Chinensis นั่งดื่มชาอยู่ในเรือนกุหลาบเพียงลำพัง

เงียบสงัด

เรย์ไม่อยู่ เพราะไปชมรม

งานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานโรงเรียน และพวกงานจุกจิกยิบย่อยต่างๆ นั้น จะว่ามีก็มี แต่เพราะมันไม่ใช่งานเร่งด่วนอะไร ตอนนี้จึงขอพักซะหน่อย

ระยะหลังมานี้งานยุ่งวุ่นวายเหลือเกิน พวกปี 1 เองก็รู้เรื่องนั้นดี นานๆ ทีได้กลับบ้านไวบ้างก็ดีเหมือนกัน แต่ซาจิโกะเกิดรู้สึกอยากปล่อยเท้าให้เดินไปตามธรรมชาติ และ็มาจนถึงที่นี่ในที่สุด

นั่งจิบชาสบายๆ ที่เรือนกุหลาบ ช่วงเป็นช่วงที่เวลาที่เพลิดเพลินเสียนี่กระไร งานใหญ่ๆ นั้นยังเหลือการเตรียมงานละครของยามะยูริไค แต่ว่าพอพวกนักเรียนปี 2 ไม่อยู่กันแล้ว งานจึงไม่อาจคืบหน้าได้เท่าที่ควร

ซาจิโกะพลิกหน้ากระดาษของตัวเล่มบทที่เสร็จแล้ว พลางหัวเราะออกมาเบาๆ

หน้าของยูมิตอนประกาศเรื่องที่จะเล่น และแคสท์ตัวละคร ---- แค่นึกถึงก็ชวนให้สนุกขึ้นมาแล้ว

ซาจิโกะลุกขึ้นไปรินชาแก้วใหม่ด้วยตัวเอง และตอนที่กลับมานั่งใหม่อีกครั้ง ซาจิโกะก็รู้สึกตัวและเงยหน้าขึ้นมามอง

"เอ๊ะ?"

มีเค้าแววว่าใครบางคนเข้ามายังเรือนกุหลาบ พอเงียบๆ แบบนี้แล้ว ถึงแม้จะอยู่ชั้น 2 ก็ตาม แต่ยังสามารถได้ยินเสียงเปิดประตูที่ชั้น 1 อย่างชัดเจน

เสียงเอี๊ยดอ๊าดจากบันไดดังขึ้นมา โดยไร้เสียงทักทายใดๆ แปลว่าคนที่มาคงเป็นนักเรียนที่เข้าๆ ออกๆ เรือนกุหลาบบ่อยๆ เป็นแน่ ซาจิโกะวางถ้วยชาลง และรอคอยให้ประตูที่หน้าตาคล้ายขนมปังกรอบนี้เปิดออก

แอ๊ด แล้วก็

"อ๊ะ"

หลังผู้มาเยือนที่เปิดประตูเข้ามาได้อุทานคำนี้ ก็ยืนตัวแข็งไปชั่วครู่หนึ่ง ดูเหมือนว่าจะมาที่นี่โดยคาดไม่ถึงว่าจะมีคนมาก่อนแล้ว ส่วนทางด้านซาจิโกะนั้นรู้อยู่แล้วว่ามีใครบางคนกำลังเดินขึ้นมา จึงไม่ได้ตกใจอะไรนัก แต่เพราะว่าเป็นเธอคนนั้นนั่นแหละจึงรู้สึกประหลาดใจนิดหน่อย

"สวัสดีจ้ะ" ซาจิโกะเป็นฝ่ายเอ่ยปากทักก่อน

"ส-สวัสดีค่ะ Rosa Chinensis" โฮโซคาวะ คานาโกะก้มหัวให้ด้วยอาการที่เหมือนกับรู้สึกตัวแล้ว ผมก็ยาวแถมยังตัวสูงอีกด้วย

"ขอโทษนะคะ พอดีฉันได้ยินมาว่าไม่มีประชุมรวมตัวหลังเลิกเรียนวันนี้ เลยคิดว่าไม่น่าจะมีใครอยู่"

"ไม่เข้ามาล่ะ?"

"...ค่ะ ถ้างั้นก็..."

พอซาจิโกะนึกสงสัยว่ามาทำอะไร โฮโซคาวะ คานาโกะก็เข้าไปหยิบกระเป๋าถือที่วางทิ้งไว้ข้างหน้าต่าง ดูเหมือนว่าที่มาที่นี่เพื่อกลับมาเอาของที่ลืมนั่นเอง เมื่อรู้เหตุผลแล้ว ซาจิโกะก็กลับมาจิบชาและบ่ายสายตากลับลงไปอ่านบทอีกครั้ง แต่ยังไม่มีวี่แววว่าโฮโซคาวะ คานาโกะจะออกไปจากห้องซะที

"เชิญเลย ไม่ต้องสนใจฉันหรอก" ซาจิโกะกล่าว

"แต่ว่า""

นักเรียนรุ่นพี่กำลังเช็คบทอยู่คนเดียวแบบนี้ อาจทำให้เธอรู้สึกลำบากใจที่จะกลับ แต่ถึงเช่นนั้นซาจิโกะก็ไม่มีอารมณ์จะบอกซ้ำว่าให้ "กลับได้แล้ว" หรือแม้แต่จะกระชากคอลากออกไป จึงได้แต่ปล่อยเธอเอาไว้แบบนั้นอย่างเดิม

"ถ้าอยากอยู่ก็ไม่เป็นไร นั่งสิ"

ซาจิโกะโบ้ยไปทางเก้าอี้ทำนองจะบอกว่าให้ทำตัวตามสบาย โฮโซคาวะ คาโนโกะที่ตัวสูงชะลูดก็ไม่กล้าที่จะยืนนิ่งค้ำหัวเฉยๆ

"Rosa Chinensis น่ะ..."

"เอ๊ะ?"

"ไม่ได้รู้สึกอึดอัดใจเวลาฉันอยู่ที่นี่หรอกเหรอคะ?"

"ฉันแค่บอกว่าถ้าอยากอยู่ก็นั่งลงเฉยๆ นี่?"

อา น่ารำคาญจริง

ซาจิโกะแสดงสีหน้าเบื่อหน่ายออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน

"เปล่าหรอกค่ะ ไม่ใช่แบบนั้น"

โฮโซคาวะ คานาโกะพูดออกมา

"ไม่ได้หมายถึงตอนนี้ค่ะ"

"อ้อ..."

ดูเหมือนจะกำลังพูดถึงเรื่องที่เข้าๆ ออกๆ เรือนกุหลาบเพื่อมาช่วยงานโรงเรียนในช่วงนี้นี่เอง แต่ไม่ว่าจะอันไหนมันก็เป็นเรื่องน่ารำคาญพอกัน

"ได้เธอกับโทโกะจังมาช่วย ก็เบาแรงไปเยอะอยู่หรอก"

"แต่ว่าฉันคงเกะกะสายตาใช่มั้ยคะ?"

ตั้งคำถามมาได้ตรงเหลือเกิน

"เพราะอะไรล่ะ?"

"...ก่อนวันงานโรงเรียนของฮานาเดระ ที่เรือนกระจกเก่าไงคะ"

จะว่าไป มีเรื่องพรรค์นั้นเกิดขึ้นด้วยนี่นะ อาจจะเสียมารยาทกับเธอไปหน่อย แต่สำหรับซาจิโกะในตอนนี้มันก็เป็นได้แค่ "เรื่องพรรค์นั้น" ไปแล้ว

"ในตอนนั้น ฉันพูดในสิ่งที่อยากพูดไปแล้ว ช่างมันเถอะ"

แต่ดูท่าว่าฝ่ายที่ได้รับคำพูดที่ซาจิโกะอยากพูดไปนั้น จะยังเหลือความขุ่นข้องใจอยู่นิดๆ ตั้งแต่วันนั้นมา...แน่นอนว่าได้พบหน้ากันหลายครั้งหลายหนอยู่ แต่ไม่มีโอกาสได้พูดตามลำพังสองคนเลย เรื่องมันจึงยืดเยื้อมาจนถึงวันนี้

"แปลว่าจะให้อภัยที่ฉันทำร้ายยูมิซามะคนสำคัญแล้ว...ใช่มั้ยคะ?"

มีการเสียดสีผสมอยู่ในคำพูดของโฮโซคาวะ คานาโกะ

"ไม่ว่าจะให้อภัยหรือไม่ให้ ฉันเองก็ไม่ใช่กฎของโลกเหมือนกับเธอนั่นแหละ มีทำผิดพลาด และคงมีบางทีที่ฉันทำให้คนเจ็บปวดโดยไม่รู้ตัวเหมือนกัน ฉันเป็นแค่มนุษย์ตัวเล็กๆ ที่ไม่สมบูรณ์แบบคนหนึ่ง...ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะตัดสินใครได้หรอก"

"ไม่สมบูรณ์แบบ...ถ้าบรรดาสาวกของ Rosa Chinensis มาได้ยินเข้า จะว่ายังไงกันบ้างคะเนี่ย"

"ฉันล่ะอยากให้ได้ยินด้วยซ้ำไป" ซาจิโกะพูดเน้นเสียงดัง

บาระซามะในแต่ละรุ่น ต่างมีภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบสืบทอดต่อกันมาตลอด จึงเป็นการยากที่จะถมช่องว่างระหว่างยามะยูริไคกับนักเรียนธรรมดา การได้เป็นบุคคลที่ใครๆ ปลาบปลื้มนั้นถือเป็นเรื่องดีอยู่หรอก แต่ใจจริงแล้วก็ไม่ได้ต้องการให้ใครมาบูชาซะหน่อย

"ถ้าลองคิดดูดีๆ ก็นึกออกแล้วล่ะว่าทำไมยูมิถึงได้ดังในหมู่นักเรียนปี 1 นัก"

"ทำไมถึงพูดเรื่องแบบนี้กับฉันล่ะคะ?"

"ไม่รู้สิ"

ซาจิโกะพึมพำออกมาว่า ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่เข้าใจ

"ถ้าอย่างนั้น เกิดฉันจะเป็นน้องสาวของยูมิซามะคงไม่ว่าอะไรใช่มั้ยคะ?"

"ในกรณีที่ยูมิเลือกเธอนะ ฉันไม่คัดค้านอะไรทั้งนั้นแหละ"

แสงจากอาทิตย์ยามเย็นที่ลอดผ่านม่านเข้ามาเริ่มจางหายไป เมฆอาจตั้งเค้าออกมาแล้วก็เป็นได้

"แต่เธอจะไม่เป็นน้องสาวของยูมินี่?"

"ค่ะ"

"ถ้างั้นก็ดี"

"นั่นสินะคะ"

เงียบสงัด

"จะรับชาเพิ่มอีกรึเปล่าคะ?"

โฮโซคาวะ คานาโกะพูดแล้วก็ยืนขึ้น

"บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ต้องสนใจฉัน?"

"ไม่หรอกค่ะ ฉันอยากดื่มเหมือนกัน เลยถือโอกาสด้วยเลย"

"ถือโอกาสสินะ ถ้างั้นฝากเธอช่วยรินให้หน่อยแล้วกัน"

ซาจิโกะยื่นถ้วยชาให้

หลังจากทั้งคู่พากันดื่มชาคนละถ้วยจนหมดแล้ว ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันกลับบ้านไป

========================================================================================================

คุณพี่เกรียนอ่ะ ต่อหน้ายูมิล่ะเชื่อง พอลับหลังยูมิโคตรเกรียนเลย ภาค 4 ตอน 3 ก็ตบเกรียนโทโกะไปหน (เดี๋ยวมีหนใหญ่ในภาค 5 [คาดว่า] อีกมั้ง) เกรียนแตกลับหลังนิฝ่า :lol:

Re: [แปล] Marimite : ตอนที่ Rosa Chinensis en Bouton ไม่อยู่

PostPosted: Sun Jan 25, 2009 2:46 am
by Est
โน่ววว! คุณพี่ไม่เกรียน ;_;
น่าจะเรียกว่า โอนอ่อนให้เฉพาะยูมิคนเดียว มากกว่า (แล้วกับคนอื่นล่ะ!? สรุปมันก็แปลได้ครือๆกันว่า...)

Re: [แปล] Marimite : ตอนที่ Rosa Chinensis en Bouton ไม่อยู่

PostPosted: Sun Jan 25, 2009 3:57 am
by archura
คุณพี่นี่ขี้รำคาญจริงๆ ยูมิเอาอยู่ได้ยังไงนะ :lol:

Re: [แปล] Marimite : ตอนที่ Rosa Chinensis en Bouton ไม่อยู่

PostPosted: Sun Jan 25, 2009 5:13 am
by Seirei
ดูสมกับเป็นซาจิโกะซามะดีออก ชอบ =w=) คนอื่นจะคิดยังไงเธอก็ไม่สน แค่ความรู้สึกและท่าทีของเธอจะพิเศษสำหรับคนที่รักเพียงคนเดียวก็พอแล้ว

(จับซัจจี้ไปแสดงในโลกการ์ตูนของแคลมป์เลย - -+)

Re: [แปล] Marimite : ตอนที่ Rosa Chinensis en Bouton ไม่อยู่

PostPosted: Sun Jan 25, 2009 7:04 am
by cocorico
พอยูมิไม่อยู่หน่อยเดียว ฮิสทีเรียคุณพี่กำเริบซะละ :lol: โหดมาก

Re: [แปล] Marimite : ตอนที่ Rosa Chinensis en Bouton ไม่อยู่

PostPosted: Sun Jan 25, 2009 8:51 am
by believepz
หลังจากอ่านแล้วต้องบอกว่าดูสมกับเป็นคุณพี่อย่างที่เป็นเลย
ยูมิ เธอช่าง... = ="
รับมือคุณพี่ได้นี่ ไม่เบาเลยจริงๆ ^^

Re: [แปล] Marimite : ตอนที่ Rosa Chinensis en Bouton ไม่อยู่

PostPosted: Sun Jan 25, 2009 9:15 am
by Candydoll
อา เพิ่งอ่าน3ตอนที่ลงจนจบ คานาโกะน่ารักนะ บทเจอกับยูมินี่เสียดายอนิเมะไม่ทำเต็มๆ

Re: [แปล] Marimite : ตอนที่ Rosa Chinensis en Bouton ไม่อยู่

PostPosted: Sun Jan 25, 2009 9:54 am
by Kaon_1926
อะ!คุณพี่เกรียน ..... เห่อยูมิใช้ สกิลอะไรถึงสะกดคุณพี่ได้น้า...

แต่เราว่าจริงๆคนอย่างยูมิ เป็นประเภทที่อยู่ใกล้แล้วสบายใจมากกว่านะ

Re: [แปล] Marimite : ตอนที่ Rosa Chinensis en Bouton ไม่อยู่

PostPosted: Sun Jan 25, 2009 11:48 am
by namaste
โอ้ววว คุณพี่ กลายเป็นแบบนี้ไปได้ยังไงเนี่ย~
(หรือเจ๊เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว เราต่างหากที่ไปสร้างภาพพจน์เพอเฟคไว้)

ยูมินี่เป็นแบบตรงข้ามเลยสินะ ถึงได้เข้าหาซาจิโกะได้ติดขนาดนี้ ^^b

ขอบคุณท่านอ้อนมากคร้าาาา ช่วยทำให้เข้าใจเนื้อเรื่องมากขึ้นเยอะเลย~

Re: [แปล] Marimite : ตอนที่ Rosa Chinensis en Bouton ไม่อยู่

PostPosted: Sun Jan 25, 2009 1:23 pm
by WuDragon
พอยูมิไม่อยู่คุณพี่เปลี่ยนโหมดเป็นหญิงโหดซะงั้น

แต่ไม่น่าเชื่อที่ยูมิปราบความโหดคุณพี่ได้อยู่หมัด โดยไม่ต้องใช้สกิลวิ้งค์

Re: [แปล] Marimite : ตอนที่ Rosa Chinensis en Bouton ไม่อยู่

PostPosted: Sun Jan 25, 2009 2:48 pm
by toma
รู้สึกว่าคุณพี่น่ากลัวโคตร ...

แต่ก็นี่แหละ ซาจิโกะซามะ - -)+

Re: [แปล] Marimite : ตอนที่ Rosa Chinensis en Bouton ไม่อยู่

PostPosted: Sun Jan 25, 2009 5:01 pm
by fate
ชอบเรื่องตอนคานาโกะพบยูมิครั้งแรก น่ารักดี
เสียดายในอนิเมบทน้อยไปหน่อย

Re: [แปล] Marimite : ตอนที่ Rosa Chinensis en Bouton ไม่อยู่

PostPosted: Sun Jan 25, 2009 5:21 pm
by Mukiki
ต่อหน้า M ลับหลัง S นี่ฝ่าเจ๊ :lol:

Re: [แปล] Marimite : ตอนที่ Rosa Chinensis en Bouton ไม่อยู่

PostPosted: Sun Jan 25, 2009 7:51 pm
by s.hikaru
คุณพี่เกรียนจริงๆ :lol:

แต่เราก็ชอบที่คุณพี่มีความสุขเวลาอยู่กับยูมิคนเดียวเหมือนกันนะ 8)
ประมาณว่าถ้าเป็นเด็กคนนี้ล่ะก็
แม้ยูมิทำอะไรไม่ถูกตา คุณพี่ก็คงแค่สอน ไม่หงุดหงิดเกรียนใส่ :lol:
เห็นมั้ยคุณพี่น่ารักออก

Re: [แปล] Marimite : ตอนที่ Rosa Chinensis en Bouton ไม่อยู่

PostPosted: Sun Jan 25, 2009 10:07 pm
by kurohara
ทำไมรู้สึกว่าคุณพี่เกรียนแล้วน่ารัก...

มาเกรียนใส่ผมทีสิ อ๊า~

Re: [แปล] Marimite : ตอนที่ Rosa Chinensis en Bouton ไม่อยู่

PostPosted: Sun Jan 25, 2009 10:56 pm
by priow
คุณพี่สุดยอด- -b!
เสียดสีกันดีจริงๆ คานาโกะก็เถียงคุณพี่ได้=="

ลับหลังยูมินี่ คุณพี่เป็นผู้บงการสินะ...

Re: [แปล] Marimite : ตอนที่ Rosa Chinensis en Bouton ไม่อยู่

PostPosted: Tue Jan 27, 2009 2:37 pm
by kakakung
เกรียนจิงคุณพี่ = =

พอยูมิอยู่นี้แบบ อ่อนโยนจังน้า

พอยูมิหายไปก็....

เฮ้อ - - สุดยอดอ่ะ

Re: [แปล] Marimite : ตอนที่ Rosa Chinensis en Bouton ไม่อยู่

PostPosted: Thu Jan 29, 2009 5:44 pm
by dramer
เพราะมียูมิซินะ คุณพี่ถึงอ่อนลง นับว่ายูมิมีข้อดีที่ตรงนี้แหละ ^^

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของโยโกะกับซาจิโกะ : Answer

PostPosted: Sun Feb 01, 2009 7:00 pm
by DarkNeon
จากเล่มนี้ค่ะ

Image

อันนี้ไม่ใช่โนเวลนะ เป็นพวก digest ภาคอนิเมมากกว่า

ไม่มีภาพประกอบนะอันนี้ ยาวหน่อยนะคะ เพราะต้นฉบับ 20 หน้าแน่ะ

เอาภาพแฟนอาทมาใช้แทนละกัน


- Answer -

โอกาซาวาระ ซาจิโกะช่างคล้ายคลึงกับสัตว์ประหลาด

ไม่รู้ว่าทำไมพอเห็นเธอสะพายกระเป๋าถือบนไหล่เดินไม่พูดไม่จา ภาพของสัตว์ประหลาดในหนังฮีโร่กำลังเดินทำลายเมืองย่อส่วนจึงได้ซ้อนขึ้นมา

เหมือนกำลังโกรธกับอะไรบางอย่างอยู่เสมอ

กำลังต่อสู้กับอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็น

บางทีเธออาจรู้อยู่แก่ใจดีว่าคู่ต่อสู้ของเธอไม่ใช่บางสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แต่ทว่าไม่สามารถควบคุมตัวเองได้

กำลังดิ้นรนโดยไม่อาจปรับตัวให้เข้ากับโลกนี้ได้

เมืองพังทลายทุกครั้งที่สัตว์ประหลาดย่างกราย

แต่ฝ่ายที่เจ็บปวดอาจเป็นตัวสัตว์ประหลาดที่ไร้ทางไปซะเองก็ได้

สัตว์ประหลาดมีความทรมานเช่นนั้น

โอกาซาวาระ ซาจิโกะ แห่งชั้น ม.ปลายปี 1 ของโรงเรียนสตรีลิลเลียนก็เช่นกัน

Image

xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx

"โยโกะ เลือกได้รึยังล่ะ?" เสียงของ Rosa Chinensis ถามมาจากข้างหลัง

"...หมายถึงอะไรคะ? โอเน่ซามะ"

โยโกะตอบโดยไม่หยุดมือที่กำลังรินน้ำชา แน่นอนว่าไม่ได้หันหน้ากลับไปมองด้วย

"เด็กคนนี้ไม่น่ารักเลย"

โอเน่ซามะหัวเราะ

"ไอที่เงียบไปก่อนถามว่า 'หมายถึงอะไรคะ?' ของเธอน่ะ มันบอกทุกอย่างแล้วล่ะว่า 'รู้นะว่าเรื่องอะไร' "

"เป็นเกียรติอย่างยิ่งค่ะ"

ในขณะที่พูด โยโกะรินชาดาร์จีลิ่งจากเหยือกใส่ถ้วยไปพลาง ไออุ่นๆ กลิ่นละมุนได้ฟุ้งห้อมล้อมร่างกายอย่างแผ่วเบา

ยังฝึกฝนตัวเองมาไม่พอจริงๆ นั่นแหละ โยโกะถอนหายใจลึกๆ หนึ่งครั้งเพื่อดึงสติตัวเองกลับมาใหม่

"เรื่อง Petire Soeur น่ะเหรอคะ?"

ที่เรือนกุหลาบตอนนี้เป็นเวลาหลังเลิกเรียน ถ้วยชา 3 ถ้วยถูกยกมาวางที่โต๊ะ ของ Rosa Chinensis กับโยโกะ และ ----------

"เลือกเด็กที่มีลักษณะบางอย่างเด่นๆ หน่อยแล้วกันโยโกะจัง นี่เป็นรีเควสจากฉัน"

Rosa Gigantea โอเน่ซามะของซาโต้ เซย์

"เด่นเหรอคะ?"

"อย่างเช่นเด็กที่ตัวสูงปรี๊ด เด็กอ้วนๆ แบบนักซูโม่ เด็กที่มีเสียงเหมือนคางคก เด็กที่ผมหยิกตามธรรมชาติ"

"หรือไม่ก็หน้าฝรั่ง?"

พอโยโกะพูดจบ Rosa Gigantea ก็ยักไหล่อย่างพึงพอใจ บอกว่า "นั่นแหละ"

"แทนที่จะมาเจาะจงชื่อเป็นรายคน ถ้าเธอบอกไปว่า 'เอาแบบเด็กที่เหมือนผู้ชายคนนั้นไง' ก็อ๋อแล้วล่ะ"

"อ้อ หมายถึงฮาเซคุระ เรย์สินะ"

ชื่อที่เอ่ยออกมาจากปากของ Rosa Chinensis คือ ชื่อของนักเรียนปี 1 ที่เพิ่งเข้าใหม่ ด้วยผมที่สั้นเต่อและใบหน้าที่ดูสุขุมเยือกเย็น จึงไม่แปลกที่มองแว้บแรกแล้วจะคิดว่าเป็นผู้ชาย เพราะ Rosa Foetida en Bouton หรือโทริอิ เอริโกะถูกใจเด็กคนนี้มาก จึงรู้จักใบหน้าและข้อมูลที่ว่าสังกัดชมรมเคนโดได้อย่างไม่ยากเย็น

"สมกับเป็นเอริโกะจัง หมายตาของดีซะด้วย"

"ไม่ใช่แค่พวกเราเท่านั้นนะ แม้แต่ Rosa Foetida เองก็ยังไม่ได้ตรวจสอบเลย"

"ถ้ายอมสยบให้กับของธรรมดาๆ ก็ไม่ใช่เอริโกะจังน่ะสิ เห็นว่าวันนี้ไปเยี่ยมชมชมรมเคนโดกับ Rosa Foetida บอกว่าอาจจะมาช้าหน่อย"

"พาโอเน่ซามะของตัวเองไปด้วยเนี่ยนะ?"

"แรงกดดันจากพวกปี 2 ในชมรมเคนโดมันเยอะน่ะสิ พวกนั้นพากันลือไปต่างๆ นานาว่าครอบครัวกุหลาบเหลืองหมายตาฮาเซคุระ เรย์เอาไว้แล้ว เพราะรุ่นพี่รุ่นน้องในชมรมมาเป็น Soeur กันเองก็มีเยอะ"

"อ้อ..."

ในเมื่อเป็นแบบนี้ ปัญหา Petie Soeur ของครอบครัวกุหลาบเหลืองคงจะคลี่คลายได้ บทสนทนาเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ปิดประเด็นลง Rosa Chinensis กับ Rosa Gigantea จิบชาด้วยความรู้สึกอิจฉาในใจลึกๆ ที่จริงนักเรียนปี 1 ยังเพิ่งเข้ามาเรียนได้ไม่ถึง 1 เดือนด้วยซ้ำ ถ้ามองจากในมุมของโยโกะเป็นการส่วนตัวแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องที่ต้องรีบร้อนอะไรเลย แต่การที่ต้องมาฟังนักเรียนรุ่นพี่ 2 คนบ่นจู้จี้จุกจิกใส่แบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องน่าสนุกนัก เซย์เองก็ยังหาเด็กที่เหมาะสมไม่ได้เหมือนกัน แต่เพราะมักจะโดดการประชุมที่เรือนกุหลาบอยู่เรื่อย โยโกะจึงต้องเป็นฝ่ายรับกรรมไปคนเดียวเต็มๆ

"เพราะฉะนั้น ต่อไปเป็นคิวของโยโกะจัง พาเด็กที่น่าสนใจไม่แพ้ฮาเซคุระ เรย์มาให้ได้นะ"

"Rosa Gigantea ถ้าอยากรีเควสอะไรล่ะก็ เชิญบอกกับน้องสาวตัวเองสิคะ"

"เซย์น่ะเหรอ...ไม่รู้ว่าเด็กคนนั้นจะหาน้องสาวได้รึเปล่าน่ะสิ รู้สึกเหมือนแค่เรื่องตัวเองก็แทบไม่รอดแล้วนี่?"

"ยังเอาอกเอาใจกันเหมือนเดิมเลยนะ"

Rosa Chinensis มอง Rosa Gigantea อย่างตำหนิ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Rosa Gigantea ออกตัวรับหน้าแทนน้องสาว

"ลองบังคับจิตใจเซย์ดูสิ มีหวังเด็กคนนั้นได้แตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแน่ ถ้าเป็นอย่างนั้นขึ้นมาจริงๆ บอกหน่อยซิว่าใครจะเป็นคนเก็บกวาดเศษเล็กเศษน้อยที่เกลื่อนกลาดกระจายเต็มพื้น"

Rosa Gigantea ใช้วิธีขู่ให้เสียวเล่นแบบนี้ในการปกป้องน้องสาวมาตลอด โยโกะคิดว่ากับอีแค่การเก็บกวาด จะทำให้แค่ไหนก็ได้ แต่ตัวเองก็ไม่อยากเห็นเพื่อนสนิทเช่นเซย์อยู่ในสภาพเจ็บปวดหรือแตกสลายเหมือนกัน เพราะฉะนั้นจึงจำยอมเชื่อฟัง Rosa Gigantea อย่างช่วยไม่ได้ ต่างฝ่ายต่างพากันตามใจเซย์ และถือว่าต้องมีความรับผิดชอบร่วมกัน

"ทำไมถึงได้เลือกเด็กมีปัญหาเยอะแบบนี้มาเป็นน้องสาวไม่ทราบคะ Rosa Gigantea?"

Rosa Gigantea หัวเราะกับคำพูดของ Rosa Chinensis

"เพราะฉันอยากเอางานหัตถกรรมแก้วเปราะบางมาตกแต่งให้สวยๆ แล้วนั่งจ้องมันน่ะสิ"

แค่อีกฝ่ายบอกว่าชอบตรงหน้าตา เซย์จึงได้ตัดสินใจเป็นน้องสาวของ Rosa Gigantea จะเรียกว่าการค้นพบรักสุดท้ายคงไม่ผิดนัก

"แต่ที่จริงฉันก็รู้หรอกนะว่าน้องสาวที่ได้เรื่องได้ราวแบบโยโกะจังยังมีประโยชน์มากกว่า"

"ถ้าเซย์จังเป็นงานหัตถกรรมแก้ว แล้วคิดว่าโยโกะเป็นอะไร?"

"ผ้าห่ออุปกรณ์อาบน้ำ"

"จิตใจล่ะ?"

"ใช้ทำประโยชน์ต่างๆ ได้หลากหลาย ไม่เป็นอุปสรรคขัดขวาง ไม่แตกสลายง่ายๆ ด้วย"

"เยี่ยมมาก! รับเบาะรองนั่งไปเลย 2 ใบ"

Rosa Chinensis ตบมือให้ เป็นคำจำกัดความที่ยอดเยี่ยมทีเดียว ตัวโยโกะถูกมองว่าไม่มีสิ่งใดจะเหมาะกับตัวเธอได้มากกว่านี้ไปเสียแล้ว

"นี่เป็นคำขอร้องในฐานะพี่สาวของโยโกะนะ ถ้าเป็นไปได้ ก็ฝากเขียนกำกับว่า 'คุณภาพสูง' ไว้ด้านบนด้วยล่ะ เอาแบบที่ทำจากผ้าด้วย ไม่เอาไวนีล ขอแบบที่มีลายกับชื่อปักมาด้วยแบบนั้นน่ะ"

โยโกะรู้สึกขอบคุณในความเอาใจใส่ของ Rosa Chinensis อยู่เหมือนกัน แต่พอเป็นที่หัวเราะมากๆ เข้า คำพูดที่อุตส่าห์ช่วยแก้ต่างแทนนั่นกลับมีอันต้องเสียคุณค่าไป พอโยโกะทำสีหน้ายุ่งๆ พร้อมถอนหายใจออกมา โอเน่ซามะก็บอกว่า "ลืมไปเลย" แล้วยื่นสมุดมาให้เล่มหนึ่ง

"อะไรคะนี่?"

"ฉันลองรวบรวมรายชื่อนักเรียนปี 1 ที่น่าสนใจไว้น่ะ ฉันไม่สั่งให้เธอเลือกจากในนี้หรอก แต่ก็เอาไว้ใช้อ้างอิงได้ใช่มั้ยล่ะ?"

"เดี๋ยวจะลองดูค่ะ"

ถ้าลองไปเจ้ากี้เจ้าการแบบนี้กับเซย์ล่ะก็ คงมีหวังได้รับปฏิกิริยารุนแรงตอบกลับมาแน่ โยโกะนึกแล้วก็รับเอาสมุดเล่มนั้นมา ในนั้นมีรายชื่อนักเรียนปี 1 ประมาณ 20 คน รวมทั้งชื่อห้อง และชมรมเขียนเอาไว้เป็นข้อมูลอย่างง่ายๆ ชื่อของฮาเซคุระ เรย์ที่บาระซามะทั้ง 3 คนยังไม่ได้ตรวจสอบย่อมไม่มีเขียนในสมุดเล่มนี้อยู่แล้ว โยโกะเปิดสมุดดูผ่านๆ แต่เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะเลือกน้องสาวได้เลยจากการแค่มองชื่อนักเรียนปี 1 เฉยๆ ที่ไม่มีแม้กระทั่งรูปถ่ายให้เห็นหน้า

"จะใช้สมุดเล่มนี้มาอ้างอิงล่ะก็ ออกจะลำบากอยู่นะคะ โอเน่ซามะ"

"อืม ก็ว่างั้นแหละ ไม่ต้องพึ่งสมุดโน้ตมากนักหรอกดีแล้ว"

ดูท่าว่า ครึ่งหนึ่งจะทำขึ้นมาเอาสนุก อาจจะเพื่อรอดูปฏิกิริยาของโยโกะก็เป็นได้ พวกเธอเป็นกลุ่มคนที่มักแกล้งคนอื่นด้วยวิธีนี้ หรือนี่เป็นผลข้างเคียงจากการใช้หัวสมองเพื่อติวเตรียมสอบมากเกินไป?

"อ๊ะ"

โยโกะหยุดสายตาอยู่ที่หน้ากระดาษของนักเรียนคนหนึ่ง

"...สัตว์ประหลาด"

"สัตว์ประหลาด?"

"เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร"

แม้จะเผลอพึมพำออกมา แต่ว่าคนในลิสต์นั้นไม่ใช่สัตว์ประหลาดแต่อย่างใด ถือว่าเป็นคนดังคนหนึ่งในโรงเรียนเลยก็ว่าได้ ถึงไม่ต้องมีรูปถ่ายที่เห็นหน้า โยโกะก็ยังรู้จักเธอคนนี้

"อ๋อ โอกาซาวาระ ซาจิโกะเหรอ?" Rosa Gigantea เหลือบมองสมุดในมือโยโกะแล้วพูดออกมา

"ทำไมถึงได้มีเส้นขีดฆ่าในหน้าข้อมูลของเด็กคนนี้ล่ะคะ?"

"ก็ตอนแรกใส่ชื่อไปแล้ว และมาพิจารณาตัดสินเอาทีหลังว่าคงเอาเด็กคนนี้มาเป็นน้องสาวเธอไม่ได้แน่ เลยตัดออกจากรายชื่อน่ะ "

สรุปว่าเป็นความเห็นร่วมกันของทั้ง Rosa Chinensis , Rosa Gigantea และ Rosa Foetida

"ประมาณว่าเป็นลูกคุณหนูมีเงิน อาจจะเอาใจยาก...รึเปล่าคะ?"

โอกาซาวาระ ซาจิโกะเป็นลูกสาวของประธานเครือบริษัทใหญ่

"จะลูกคนมีเงิน หรือลูกคนธรรมดา ก็เป็นรุ่นน้องเหมือนกันนั่นแหละ เอาเถอะ ต่อให้ไม่ว่าเธอจะเลือกใครมาเป็นน้องสาว แต่มันก็คือการที่เธอจะต้องหันหน้าเข้าหามนุษย์คนนึง ในสักวันอาจจะมีปัญหาเรื่องนิสัยนอกจากไอ้เรื่องเอาใจง่ายเอาใจยากเพิ่มขึ้นมาอีกก็ได้ แต่นั่นก็เป็นเรื่องของอนาคตใช่มั้ยล่ะ?"

"ถ้างั้น?"

พอถามถึงเหตุผลที่ตัดรายชื่อโอกาซาวาระ ซาจิโกะออกไป คราวนี้ Rosa Chinensis เป็นผู้ให้คำตอบ

"เหตุผลง่ายๆ โอกาซาวาระ ซาจิโกะไม่มีเวลาว่างเลยน่ะสิ"

"เรียนพิเศษน่ะเหรอคะ?"

เมื่อโยโกะพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดออกไป บาระซามะทั้งสองก็พากันเอ่ยว่า "รู้ด้วยเหรอ" อย่างคาดไม่ถึง

"ตอนมาโรงเรียน เคยเห็นหลายหนเหมือนกันค่ะที่เค้าถือกระเป๋าใบใหญ่ๆ นอกจากกระเป๋าเรียนมาด้วย"

"หลายหนซะด้วย"

โยโกะเล่าต่อไป โดยแกล้งทำเป็นไม่สน Rosa Chinensis ที่เน้นย้ำคำพูดตรงนั้นเป็นพิเศษ

"แต่อาจจะมีชมรมก็ได้นะคะ ----"

ฮาเซคุระ เรย์เองก็อาจจะมาเป็นน้องสาวของเอริโกะทั้งที่สังกดชมรมเคนโดเหมือนกัน ที่สำคัญหากหญิงสาวอายุน้อยจะเรียนอะไรเพิ่มสักอย่างสองอย่างก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร และโยโกะไม่คิดด้วยว่านักเรียนปี 1 ผู้มีรายชื่อในนี้ที่เหลือจะไม่มีใครเรียนพิเศษเพิ่มเลย

"ชมรมไม่ได้มีกันทุกวันหรอก"

"เค้าเรียนพิเศษทุกวันเลยเหรอคะ?"

Rosa Chinensis พยักหน้า

"ได้ยินว่าวันที่ไม่ได้หอบข้าวของมา จะมีครูสอนพิเศษมาติวที่บ้านน่ะ"

Rosa Gigantea เสริมต่อว่า

"ถึงจะทุกวันก็เถอะ แต่ถ้าเป็นกิจกรรมชมรมในโรงเรียนล่ะก็ทำควบกับการเป็นกรรมการนักเรียนง่ายจะตายไป จะเจียดเวลามาเท่าที่โอกาสจะเอื้ออำนวยก็ทำได้ หรือถ้ามีเรื่องเร่งด่วนอะไรก็วิ่งรอกได้สบายอยู่แล้ว เพราะอยู่ในพื้นที่เดียวกัน"

แต่หากเป็นธุระอื่นหลังเลิกเรียน จะรั้งไว้ก็ใช่ที่ ด้วยเหตุผลนั้นเองโอกาซาวะ ซาจิโกะจึงถูกตัดรายชื่อออกไป

"เหตุผลที่เอาชื่อออกมีแค่นี้เหรอคะ?"

"แค่นี้แหละ แต่ว่ามันก็เป็นเหตุผลที่จะทำให้ทำอะไรได้ไม่สะดวกใช่มั้ยล่ะ?"

Rosa Chinensis ส่งยิ้มให้แล้วจิบชา

"เข้าใจแล้วค่ะ"

พอโยโกะปิดสมุดลงไม่ทันไร

"ห้ามไปเกลี้ยกล่อมให้โอกาซาวาระ ซาจิโกะเลิกเรียนพิเศษเด็ดขาดเชียวนะ โยโกะ"

Rosa Chinensis พูดโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามอง ราวกับกำลังพูดคุยเรื่องสภาพอากาศ

"โอเน่ซามะ..."

สู้ไม่ได้จริงๆ นั่นแหละ โอเน่ซามะพูดจี้ตรงกับความรู้สึกเป๊ะก่อนที่น้องสาวจะทันรู้สึกตัวซะอีก

"มันเป็นเรื่องนอกโรงเรียน ไม่ใช่เรื่องที่รุ่นพี่ในโรงเรียนจะเข้าไปยุ่มย่าม"

"งั้นจะให้ทำยังไงล่ะคะ"

"ทำยังไง? งั้นขอถามเธอหน่อยซิ เธอต้องการอยากให้มันเป็นแบบไหนล่ะ?"

"แบบไหนอะไรคะ"

"เธอตัดสินใจเลือกโอกาซาวาระ ซาจิโกะเป็นน้องสาวแล้วเหรอ?"

"เปล่าค่ะ"

โยโกะไม่อาจเอ่ยคำว่า "ใช่" ออกไปได้ แต่คำว่า "เปล่า" ก็โกหกเหมือนกัน มันก็จริงที่ว่าโอกาซาวาระ ซาจิโกะเป็นคนที่เธอสนใจอยู่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจคาดหวังให้มาเป็น "น้องสาว" ได้ทันทีเดี๋ยวนี้ การจะหันหน้าเข้าหาใครสักคนจำเป็นต้องมีการเตรียมตัวเตรียมใจ บางทีเธออาจเป็น "คนเจ้าปัญหา" ไม่แพ้ซาโต้ เซย์ก็ได้ เรื่องนี้แหละที่ยากกว่าเรื่องเรียนพิเศษซะอีก

"ถ้าอย่างนั้น เธอก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรก็ได้นี่? เลิกไปข้องแวะกับเค้าได้แล้ว"

พอนิ่งเฉยไม่ตอบ Rosa Chinensis จึงถามอีกครั้ง

"โยโกะ คำตอบว่าไง"

"...ค่ะ"

ในที่สุดโยโกะก็เข้าใจตัวเองอย่างถ่องแท้ว่า ความรู้สึกของตัวเองเริ่มโอนเอียงไปหาโอกาซาวาระ ซาจิโกะมากขึ้นทุกทีอย่างสวนทางกับคำพูดโดยสิ้นเชิง

ตอนมาโรงเรียน ก็เผลอกวาดสายตามองหาโอกาซาวาระ ซาจิโกะโดยไม่รู้ตัว

หลังเลิกเรียน ก็ไปที่เรือนกุหลาบ หลังเสร็จงานเล็กๆ น้อยๆ อย่างพวกทำความสะอาดแล้ว จากนั้นจึงแกล้งทำเป็นจะไปล้างมือแล้วแอบปลีกตัวออกมาเดินเตร็ดเตรอย่าง่ไร้ความหมายอยู่ที่ถนนสายต้นแปะก๊วย ไม่สิ ความหมายน่ะมี จุดประสงค์คือเพื่อมาดูโอกาซาวาระ ซาจิโกะไงล่ะ

ไม่ว่าในเวลาใดก็ตามเธอก็งดงาม และมีสีหน้าเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นเสมอ แต่ในบางครั้งที่โยโกะมองแล้วรู้สึกเจ็บปวด

เธอกำลังสู้กับอะไรอยู่นะ แล้วทำไมจะต้องสู้กับมันด้วย การมองจากภายนอกอย่างเดียวไม่ช่วยให้รู้อะไร อยากได้สัมผัสตัวตนภายในของเธอ อยากจะแอบมองเข้าไปในใจของเธอ ความรู้สึกนี้เริ่มขยายตัวใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว

จนมาวันหนึ่ง

"โอกาซาวาระ ซาจิโกะซัง"

ในระหว่างกำลังมองนักเรียนปี 1 ที่ทำหน้าเหมือนสัตว์ประหลาดเดินถล่มเมือง อยู่ๆ ก็เหมือนมีผีเข้ามาสิง...ความรู้สึกทำนองนั้น เหตุเกิดขึ้นที่หน้ารูปปั้นพระแม่มาเรีย

"คะ"

มีชั่วแว้บหนึ่งที่ซาจิโกะหันกลับมามองด้วยสีหน้าประหลาดใจ แต่สายตาก็กลับมาแข็งกร้าวแบบพร้อมรบตามเดิม แล้วกล่าวถามว่า "มีธุระอะไรคะ"

"ฉันอยากจะคุยด้วยหน่อยน่ะ พอจะสละเวลาให้ได้นานแค่ไหนล่ะ?"

ซาจิโกะมองนาฬิกาข้อมือ

"ถ้าสัก 10 นาทีก็พอได้ค่ะ"

"เกินพอ ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว มานี่สิ"

โยโกะยิ้มให้แล้วเดินนำออกไป

ตรงนี้เป็นถนนที่พวกนักเรียนที่เลิกเรียนแล้วเดินผ่านไปมาพลุกพล่าน ไม่ได้รู้สึกลำบากใจนักหรอกหากจะมีใครมามอง แต่ว่ามันไม่ใช่สถานที่ๆ สามารถพูดคุยกันได้อย่างสงบ

"เรียนเขียนพู่กันด้วยเหรอ?"

วัตถุคล้ายกับแผ่นไม้ไผ่ทำอาหาร (แบบที่ใช้ม้วนพวกข้าวห่อสาหร่ายอ่ะ) หล่นออกมาจากถุงผ้า ข้างในนั้นเป็นพู่กันสำหรับคัดลายมือ

"ค่ะ"

ถึงไม่ได้แนะนำตัวก็ตาม ดูท่าว่าซาจิโกะก็รู้จักโยโกะดี แต่ยังไม่รู้เหตุผลว่าทำไม Rosa Chinensis en Bouton จึงได้ทักตน

"ไม่ต้องระวังตัวขนาดนั้นก็ได้ ฉันไม่ได้มาขอให้เธอเป็น Soeur หรอก"

โยโกะชิงตัดหน้าพูดก่อน เพียงเท่านั้นซาจิโกะก็ทำสีหน้ายุ่งๆ ให้เห็น อาจจะเพราะเธอนึกว่าที่โยโกะทักตนไม่ใช่เพราะธุระเรื่องนี้หรืออย่างไร

"ฉันได้ยินมาว่าเธอเรียนพิเศษเยอะแยะเลยน่ะ ถ้าอย่างนั้นฉันคงเอ่ยปากขอให้เธอช่วยงานที่ยามะยูริไคไม่ได้สินะ"

โยโกะพูดเสริมต่อ เพื่อบอกกลายๆ ว่าสิ่งที่เธอพูดไปไม่ได้หมายถึงว่าซาจิโกะไม่มีคุณสมบัติพอจะเป็น Rosa Chinensis en Bouton Petite Soeur แต่อย่างใด

ทั้งสองคนเดินเข้าไปในพื้นที่ของแผนกมหาวิทยาลัย และหย่อนสะโพกลงบนม้านั่งที่มองเห็นน้ำพุ ใช่ว่าที่นี่จะไม่มีใครผ่านมาเลย เพียงแต่พอไม่เห็นคนที่ใส่เครื่องแบบเหมือนตัวเองแล้ว มันทำให้รู้สึกไม่เกะกะสายตาอย่างน่าประหลาด โยโกะจ้องมองสายรุ้งน้อยๆ ที่เกิดจากน้ำพุกระเซ็นพลางเอ่ยออกมาว่า

"ชอบอะไรที่สุดเหรอ?"

"หา?"

"วิชาที่เรียนไง"

ซาจิโกะเว้นช่วงไปนิดหนึ่งก่อนจะตอบ

"ไม่เคยคิดเลยค่ะว่าตัวเองจะชอบรึเปล่า"

นั่นคือคำตอบที่ไม่คาดว่าจะได้ยินเลย ที่จริงก็ไม่ได้คาดหวังให้มีแต่คำตอบไร้เดียงสาอย่าง "ชอบเขียนพู่กัน" หรือ "ชอบบัลเลต์" แต่โยโกะไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูด "ไม่เคยคิดเลย" หากมีเจตนาจะผลักไสนักเรียนรุ่นพี่ที่เพิ่งพบกันเมื่อครู่ เพียงแค่ตอบว่า "ชอบทุกอย่าง" หรือ "เลือกไม่ได้" ก็หนีไปได้อย่างง่ายๆ แล้ว

แต่คำว่า "ไม่เคยคิด" มันทำให้โยโกะรู้สึกตื่นเต้น เพราะซาจิโกะพูดออกมาตามที่ตัวเองคิดโดยไม่ได้ปรุงแต่งคำพูดใดๆ เพราะฉะนั้นมันจึงทำให้เธออยากได้ยินคำพูดต่อไปจนอดยิงคำถามไม่ได้

"ไม่ได้เรียนเพราะชอบสิเนี่ย งั้นเพราะชินแล้วเหรอ? หรือเพราะทำตามที่พ่อแม่สั่ง?"

"อายุก็ขนาดนี้แล้ว ฉันไม่ได้ทำตามที่พวกท่านสั่งหรอกค่ะ ถึงแม้ว่าอาจารย์ที่มาสอนจะเป็นคนที่คุณปู่กับคุณพ่อหามาให้ แต่ฉันก็เรียนมาเรื่อยๆ ตามความตั้งใจของตัวเอง"

"ทั้งที่ไม่ได้ชอบเนี่ยนะ?"

"เพราะฉันสนใจน่ะค่ะ"

สนใจ เป็นคำพูดที่ไม่ค่อยเข้ากับเด็กสาวชั้น ม.ปลายปี 1 ซะเท่าไหร่เลย ดังนั้นโยโกะจึงลองถามแบบแหย่เล่นๆ

"เธอดูตัวด้วยรึเปล่า?"

"ดูตัว? ....เปล่าค่ะ"

ซาจิโกะปฏิเสธทันที แต่ก็พูดใหม่อีกครั้งหลังจากคิดอยู่สักพัก

"ไม่ทราบสิคะ อาจจะมีดูตัวเร็วๆ นี้ก็ได้"

อะไรที่ผุดขึ้นมาในห้วงคิดของเธอภายในชั่วเวลาไม่กี่เสี้ยววินาทีนี้กันนะ ถึงอยากถามแต่โยโกะก็ไม่อาจถามได้อยู่ดี พวกเธอทั้งคู่ไม่ใช่ Soeur กัน และเหนือสิ่งอื่นใด โยโกะบังเอิญเห็นความหม่นหมองที่ปรากฏขึ้นมาในสีหน้าของซาจิโกะเข้าแล้ว ชีวิตของลูกสาวจากบ้านคนใหญ่คนโตอาจเป็นละครดราม่าอย่างที่สามัญชนไม่อาจหยั่งถึงก็เป็นได้

"พอถึงตอนนั้น ชีวิตคงสมบูรณ์แบบแหละนะ"

ถึงแม้โยโกะจะคิดว่าคุณหนูที่เพียบพร้อมไปด้วยเงินทอง หน้าตาสวยงาม และความเฉลียวฉลาดอย่างซาจิโกะ ป่านนี้คงไม่ต้องการความสมบูรณ์แบบอะไรอีกแล้ว แต่เธอก็รีบรวบรัดตัดบทการสนทนา เพราะมันทำให้เธอรู้สึกว่ายิ่งคุยๆ ไปก็ยิ่งเหมือนไล่ต้อนซาจิโกะมากขึ้นทุกที แต่ว่า

"ไม่ได้สมบูรณ์แบบหรอกค่ะ"

ซาจิโกะกล่าว

"ฉันรู้สึกว่าตัวเองยังขาดอะไรบางอย่างไป และกำลังพยายามอยากจะหาอะไรมาถมช่องว่างนั้น"

"เป็นคนที่มีจุดมุ่งหมายดีนะ"

"ฉันแค่ไม่คิดว่าตัวเองในปัจจุบันนี้ดีพอแล้วเท่านั้นเองค่ะ ฉันไม่คิดปฏิเสธช่วงเวลา 15 ปีที่ผ่านมา แต่รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกำลังตามหาบางอย่างอยู่น่ะค่ะ"

"หวังว่าเธอคงจะเจอบางอย่างที่ว่านั้นนะ"

โยโกะลุกจากม้านั่ง

"10 นาทีละ"

เกือบไป อีกนิดเดียวก็เกือบจะให้โรซารี่ไปแล้ว เพราะโยโกะหลวมตัวคิดไปแล้วว่าอยากจะตามหา "บางอย่าง" นั่นไปพร้อมกับซาจิโกะ

"แล้วตกลงว่ามีธุระอะไรกันแน่คะ"

ซาจิโกะยืนขึ้นตาม เธอเอากระเป๋าที่สะพายไหล่มาถือไว้ในมือ

"บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอ? ฉันแค่อยากคุยกับเธอเฉยๆ น่ะ"

"งั้นเหรอคะ"

ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าที่โยโกะเห็นซาจิโกะยิ้มให้แว้บนึง

"สวัสดีค่ะ"

"สวัสดีจ้ะ"

ทั้งสองคนทักทายด้วยคำพูดที่เป็นเอกลักษณ์ของโรงเรียนสตรีเอกชนลิลเลียน และแยกจากกันตรงหน้าน้ำพุ โยโกะกลับไปยังถนนสายแปะก๊วยเพื่อมุ่งหน้ากลับเรือนกุหลาบ แต่ว่าเซย์ยืนรออยู่ที่นั่นก่อนแล้ว

"เห ที่เขาลือกันว่าโยโกะหมายตาโอกาซาวาระ ซาจิโกะอยู่ เป็นเรื่องจริงสิเนี่ย"

ทำท่าเตรียมพร้อมจะกลับ แปลว่าวันนี้ดูท่ากะโดดการประชุมอีกตามเคย

"สมกับเป็นเธอนะ มากๆ เลย"

"สมเป็นฉัน?"

พอทวนคำถามกลับ เซย์ก็แกล้งหัวเราะประชด

"โยโกะที่ชอบดูแลคนอื่นไปทั่ว กับนักเรียนปี 1 ที่น่าดูแลไง"

"ไม่ต้องมาตั้งฉายาชอบดูแลให้เลยนะ ฉันเองก็ไม่ได้อยากดูแลคนโน้นคนนี้นักหรอก"

"เหรอ งั้นก็ขอโทษที"

โยโกะเพียงแค่อยากทำความรู้จักกับคนที่ตัวเองสนใจ และคนที่เธอสนใจส่วนใหญ่มักได้รับเสียงบ่นจากคนรอบข้างว่าเป็น "คนมากเรื่อง" ก็เท่านั้น

"ขอเป็นน้องไปแล้วเหรอ?"

"เปล่าหรอก มันมีปัญหาหลายๆ อย่าง พวกโอเน่ซามะก็ห้ามไม่ให้ข้องแวะมากด้วย"

"ต่อให้มีคนห้ามแค่ไหน แต่โยโกะเป็นพวกพอถึงเวลาลุยก็ลุยนี่"

"หุหุ"

โยโกะหัวเราะให้ เป็นเชิงบอกว่า "รู้ดีจังนะ"

"ที่สำคัญ กุหลาบแดงกับกุหลาบขาวเตี๊ยมกันไว้ดิบดีีจังนะ"

"เตี๊ยม? พวกโอเน่ซามะน่ะเหรอ?"

คำพูดที่โยโกะไม่นึกฝันหลุดออกมาจากปากเซย์

"แต่คนที่ชี้ให้ฉันเห็นเหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้เลือกโอกาซาวาระ ซาจิโกะมาเป็นน้องไม่ได้ ก็คือพวกโอเน่ซามะนะ"

"ไอ้เหตุผลที่ว่าคืออะไรฉันไม่รู้หรอก แต่โยโกะเนี่ยเป็นพวกที่ชอบฝ่าฟันอุปสรรคอยู่นิดๆ ไม่ใช่เหรอ"

เซย์ชี้นิ้วหมุนวนไปมาหันเข้าหาหน้าโยโกะ ราวกับกำลังไล่ตามจับแมลงปอ

"อุปสรรค..."

ในบรรดารายชื่อของนักเรียนปี 1 มีเพียงชื่อของโอกาซาวาระ ซาจิโกะที่ถูกถอนออกจากลิสต์ จริงๆ จะฉีกหน้านั้นทิ้งไปซะก็ได้ แต่เพราะอะไรจึงขีดฆ่าด้วยเส้นเพียงเส้นเดียว

"หมายความว่า เตรียมทุกอย่างไว้ให้ฉันแล้วอย่างงั้นเหรอ?"

"ไม่รู้สิ"

ถ้าเช่นนั้นการแก้ไขปัญหาให้ลุล่วง คืองานแท้จริงที่พวกโอเน่ซามะมอบหมายมาให้ใช่มั้ยนะ ว่าถ้าหากอยากได้โอกาซาวาระ ซาจิโกะมาเป็นน้องสาว ให้จัดการปัญหาทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่ว่าจะให้ทำยังไงล่ะ ในเมื่อถูกสั่งห้ามเกลี้ยกล่อมซาจิโกะให้เลิกเรียนพิเศษ

"เอาเถอะ ถ้าเธอหาน้องสาวได้ก็เป็นเรื่องน่าดีใจสำหรับฉันด้วย พยายามเข้านะ"

"เซย์"

ทั้งที่เป็น Bouton เหมือนกัน แต่เซย์กลับเมินปัญหาเรื่องน้องสาวของตัวเองอย่างสิ้นเชิง

"พรุ่งนี้ เป็นพิธีต้อนรับนักเรียนใหม่นะ"

โยโกะตะโกนตามหลังเพื่อนที่กำลังเดินออกนอกประตูโรงเรียน

"ฉันไปอยู่แล้วน่า"

เซย์ตอบโดยไม่หันกลับมามอง

"สัญญากับโอเน่ซามะไว้แล้วด้วย"

อ้อ เหรอ

เพราะแบบนี้สินะ โยโกะถึงโดนหาว่าเป็น "พวกชอบดูแลคนอื่นไปทั่ว" อยู่เรื่อย

พิธีต้อนรับนักเรียนใหม่ที่มียามะยูริไคเป็นผู้สนับสนุน จะจัดขึ้นกลางเดือนพฤษภาคมของทุกปีในช่วงบ่ายของวันงานพระแม่มาเรีย กิจกรรมหลักในงานก็คือ สมาชิกยามะยูริไคจะให้นักเรียน ม.ปลายปี 1 ที่เข้าใหม่ทุกคนมารวมตัวกันที่โบสถ์ มอบเหรียญสัญลักษณ์ให้เพื่อแสดงถึงความเป็นพวกพ้อง จบด้วยต้อนรับด้วยการกล่าวสุนทรพจน์อย่างง่ายๆ และอาจเพื่อให้นักเรียนใหม่ได้จดจำใบหน้าของกรรมการนักเรียนที่เรียกกันว่า "บาระซามะ" ไปด้วยในตัว

"โอเน่ซามะ สงสัยว่าฉันคงหาน้องสาวไม่ได้แล้วล่ะค่ะ"

โยโกะไปรวมตัวกับ Rosa Chinensis เพื่อเตรียมตัวก่อนถึงเวลาเริ่มงาน ในตะกร้าที่เตรียมไว้เต็มไปด้วยเหรียญสัญลักษณ์ที่ผ่านการทำพิธีมาแล้ว และจากนี้ไปบาระซามะทั้ง 3 คนจะช่วยกันนำสิ่งนี้คล้องคอให้แก่นักเรียนใหม่

"แหมตายจริง แบบนี้ก็แย่สิเนี่ย"

โยโกะไม่รู้สึกถึงความเป็นเดือดเป็นร้อนในคำพูดของโอเน่ซามะสักเท่าไหร่ บางทีอาจไม่ได้จริงจังกับมันแต่แรกแล้วก็ได้

"แล้วก็อาจจะสร้างปัญหาให้กับโอเน่ซามะด้วยก็ได้ค่ะ"

"ช่างมันเถอะ ยังไงคนที่จะเดือดร้อนก็คือตัวเธอหลังฉันเรียนจบออกไปไม่ใช่เหรอ? ส่วนฉันน่ะ....อืม ก็แค่นมสตรอเบอรี่ถุงเดียวเท่านั้นเอง"

"หา?"

"ฉันพนันกับ Rosa Foetida ไว้ว่าน้องสาวของใครจะหาน้องได้ก่อนกันน่ะสิ"

"แล้วของพนันก็คือนมสตรอเบอรี่เหรอคะ"

"ก็บอกไปแล้วไงว่าเรื่องมันเล็กน้อยแค่นั้นแหละ"

คำพูดของโอเน่ซามะเสียดแทงเข้ามาในใจทีละน้อย โยโกะคิดว่าบางทีเธออาจไม่มีวันตามทันคนๆ นี้ได้แน่แม้จะใช้เวลาชั่วชีวิตก็ตาม

"งั้นเหรอ ไม่ว่ายังไงโยโกะก็จะเลือกโอกาซาวาระ ซาจิโกะสินะ"

Rosa Chinensis พึมพำออกมาในเวลาเดียวกันกับที่เสียงพูดผ่านไมค์ "ขอแสดงความยินดีกับนักเรียนใหม่ทุกท่านด้วยค่ะ" ของ Rosa Foetida ก้องไปทั่วบริเวณโบสถ์ อันเป็นสัญญาณเริ่มต้นของพิธีต้อนรับนักเรียนใหม่ที่มียามะยูริไคเป็นผู้สนับสนุน

โยโกะถือตะกร้ายืนเคียงข้างกับ Rosa Chinensis มีการประกาศเรียกห้องพลัม ห้องฟุจิ และห้องเบญจมาศออกมาเป็นกลุ่มแรก ทั้งสามห้องพากันลุกจากที่นั่ง

"ขอให้พระแม่มาเรียคุ้มครอง"

โอเน่ซามะคล้องเหรียญสัญลักษณ์ให้แก่นักเรียนแต่ละคนอย่างชำนาญ และเสมอภาคโดยทั่วกัน

"ขอให้พระแม่มาเรียคุ้มครอง"

หลังการมอบเหรียญสัญลักษณ์ให้ 3 ห้องแรกเสร็จสิ้นลงได้ด้วยดี ต่อไปก็เป็นคิวของห้องลูกท้อ ห้องสน และห้องสึบากิ โยโกะมองไปยังกลุ่มนักเรียนห้องสนพลางคิดในใจว่ามันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้นี่นะ ในบรรดานักเรียนปี 1 มากหน้าหลายตานี้ สายตาของโยโกะจับจ้องอยู่แค่ที่โอกาซาวาระ ซาจิโกะเพียงผู้เดียว การจะเปลี่ยนสายตาที่จ้องมองอย่างผิดวิสัยของโยโกะนี้ให้เป็นเรื่องปกติได้มีแต่ต้องให้เธอมาเป็นน้องสาว ให้เธอเป็นคนที่พิเศษกว่าใครเท่านั้น ถ้าให้เธอมาเป็นน้องสาวไม่ได้ล่ะก็ ถือเป็นความผิดพลาดอย่างมากหากจะมีน้องสาวเป็นคนอื่น

เนื่องจากซาจิโกะมีลำดับเลขที่ในห้องเป็นอันดับต้นๆ จึงมาถึงเบื้องหน้าของโยโกะในเวลาอันสั้น

"ขอให้พระแม่มาเรียคุ้มครอง"

หลังจาก Rosa Chinensis คล้องเหรียญสัญลักษณ์ให้แล้ว ที่จริงคนข้างหน้าควรจะถอยหลบออกไปด้านข้างและยกพื้นที่ให้คนข้างหลังต่อ แต่ซาจิโกะไม่สนพิธีการที่กำลังดำเนินไปและก้าวไปยืนตรงหน้าโยโกะ

"Rosa Chinensis en Bouton คะ"

"หา!?"

โยโกะตกตะลึงกับการกระทำอันคาดไม่ถึงของซาจิโกะ สงสัยว่าท่าทางตกใจของโยโกะมันคงจะตลกมาก ซาจิโกะจึงส่งยิ้มให้ เป็นรอยยิ้มที่นิ่มนวลมาก โยโกะไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าซาจิโกะเป็นเด็กที่ยิ้มได้น่ารักขนาดนี้

"ฉันเลิกเรียนพิเศษทุกวิชาแล้วนะคะ"

ซาจิโกะบอกอย่างยิ้มแย้ม แต่สายตายังเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นเช่นเคย หลังซาจิโกะคำนับทำความเคารพให้ก็หันหลังเดินกลับไปนั่งที่ตัวเอง

"ดูท่าฉันจะได้ดื่มนมสตรอเบอรี่ฟรีแล้วล่ะ"

Rosa Chinensis กระซิบเบาๆ ให้โยโกะได้ยินคนเดียว

โยโกะพยักหน้า...อา จริงด้วยสินะ...

คราวนี้ถึงทีของโยโกะที่ต้องตอบรับคำตอบของซาจิโกะบ้างแล้ว


==========================================================================

/me ตายแปะ

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของโยโกะกับซาจิโกะ : Answer

PostPosted: Sun Feb 01, 2009 8:35 pm
by WuDragon
อ่านตอนนี้ที่ให้คำนิยามคุณพี่ว่า "สัตว์ประหลาด" ทำให้เรานึกถึงก็อตซิลล่ากับอุลตร้าแมนเฉยเลย :mrgreen:

Spoiler: show
- เหมือนพวกบาระซามะไฟเขียวและพอจะเดาได้ตั้งแต่แรกแล้วว่า โยโกะจะเลือกใครเป็นน้องสาว เพียงแต่สร้างสถานการณ์ให้ดูว่ามีอุปสรรค (ซึ่งเป็นแนวที่โยโกะชอบ) เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้เสร็จเร็วขึ้นเท่านั้นเอง
- เอริโกะนี่ชอบของแปลกมาตั้งแต่เด็กเลยแฮะ
- เจอคำว่า "อยากคุยด้วย" เข้าไป คุณพี่ถึงกับใจอ่อนเลยรึนี่ ทำไมพวกกุหลาบแดงสกิลเลเวลสูงจัง
- ท่านเซย์นินจามาก แวบหายจากสภาตลอด ข่าวอะไรไม่ค่อยรู้กับเขาหรอก แต่ไหงกลับมีโอกาสได้ดูของดีมากกว่าคนอื่นซะงั้น
- โยโกะกับเซย์นี่แท็คติกรุกเก่งทั้งคู่เลยแฮะ แต่คนละแนวกันเท่านั้นเอง

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของโยโกะกับซาจิโกะ : Answer

PostPosted: Sun Feb 01, 2009 10:33 pm
by s.hikaru
หวานเฟ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

หวานนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

==============

ตกลงห้องพลัม กับห้องลูกท้อ มันคนละห้องเรอะ

พอมีชื่อไทยสลับญี่ปุ่นแล้วมันดูแปลกๆ...แปลกๆมากเลยล่ะ
จะคิดยังไงถ้าให้เรียกชื่อห้องเป็นภาษาญี่ปุ่นหมดแล้วค่อยโน้ตคำแปล?


v
v
v
เออ จริง โมโมะ

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของโยโกะกับซาจิโกะ : Answer

PostPosted: Sun Feb 01, 2009 10:46 pm
by DarkNeon
อันไหนแปลได้ก็น่าจะแปลนะพี่ ถ้ามันมีในบ้านเราน่ะ

พลัม sumomo
ลูกท้อ momo

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของโยโกะกับซาจิโกะ : Answer

PostPosted: Sun Feb 01, 2009 11:02 pm
by Mukiki
^
^
ถ้ากดแป้นไทยแล้วจะยิ่งแย่นะนั่น.... :oops:

แอบไปอ่าน eng บทนี้ก่อนละ แต่ยิ่งอ่านแปลไทยแล้วยิ่งโฮก
อ่านแล้วนึกถึงสภาพยูมิ....เป็นเจ้าแม่อุลตร้าออกมาปราบสัตว์ประหลาดสินะ :lol:

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของโยโกะกับซาจิโกะ : Answer

PostPosted: Sun Feb 01, 2009 11:12 pm
by s.hikaru
Mukiki wrote:^
^
ถ้ากดแป้นไทยแล้วจะยิ่งแย่นะนั่น.... :oops:


บร้า เค้าหมายถึงแปลไทย :oops:

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของโยโกะกับซาจิโกะ : Answer

PostPosted: Mon Feb 02, 2009 3:07 am
by kurohara
อยากอ่านมานานแล้ว XD~

ทำไมชอบกินกันจัง นมสตอเบอร์รี่เนี่ย....