
Kamen no Actress ค่ะ น่าจะเป็นตอนก่อนที่พวกยูมิกลับมาเรือนกุหลาบบอกเรื่องโทโกะลงสมัคร (ก่อนโนริโกะวีนแตกนั่นเอง แต่อนิเมวีนไม่เยอะเท่าโนเวลแหะ)
- 素顔のひととき -
- Sugao no Hitotoki -
- ชั่วขณะหนึ่งของใบหน้าที่แท้จริง -
"อ้าว อยู่คนเดียวเหรอ?"
เด็กสาวผมสั้นเต่อร่างสูงโย่งเปิดประตูโผล่หน้าเข้ามาในห้อง
"เมื่อกี้โนริโกะจังก็ยังอยู่หรอก"
ซาจิโกะหยุดมือที่กำลังเลือกใบชาแล้วหันมาตอบคำถาม
"แต่ท่าทางรีบร้อนออกไปน่าดูเลย กระทั่งไม่สังเกตว่าเมื่อกี้ฉันอยู่ที่ชั้นล่าง"
เรือนกุหลาบชั้น 2
การที่นักเรียนปี 3 ทั้งสองคนอยู่กันตามลำพังในช่วงเวลานี้ถือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก
"รู้ละ สงสัยว่าคงจะไปรอข้างๆ ห้องบรรยายล่ะมั้ง"
"น่าจะอย่างนั้น"
จากตอนนี้ไปจะมีการจัดประชุมอธิบายสรุปเกี่ยวกับการเลือกตั้งคณะกรรมการนักเรียนรุ่นถัดไป ณ สถานที่ข้างต้นในวันนี้ แม้โนริโกะจังไม่มีแผนจะลงสมัคร แต่ชิมาโกะซึ่งเป็นโอเน่ซามะได้เข้าร่วมประชุมด้วย คงจะเป็นห่วงจนต้องขอไปดูสถานการณ์สักนิดล่ะมั้ง
ใช่แล้ว นิดหน่อย แค่เพียงภายในเวลาที่น้ำในกาไฟฟ้าจะเดือดเท่านั้น
"ห้องทำความสะอาดไว้เรียบร้อยแล้วนี่"
"ดูท่าว่าโนริโกะจังเป็นคนทำไว้น่ะแหละ"
ซาจิโกะตอบพลางชงชาดำหลังไม่ได้ทำด้วยตัวเองเสียนาน หลังจากนั้นซาจิโกะหยิบถ้วยชาออกมา 2 ถ้วยแล้วลังเลอยู่นิดหนึ่งก่อนจะหยิบมาอีกถ้วย ตอนนี้น้ำก็เดือดแล้ว อีกเดี๋ยวคงจะกลับมา
"เด็กคนนั้นไว้วางใจให้ทำได้ทุกเรื่องเลยแฮะ"
เรย์พึมพำขณะหยิบหนังสืออ้างอิงออกมาจากกระเป๋า
"วางใจได้...นั่นสินะ อาจเป็นที่นิสัยของเจ้าตัวส่วนหนึ่ง แล้วยังเลี้ยงดูมาอย่างถูกวิธีด้วย"
"หมายความว่ายังไงน่ะ?"
"พอได้อยู่ใกล้ชิดกับตัวอย่างดีๆ ก็จำเอามาเป็นนิสัยโดยอัตโนมัติไง"
กลิ่นหอมหวนลอยออกมาหลังจากรินน้ำลงไปในชาดำที่มีกลีบกุหลาบผสม ราวกับมีทุ่งดอกไม้อยู่ ซาจิโกะสูดรับเอากลิ่นนั่นเข้าไปเต็มที่
"เข้าใจแล้ว พวกปี 2 ก็เป็นเด็กขยันขันแข็งด้วยนี่นะ"
ทั้งสามต่างคอยช่วยงานกันอย่างสมัครสมานสามัคคี สิ่งนี้คือความสามารถที่จำเป็นและสำคัญมากสำหรับเรือนกุหลาบแห่งนี้ ยิ่งกว่าการคำนวณอย่างรวดเร็ว การพูดปราศรัยอย่างคล่องแคล่ว หรือแม้แต่การมีผลการเรียนเป็นเลิศเสียอีก
"เป็นผลจากการที่เรย์คอยชี้แนะนั่นแหละ"
พอได้ยินคำพูดนั้น เรย์ก็หัวเราะ
"ซาจิโกะด้วยแหละ"
"ฉันน่ะไม่ได้เรื่องหรอก"
ซาจิโกะปฏิเสธ
"ไม่ได้เรื่อง?"
"การชี้แนะ การดูแล การสั่งสอน...จำพวกนี้น่ะ"
ซาจิโกะพูดพลางยื่นถ้วยที่รินชาแล้วให้ เรย์รับถ้วยชาไปแล้วยกมือตอบเป็นการขอบคุณ และปิดหนังสืออ้างอิงที่อ่านอยู่เมื่อกี้ลง
"จริงแน่เหรอ แต่ฉันว่ายูมิจังมีพัฒนาการไปทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ นะ"
"เพราะนั่นมันเป็นสิ่งที่เด็กคนนั้นมีอยู่แล้วต่างหากล่ะ ถึงฉันไม่ต้องพยายามช่วยปรับปรุงเสริมแต่งอะไร แต่เด็กคนนั้นก็จะเติบโตได้เองเรื่อยๆ แค่ต้องมาคอยระวังไม่ให้ต้นอ่อนนั่นถูกเด็ดทิ้งซะก่อนก็เต็มที่สำหรับฉันแล้ว"
เพราะฉะนั้นในบางครั้งบางคราว จึงไม่รู้ว่าตัวเองควรทำเช่นไร
"ซาจิโกะ...ยังคิดมากเรื่องเมื่อวานอยู่อีกเหรอ?"
"เอ๊ะ?"
เมื่อวาน
ยูมิหัวเสียเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง กัดไม่ปล่อยกับคำพูดที่ปกติแล้วผ่านมาก็ผ่านไป ในตอนนั้นทำให้ซาจิโกะรู้สึกร้อนใจจริงๆ
"ไม่ใช่แค่นั้นหรอก"
ทุกครั้งที่ยูมิมีปัญหา ซาจิโกะรู้สึกผิดหวังที่ตัวเองไม่สามารถพูดคุยกับน้องสาวอย่างใจเย็นอย่างมิซึโนะ โยโกะซามะได้เลย ไม่ใช่เฉพาะแค่เรื่องเมื่อวานอย่างเดียว
"ยูมิจังแค่กลับไปเป็นเด็กเท่านั้นแหละ"
"กลับไปเป็นเด็ก?"
"อย่างเวลาที่พอมีน้องปุ๊บ อยู่ๆ ก็เกิดทำตัวอ้อนขึ้นมา หย่านมไปนานแล้วก็อยากจะดูดนมแม่ หรือบางทีก็ฉี่ราดรดที่นอน"
"ไม่รู้หรอก ฉันเป็นลูกคนเดียวนี่"
พอพูดจบปุ๊บถึงเพิ่งนึกได้ว่าเรย์ที่อยู่ตรงหน้าตน เป็นลูกคนเดียวเหมือนกัน สำหรับเรย์นี่ถือเป็นความรู้รอบตัว หรือว่าเป็นความรู้จำเป็นที่เพิ่งศึกษาเอาใหม่ช่วงนี้เพื่อเตรียมสอบกันนะ
"แต่ยูมิยังไม่ทันมีน้องสาวเลย"
"พี่น้องแค่เป็นตัวอย่างเปรียบเทียบเฉยๆ พอรู้สึกถึงภัยที่คุณแม่จะโดนแย่งไป เด็กจะกลับไปอ้อนเป็นทารกไง ถ้ากลับไปเป็นเด็กก็จะมีคนมาคอยดูแลเอาใจใส่ หากคุณแม่ไม่หันมาสนใจบ้าง สถานะของตัวเองก็จะอันตราย ทำนองนี้น่ะ แต่ในกรณีของยูมิจังน่ะนะ"
"อื้อ"
"พอถึงเดือนเมษายนเมื่อไหร่ ซาจิโกะจะไม่อยู่อีกแล้ว ความรู้สึกโดดเดี่ยวนั่นถึงทำให้เกิดภาวะสภาพจิตใจไม่มั่นคงไง"
จบการศึกษา
พี่สาวที่ตนคอยพึ่งพามาตลอดจนกระทั่งเมื่อวาน กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอยในวันรุ่งขึ้น
"แต่ว่านั่น"
ไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นกับยูมิคนเดียวซะหน่อย
"ฉันเองก็จะเรียนจบ แต่โยชิโนะยังมีนานะมาเป็นน้องสาวใช่มั้ยล่ะ? ชิมาโกะก็มีโนริโกะจังอยู่แล้วด้วย"
"...อื้อ"
มันก็จริง
แม้มีเพื่อนพ้องคนสำคัญอยู่ด้วย แต่นั่นไม่ใช่ Soeur ความสัมพันธ์ฉันพี่น้องในโรงเรียนสตรีเอกชนลิลเลียนเป็นสิ่งที่มีเอกลักษณ์ต่างออกไป
"ยูมิจังเองน่าจะเข้าใจเรื่องนั้นดีอยู่หรอก แต่สาเหตุที่ทำให้แสดงความไม่สบายใจนั่นออกมาไม่ใช่เพราะโดนโทโกะจังปฏิเสธหรอกเหรอ?"
"ต้องใช่แน่ๆ"
น้องสาวที่อุตส่าห์หาตัวเจอแล้วทั้งทีกลับปฏิเสธ ยูมิเองคงไม่คิดหาน้องสาวคนใหม่ในทันทีแน่ แถมยังมีเรื่องพี่สาวกำลังจะเรียนจบเข้ามาทับถมอีก ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหากสภาพจิตใจจะทนรับไม่ไหว
"ปล่อยให้อ้อนไปเถอะน่า ถึงมันเป็นเรื่องที่ควรเลิกทำเพื่อให้ยืนหยัดได้เองในอนาคตก็เถอะนะ"
"...ยากนะเรื่องนั้น"
"ไม่เห็นยากตรงไหนเลย"
เรย์พูดเหมือนเป็นเรื่องง่าย บอกว่าแค่ให้สิ่งที่น้องสาวต้องการ ให้อภัย สกินชิปด้วยความรู้สึกอันลึกซึ้งที่พี่สาวมีก็พอ
"ไม่ใช่ซะหน่อย ฉันหมายถึงว่าตอนนี้ตัวเองก็กำลังพยายามเต็มที่ที่จะยืนหยัดจากยูมินะ"
"เอ๊ะ"
ซาจิโกะสารภาพความในใจให้เพื่อนที่ตกใจได้รับรู้
"ที่ฉันเข้มงวดกับยูมิ ที่ฉันไม่ยื่นมือไปยุ่งก็เพราะฉันเองอยู่ในระหว่างเติบโตเหมือนกัน ถ้าฉันเป็นภาชนะรองรับที่ใหญ่มากขนาดให้ยูมิไปนอนกลิ้งบนฝ่ามือได้ล่ะก็คงทำให้ได้ทุกอย่างแหละ แต่หากพลาดขึ้นมาเมื่อไหร่ คนที่จะล้มคนแรกคือฉัน และจากนั้นเราทั้งสองคนจะล้มลงไปพร้อมกัน"
"อย่างนี้เอง...แต่ว่าเธอแสดงได้เนียนมากเลยนะ"
ทำเป็นไม่คิดมากบ้างล่ะ หรือไม่ก็แกล้งทำเป็นไม่เห็นสายตาที่ยูมิมองมาบ้างล่ะ
"พยายามแทบตายเลยนะนั่น ที่จริงฉันชินกับการไม่แสดงอารมณ์มาตั้งแต่เด็กนะ แต่พออยู่ต่อหน้ายูมิแล้วมันยากมากเลย"
"โอเน่ซามะเป็นอะไรที่ลำบากจริงๆ นั่นแหละ"
เรย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่
"ตอนยังเป็นน้องสาวนี่ดีนะ ทำตัวไร้เดียงสาได้"
ซาจิโกะพยักหน้ารับ เห็นด้วยเลย
"เรย์...ท่าทางเธอเองก็ลำบากนี่"
ทั้งการสอบที่เลือกด้วยตนเองเพื่อให้อยู่ห่างจากโยชิโนะจัง ไหนจะเรื่องนานะจังที่ยังอยู่ ม.ต้นอีก
"อืม นิดหน่อยน่ะ"
แม้ปากทำเป็นพูดว่านิดหน่อย แต่แท้จริงแล้วเป็นห่วงน้องสาวที่เข้าร่วมการประชุมอธิบายสรุปการเลือกตั้งจึงได้ตามมาดูความเป็นไปที่เรือนกุหลาบ ซาจิโกะมองหน้าเพื่อนที่กำลังดื่มด่ำกับกลิ่นหอมของชาแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ
เรย์เงยหน้าขึ้นมา เพราะรู้สึกถึงสายตาที่มองตน
"เมื่อกี้ซาจิโกะน่ะ"
"เอ๋?"
"บอกว่ายูมิจังจะเติบโตไปเรื่อยๆ ได้เองใช่มั้ยล่ะ แต่ฉันว่าไม่ใช่นะ ซาจิโกะเป็นเหมือนน้ำ เหมือนดวงอาทิตย์ เหมือนสารอาหาร ไม่อย่างนั้นเค้าคงไม่รู้สึกฉุนเฉียวเหมือนกับตัวเองยังได้รับไม่พอแบบนั้นหรอก"
พอซาจิโกะถามอย่างกระตือรือร้นไปว่า "จริงเหรอ" ก็ได้รับคำตอบที่ช่วยทำให้ใจชื้นว่า "จริงสิ" กลับมา
"ขอบใจนะ"
แค่มีคนพยักหน้าตอบรับให้เพียงเท่านี้ ทำให้ในใจรู้สึกโล่งขึ้นมานิดหน่อย
จากนั้นทั้งสองคนหันหน้าเข้าหากัน ในบางเวลาก็สบสายตารักษาระยะห่างระหว่างกันและกัน ราวกับเป็นเพื่อนในวงน้ำชา
ช่วงเวลาอันสงบในชั่วครู่หนึ่ง

ยามบ่ายที่ไร้เงาพวกน้องสาว
"นานๆ ทีได้เปิดหน้าดื่มชาแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ"
เรย์กล่าว
"เปิดหน้า?"
"ศัพท์เคนโด หมายถึงเวลาไม่ใส่หน้ากาก"
"หืม"
นี่คือคำพูดที่ได้ยินครั้งแรก
"เปิดหน้าสินะ ได้ความรู้ใหม่เพิ่มอีกอย่างแล้ว"
ซาจิโกะยิ้มแล้วจิบชา พลางคิดว่าขอเปิดใบหน้าที่แท้จริงแบบนี้ต่อไปอีกสักพักหนึ่ง
อีกสักพัก
จนกว่าโนริโกะจังจะเดินส่งเสียงจากบันไดกลับมาที่นี่
====================================================================================================================
"เรื่องเมื่อวาน" ที่เรย์พูดถึง อนิเมตัดไปค่ะ ในโนเวลยูมิจะเกรียนแตกใส่คุณพี่ เนื้อเรื่องจะเกิดขึ้นในซีนเดียวกับที่โนริโกะคุยเรื่องโทโกะกับยูมิในตอน 9 ว่าโทโกะท่าทางปกติดีทุกอย่าง จากนั้นเจ๊จะเข้ามาแล้วถามหาเรย์กับโยชิโนะ ยูมิเลยปึ้ดนิดหน่อยว่าที่มาเนี่ย มาเพราะจะมาหาเรย์เหรอ
ยู - เอ่อ โอเน่ซามะคะ
เจ๊ - อื้อใช่ ฉันรู้ว่าพวกเรย์จะมาช้านี่แหละ ถึงได้ไม่รีบร้อนมาก่อน การประชุมวันนี้ถ้าไม่อยู่พร้อมหน้าจะเริ่มไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ ถึงจะรีบมา ดื่มชารอก็เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ เลยไปจัดการธุระมาก่อน
ยู - ธุระนี่อะไรเหรอคะ?
เจ๊ - ก็แค่คืนหนังสือที่ยืมมาเมื่อปิดเทอมหน้าหนาวน่ะ
ยู - แต่วันนี้ห้องสมุดไม่เปิดนี่คะ...
เจ๊ - เลยไปคืนที่ตู้รับคืนหนังสือไง (ในโนเวลเขียนว่า Bookpost เราเลยเดาไปเองนะ ฮ่า)
ยูิ - ตู้คืน...
ปกติแค่ เออออ "อ้อเหรอคะ" ก็จบแล้ว แต่ยูมิเริ่มเกรียนแตก
ยู - ถ้าแค่คืนที่ตู้คืนอย่างเดียว ขากลับค่อยแวะก็ได้นี่คะ
เจ๊ - เอ๊ะ?
ยู - ถึงจะเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ แต่แค่ได้ดื่มชาไปพูดคุยกับเพื่อนๆไป ฉันก็มีความสุขแล้ว โอเน่ซามะไม่รู้สึกแบบนั้นบ้างเหรอคะ?
เจ๊ - ฉันยังไม่ได้พูดแบบนั้นเลยนะ ทำไมวันนี้เธอถึงได้หงุดหงิดงุ่นง่านแบบนี้ล่ะ
ยู - ตัวเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันค่ะ
เจ๊เลยเรียกยูมิไปคุยกันข้างนอก จนเรย์มานี่แหละ แล้วก็บอกว่าตอนนี้ยูมิอาจจะเหมือนเจ๊ในสมัยก่อนที่ชอบอาละวาด
จะว่าไปเล่มนี้มันเล่มแห่งการเกรียนแตก และการใส่หน้ากากจริงๆ





















