[แปล] Marimite Main Story : Kibara Panic บทที่ 2 จ้า

แฟนฟิคชั่น นิยายแต่งเอง เชิญทางนี้เลยจ้า
Post your Fanfictons , Original Fictions.

Moderators: UsaSama, aor-chan, YuriGray

Forum rules
• ห้ามคัดลอก หรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งของผลงานผู้อื่นมาลง โดยไม่ขออนุญาตเจ้าของก่อน กรณีที่เป็นฟิคแปล ควรลงเครดิตเจ้าของผลงานให้เรียบร้อยด้วย
• ไม่อนุญาตให้ลงฟิคชั่นเรทเกินที่กำหนดไว้โดยเด็ดขาด (อ่านรายละเอียดที่นี่)
• หากพบฟิคชั้นที่มีเนื้อหาไม่เหมาสม หรือไม่แน่ใจว่าสามารถนำมาลงได้หรือไม่ ให้ pm หาสตาฟ และแจ้งมาที่ กระทู้นี้
• แฟนฟิคชั่นที่มีการ Spoil เนื้อหาสำคัญของเรื่องนั้นๆ ต้องใส่คำเตือนไว้ที่หัวข้อกระทู้ หรือก่อนลงเนื้อเรื่องด้วย
• มีมารยาทในการโพสท์ การวิจารณ์ และไม่ใช้ภาษาวิบัติ

ตั้งกระทู้ Fiction อย่างไรให้เป็นระเบียบและเข้าใจง่าย?

กฎระเบียบของเว็บ Lily-School | มารยาทในการใช้เว็บบอร์ด | การใส่ Signature และ Avatar
ถาม-ตอบ เกี่ยวกับการใช้บอร์ด | วิธีการใช้ BBcode | บทความดี ๆ เกี่ยวกับการใช้งานและมารยาท

Re: [แปล] Marimite Main Story : Kibara Panic บทแรก

Postby DarkNeon » Sat Mar 14, 2009 11:15 pm

จากเล่ม Bara no Mille-Feuille

Image

เล่มเดียวกับตอน "เสียงถอนหายใจของกุหลาบแดง" นั่นแหละค่ะ แต่อนิเมตัดบทของกุหลาบเหลืองกับขาวไปหมด เราก็ขอเอามาแปลละกัน

ส่วนแรกของเล่มคือ บทกุหลาบเหลืองค่ะ อ่านกันโลด ^_^


Maria-sama ga Miteru : Kibara Panic 黄薔薇パニック การตื่นตระหนกของกุหลาบเหลือง

- Chapter 1 : Hyakusen Ayaushi?- 百戦危うし? หวั่นวิตกกับศึกร้อยรบ?



ใช่ แน่นอนสิ

ราวๆ กลางสัปดาห์ ฉันได้ยินจากปากเรย์จังว่าเจ้าตัวจะออกไปนอกบ้านในวันอาทิตย์นี้

ได้ยินแบบนั้นจริงๆ นะ

ก็บอกว่าได้ยินไงล่ะเอ๊ะ

ถ้าเกิดมาตำหนิตรงนั้นล่ะก็ ฉันคงต้องก้มหัวขอโทษ "ผิดไปแล้วค่ะ" เพื่อจบเรื่องใช่มั้ยล่ะ ช่วยทำเป็นมองไม่เห็นแล้วผ่านๆ ไปเถอะน่า

ในตอนนั้น (ซึ่งก็คือตอนเรย์จังคุยเรื่องจะออกจากบ้านในวันอาทิตย์) โชคร้ายที่ในหัวของโยชิโนะเต็มไปด้วย "วิธีใช้เวลาว่างในวันอาทิตย์ของตัวเอง" เลยพลาดฟังส่วนสำคัญจากบทสนทนาของเรย์จังไปซะได้

ช่วงแรกๆ นั้นยังตั้งใจฟังอยู่บ้างแหละ

รู้สึกว่าคุณตาชื่อยานากะซังที่มักเข้าๆ ออกๆ โรงฝึกของคุณลุง (พ่อของเรย์จัง) เป็นประจำมาตั้งแต่สมัยก่อน จะเชิญเรย์จังกับคุณลุงออกไปทานมื้อกลางวันด้วยกัน ถึงแม้ยานากะซังเป็นคนใจดีที่ไม่มีอะไรน่ารังเกียจ แต่คนแก่ก็คือคนแก่ แม้ฉันจะได้ยินว่าเรย์จังไปทานมื้อกลางวันกับคุณตายานากะ ฉันก็ไม่ได้รู้สึกอิจฉาอะไรแม้แต่น้อย พอนึกภาพออกหรอกว่าถ้าไปทานอาหารญี่ปุ่นเป็นมื้อกลางวันกันที่โรงแรมแล้วเนี่ย หากมีสามคนอยู่กันพร้อมหน้าแบบนี้ คงหนีไม่พ้นประเด็นเรื่องเคนโดอยู่วันยังค่ำ

แต่พอได้ยินคำพูดว่า "การพบปะสังสรรค์ก็สำคัญนะ ไปซะหน่อยก็ดี" โยชิโนะจึงปล่อยให้เรื่องเล่าหลังจากนั้นผ่านหูไปหมด เหมือนเรย์จังจะพูดรายละเอียดอะไรอีกนิดหน่อย แต่เพราะทำเป็นแกล้งฟังนี่แหละมันถึงไม่มีเข้ามาถึงหัวสมองเลย

อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ใจลอยก็คือเพราะมัวแต่ตื่นเต้นกระวนกระวายว่าจะทำยังไงดีถ้าอีกฝ่ายถามถึงแพลนของตัวเอง

วันอาทิตย์นี้ โยชิโนะมีแผนการจะทำอะไรบางอย่างโดยปิดเป็นความลับจากเรย์จัง

อืม...ความลับ

พอบอกว่าความลับมันฟังดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เอาเป็นว่า ไม่บอกเรย์จัง จะดีกว่ามั้ยน้า แต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนคำพูดไปเป็นยังไง มันก็ยังเป็นความลับอยู่ดีนั่นแหละ

ความจริงแล้ว

ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ โยชิโนะมีนัดจะออกไปข้างนอกกับอาริมะ นานะ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ฝ่ายที่เริ่มรุกก่อน คือ โยชิโนะ

จากการที่ตนได้ปฏิญาณต่อหน้ายูมิซังผู้ที่เป็นเพื่อนสนิทและเพื่อนร่วมห้องไปว่า "ถ้าขึ้นปี 3 เมื่อไหร่แล้วยังหาน้องสาวไม่ได้ จะให้นานะมาเป็นน้อง" อาริมะ นานะซึ่งยังอยู่ชั้น ม.ต้นและยังไม่มีคนหมายตาจึงก้าวกระโดดขึ้นมาอยู่ตำแหน่งท็อปชั่วคราวของตัวเต็งที่จะได้เป็นน้องสาวโยชิโนะ

ท็อปชั่วคราว

ตัวเต็งที่ควรจะมีหลังเสร็จสิ้นงานเลี้ยงน้ำชากลับไม่มี การที่ยังไม่มีอันดับสองในตอนนี้จึงถือเป็นเรื่องน่าเศร้าอีกอย่าง แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ตั้งแต่หลังงานแข่งประลองเคนโดมา โยชิโนะรู้สึกสนใจในตัวอาริมะ นานะมาก แม้จะใช้เส้นสายที่มีมากมายสืบเรื่องสภาพทางบ้านมาแล้ว แต่ยังไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับตัวอาริมะ นานะเลย

เกือบจะชนกันที่ทางเดินใต้ดินของโรงยิมประจำเมือง แต่ตัวเบาถึงขั้นสามารถพลิกตัวหลบได้ในทันที พอขอร้องก็ช่วยปั้นเรื่องเพื่อโกหกคนที่เพิ่งเจอหน้าครั้งแรก และเป็นเด็กที่เผอเรอนิดหน่อยในระดับที่ไม่รู้ตัวว่าโบเครื่องแบบหลุดอยู่ใต้เสื้อเทรนเนอร์ ----- ถ้าถามว่ารู้เรื่องอะไรบ้าง คงมีแค่นี้แหละ

แค่นั้น ยังไม่พอหรอก

จะให้เป็นน้องสาวหรือไม่นั้นเป็นเรื่องของอนาคตอีกยาวไกล แต่โยชิโนะคิดว่าตัวเองควรรู้จักนานะให้มากกว่านี้ คนในสมัยโบราณมักพูดกันว่า "หากรู้จักศัตรู และรู้จักตัวเอง จะไม่มีหวั่นแม้ต้องผ่านศึกร้อยครั้ง" นานะไม่ใช่ศัตรู แต่สำหรับแผนหาน้องสาวของโยชิโนะในตอนนี้ถือเป็นสงครามอย่างเต็มรูปแบบไปแล้ว

คำพูดที่ชอบคือ ลงมือก่อนคือผู้ชนะ คำว่า "รอ" ถือเป็นการกระทำที่ไม่ถนัดเลยสำหรับโยชิโนะผู้เปิดไฟเขียว GOGO ตลอดเวลา แม้จะมีคำพูดที่ว่า "ไม่ขยับเขยื้อนประหนึ่งขุนเขา" ก็ตาม แต่นั่นคงเป็นคำพูดสำหรับผู้มีความอดทนอย่างมากทีเดียว

แต่เอาเถอะ พอถึงกลางสัปดาห์ โยชิโนะตัดสินใจว่าจะไปสังเกตการณ์นานะซะหน่อย แต่หากนักเรียน ม.ปลายไปหาถึงห้องเรียนเด็ก ม.ต้นมันออกจะเด่นไปสักนิด เพราะฉะนั้นเช้านี้จึงใช้แผนดักรออยู่ตรงทางเข้าออกที่มีคนผ่านไปมาเยอะ

พอพูดแก้ตัวกลบเกลื่อนกับเรย์จังเสร็จแล้วก็มาโรงเรียนให้ไวปกติ และมายืนด้อมๆ มองๆ รออยู่ใกล้ๆ ทางเข้าออกของแผนก ม.ต้น รออยู่ 15 นาที นานะได้ปรากฏตัวออกมาในตอนที่กำลังจะเบื่อกับเกมนักสืบแล้วนั่นเอง

แหงล่ะว่าใส่เสื้อโค้ทโรงเรียนทับเครื่องแบบด้านบนมา ไม่ใช่เสื้อเทรนเนอร์สีชมพูแบบวันก่อน แม้จะปะปนมาพร้อมกับกลุ่มนักเรียน ม.ต้นคนอื่นๆ แต่หาตัวได้ง่ายกว่าที่คิดไว้มาก โยชิโนะเดินอย่างช้าๆ เข้าไปหานานะ พลางร่างแผนไว้เรียบร้อยแล้วว่าจะเปิดตัวด้วยคำพูด "สวัสดี" ก่อน จากนั้นจึงยิ้มแย้มแล้วกล่าวว่า "ขอบคุณสำหรับวันก่อนมากนะ"

ล็อกเป้าตรงไปยังหน้าของนานะ เอาล่ะ ตอนนี้แหละ

"สะ..."

แต่ทว่านานะ

กลับหักเลี้ยวไปทางขวาก่อนจะถึงตรงหน้าโยชิโนะเพียง 1.5 เมตร และหลั่งไหลเข้าไปในทางเข้าทั้งแบบนั้น

"ดะ เดี๋ยวก่อน"

โยชิโนะไล่ตามไปอย่างรีบร้อน แต่ว่านี่คือทางเข้าของโรงเรียนหญิงล้วนในช่วงพีคของการเดินทางเข้าโรงเรียน มีการพูดคุยทักทายข้ามหัวกันไปมา เสียงใครต่อใครไม่รู้ปนมั่วไปหมดเหมือนกับน้ำปั่น ในสภาพแบบนี้ไม่มีทางแยกออกกันได้ง่ายๆ หรอกว่าใครกำลังเรียกใครบ้าง

(เมื่อเป็นอย่างนี้)

โยชิโนะเอานิ้วอุดหู แล้วตะโกนออกไปสุดเสียง

"ทานากะซัง!"

หลังจากนั้น

นักเรียน ม.ต้นรอบตัวต่างพากันหยุดเคลื่อนไหวในชั่วครู่ถัดมา

(เวทมนตร์?)

----- แต่เหมือนจะไม่ใช่ โยชิโนะเอานิ้วออกจากหู รอบตัวปกคลุมด้วยความเงียบสงัดพร้อมกับมีนักเรียนมองมาทางนี้ในขณะเดียวกัน

(ตายละ)

ดูเหมือนว่าโยชิโนะจะส่งเสียงตะโกนที่เหมือนเป็นการเตือนภัยไปซะแล้ว

"ขะ ขอโทษนะคะที่เอะอะโวยวาย"

"ควันพุ่งจากหน้า" ที่ยูมิซังพูดถึงบ่อยๆ มันคือแบบนี้เองสินะ ยังไงก็ตามชักลางไม่ดีเท่าไหร่ วันนี้ถอยกลับไปตั้งหลักใหม่ก่อนดีกว่า แถมยังหลุดปากเรียก "ทานากะซัง" ไปแล้วด้วย โชคดีที่นานะไม่รู้สึกตัว ----- ในตอนที่จะขยับส้นเท้าเดินกลับไปนั่นเอง

"...อาริมะต่างหากค่ะ"

เจ้าตัวรู้ตัวเป็นอย่างดีอีกต่างหาก ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็ไม่อาจย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้แล้ว ไม่มีกุญแจรีเซ็ตอยู่ที่ไหนบ้างเลยรึไงนะ

หากยืนคุยกันจะเป็นการขวางทางนักเรียนคนอื่นที่กำลังเปลี่ยนรองเท้าซะเปล่าๆ ทั้งคู่จึงย้ายออกมาคุยกันด้านนอก

"เอ ถ้าจำไม่ผิดเหมือนจะเป็น...."

พอเคลื่อนย้ายมากันจนถึงสถานที่นอกวงล้อมของพวกนักเรียน นานะได้เอ่ยขึ้น

"คุณน้องสาวของฮาเซคุระ เรย์ซามะ ชื่อชิมาสึ โยชิโนะ ลืมแล้วรึยังนะ"

ที่จริงโยชิโนะได้ลองพยายามดูแล้ว แต่หลังจากที่แสดงให้คนอื่นได้เห็นความพลาดพลั้งของตัวเองไปหนหนึ่ง ก็ไม่อาจสร้างโหมดนักเรียนรุ่นพี่ผู้สุขุมเยือกเย็นออกมาได้

"จำได้ค่ะ ตอนที่ล้มในโรงยิม ทำโรซารี่อันสวยๆ ร่วงด้วยใช่มั้ยคะ"

"......"

โยชิโนะนึกใจว่าจำภาพแบบนั้นไปมันก็กระไรอยู่น้า พอนานะนึกถึงตนปุ๊บ ต้องนึกถึงฉากซุ่มซ่ามนั่นขึ้นมาก่อนเลยเป็นอย่างแรก และไม่ว่าจะมองในแง่ดีแค่ไหนก็ตาม จากคำพูดนี้มันแสดงให้เห็นว่าโรซารี่คือตัวเอก ส่วนเจ้าของของมันคือของแถม

"นึกสงสัยอยู่เหมือนกันค่ะ หลังจากนั้นโทริอิ เอริโกะซามะได้พูดอะไรบ้างรึเปล่าคะ?"

"รู้ชื่อของโทริอิ เอริโกะซามะด้วยนะ"

โยชิโนะรู้สึกถึงความบิดเบี้ยวบนแก้มของตัวเอง

"แน่นอนสิคะ"

"แน่นอน...อยู่แล้วเนอะ"

Image

แม้พยายามสร้างรอยยิ้มจนสุดความสามารถแล้ว แต่การที่นานะซึ่งไม่รู้จักชื่อตน กลับรู้จักชื่อของโทริอิ เอริโกะซามะแบบนี้แปลว่า "คุณน้องสาวของฮาเซคุระ เรย์ซามะ" คงเป็นอะไรที่ไม่น่าสนใจเอาซะเลยสำหรับเจ้าตัว มันคือความจริงที่บ่งบอกว่าคนที่อาจจะให้เป็นน้องสาวในสักวัน ไม่ได้สนใจตนเลยแม้แต่น้อย

แต่ว่าต้องทนไว้ ทนไว้ ขืนอาละวาดตรงนี้จะทำให้เสียภาพพจน์หมด

ทุกฉากตอนที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ โยชิโนะยังไม่ได้ทำอะไรที่เป็นการเสริมสร้างภาพพจน์เลยสักอย่างเดียว (จะให้ถูก ต้องบอกว่าโชว์เปิ่นมากกว่า) ถ้าทำพฤติกรรมแปลกๆ ที่นี่อีกแม้แต่นิดเดียวมีแต่จะยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ติดลบเหมือนกับกลิ้งร่วงลงมาจากทางเดินขึ้นเขา

"มีเรื่องอะไรให้ฉันช่วยอีกมั้ยคะ"

นานะถามขึ้นมา เหมือนจะคิดว่าถ้าไม่มีอะไรเดือดร้อน โยชิโนะจะไม่มาหา

"ฉันยังไม่ได้ขอบคุณเรื่องวันก่อนเลย แล้วก็อยากคุยกับเธอซะหน่อย"

"ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ"

นานะบอกว่า เพราะแค่พูดให้เรื่องไปทางเดียวกันเท่านั้น

"แต่ฉันรู้สึกไม่ค่อยชอบใจยังไงไม่รู้สิ ถ้าไม่รังเกียจ วันอาทิตย์นี้เรานัดเจอกันสักที่ดีมั้ย? ฉันจะเลี้ยงเค้กเธอสักเซ็ตนึงก็ได้"

สำหรับเด็กผู้หญิงแล้วต้องกล่องยาของมิโตะ โคมอน ---- เค้กเซ็ต โยชิโนะคิดว่าเพียงเท่านี้คงเรียบร้อยแล้ว แต่นานะไม่ยอมตกหลุมพรางง่ายๆ เหมือนพวกข้าราชการใจคดที่ยอมหมอบศิโรราบ "ขอรับ" ทุกเวลา 8.45 นาฬิกา กลับก้มหน้าแล้วพึมพำ "อืม" อย่างใช้ความคิด

(หรือว่าแค่เค้กเซ็ตจะยังไม่พอใจ?)

แต่ไอ้ครั้นจะเปลี่ยนแผนไปดินเนอร์หรูที่ภัตตาคารมันก็เกินกำลังกระเป๋าเงินไปหน่อย นักเรียน ม.ต้นที่หากไม่ทำถึงขนาดนั้นแล้วจะไม่ยอมพบกันข้างนอกมันเป็นใครมาจากไหน? หากนี่เป็นยุคเอโดะ จะเรียกโสเภณียอดฮิตหรืออะไรดี? หลังสลัดความคิพิลึกนั่นทิ้งไปแล้ว โยชิโนะจึงเอ่ยปากถาม

"หรือไม่สะดวกวันอาทิตย์?"

ถ้ามีเหตุผลอะไรให้ลังเล คงไม่ใช่ประเด็นระดับความหรูของการเลี้ยงขอบคุณหรอกมั้ง

"อ้อ เปล่าค่ะ"

"งั้นเอาเป็นว่าเจอกัน 10 โมงตรงที่ตรวจตั๋วสถานี K ชั้นหนึ่งนะ โอเคมั้ย?"

นานะยังไม่ได้เอ่ยปากสักคำว่า "ไป" หรือ "ไม่ไป" แต่โยชิโนะก็ดึงดันรวบรัดตัดประเด็นเองแล้ว ถ้าตัดสินใจไม่ได้ล่ะก็มันต้องรวบรัดรวบรัดตัดตอน ทว่า

นานะเงยหน้าขึ้นมา

"เอ่อ ชิมาดะซามะ"

"...ชิมาสึจ้ะ"

เกือบจะเป็นลมล้มพับไปแล้ว แต่พยายามเต็มที่ให้ฟื้นตัวกลับมา

"ขอโทษทีค่ะ ชิมาสึซามะ"

"ถ้าเป็นไปได้ ก็เรียกชื่อจริงโยชิโนะเถอะ"

"โยชิโนะซามะ...สินะคะ เอ ใช่โยชิโนะจากโซเมย์ โยชิโนะรึเปล่าคะ?"

โยชิโนะรู้สึกประทับใจจับจิตขึ้นมาจนแทบอยากบอกว่า เด็กคนนี้ไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับตัวเองเลยจริงๆ แม้ใครจะบอกว่าหลงตัวเองมากไปก็เถอะ ถึงกระนั้นโยชิโนะยังมั่นใจว่าตัวเองก็เข้าทำเนียบคนดังของฝั่ง ม.ปลายเหมือนกัน แต่เด็กคนนี้กลับไม่รู้จัก รู้สึกปวดขมับขึ้นมาชอบกล

"โยชิ จากคำว่าอิสระ (自由) โนะจากวาคาโนฮานะ (若乃花) "

ตอนเจอกันที่โรงยิม เด็กคนนี้เรียกว่า "น้องสาวของฮาเซคุระ เรย์ซามะ" คงพอรู้เรื่องที่ตัวเองเป็นน้องสาวของเรย์จังอยู่บ้างแหละ แต่อาจไม่รู้ถึงขนาดว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องที่เกี่ยวพันทางสายเลือดกันด้วย

รู้สึกดีอะไรอย่างนี้นะ

ความสัมพันธ์ระหว่างอีกฝ่ายที่ตนไม่รู้จักดี กับตนเองที่อีกฝ่ายก็ไม่รู้จักเหมือนกัน

"ถ้ามีอะไรมาบอกได้นะ ทั้งที่ห้องทั้งที่บ้านเลย"

พอโยชิโนะเขียนชื่อ ห้องเรียน และเบอร์โทรศัพท์ที่บ้านลงในสมุดบันทึกประจำตัวนักเรียนตรงส่วนเตือนความจำเสร็จ ก็ฉีกส่งให้นานะไป

"อ๋อ โนะจากแม่ทัพโนกิ (乃木大将)"

ดูเหมือนนานะที่นึกชื่อไม่ออกด้วยคำว่าวาคาโนฮานะ จะไม่รู้เรื่องซูโม่โดยละเอียดนัก แต่กลับนึกออกด้วยคำว่าแม่ทัพโนกิ เป็นเด็ก ม.ต้นที่มีรสนิยมจริงๆ

"ฉันไปก่อนนะ"

ธุระเสร็จสิ้นแล้ว จะยืนจ้องกันไปตลอดมันก็แปลก โยชิโนะจึงตัดสินใจกลับไปยังทางเข้าฝั่ง ม.ปลาย

สงสัยสายตาของคนรอบตัวที่มองมาเหมือนกัน

ถึงแม้จะว่าจะอยู่ด้วยกันกับโยชิโนะก็เถอะ แต่คนที่เซนส์ดีถึงขนาดมองออกว่าเด็ก ม.ต้นคนนี้คือตัวเต็งที่จะมาเป็นน้องสาวของ Rosa Foetida en Bouton คงไม่น่ามีหรอกมั้ง อุตส่าห์ได้ก้าวเดินไปข้างหน้าแล้วทั้งที ก็ไม่อยากให้มันต้องกลายเป็นข่าวลือแปลกๆ จนพังไม่เป็นท่าหรอก ที่สำคัญหากอยู่นานกว่านี้แล้วนานะอาจเปลี่ยนใจ ถ้านัดวันอาทิตย์ที่อุตส่าห์ตกลงกันไว้เรียบร้อยแล้วถูกยกเลิกล่ะก็เท่ากับคว้าน้ำเหลวน่ะสิ

"ฉันจะตั้งตารอค่ะ"

แม้ปากจะพูดเช่นนั้นก็ตาม แต่สีหน้าของนานะไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความคาดหวังอะไรเลย ก่อนที่โยชิโนะจะชักเท้าเดินกลับไป นานะได้โบกมือขวาเล็กๆ นั่นให้ เป็นอะไรที่คาดไม่ถึงแถมน่ารักดี

(อ๋า แบบนี้ความลับที่ต้องปิดเรย์จังก็เพิ่มมาอีกหนึ่งอย่างแล้วสิ)

โยชิโนะเดินไปพลางสำนึก

ยังไม่ได้บอกเรย์จังเรื่องนานะเลยสักนิดเดียว แม้กระทั่งคำว่า "นา" จากชื่อนานะ

รู้ดีว่าจะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ แต่ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดีจึงได้เงียบมาตลอด ไม่สิ ไม่กล้าพูดมากกว่า ไม่รู้ว่าเรย์จังจะรู้เรื่องนี้ผ่านทางเอริโกะซามะหรือยูมิซังเมื่อไหร่ด้วย

(งั้นก็ต้อง...)

ถ้านึกถึงความช็อกที่เรย์จังจะได้รับแล้ว การรีบบอกจากปากตัวเองก่อนที่มันจะกลายเป็นแบบนั้นแหละคือหนทางที่ดีที่สุด

แต่ว่าจะให้อธิบายเรื่องนานะยังไงดีล่ะ

นักเรียน ม.3 ที่ช่วยกันปั้นเรื่องตบตาเอริโกะซามะ แต่ถ้าจะอ้างแบบนั้นล่ะก็ต้องเริ่มจากอธิบายตั้งแต่เหตุการณ์ระหว่างตนกับเอริโกะซามะก่อน

น้องสาวของทานากะ (คนโต) กับทานากะ (คนรอง) ที่ได้ประมือกับเรย์จังในงานแข่งขันเคนโดปีนี้กับเมื่อปีที่แล้ว แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างเลยต้องใช้นามสกุลอาริมะ

นี่คือเด็กที่โยชิโนะรู้สึกสนใจขึ้นมาเฉยๆ และอาจให้มาเป็นน้องสาวในปีหน้า แต่อีกฝ่ายดูท่าจะไม่ได้สนใจในตัวโยชิโนะเลย

ถ้ามีให้เลือกเพียงอันใดอันหนึ่งอย่างเดียว ยังอธิบายได้ง่ายกว่านี้ซะอีก แต่ข้อมูลของนานะที่รู้มายังผิวเผินเกินไป โยชิโนะจึงยังจับต้นชนปลายไม่ถูก เพราะฉะนั้นจึงอยากให้มาพบกันสองคนอีกครั้ง หากในใจตัวเองยอมรับได้ล่ะก็ น่าจะสามารถบอกเรย์จังได้

จะคืบหน้ากว่าเดิมหรือกลับไปเริ่มใหม่ก็ช่าง ยังดีกว่าสถานการณ์อึมครึมแบบตอนนี้

รู้จากเรย์จังในคืนนั้นเองว่ายานากะซังจะเลี้ยงมื้อกลางวันในวันอาทิตย์ที่จะถึง

ด้วยเหตุนี้โยชิโนะจึงปล่อยให้รายละเอียดที่เรย์จังเล่ามาพัดผ่านปลิวหายไปจนหมดสิ้น

xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx

- มิโตะ โคมอน เหมือนเป็นละครซีรีส์โคตรยาวของญี่ปุ่น ไอ้มุกกล่องยานี่ก็เจอในแบล็กเบิร์ดเหมือนกันแหะ แต่อย่ามาถาม คนแปลก็มิทราบ เหมือนจะมีปรากฏในเล่มเก่ามาแล้ว ตอนที่เซย์ซามะมารับยูมิไปบ้านเจ๊ในภาคฮารุตอนแรก (อนิเมตัดไป)
- "ไม่ขยับเขยื้อนประหนึ่งขุนเขา" มาจากกลยุทธ์รบ Fuurinkazan มีเปรียบเทียบกับลม ป่า ไฟ ภูเขา ว่า "ว่องไวปานลม เงียบสงัดดั่งป่า จู่โจมรุนแรงดุงไฟ ไม่ขยับเขยื้อนประหนึ่งขุนเขา"

http://en.wikipedia.org/wiki/Fūrinkazan
Image
User avatar
DarkNeon
นักแปลไส้แห้ง
 
Posts: 1039
Joined: Fri Jul 06, 2007 10:20 pm
Location: ใต้กองงานจาก บ.ดอกบัว

Re: [แปล] Marimite Main Story : Kibara Panic บทแรก

Postby WuDragon » Sat Mar 14, 2009 11:31 pm

อ่านแล้วขำกร๊าก..
Spoiler: show
- แนวคิดโยชิโนะส่วนใหญ่นี่มาจากตำราพิชัยสงครามถึง 90%
- ยชชี่เริ่มสับรางไม่ถูก (อย่าสับเลยดีกว่า เดี๋ยวรั่วแล้วจะเป็นเรื่องใหญ่นา บอกคุณพ่อบ้านไปตรงๆเลยดีกว่าน่า)
Image
~มังกรน้อยไม่สนับสนุนการขายแฟนซับ~
User avatar
WuDragon
One-sama~
 
Posts: 327
Joined: Tue Dec 09, 2008 6:22 pm
Location: ไม่แน่นอน

Re: [แปล] Marimite Main Story : Kibara Panic บทแรก

Postby saakuzaa » Sun Mar 15, 2009 1:27 am

โยชิโนะเอ๊ย ไม่ได้มีความใจเย็นเลยยยย
Spoiler: show
- จามีน้องสาวทั้งที แต่เรียกผิดซะงั้น - -"
- นานะก็นะ ทำโยชิโนะ เสีย self เลย 555
- จำชื่อผิดด้วยกันทั้งคู่ ฮาได้อีก


ปล.ชอบลายเส้นนานะอ่ะ
สวยดีค่ะ
แล้วอนิเมะจะมีถึงตอนที่นานะเป็นน้องสาวโยชิโนะมั๊ยอ่ะ
(สรุป เป็นน้องสาวโยชิโนะ ใช่มั๊ย 5555 เราตู่ไปเองแล้ว)
หุหุ ขอพลัง Y(uri) จงสถิตอยู่กับท่านนนนนนน
saakuzaa
LILY STUDENT
 
Posts: 256
Joined: Tue Jan 13, 2009 7:17 pm

Re: [แปล] Marimite Main Story : Kibara Panic บทแรก

Postby JJ_PornoGraphy » Sun Mar 15, 2009 5:20 am

พออ่านแล้วนึกภาพตาม...ยิ่งตอนยชชี่จะร่ำๆอยากจะวีนแตกแล้วขำได้ใจดีจริงๆ :lol:

นู๋ยชชี่เอ๊ย....ชีวิตมันก็ต้องมีบทรันทดกันมั่งล่ะน้อ ทนๆไปเต๊อะ เพื่ออนาคต :lol:




ป.ล. ขอบคุณทั่น Dark มากๆคร้าบ ที่แปลนิยายมาให้อ่านกัน :roll:

ป.ล.2 แปลต่อเร็วๆก็ดีนะครับ :twisted: (เอาให้ครบ List เลยก็ดีนะครับ....แบบว่าชักโลภ อิอิ)
JJ_PornoGraphy
LILY
 
Posts: 48
Joined: Thu Feb 26, 2009 1:26 am

Re: [แปล] Marimite Main Story : Kibara Panic บทแรก

Postby paparappa » Sun Mar 15, 2009 1:17 pm

โยชิโนะเป็นตัวฮาของเรื่องนี้อย่างแท้จริง :lol:

แต่ก็แอบสงสารเล็กน้อยนะ เป็นเราเราก็คงdownไปซักพักเลยล่ะ
User avatar
paparappa
LILY S
 
Posts: 75
Joined: Fri May 12, 2006 8:18 pm

Re: [แปล] Marimite Main Story : Kibara Panic บทแรก

Postby archura » Sun Mar 15, 2009 3:14 pm

บุคลิกของยูมิพัฒนาเข้าข่ายพี่สาวแล้ว แต่โยชิโนะเธอยังโจ๊กเหมือนเดิม :lol:
Image
User avatar
archura
LILY STU
 
Posts: 135
Joined: Wed Aug 30, 2006 9:25 pm

Re: [แปล] Marimite Main Story : Kibara Panic บทแรก

Postby Yoshiba » Sun Mar 15, 2009 7:52 pm

มาริมิเตะถ้าขาดโยชิโนะไปคงแย่

รั่วจริงๆ คนอาร้ายยยยยยย ยังกับจรวดพุ่งไปข้างหน้า
Image
User avatar
Yoshiba
LILY S
 
Posts: 72
Joined: Tue Dec 09, 2008 7:10 pm

Re: [แปล] Marimite Main Story : Kibara Panic บทแรก

Postby Himuken » Wed Mar 18, 2009 11:45 pm

แปลอีกๆๆๆ หนูอยากอ่าน ท่านมืดแปลต่อนะ ช่วงนี้ยิ่งโฮกมาริอยู่ด้วย /me นั่งขำอยู่หน้าคอมคนเดียว /mom เป็นบ้าหรือเปล่านั่น
-RhYThMS Of LifE is RhYThMS Of RAINBOW-
Image
Image
User avatar
Himuken
LILY STU
 
Posts: 127
Joined: Sun Jul 27, 2008 2:11 pm

Re: [แปล] Marimite Main Story : Kibara Panic บทที่ 2 จ้า

Postby DarkNeon » Sun Mar 22, 2009 10:39 pm

Image

Maria-sama ga Miteru : Kibara Panic 黄薔薇パニック การตื่นตระหนกของกุหลาบเหลือง

- Chapter 2 : Panic! Attack!! パニック!アタック!!



เช้าวันอาทิตย์ ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะแต่เวลาก็ปาไปเกือบ 10 โมงแล้ว

โยชิโนะได้ยินเสียงจอดรถดังมาจากหน้าบ้าน ในขณะเตรียมตัวออกข้างนอกกำลังจะเสร็จอยู่แล้วนั่นเอง

(บริษัทส่งของหรืออะไรน่ะ?)

...แต่ฟังเสียงแล้วไม่เหมือนรถบรรทุกเลยแฮะ พอมองออกไปข้างนอกจากหน้าต่างชั้น 2 อย่างที่เคย ช่างน่าเหลือว่าสิ่งที่จอดอยู่นั้นคือรถรับส่งสีดำเมี่ยม

(หา เรื่องอะไรกันเนี่ย?)

ชั่วครู่ที่กะพริบตา คนขับได้ก้าวลงมาจากรถและกดปุ่มอินเตอร์โฟน

ปิ๊งป่อง

เหตุผลที่ได้ยินเสียงอยู่ไกลๆ เพราะว่านั่นไม่ใช่อินเตอร์โฟนของบ้านชิมาสึ บ้านที่คนขับมีธุระด้วยนั้นดูเหมือนว่าจะเป็นบ้านข้างๆ ที่อยู่ติดกับบ้านชิมาสึจนเกือบเป็นบ้านคู่ ซึ่งก็คือบ้านฮาเซคุระต่างหาก

"คุณพ่อ คุณแม่ ตอนนี้ที่บ้านเรย์จัง..."

โยชิโนะวิ่งตึงตังลงมาจากบันได และบอกในสิ่งที่ตนได้เห็นด้วยตาตัวเองให้พ่อแม่ที่กำลังผ่อนคลายอยู่ในห้องนั่งเล่นได้รับรู้

"อ้อใช่ ยานากะซัง เป็นคนช่างเอาอกเอาใจเหมือนกันนะ"

คุณแม่จิบชาไปพลางแล้วก็พยักหน้าบอกว่า "เห็นด้วย"

"เรื่องอะไรน่ะ? รถรับส่งสีดำเลยนะ?"

พอพูดจบคุณพ่อได้เงยหน้าจากหนังสือพิมพ์ฉบับวันอาทิตย์ แล้วเล่าข้อมูลที่ไม่เกี่ยวอะไรกับประเด็นเรื่องนี้เลย

"โยชิโนะอาจไม่รู้หรอก ถึงเห็นแบบนั้นก็เหอะ แต่คุณตายานากะแกรวยไม่เบานา กับอีแค่จ้างรถรับส่งก็จ้างได้สบายอยู่แล้ว"

ถึงเห็นแบบนั้น...มันก็ใช่แหละ พอมองเผินๆ แล้วยานากะซังดูไม่เหมือนคนร่ำรวยสักนิด ท่าทางเหมือนคุณตาธรรมดาทั่วไป แต่เรื่องนั้นช่างมันไปก่อน

"เมื่อกี้คุณแม่ พูดว่าเขาช่างเอาใจ...ใช่มั้ยคะ?"

หลังได้ตัดสินแล้วว่าคุยกับพ่อไปคงไม่มีอะไรคืบหน้า โยชิโนะจึงหันไปล็อกเป้าและถามคำถามกับแม่แทน

"พูดสิ"

"แล้วทำไมคุณตายานากะ ต้องเอาใจคุณลุงกับเรย์จังด้วยล่ะ?"

"ก็เขาบังคับเรย์จัง...ไม่ใช่เหรอ"

"บังคับ? เรื่องอะไร?"

โยชิโนะเขย่าไหล่แม่ ทำไมจะต้องอ้ำๆ อึ้งๆ ตรงจุดสำคัญด้วย

"นี่ ใจเย็นก่อนสิ เมื่อวานโยชิโนะก็ได้ยินแล้วไม่ใช่เหรอ จะมาคาดคั้นอะไรเอาป่านนี้อีกล่ะ?"

คุณแม่พูดพลางโคลงเคลงไปมา

"หนูเนี่ยนะ ได้ยินแล้ว?"

โยชิโนะผละมือจากไหล่ของแม่แล้วถามว่าเรื่องอะไร

"เรย์จังเล่าเรื่องวันนี้ให้โยชิโนะฟังแล้วไม่ใช่เหรอ คืนวันพุธหรือพฤหัสนี่แหละ ที่นี่เลย"

คุณแม่พยายามอธิบายให้ฟังอย่างเต็มที่ ราวกับจะช่วยเตือนความทรงจำให้ลูกสาวน่าสงสารที่ความจำเสื่อมได้นึกอะไรๆ ออก

"เรย์จังนั่งบนโซฟาตัวนี้ ส่วนโยชิโนะนั่งข้างๆ แม่เดินไปทางโน้นทีทางนี้ที เลยอาจฟังไม่ปะติดต่อบ้าง แต่ยังรู้เรื่องเลยนะ"

"สบายใจได้ค่ะ หนูจำสภาพการณ์เมื่อตอนนั้นได้น่า"

โยชิโนะยื่นฝ่ามือไปหาแม่เพื่อบอกว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไร

เรย์จังนั่งบนโซฟานี้ โยชิโนะนั่งข้างๆ

แล้วเรย์จังก็บอกว่า วันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ ยานากะซังจะพาไปเลี้ยงมื้อกลางวันนะ

ได้ยินถึงแค่นี้แหละ

แต่จากคำพูดนี้ ไม่ว่ายังไงก็อธิบายเรื่องรถรับส่งสีดำนั่นไม่ได้ ประเด็นคือ "บังคับเรย์จัง" แต่กับแค่ไปกินมื้อกลางวันด้วยกัน จำเป็นจะต้องถึงขั้น "บังคับ" เลยเชียวหรือ เวลาที่ยานากะซังอยู่คุยกับคุณลุงจนดึกดื่น ก็มักกินข้าวเย็นที่บ้านเรย์จังเป็นประจำ ในเมื่อสนิทกันขนาดนี้แล้ว แค่ออกไปกินข้าวนอกบ้านด้วยกันก็ไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่อะไรนี่นา ถ้าต้องให้เรย์จังหยุดเรียน หรือให้ยกเลิกนัดที่มีอยู่ก่อนแล้วล่ะก็ยังพอเข้าใจ แต่ว่าไม่ได้ยินสักนิดเดียวเลยว่ามีกำหนดการล่วงหน้าอื่นแล้ว การได้รับเชิญไปนั้นแปลว่ายานากะซังเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด แล้วอะไรตรงไหนกันที่มันเป็นการ "บังคับ" เรย์จัง

"...โยชิโนะ"

พ่อกับแม่มองหน้ากัน แล้วหันมามองโยชิโนะด้วยความสงสัย

"ไม่รู้จริงๆ เหรอ?"

"ไม่รู้"

จะพูดให้ถูก ต้องบอกว่าฟังหูซ้ายทะลุหูขวามากกว่า เฉพาะตรงส่วนสำคัญอย่างเดียว วืดโดนสิ้นเชิง

คุณพ่อคุณแม่บ้านชิมาสึมองลูกสาวคนเดียวด้วยสีหน้าเวทนา แล้วเอ่ยว่า

วันนี้เรย์จังมีนัดดูตัว

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

"น่ะ-นัดดูตัว!?"

ตอนที่ตะโกนคำนี้ขึ้นมาแล้วพรวดพราดออกไปนอกบ้าน ทั้งเรย์จังและคุณลุงต่างขึ้นรถไปเรียบร้อยแล้ว คนขับรถสตาร์ตเครื่องยนต์ เหมาะกับคำพูด "ออกตัวได้" เป็นอย่างยิ่ง

"เรย์จัง"

ที่จริงการพยายามวิ่งเข้าประชิดหน้าต่างรถแล้วโบกมือหยอยๆ นั้นคือเพื่อส่งสัญญาณบอกว่าให้รอก่อน แต่เรย์จังดูเหมือนจะเข้าใจผิดไปจึงโบกมือกลับมาให้พร้อมด้วยหน้าตายิ้มแย้ม แล้วก็ "ไปก่อนนะ" จากไปทั้งแบบนั้น

"อะไรกัน"

โยชิโนะแต่ได้มองรถรับส่งเปิดไฟกระพริบเลี้ยวจากไปตรงหัวมุมซ้ายอย่างอึ้งตะลึง ใครบางคนยื่นมือมาแตะไหล่เบาๆ จากด้านหลัง

"โยชิโนะจัง มาส่งเหรอจ๊ะ? ขอบใจนะ"

เมื่อหันหลังกลับไปดู ก็พบคุณแม่ของเรย์จังยืนอยู่

"จริงเหรอ คุณป้า?"

"เรื่องอะไรจ๊ะ?"

"ที่ว่าเรย์จังจะไปดูตัวน่ะค่ะ"

ในเมื่อไล่ตามไปถามคุณลุงกับเรย์จังไม่ได้แล้ว มีแต่ต้องถามคนผู้นี้เท่านั้น เพราะถึงยังไงก็เป็นครอบครัวเดียวที่อาศัยอยู่กับทั้งสองคนที่ออกจากบ้านไปเมื่อกี้ แม้จะเป็นคนใกล้ตัวแค่ไหนก็ตาม แต่ก็เป็นญาติเพียงหนึ่งเดียวของคุณพ่อคุณแม่บ้านชิมาสึด้วย

"ตายจริง ไม่ได้ใหญ่โตถึงขนาดดูตัวอะไรนั่นหรอกจ้ะ"

คุณป้าหัวเราะคิกคัก

"แค่ยานากะซังแกเล่าให้ฟังว่าลูกชายถูกใจเรย์ แล้วเขาบอกว่าถ้าเป็นคนรู้จักของยานากะซังให้ช่วยพามาหาที เลยว่าจะเริ่มจากทานข้าวด้วยกันก่อน แต่พอเข้าสัปดาห์หน้าไปลูกชายเขาจะไม่ว่าง เลยร่นกะทันหันมาเป็นวันนี้แทนน่ะ"

ถ้าไม่เรียกว่าดูตัวแล้วจะเรียกอะไร โยชิโนะกำหมัดแน่น

"เรย์มีดีตรงไหนกันน้า"

ถึงปากคุณป้าจะบ่นว่าหน้าตาภายนอกก็เหมือนผู้ชาย แต่สีหน้าไม่ได้แสดงให้เห็นเลยว่าไม่พอใจ

"...งั้นแปลว่าเขาคงเห็นเรย์จังจากที่ไหนสักแห่ง แล้วเกิดชอบขึ้นมางั้นเหรอคะ?"

โยชิถามขณะกัดฟันกรามกรอดๆ อาละวาดค่อยเก็บไว้ทำทีหลัง ตอนนี้ต้องพยายามเก็บข้อมูลอย่างใจเย็นก่อน

"รู้สึกว่าเขาจะมาดูการแข่งที่ผ่านมาด้วย ที่นั่นแหละจ้ะ"

"แต่ถ้าบอกว่าเป็นลูกชายของยานากะซัง แปลว่าต้องอายุห่างจากเรย์จังมากไม่ใช่เหรอ? คุณป้าจะยอมให้เรย์จังแต่งงานกับคนแบบนั้นเหรอคะ?"

"ใจเย็นก่อนจ้ะโยชิโนะจัง ถึงไปเจอหน้ากันก็ไม่ได้แต่งงานกันแบบปุบปับทันทีหรอก จริงๆ นะ เพียงแต่ทางเขามีปัญหานิดหน่อย เลยขอร้องให้เจอกันไวขึ้นเท่านั้นเอง"

ปัญหา? จะปัญหาแบบไหนไม่รู้หรอก แต่กลับออกปากจะดูตัวเรย์จังทั้งที่ยังเรียนอยู่ ม.ปลาย คุณตายานากะนี่ก็เหมือนกัน ถ้าลูกชายมีนิสัยขี้อ้อนร้องไห้รบเร้าให้พามาหาแบบนี้ คงจะเลี้ยงมาอย่างตามใจกันน่าดู

"...อายุเท่าไหร่?"

กรอดกรอดกรอด ฟันกรามส่งเสียงดังออกมาเหมือนกับเครื่องดนตรี

"เอ๊ะ?"

"อายุฝ่ายชายไงคะ เท่าไหร่?"

โยชิโนะคาดคั้นเอาคำตอบจากคุณป้า แต่

"ขอโทษนะ ไม่ได้ถามเลย"

โยชิโนะก้มหน้าอย่างผิดหวังว่าทำไมถึงไม่ถามมา ทั่วไปแล้วถ้าเป็นแม่คนก็น่าจะถามสักหน่อยว่าคู่ดูตัวของลูกสาวอายุเท่าไหร่ จะมาหมดแรงเอาตอนนี้ก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นจึงเปลี่ยนเป็นคำถามอื่นแทน

"งั้นเห็นรูปถ่ายบ้างมั้ยคะ? อ่า ช่างมันเถอะค่ะ ไม่อยากถามแล้ว"

หากสมมุติว่าฝ่ายชายเป็นคนในสเปค มันจะทำให้รู้สึกเจ็บใจอย่างบอกกไม่ถูก ที่จริงแกล้งทำเป็นหูทวนลมไปแล้ว แต่กลับไม่ทันเวลาไปอย่างเฉียดฉิว

"เขาเคยให้ดูรูปสแนปชอตอยู่นะ โครงหน้าสมส่วนมากเลย แบบนี้คงเรียกว่าเชื้อดีแสดงออกมาทางหน้าล่ะมั้ง"

ว่าแล้วไง สีหน้าออดอ้อนลอยหน้าลอยตาผุดขึ้นมาในหัวสมองทำให้รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเลย ส่วนผู้เอื้อเฟื้ออิมเมจนั้นได้แค่ คาชิวากิ สึงุรุซัง ลูกพี่ลูกน้องของซาจิโกะซามะ

"คล้ายกับภรรยาของยานากะซังมากกว่าตัวยานากะซังเองซะอีกนะ"

คุณป้านึกถึงภาพถ่ายแล้วพึมพำออกมาอย่างเป็นจริงเป็นจัง

"คุณป้า รู้จักหน้าตาภรรยาของยานากะซังด้วยเหรอ?"

"ก็เค้าถ่ายรูปคู่กับลูกชายตัวเองนี่จ๊ะ"

"ถ่ายรูปคู่กับแม่ตัวเอง?"

แค่เอาแต่ใจ ออดอ้อนยังไม่พอ แถมติดแม่อีกต่างหาก แบบนี้ยิ่งยอมไม่ได้ ขืนยกเรย์จังให้ผู้ชายพรรค์นั้นมีแต่จะเสียของเปล่าๆ ....เอ่อ แล้วอย่าถามเลยนะว่าต้องผู้ชายแบบไหนถึงจะดี คำถามอะไรแบบนั้นฉันตอบไม่ได้หรอก

"โสดรึเปล่าคะ?"

"โสดอยู่แล้วสิจ๊ะ ไม่มีอะไรผิดพลาดแน่นอน คุณตายานากะแกเล่าให้ฟังว่าลูกชายชอบอ่านหนังสืออยู่บ้านมากกว่าออกไปเล่นกีฬา แล้วเรย์จังก็เป็นผู้หญิงที่เขาสนใจคนแรกด้วย"

"อ๋อ เหรอคะ"

แม้ว่านั่นเป็นรักแรกของชายอายุกลางคนติดแม่ก็ตามที แต่ใครจะไปทำใจเชียร์ได้ลง ไม่ว่าจะหล่อเหลา เฉลียวฉลาด อ่อนโยนหรือเซ็กซี่แค่ไหน ยังไงก็ขอค้านขาดใจ

"คุณป้า แล้วโรงแรมอยู่ไหนคะ?"

เปลวไฟสีจางๆ เริ่มเผาไหม้เปรี๊ยะๆ ขึ้นมาในใจของโยชิโนะ

"ก็โรงแรมที่เรย์กับโยชิโนะจังเรียก 'โรงแรมในป่า' มาตั้งแต่สมัยเด็กนั่นแหละ นี่เดี๋ยวก่อนโยชิโนะจัง? คงไม่ได้คิดจะไปหรอกใช่มั้ย"

"ไม่หรอกค่ะ"

โยชิโนะหัวเราะแล้วบอกว่า จะไปทำแบบนั้นได้ยังไง

"แค่ถามเฉยๆ ค่ะ วันนี้หนูก็มีนัดกับเพื่อนเหมือนกัน"

คุณป้าที่ร้อนรนอยู่ชั่วครู่ได้ถอนหายใจ ไม่รู้ว่าเพราะว่าโล่งใจหลังจากได้ยินคำพูดของโยชิโนะหรือเปล่า

"เนอะ จะว่าไปหนูก็แต่งตัวซะสวยเลยนี่ สีนั่นเค้าเรียกว่าสีเขียวนกยูงใช่มั้ย เข้าชุดน่ารักจัง เหมาะกับโยชิโนะจังมากๆ จ้ะ"

"แต่หนูไม่เคยแต่งตัวมาก่อนเหมือนกันค่ะ"

โยชิโนะกระซิบในใจตัวเองว่าถ้าพูดแบบนั้น ก็ต้องหมายถึงเรย์จังไม่ใช่เหรอ?

ถึงไม่ใช่กิโมโน แต่เรย์จังใส่ชุดสีชาออกแดงหม่นๆ รู้สึกว่าท่อนล่างจะไม่ใช่กางเกงแต่เป็นกระโปรงยาวเข้ารูป และผ่าด้านหลัง พอเรย์จังใส่แล้วดูเป็นผู้หญิงขึ้นเยอะเลยทีเดียว

"ต้องไปแล้วค่ะ"

เรื่องที่ควรถามก็ถามจนหมดแล้ว โยชิโนะจึงตัดบท

"นัดไว้กี่โมงเหรอ? วันอาทิตย์มีรถเมล์น้อย เผื่อเวลาไปไว้หน่อยก็ดีนะ"

"10 โมงครึ่งที่สถานี K...อ๊ะ"

แย่ล่ะสิ ตอนนี้เลย 10 โมงมาแล้ว

"ไปก่อนนะคะ"

โยชิโนะวกกลับไปเอากระเป๋าที่หน้าบ้าน เปลี่ยนรองเท้าเสร็จแล้วออกไปข้างนอกอีกครั้ง แม้จะต้องสายก็ตาม แต่ให้ใส่รองเท้าแตะแถมมือเปล่าออกไปเห็นทีจะไม่ไหว ที่ไม่ไหวคงไม่พ้นตัวเองที่กึ่งบังคับไปตกลงนัดเอาไว้นี่แหละ ไม่มีอะไรน่าอายกว่านี้อีกแล้ว

โยชิโนะวิ่งไปจนถึงป้ายรถเมล์ และไปทันรถเมล์ที่ตั้งใจว่าจะขึ้นได้อย่างเส้นยาแดงผ่าแปด

ในตัวรถโล่งโจ้ง สิ่งแรกที่โยชิโนะได้ทำหลังจากนั่งลงบนที่นั่งคู่เพียงคนเดียวตามลำพัง คือการกระทืบเท้าอย่างพอประมาณ

"ฟู่"

พอถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วนึกถึงเรย์จัง ยิ่งทำให้รู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อยๆ

"จะทำยังไงดีเนี่ย"

บอกคุณป้าไปแล้วว่านัดเพื่อนไว้ และไม่คิดจะผิดสัญญากับนานะเลยแม้แต่น้อยด้วย แต่ถ้าหากอนุญาตก็อยากจะไล่ตามเรย์จังไปซะเดี๋ยวนี้เลย

ทำไมตอนเรย์จังเล่าเรื่องวันนี้ให้ฟัง ถึงได้ไม่ตั้งใจฟังนะ

เรื่องนั้นยังทำให้เจ็บใจอยู่จนถึงตอนนี้

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เวลายามนี้ในวันอาทิตย์ เส้นทางที่ทับซ้อนกันในรถเมล์สายต่างๆ จะโล่งจึงทำให้รถเคลื่อนตัวไปได้เรื่อยๆ โยชิโนะมาถึงสถานี K ก่อนเวลานัด 7 นาที ถึงใช้บริการรถเมล์สายนี้เป็นประจำก็ตาม แต่เวลาในคราวนี้ถือว่าเป็นสถิติใหม่เลยทีเดียว

นานะยืนรออยู่ตรงทางเข้าที่นัดกันไว้อยู่ก่อนแล้ว แต่งตัวด้วยเสื้อสเวตเตอร์สีครีมกับกางเกงยีนส์ ดับเบิ้ลโค้ทสีชา ให้ความรู้สึกคล้ายกับยูมิซังอยู่เหมือนกัน

"รอนานมั้ย"

"สวัสดีค่ะ"

ในช่วงเวลา 20 นาทีที่นั่งโคลงเคลงมาบนรถเมล์ช่วยทำให้หายหอบแฮ่กจากการวิ่งหน้าตั้งไปแล้ว ทว่ายังไม่มีวี่แววจะระงับความหงุดหงิดงุ่นง่านเรื่องที่เรย์จังจะไปดูตัวได้เลย แถมยิ่งเวลาล่วงเลยไปมากเท่าไหร่ยิ่งทำให้รู้สึกเกลียดมากขึ้นเป็นทวีคูณ แต่ว่านานะไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วย ขืนได้เห็นตัวเองในสภาพอารมณ์ขุ่นข้องเพราะเรื่องเรย์จังคงไม่กล้าพูดได้เต็มปากเต็มคำแน่นอนว่าตัวเองเป็นรุ่นพี่ที่แสนดี โยชิโนะจึงพยายามเข้าหาด้วยทีท่าร่าเริงแจ่มใสอารมณ์ดี

แต่นานะกลับพูดว่า

"เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอคะ?"

"เอ๋?"

"ไม่มีอะไรค่ะ ฉันคงคิดไปเอง"

"เธอเห็นเหมือนว่าฉันมีเรื่องมาสินะ"

โยชิโนะฝืนยิ้ม ไม่รู้เพราะนานะเซนส์ดี หรือว่าตัวเองแสดงได้แย่กันแน่

"ก็บอกแล้วไงคะว่าฉันอาจ..."

"เธอไม่ได้คิดไปเองหรอก ขอโทษนะ วันนี้ฉันไม่ไหวแล้วล่ะ ถึงอยู่ด้วยกันก็คงโหวงเหวง น่าเบื่อสุดๆ แน่"

ณ สถานที่นัดพบกัน มีเพียงบทสนทนาของทั้งคู่เท่านั้นที่ดำเนินไป โดยไม่มีการขยับฝีเท้าแม้แต่ก้าวเดียวนับจากทักทายกันคำแรก

"มีเรื่องกังวลเหรอคะ?"

"อื้อ...ทำนองนั้น"

"เรื่องจบไปแล้ว หรือกำลังดำเนินอยู่คะ?"

"กำลังดำเนินอยู่ ฉันถึงได้โหวงเหวงแบบนี้ไง"

ต่อให้มองอะไรก็พาลนึกถึงเรย์จังไปซะหมด คุยกันในสภาพนี้คงไม่ครึกครื้น กินเค้กก็คงไม่อร่อย สิ่งนี้ถือเป็นการเสียมารยาทต่อนานะจังที่อยู่ด้วยกัน

"แล้ว...โยชิโนะซามะอยากจะทำยังไงคะ?"

"เอ๊ะ?"

"มีเรื่องกังวลใจอยู่ แต่เพราะนัดกับฉันไว้ก่อนแล้วถึงมาที่นี่ไม่ใช่เหรอ?"

"อื้อ...ก็ใช่"

ที่พูดมานั้นถูกต้องทั้งหมด แต่การที่คนซึ่งตนได้นัดไว้เป็นคนชี้เรื่องนี้ให้เห็นทำให้รู้สึกทั้งผิด และสับสนในเวลาเดียวกัน

"เพราะฉะนั้น ฉันเลยถามว่าสมมุติไม่มีนัดกับฉันแล้ว ถ้าไม่มาที่นี่ แล้วโยชิโนะซามะจะไปทำอะไรอยู่ที่ไหนน่ะค่ะ"

คำถามของนานะทวนซ้ำอยู่ในใจของโยชิโนะ

(ถ้าไม่มีนัด จะไปทำอะไรอยู่ที่ไหน ----)

"คิดว่า...คงไปที่นั่น...ล่ะมั้งนะ"

หากให้ถามใจตัวเองตามตรง คำตอบคงไม่พ้นว่าอยากจะตามเรย์จังไป แม้โยชิโนะไปอาจไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่หากให้มาเอื่อยเฉื่อยอยู่กันคนละที่แบบนี้ล่ะก็ อยากจะไปอยู่ข้างๆ แล้วเห็นทุกอย่างด้วยตาตัวเองมากกว่า

"ที่นั่น? งั้นสถานที่ที่กำลังเกิดเรื่องกังวลใจ คงไม่ใช่ที่บ้านสินะคะ"

"โรงแรมใจกลางเมืองน่ะ"

พอพูดจบ นานะก็พยักหน้า

"เข้าใจแล้วค่ะ งั้นเราไปกันเถอะ"

"เอ๊ะ?"

โยชิโนะเป็นฝ่ายตะลึงจนทำอะไรไม่ถูกกับการตัดสินใจทันควันครั้งนี้

"ก็โยชิโนะซามะอยากไปไม่ใช่เหรอคะ?"

"ไอ้อยากไปก็อยากหรอก แต่นานะ...เธอด้วยเหรอ?"

หากไม่ใช่ "ไปเถอะค่ะ" แต่เป็น "ไปกันเถอะ" เห็นทีว่า...

"ไปด้วยกันอยู่แล้วสิคะ หรือเป็นการรบกวน"

"เปล่า...ไม่ใช่อย่างนั้น...หรอก"

แต่แค่สงสัยว่าจำเป็นต้องไปด้วยเหรอ จึงลองถามให้แน่ใจ

"เอ่อ ถึงฉันจะยกเลิกนัดกับเธอแล้วได้ไปโรงแรมนั่นก็ตามทีเถอะ แต่เธอไม่เห็นต้องตามไปเป็นเพื่อนด้วยเลยนี่นา"

สำหรับโยชิโนะที่ติดใจค้างคาเรื่องการดูตัวของเรย์จัง ย่อมสมเหตุสมผลอยู่แล้วที่จะตามไปสังเกตการณ์ถึงโรงแรม แต่ในกรณีนี้นานะถือว่าเป็นคนนอกโดยสิ้นเชิงเลยนี่นา หรือว่าเค้าก็จะคัดค้านการดูตัวของเรย์จังด้วยเหมือนกัน ไม่สิ โยชิโนะยังไม่ทันได้เล่ารายละเอียดให้ฟังซะหน่อย

"หรือว่าโยชิโนะซามะคิดจะแกล้งฉันคะ?"

แววตาของนานะหม่นหมอง

"ไหงเป็นงั้นไปได้ล่ะ"

"หรือว่า...นี่เป็นการรังแกเด็กใหม่กันคะ"

"เอ่อนี่ ฮัลโหลสวัสดีอาริมะ นานะซัง เธอไปไวเกินจนฉันงงแล้วว่าเธอกำลังพูดอะไร"

อธิบายให้ฉันเข้าใจหน่อยสิ การพูดจาไม่รู้เรื่องแบบนี้กำลังฮิตในหมู่เด็ก ม.ต้นรึไงกันนะ

"ฉันบอกว่ามันโหดร้ายค่ะ หลอกให้คนอื่นเค้าหลงตื่นเต้นแล้วก็เขี่ยทิ้งออกนอกวงซะแบบนี้"

"เอ๊ะ เธอตื่นเต้นเหรอ"

"ดูไม่เหมือนเหรอคะ"

"ไม่รู้สิ"

ในเมื่อพูดมาแบบนี้ หากมีตัวเลือก 2 ข้อให้ตอบว่า "เหมือน" กับ "ไม่เหมือน" แน่นอนว่าขอโหวต 1 คะแนนให้กับ "ไม่เหมือน"

"ยังไงก็ตามฉันไม่กลับค่ะ วันนี้ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะอยู่กับโยชิโนะซามะ ไม่ว่ายังไงก็จะตามติดไปทุกที่"

ไม่ว่ายังไงก็จะตามติดไปทุกที่

หากนี่เป็นการตัดสินใจจะใช้ชีวิตวัยเรียนแบบนี้ของน้องสาวผู้น่ารักแล้วล่ะก็มันจะมีความสุขแค่ไหนกันนะ แต่จะเข้าใจผิดไม่ได้ นานะยังเป็นแค่นักเรียนในชั้นต่ำกว่าตัวเอง 1 ปีซึ่งเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานเท่านั้น

"เธอยังไม่ทันรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น จะไปจริงเหรอ?"

"ไว้ค่อยถามระหว่างทางก็ได้ค่ะ ไปซื้อตั๋วกันก่อนเถอะ"

นานะฉวยแขนโยชิโนะมุ่งตรงไปยังเครื่องขายตั๋ว แถมรู้สึกว่าเจ้าตัวยิ่งพาวเวอร์อัพมากขึ้นทุกที

"เอ๊ะ ตั๋วนี่..."

ก่อนอื่นก็เปิดกระเป๋าเงินสำรวจข้างในก่อน ยังไงก็ตัดสินใจทันทีไม่ได้อยู่แล้วว่าจะหยอดเงินไปเท่าไหร่และกดปุ่มไหนดี เพราะที่ผ่านมาแค่คิดว่า "อยากไป" อย่างเดียว แต่ยังไม่ได้คิดว่าจากนั้นจะทำอย่างไรต่อไป

ทว่าในตอนนี้ มีคนที่ดึงมือตัวเองไปข้างหน้า และกำลังจะทำให้เรื่องหลังจากนั้นเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา

"โธ่ ตั้งสติหน่อยสิคะ ถ้าจะไปโรงแรมนั่น แค่ซื้อตั๋วที่ไปได้ตลอดสายก็พอแล้ว"

และนี่ก็คือสิ่งที่ทำให้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น



------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

นานะน่ารักอ่ะ :lol: แถมยชชี่เกรียนเมพจริงๆ เกรียนกับแม่ แถมยังจะเกรียนใส่ป้าอีก เหมือนจะทำบ่อยนะเนี่ย

รวบรวมวีรเกรียน
- เขย่าแม่
- จะอาละวาดใส่ป้า
- กระทืบเท้าบนรถเมล์

:lol: :lol: :lol: ยชชี่ในอนิเมเรียบร้อยไปเลย

แชปเตอร์หน้าขอแยกหลายพาร์ทหน่อยนะคะ ยาวมาก ดิฉันจะอ่วมเอา คนอ่านก็คงอ่วมพอกัน
Image
User avatar
DarkNeon
นักแปลไส้แห้ง
 
Posts: 1039
Joined: Fri Jul 06, 2007 10:20 pm
Location: ใต้กองงานจาก บ.ดอกบัว

Re: [แปล] Marimite Main Story : Kibara Panic บทที่ 2 จ้า

Postby nana » Sun Mar 22, 2009 11:11 pm

ง่า~~~ นานะน่ารักไม่ไหวแล้ว ><

Spoiler: show
นึกว่าจะเป็นแต่เย็นชาซะอีก แอบมีตื่นเต้นกับเค้าด้วย


เพิ่มเติมอีกนิด

Spoiler: show
"ยังไงก็ตามฉันไม่กลับค่ะ วันนี้ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะอยู่กับโยชิโนะซามะ ไม่ว่ายังไงก็จะตามติดไปทุกที่"

เจอแบบนี้เข้าไป โยชิโนะก็ลอยเลยสินะ


ขอบคุณท่านdarkมากมายค่ะ ที่ต่อชีวิตนานะแทนบทในอนิเม
User avatar
nana
L
 
Posts: 5
Joined: Wed Mar 18, 2009 11:02 pm

Re: [แปล] Marimite Main Story : Kibara Panic บทที่ 2 จ้า

Postby WuDragon » Sun Mar 22, 2009 11:27 pm

ยชชี่...
Spoiler: show
เกรียนแตกทันทีที่รู้ว่าเรย์ไปดูตัว
แอบรู้สึกว่า หลังจากที่ได้ผ่าตัดหัวใจแล้ว ยชชี่ก็ฤทธิ์เยอะขึ้นมาทันตาเห็น
ดูยังไงนานะก็เหมือนเป็นทายาทเอริโกะอยู่ดี

คำนิยามชีวิตโยชิโนะนี่เหมือนจะเป็น "เกลียดอย่างไหนได้อย่างนั้น" ยังไงชอบกล
Spoiler: show
- ไม่ค่อยชอบหน้าเอริโกะ แต่สุดท้ายก็ดันได้น้องสาวเหมือนเอริโกะ
- ไม่ถูกชะตากับจิซาโตะ แต่สุดท้ายก็ได้เดทกับจิซาโตะ (จากการล่าสมบัติ)
Last edited by WuDragon on Mon Mar 23, 2009 12:14 pm, edited 1 time in total.
Image
~มังกรน้อยไม่สนับสนุนการขายแฟนซับ~
User avatar
WuDragon
One-sama~
 
Posts: 327
Joined: Tue Dec 09, 2008 6:22 pm
Location: ไม่แน่นอน

Re: [แปล] Marimite Main Story : Kibara Panic บทที่ 2 จ้า

Postby Votimte » Sun Mar 22, 2009 11:50 pm

กร๊ากกกก

Spoiler: show
เกรียนได้ใจมากๆ กลัวคนแย่งพ่อบ้านไปสินะ 555+
User avatar
Votimte
LILY ST
 
Posts: 95
Joined: Tue Jan 03, 2006 10:44 pm

Re: [แปล] Marimite Main Story : Kibara Panic บทที่ 2 จ้า

Postby saakuzaa » Mon Mar 23, 2009 12:22 am

นานะจางงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
เธอทำตัวแบบนี้น่าร๊ากกกกกกกกกกกกมากๆเลยนะ
Spoiler: show
นอกจากจะพูดให้โยชิโนะไปโรงแรมได้แล้วยังมีคำพูดแบบนี้อีก
" หรือโยชิโนะซามะคิดจะแกล้งฉันคะ " แววตาของนานะดูหม่นหมอง
อ้ากกกกกกกก น่ารักอ่า....
หุหุ ขอพลัง Y(uri) จงสถิตอยู่กับท่านนนนนนน
saakuzaa
LILY STUDENT
 
Posts: 256
Joined: Tue Jan 13, 2009 7:17 pm

Re: [แปล] Marimite Main Story : Kibara Panic บทที่ 2 จ้า

Postby namaste » Mon Mar 23, 2009 1:07 am

อยากเห็นรูปเรย์ตอนแต่งสาวจัง

Spoiler: show
นานะเจ๋งอะ เซนส์ดีโคตร คล้ายๆเอริโกะรึเปล่านะ ดูเป็นคนมีสติดีจัง ยชชี่นี่ดูเอ๋อๆไปเลย

"ฉันบอกว่ามันโหดร้ายค่ะ หลอกให้คนอื่นเค้าหลงตื่นเต้นแล้วก็เขี่ยทิ้งออกนอกวงซะแบบนี้"

(นี่เป็นบทพูดสวีทที่สุดของนานะแล้วเหรอ เหอๆๆๆ)

แอบขำนานะ อารมณ์ประมาณนัดชั้นมาแล้วจะิทิ้งกันง่ายๆเรอะ เจ๊


รออ่านตอนต่อไปนะคร๊าาาา

/me แว๊บไปปั่นงานต่อ
Image
User avatar
namaste
SENPAI
 
Posts: 641
Joined: Wed Jun 27, 2007 5:27 pm
Location: เกาะรั้วโรงเรียน

Re: [แปล] Marimite Main Story : Kibara Panic บทที่ 2 จ้า

Postby dramer » Mon Mar 23, 2009 11:53 am

อ่านบทนี้แล้ว ชอบนานะขึ้นมาเยอะเลย ^^ เจ๋งมาก
User avatar
dramer
LILY ST
 
Posts: 98
Joined: Sat Oct 06, 2007 2:16 pm

Re: [แปล] Marimite Main Story : Kibara Panic บทที่ 2 จ้า

Postby oatmeal555 » Mon Mar 23, 2009 12:50 pm

ยาวมากครับเด๋วกลับมาอ่าน
oatmeal555
L
 
Posts: 6
Joined: Sun Dec 14, 2008 8:27 pm

Re: [แปล] Marimite Main Story : Kibara Panic บทที่ 2 จ้า

Postby Yoshiba » Mon Mar 23, 2009 2:17 pm

นานะจังทำตัวได้เป็นว่าที่น้องสาวที่ดีได้ดีมากค่ะ อนาคตรุ่งแน่ๆ

ส่วนโยชิโนะ...เป็นตัวละครที่มีสีสันสุดๆ นึกถึงก๊อตซิลล่าจะไปถล่มเมือง บนหัวคาดผ้า

"ไม่ยกเรย์จังให้หรอก " ขึ่นมาเลย :lol:
Image
User avatar
Yoshiba
LILY S
 
Posts: 72
Joined: Tue Dec 09, 2008 7:10 pm

Re: [แปล] Marimite Main Story : Kibara Panic บทที่ 2 จ้า

Postby LiTTlEVaM » Mon Mar 23, 2009 3:00 pm

อย่างโยชิโนะต้องเจอแบบนานะสินะ ถึงจะสมน้ำสมเนื้อ

รู้สึกว่าพอโยชิโนะอยู่กับนานะแล้วโดนดักเกรียนได้หมดเลย กลายเป็นโก๊ะไปซะงั้น

Spoiler: show
ยิ่งพอไปอ่านสปอยเรื่องนานะประลองเคนโด้กะเรย์ เลยรู้สึกถึงความสัมพันธ์ของสายกุหลาบเหลืองขึ้นมา

เอริโกะกับโยชิโนะ แย่งเรย์ ส่วน เรย์กับนานะ แย่งโยชิโนะ :lol:

สปอยตอนหลังๆ นานะมักจะแอบหวานใส่โยชิโนะตลอดเลย คุณพ่อบ้านจะยอมแพ้หรือเนี่ย :roll:
User avatar
LiTTlEVaM
LILY
 
Posts: 43
Joined: Wed May 24, 2006 12:15 pm

Re: [แปล] Marimite Main Story : Kibara Panic บทที่ 2 จ้า

Postby tonmeai » Mon Mar 23, 2009 7:28 pm

นานะน่ารักแฮะ อย่างนี้เอาโยชิโนะ อยู่แน่ๆ เกรียนเทพแค่ใหนก็เหอะ เจอเทพ กว่า :lol:
Spoiler: show
DarkNeon wrote:
"ยังไงก็ตามฉันไม่กลับค่ะ วันนี้ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะอยู่กับโยชิโนะซามะ ไม่ว่ายังไงก็จะตามติดไปทุกที่"

User avatar
tonmeai
LILY STU
 
Posts: 124
Joined: Mon Dec 29, 2008 12:10 pm

Re: [แปล] Marimite Main Story : Kibara Panic บทที่ 2 จ้า

Postby paparappa » Mon Mar 23, 2009 8:08 pm

Spoiler: show
"หรือว่าโยชิโนะซามะคิดจะแกล้งฉันคะ?"

แววตาของนานะหม่นหมอง

"ไหงเป็นงั้นไปได้ล่ะ"

"หรือว่า...นี่เป็นการรังแกเด็กใหม่กันคะ"

นานะจังคิดได้ไงว่าโดนรังแกอยู่ น่ารักโคตรรรรร
ช่วงนี้มันแฟนเซอวิสซินะ แฟนเซอวิส
User avatar
paparappa
LILY S
 
Posts: 75
Joined: Fri May 12, 2006 8:18 pm

Re: [แปล] Marimite Main Story : Kibara Panic บทที่ 2 จ้า

Postby Johanna » Wed Apr 01, 2009 3:08 pm

ขำยชชี่มากอ่ะ เกรียนได้ใจ :lol:

Spoiler: show
- ยชชี่หึงโหดนะเนี่ย แค่รู้ว่าคุณพ่อบ้านจะไปดูตัวนี่ถึงกับกัดฟันกรอดๆ
เกรียนแตกใส่ชาวบ้านไปทั่วเลยเหรอ :lol: :lol:
- นานะน่ารักอย่างแรง นิ่งแต่คม เราว่านานะเหมือนเอริโกะเลย ให้ความรู้สึกว่าใช่อ่ะ
ไม่ใช่แค่หน้าเหมือนอย่างเดียวนะ นิสัยก็เป็นไปในทางเดียวกันยังไงยังงั้น
- ยชชี่ไม่ได้มีหมาดของพี่สาวเลยสักนิด เหมือนโดนนานะตบเกรียนมากกว่า 555+
- กุหลาบเหลืองนี่ยังไงกัน รักกันแบบดุเดือดชอบกล ต้องมีการแข่งขันแย่งชิงมาเกี่ยวข้องเสมอ
- เสียดายภาคอนิเมะเล่นหั่นกุหลาบเหลืองซะเกลี้ยง นานะเลยกลายเป็นตัวประกอบไปเลย
Image
Image
Image
User avatar
Johanna
LILY STU
 
Posts: 105
Joined: Thu Feb 19, 2009 5:51 pm
Location: Kiyosumi's Mahjong Club

Re: [แปล] Marimite Main Story : Kibara Panic บทที่ 2 จ้า

Postby pk149 » Fri May 22, 2009 7:33 pm

เพิ่งจะได้อ่านอะครับ ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกว่าโยชิโนะน่ารักดีอะครับ ไม่รุ้สิดูถ้านานะจะเป็นคนที่ชนะโยชิโนะได้ชัวแล้วอะ :D
สรุปเรย์โดนทิ้งนะครับ
Image
Image
Image
User avatar
pk149
LILY S
 
Posts: 60
Joined: Thu Dec 04, 2008 5:35 pm

Re: [แปล] Marimite Main Story : Kibara Panic บทที่ 2 จ้า

Postby leehaki2201 » Fri Dec 11, 2009 6:31 pm

สนุกดีนะ
ขอบคุณคะ
leehaki2201
LILY STU
 
Posts: 126
Joined: Thu Aug 20, 2009 11:30 pm

Re: [แปล] Marimite Main Story : Kibara Panic บทที่ 2 จ้า

Postby shisuma » Sat May 15, 2010 3:00 pm

จากที่ทั้งอ่านและดูมาก็โอเคอ่ะ แค่ไม่วายโจ่งแจ้งเท่านั้น จิ้นเอาละกัน
แต่ส่วนตัวแล้วชอบ สายกุหลาบแดงนะ โยโกะ/ซาจิโกะ/ยูมิ
ชอบบุคลิกประมาณ ซาจิโกะ ลึกๆดี
"พยายามแทบตายเลยนะนั่น ที่จริงฉันชินกับการไม่แสดงอารมณ์มาตั้งแต่เด็กนะ แต่พออยู่ต่อหน้ายูมิแล้วมันยากมากเลย"
ชอบๆๆประโยคนี้...ทำไมเหรอ ไม่รู้สิ 555
shisuma
LILY S
 
Posts: 73
Joined: Sat Mar 13, 2010 3:27 am

PreviousNext

Return to ชมรมวรรณศิลป์ - Literature Club

Who is online

Users browsing this forum: miko_kaon and 1 guest