
เล่มเดียวกับตอน "เสียงถอนหายใจของกุหลาบแดง" นั่นแหละค่ะ แต่อนิเมตัดบทของกุหลาบเหลืองกับขาวไปหมด เราก็ขอเอามาแปลละกัน
ส่วนแรกของเล่มคือ บทกุหลาบเหลืองค่ะ อ่านกันโลด ^_^
Maria-sama ga Miteru : Kibara Panic 黄薔薇パニック การตื่นตระหนกของกุหลาบเหลือง
- Chapter 1 : Hyakusen Ayaushi?- 百戦危うし? หวั่นวิตกกับศึกร้อยรบ?
ใช่ แน่นอนสิ
ราวๆ กลางสัปดาห์ ฉันได้ยินจากปากเรย์จังว่าเจ้าตัวจะออกไปนอกบ้านในวันอาทิตย์นี้
ได้ยินแบบนั้นจริงๆ นะ
ก็บอกว่าได้ยินไงล่ะเอ๊ะ
ถ้าเกิดมาตำหนิตรงนั้นล่ะก็ ฉันคงต้องก้มหัวขอโทษ "ผิดไปแล้วค่ะ" เพื่อจบเรื่องใช่มั้ยล่ะ ช่วยทำเป็นมองไม่เห็นแล้วผ่านๆ ไปเถอะน่า
ในตอนนั้น (ซึ่งก็คือตอนเรย์จังคุยเรื่องจะออกจากบ้านในวันอาทิตย์) โชคร้ายที่ในหัวของโยชิโนะเต็มไปด้วย "วิธีใช้เวลาว่างในวันอาทิตย์ของตัวเอง" เลยพลาดฟังส่วนสำคัญจากบทสนทนาของเรย์จังไปซะได้
ช่วงแรกๆ นั้นยังตั้งใจฟังอยู่บ้างแหละ
รู้สึกว่าคุณตาชื่อยานากะซังที่มักเข้าๆ ออกๆ โรงฝึกของคุณลุง (พ่อของเรย์จัง) เป็นประจำมาตั้งแต่สมัยก่อน จะเชิญเรย์จังกับคุณลุงออกไปทานมื้อกลางวันด้วยกัน ถึงแม้ยานากะซังเป็นคนใจดีที่ไม่มีอะไรน่ารังเกียจ แต่คนแก่ก็คือคนแก่ แม้ฉันจะได้ยินว่าเรย์จังไปทานมื้อกลางวันกับคุณตายานากะ ฉันก็ไม่ได้รู้สึกอิจฉาอะไรแม้แต่น้อย พอนึกภาพออกหรอกว่าถ้าไปทานอาหารญี่ปุ่นเป็นมื้อกลางวันกันที่โรงแรมแล้วเนี่ย หากมีสามคนอยู่กันพร้อมหน้าแบบนี้ คงหนีไม่พ้นประเด็นเรื่องเคนโดอยู่วันยังค่ำ
แต่พอได้ยินคำพูดว่า "การพบปะสังสรรค์ก็สำคัญนะ ไปซะหน่อยก็ดี" โยชิโนะจึงปล่อยให้เรื่องเล่าหลังจากนั้นผ่านหูไปหมด เหมือนเรย์จังจะพูดรายละเอียดอะไรอีกนิดหน่อย แต่เพราะทำเป็นแกล้งฟังนี่แหละมันถึงไม่มีเข้ามาถึงหัวสมองเลย
อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ใจลอยก็คือเพราะมัวแต่ตื่นเต้นกระวนกระวายว่าจะทำยังไงดีถ้าอีกฝ่ายถามถึงแพลนของตัวเอง
วันอาทิตย์นี้ โยชิโนะมีแผนการจะทำอะไรบางอย่างโดยปิดเป็นความลับจากเรย์จัง
อืม...ความลับ
พอบอกว่าความลับมันฟังดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เอาเป็นว่า ไม่บอกเรย์จัง จะดีกว่ามั้ยน้า แต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนคำพูดไปเป็นยังไง มันก็ยังเป็นความลับอยู่ดีนั่นแหละ
ความจริงแล้ว
ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ โยชิโนะมีนัดจะออกไปข้างนอกกับอาริมะ นานะ
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ฝ่ายที่เริ่มรุกก่อน คือ โยชิโนะ
จากการที่ตนได้ปฏิญาณต่อหน้ายูมิซังผู้ที่เป็นเพื่อนสนิทและเพื่อนร่วมห้องไปว่า "ถ้าขึ้นปี 3 เมื่อไหร่แล้วยังหาน้องสาวไม่ได้ จะให้นานะมาเป็นน้อง" อาริมะ นานะซึ่งยังอยู่ชั้น ม.ต้นและยังไม่มีคนหมายตาจึงก้าวกระโดดขึ้นมาอยู่ตำแหน่งท็อปชั่วคราวของตัวเต็งที่จะได้เป็นน้องสาวโยชิโนะ
ท็อปชั่วคราว
ตัวเต็งที่ควรจะมีหลังเสร็จสิ้นงานเลี้ยงน้ำชากลับไม่มี การที่ยังไม่มีอันดับสองในตอนนี้จึงถือเป็นเรื่องน่าเศร้าอีกอย่าง แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ตั้งแต่หลังงานแข่งประลองเคนโดมา โยชิโนะรู้สึกสนใจในตัวอาริมะ นานะมาก แม้จะใช้เส้นสายที่มีมากมายสืบเรื่องสภาพทางบ้านมาแล้ว แต่ยังไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับตัวอาริมะ นานะเลย
เกือบจะชนกันที่ทางเดินใต้ดินของโรงยิมประจำเมือง แต่ตัวเบาถึงขั้นสามารถพลิกตัวหลบได้ในทันที พอขอร้องก็ช่วยปั้นเรื่องเพื่อโกหกคนที่เพิ่งเจอหน้าครั้งแรก และเป็นเด็กที่เผอเรอนิดหน่อยในระดับที่ไม่รู้ตัวว่าโบเครื่องแบบหลุดอยู่ใต้เสื้อเทรนเนอร์ ----- ถ้าถามว่ารู้เรื่องอะไรบ้าง คงมีแค่นี้แหละ
แค่นั้น ยังไม่พอหรอก
จะให้เป็นน้องสาวหรือไม่นั้นเป็นเรื่องของอนาคตอีกยาวไกล แต่โยชิโนะคิดว่าตัวเองควรรู้จักนานะให้มากกว่านี้ คนในสมัยโบราณมักพูดกันว่า "หากรู้จักศัตรู และรู้จักตัวเอง จะไม่มีหวั่นแม้ต้องผ่านศึกร้อยครั้ง" นานะไม่ใช่ศัตรู แต่สำหรับแผนหาน้องสาวของโยชิโนะในตอนนี้ถือเป็นสงครามอย่างเต็มรูปแบบไปแล้ว
คำพูดที่ชอบคือ ลงมือก่อนคือผู้ชนะ คำว่า "รอ" ถือเป็นการกระทำที่ไม่ถนัดเลยสำหรับโยชิโนะผู้เปิดไฟเขียว GOGO ตลอดเวลา แม้จะมีคำพูดที่ว่า "ไม่ขยับเขยื้อนประหนึ่งขุนเขา" ก็ตาม แต่นั่นคงเป็นคำพูดสำหรับผู้มีความอดทนอย่างมากทีเดียว
แต่เอาเถอะ พอถึงกลางสัปดาห์ โยชิโนะตัดสินใจว่าจะไปสังเกตการณ์นานะซะหน่อย แต่หากนักเรียน ม.ปลายไปหาถึงห้องเรียนเด็ก ม.ต้นมันออกจะเด่นไปสักนิด เพราะฉะนั้นเช้านี้จึงใช้แผนดักรออยู่ตรงทางเข้าออกที่มีคนผ่านไปมาเยอะ
พอพูดแก้ตัวกลบเกลื่อนกับเรย์จังเสร็จแล้วก็มาโรงเรียนให้ไวปกติ และมายืนด้อมๆ มองๆ รออยู่ใกล้ๆ ทางเข้าออกของแผนก ม.ต้น รออยู่ 15 นาที นานะได้ปรากฏตัวออกมาในตอนที่กำลังจะเบื่อกับเกมนักสืบแล้วนั่นเอง
แหงล่ะว่าใส่เสื้อโค้ทโรงเรียนทับเครื่องแบบด้านบนมา ไม่ใช่เสื้อเทรนเนอร์สีชมพูแบบวันก่อน แม้จะปะปนมาพร้อมกับกลุ่มนักเรียน ม.ต้นคนอื่นๆ แต่หาตัวได้ง่ายกว่าที่คิดไว้มาก โยชิโนะเดินอย่างช้าๆ เข้าไปหานานะ พลางร่างแผนไว้เรียบร้อยแล้วว่าจะเปิดตัวด้วยคำพูด "สวัสดี" ก่อน จากนั้นจึงยิ้มแย้มแล้วกล่าวว่า "ขอบคุณสำหรับวันก่อนมากนะ"
ล็อกเป้าตรงไปยังหน้าของนานะ เอาล่ะ ตอนนี้แหละ
"สะ..."
แต่ทว่านานะ
กลับหักเลี้ยวไปทางขวาก่อนจะถึงตรงหน้าโยชิโนะเพียง 1.5 เมตร และหลั่งไหลเข้าไปในทางเข้าทั้งแบบนั้น
"ดะ เดี๋ยวก่อน"
โยชิโนะไล่ตามไปอย่างรีบร้อน แต่ว่านี่คือทางเข้าของโรงเรียนหญิงล้วนในช่วงพีคของการเดินทางเข้าโรงเรียน มีการพูดคุยทักทายข้ามหัวกันไปมา เสียงใครต่อใครไม่รู้ปนมั่วไปหมดเหมือนกับน้ำปั่น ในสภาพแบบนี้ไม่มีทางแยกออกกันได้ง่ายๆ หรอกว่าใครกำลังเรียกใครบ้าง
(เมื่อเป็นอย่างนี้)
โยชิโนะเอานิ้วอุดหู แล้วตะโกนออกไปสุดเสียง
"ทานากะซัง!"
หลังจากนั้น
นักเรียน ม.ต้นรอบตัวต่างพากันหยุดเคลื่อนไหวในชั่วครู่ถัดมา
(เวทมนตร์?)
----- แต่เหมือนจะไม่ใช่ โยชิโนะเอานิ้วออกจากหู รอบตัวปกคลุมด้วยความเงียบสงัดพร้อมกับมีนักเรียนมองมาทางนี้ในขณะเดียวกัน
(ตายละ)
ดูเหมือนว่าโยชิโนะจะส่งเสียงตะโกนที่เหมือนเป็นการเตือนภัยไปซะแล้ว
"ขะ ขอโทษนะคะที่เอะอะโวยวาย"
"ควันพุ่งจากหน้า" ที่ยูมิซังพูดถึงบ่อยๆ มันคือแบบนี้เองสินะ ยังไงก็ตามชักลางไม่ดีเท่าไหร่ วันนี้ถอยกลับไปตั้งหลักใหม่ก่อนดีกว่า แถมยังหลุดปากเรียก "ทานากะซัง" ไปแล้วด้วย โชคดีที่นานะไม่รู้สึกตัว ----- ในตอนที่จะขยับส้นเท้าเดินกลับไปนั่นเอง
"...อาริมะต่างหากค่ะ"
เจ้าตัวรู้ตัวเป็นอย่างดีอีกต่างหาก ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็ไม่อาจย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้แล้ว ไม่มีกุญแจรีเซ็ตอยู่ที่ไหนบ้างเลยรึไงนะ
หากยืนคุยกันจะเป็นการขวางทางนักเรียนคนอื่นที่กำลังเปลี่ยนรองเท้าซะเปล่าๆ ทั้งคู่จึงย้ายออกมาคุยกันด้านนอก
"เอ ถ้าจำไม่ผิดเหมือนจะเป็น...."
พอเคลื่อนย้ายมากันจนถึงสถานที่นอกวงล้อมของพวกนักเรียน นานะได้เอ่ยขึ้น
"คุณน้องสาวของฮาเซคุระ เรย์ซามะ ชื่อชิมาสึ โยชิโนะ ลืมแล้วรึยังนะ"
ที่จริงโยชิโนะได้ลองพยายามดูแล้ว แต่หลังจากที่แสดงให้คนอื่นได้เห็นความพลาดพลั้งของตัวเองไปหนหนึ่ง ก็ไม่อาจสร้างโหมดนักเรียนรุ่นพี่ผู้สุขุมเยือกเย็นออกมาได้
"จำได้ค่ะ ตอนที่ล้มในโรงยิม ทำโรซารี่อันสวยๆ ร่วงด้วยใช่มั้ยคะ"
"......"
โยชิโนะนึกใจว่าจำภาพแบบนั้นไปมันก็กระไรอยู่น้า พอนานะนึกถึงตนปุ๊บ ต้องนึกถึงฉากซุ่มซ่ามนั่นขึ้นมาก่อนเลยเป็นอย่างแรก และไม่ว่าจะมองในแง่ดีแค่ไหนก็ตาม จากคำพูดนี้มันแสดงให้เห็นว่าโรซารี่คือตัวเอก ส่วนเจ้าของของมันคือของแถม
"นึกสงสัยอยู่เหมือนกันค่ะ หลังจากนั้นโทริอิ เอริโกะซามะได้พูดอะไรบ้างรึเปล่าคะ?"
"รู้ชื่อของโทริอิ เอริโกะซามะด้วยนะ"
โยชิโนะรู้สึกถึงความบิดเบี้ยวบนแก้มของตัวเอง
"แน่นอนสิคะ"
"แน่นอน...อยู่แล้วเนอะ"

แม้พยายามสร้างรอยยิ้มจนสุดความสามารถแล้ว แต่การที่นานะซึ่งไม่รู้จักชื่อตน กลับรู้จักชื่อของโทริอิ เอริโกะซามะแบบนี้แปลว่า "คุณน้องสาวของฮาเซคุระ เรย์ซามะ" คงเป็นอะไรที่ไม่น่าสนใจเอาซะเลยสำหรับเจ้าตัว มันคือความจริงที่บ่งบอกว่าคนที่อาจจะให้เป็นน้องสาวในสักวัน ไม่ได้สนใจตนเลยแม้แต่น้อย
แต่ว่าต้องทนไว้ ทนไว้ ขืนอาละวาดตรงนี้จะทำให้เสียภาพพจน์หมด
ทุกฉากตอนที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ โยชิโนะยังไม่ได้ทำอะไรที่เป็นการเสริมสร้างภาพพจน์เลยสักอย่างเดียว (จะให้ถูก ต้องบอกว่าโชว์เปิ่นมากกว่า) ถ้าทำพฤติกรรมแปลกๆ ที่นี่อีกแม้แต่นิดเดียวมีแต่จะยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ติดลบเหมือนกับกลิ้งร่วงลงมาจากทางเดินขึ้นเขา
"มีเรื่องอะไรให้ฉันช่วยอีกมั้ยคะ"
นานะถามขึ้นมา เหมือนจะคิดว่าถ้าไม่มีอะไรเดือดร้อน โยชิโนะจะไม่มาหา
"ฉันยังไม่ได้ขอบคุณเรื่องวันก่อนเลย แล้วก็อยากคุยกับเธอซะหน่อย"
"ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ"
นานะบอกว่า เพราะแค่พูดให้เรื่องไปทางเดียวกันเท่านั้น
"แต่ฉันรู้สึกไม่ค่อยชอบใจยังไงไม่รู้สิ ถ้าไม่รังเกียจ วันอาทิตย์นี้เรานัดเจอกันสักที่ดีมั้ย? ฉันจะเลี้ยงเค้กเธอสักเซ็ตนึงก็ได้"
สำหรับเด็กผู้หญิงแล้วต้องกล่องยาของมิโตะ โคมอน ---- เค้กเซ็ต โยชิโนะคิดว่าเพียงเท่านี้คงเรียบร้อยแล้ว แต่นานะไม่ยอมตกหลุมพรางง่ายๆ เหมือนพวกข้าราชการใจคดที่ยอมหมอบศิโรราบ "ขอรับ" ทุกเวลา 8.45 นาฬิกา กลับก้มหน้าแล้วพึมพำ "อืม" อย่างใช้ความคิด
(หรือว่าแค่เค้กเซ็ตจะยังไม่พอใจ?)
แต่ไอ้ครั้นจะเปลี่ยนแผนไปดินเนอร์หรูที่ภัตตาคารมันก็เกินกำลังกระเป๋าเงินไปหน่อย นักเรียน ม.ต้นที่หากไม่ทำถึงขนาดนั้นแล้วจะไม่ยอมพบกันข้างนอกมันเป็นใครมาจากไหน? หากนี่เป็นยุคเอโดะ จะเรียกโสเภณียอดฮิตหรืออะไรดี? หลังสลัดความคิพิลึกนั่นทิ้งไปแล้ว โยชิโนะจึงเอ่ยปากถาม
"หรือไม่สะดวกวันอาทิตย์?"
ถ้ามีเหตุผลอะไรให้ลังเล คงไม่ใช่ประเด็นระดับความหรูของการเลี้ยงขอบคุณหรอกมั้ง
"อ้อ เปล่าค่ะ"
"งั้นเอาเป็นว่าเจอกัน 10 โมงตรงที่ตรวจตั๋วสถานี K ชั้นหนึ่งนะ โอเคมั้ย?"
นานะยังไม่ได้เอ่ยปากสักคำว่า "ไป" หรือ "ไม่ไป" แต่โยชิโนะก็ดึงดันรวบรัดตัดประเด็นเองแล้ว ถ้าตัดสินใจไม่ได้ล่ะก็มันต้องรวบรัดรวบรัดตัดตอน ทว่า
นานะเงยหน้าขึ้นมา
"เอ่อ ชิมาดะซามะ"
"...ชิมาสึจ้ะ"
เกือบจะเป็นลมล้มพับไปแล้ว แต่พยายามเต็มที่ให้ฟื้นตัวกลับมา
"ขอโทษทีค่ะ ชิมาสึซามะ"
"ถ้าเป็นไปได้ ก็เรียกชื่อจริงโยชิโนะเถอะ"
"โยชิโนะซามะ...สินะคะ เอ ใช่โยชิโนะจากโซเมย์ โยชิโนะรึเปล่าคะ?"
โยชิโนะรู้สึกประทับใจจับจิตขึ้นมาจนแทบอยากบอกว่า เด็กคนนี้ไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับตัวเองเลยจริงๆ แม้ใครจะบอกว่าหลงตัวเองมากไปก็เถอะ ถึงกระนั้นโยชิโนะยังมั่นใจว่าตัวเองก็เข้าทำเนียบคนดังของฝั่ง ม.ปลายเหมือนกัน แต่เด็กคนนี้กลับไม่รู้จัก รู้สึกปวดขมับขึ้นมาชอบกล
"โยชิ จากคำว่าอิสระ (自由) โนะจากวาคาโนฮานะ (若乃花) "
ตอนเจอกันที่โรงยิม เด็กคนนี้เรียกว่า "น้องสาวของฮาเซคุระ เรย์ซามะ" คงพอรู้เรื่องที่ตัวเองเป็นน้องสาวของเรย์จังอยู่บ้างแหละ แต่อาจไม่รู้ถึงขนาดว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องที่เกี่ยวพันทางสายเลือดกันด้วย
รู้สึกดีอะไรอย่างนี้นะ
ความสัมพันธ์ระหว่างอีกฝ่ายที่ตนไม่รู้จักดี กับตนเองที่อีกฝ่ายก็ไม่รู้จักเหมือนกัน
"ถ้ามีอะไรมาบอกได้นะ ทั้งที่ห้องทั้งที่บ้านเลย"
พอโยชิโนะเขียนชื่อ ห้องเรียน และเบอร์โทรศัพท์ที่บ้านลงในสมุดบันทึกประจำตัวนักเรียนตรงส่วนเตือนความจำเสร็จ ก็ฉีกส่งให้นานะไป
"อ๋อ โนะจากแม่ทัพโนกิ (乃木大将)"
ดูเหมือนนานะที่นึกชื่อไม่ออกด้วยคำว่าวาคาโนฮานะ จะไม่รู้เรื่องซูโม่โดยละเอียดนัก แต่กลับนึกออกด้วยคำว่าแม่ทัพโนกิ เป็นเด็ก ม.ต้นที่มีรสนิยมจริงๆ
"ฉันไปก่อนนะ"
ธุระเสร็จสิ้นแล้ว จะยืนจ้องกันไปตลอดมันก็แปลก โยชิโนะจึงตัดสินใจกลับไปยังทางเข้าฝั่ง ม.ปลาย
สงสัยสายตาของคนรอบตัวที่มองมาเหมือนกัน
ถึงแม้จะว่าจะอยู่ด้วยกันกับโยชิโนะก็เถอะ แต่คนที่เซนส์ดีถึงขนาดมองออกว่าเด็ก ม.ต้นคนนี้คือตัวเต็งที่จะมาเป็นน้องสาวของ Rosa Foetida en Bouton คงไม่น่ามีหรอกมั้ง อุตส่าห์ได้ก้าวเดินไปข้างหน้าแล้วทั้งที ก็ไม่อยากให้มันต้องกลายเป็นข่าวลือแปลกๆ จนพังไม่เป็นท่าหรอก ที่สำคัญหากอยู่นานกว่านี้แล้วนานะอาจเปลี่ยนใจ ถ้านัดวันอาทิตย์ที่อุตส่าห์ตกลงกันไว้เรียบร้อยแล้วถูกยกเลิกล่ะก็เท่ากับคว้าน้ำเหลวน่ะสิ
"ฉันจะตั้งตารอค่ะ"
แม้ปากจะพูดเช่นนั้นก็ตาม แต่สีหน้าของนานะไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความคาดหวังอะไรเลย ก่อนที่โยชิโนะจะชักเท้าเดินกลับไป นานะได้โบกมือขวาเล็กๆ นั่นให้ เป็นอะไรที่คาดไม่ถึงแถมน่ารักดี
(อ๋า แบบนี้ความลับที่ต้องปิดเรย์จังก็เพิ่มมาอีกหนึ่งอย่างแล้วสิ)
โยชิโนะเดินไปพลางสำนึก
ยังไม่ได้บอกเรย์จังเรื่องนานะเลยสักนิดเดียว แม้กระทั่งคำว่า "นา" จากชื่อนานะ
รู้ดีว่าจะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ แต่ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดีจึงได้เงียบมาตลอด ไม่สิ ไม่กล้าพูดมากกว่า ไม่รู้ว่าเรย์จังจะรู้เรื่องนี้ผ่านทางเอริโกะซามะหรือยูมิซังเมื่อไหร่ด้วย
(งั้นก็ต้อง...)
ถ้านึกถึงความช็อกที่เรย์จังจะได้รับแล้ว การรีบบอกจากปากตัวเองก่อนที่มันจะกลายเป็นแบบนั้นแหละคือหนทางที่ดีที่สุด
แต่ว่าจะให้อธิบายเรื่องนานะยังไงดีล่ะ
นักเรียน ม.3 ที่ช่วยกันปั้นเรื่องตบตาเอริโกะซามะ แต่ถ้าจะอ้างแบบนั้นล่ะก็ต้องเริ่มจากอธิบายตั้งแต่เหตุการณ์ระหว่างตนกับเอริโกะซามะก่อน
น้องสาวของทานากะ (คนโต) กับทานากะ (คนรอง) ที่ได้ประมือกับเรย์จังในงานแข่งขันเคนโดปีนี้กับเมื่อปีที่แล้ว แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างเลยต้องใช้นามสกุลอาริมะ
นี่คือเด็กที่โยชิโนะรู้สึกสนใจขึ้นมาเฉยๆ และอาจให้มาเป็นน้องสาวในปีหน้า แต่อีกฝ่ายดูท่าจะไม่ได้สนใจในตัวโยชิโนะเลย
ถ้ามีให้เลือกเพียงอันใดอันหนึ่งอย่างเดียว ยังอธิบายได้ง่ายกว่านี้ซะอีก แต่ข้อมูลของนานะที่รู้มายังผิวเผินเกินไป โยชิโนะจึงยังจับต้นชนปลายไม่ถูก เพราะฉะนั้นจึงอยากให้มาพบกันสองคนอีกครั้ง หากในใจตัวเองยอมรับได้ล่ะก็ น่าจะสามารถบอกเรย์จังได้
จะคืบหน้ากว่าเดิมหรือกลับไปเริ่มใหม่ก็ช่าง ยังดีกว่าสถานการณ์อึมครึมแบบตอนนี้
รู้จากเรย์จังในคืนนั้นเองว่ายานากะซังจะเลี้ยงมื้อกลางวันในวันอาทิตย์ที่จะถึง
ด้วยเหตุนี้โยชิโนะจึงปล่อยให้รายละเอียดที่เรย์จังเล่ามาพัดผ่านปลิวหายไปจนหมดสิ้น
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
- มิโตะ โคมอน เหมือนเป็นละครซีรีส์โคตรยาวของญี่ปุ่น ไอ้มุกกล่องยานี่ก็เจอในแบล็กเบิร์ดเหมือนกันแหะ แต่อย่ามาถาม คนแปลก็มิทราบ เหมือนจะมีปรากฏในเล่มเก่ามาแล้ว ตอนที่เซย์ซามะมารับยูมิไปบ้านเจ๊ในภาคฮารุตอนแรก (อนิเมตัดไป)
- "ไม่ขยับเขยื้อนประหนึ่งขุนเขา" มาจากกลยุทธ์รบ Fuurinkazan มีเปรียบเทียบกับลม ป่า ไฟ ภูเขา ว่า "ว่องไวปานลม เงียบสงัดดั่งป่า จู่โจมรุนแรงดุงไฟ ไม่ขยับเขยื้อนประหนึ่งขุนเขา"
http://en.wikipedia.org/wiki/Fūrinkazan














