[แปล] Marimite Main Story : Kibara Panic บทที่ 2 จ้า

แฟนฟิคชั่น นิยายแต่งเอง เชิญทางนี้เลยจ้า
Post your Fanfictons , Original Fictions.

Moderators: UsaSama, aor-chan, YuriGray

Forum rules
• ห้ามคัดลอก หรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งของผลงานผู้อื่นมาลง โดยไม่ขออนุญาตเจ้าของก่อน กรณีที่เป็นฟิคแปล ควรลงเครดิตเจ้าของผลงานให้เรียบร้อยด้วย
• ไม่อนุญาตให้ลงฟิคชั่นเรทเกินที่กำหนดไว้โดยเด็ดขาด (อ่านรายละเอียดที่นี่)
• หากพบฟิคชั้นที่มีเนื้อหาไม่เหมาสม หรือไม่แน่ใจว่าสามารถนำมาลงได้หรือไม่ ให้ pm หาสตาฟ และแจ้งมาที่ กระทู้นี้
• แฟนฟิคชั่นที่มีการ Spoil เนื้อหาสำคัญของเรื่องนั้นๆ ต้องใส่คำเตือนไว้ที่หัวข้อกระทู้ หรือก่อนลงเนื้อเรื่องด้วย
• มีมารยาทในการโพสท์ การวิจารณ์ และไม่ใช้ภาษาวิบัติ

ตั้งกระทู้ Fiction อย่างไรให้เป็นระเบียบและเข้าใจง่าย?

กฎระเบียบของเว็บ Lily-School | มารยาทในการใช้เว็บบอร์ด | การใส่ Signature และ Avatar
ถาม-ตอบ เกี่ยวกับการใช้บอร์ด | วิธีการใช้ BBcode | บทความดี ๆ เกี่ยวกับการใช้งานและมารยาท

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของคานาโกะ : ดอกตูมแห่งแสงสว่าง

Postby DarkNeon » Mon Jan 19, 2009 2:25 am

อะเหื้ออออออ ระเบิดพลังแผ่นดินไหวจากในหัวมานั่งแปล อันนี้ยอมรับว่ายิ่งอ่านยิ่งมันส์ คานาโกะโซเพ้อ หล่อนจะเพ้อไปไหนฟร้าาาาาา และเราจะได้รู้แล้วค่ะว่าคานาโกะเจอยูมิครั้งแรกตอนไหน และเพราะเหตุอันใดจึงไม่ชอบโทโกะ

เป็นชอร์ตสตอรี่คั่นจากเล่มนี้

Image

ตอนแรกกะว่าแปลทีละนิด แต่แปลๆไปมันดุเด็ดเผ็ดแซ่บซะจริง เลยยาวรวดยันจบ...ขอรวมเป็นกระทู้เดียวกันไปเลยนะ เพราะอาจมีแปลเล่นอีกหลายอัน...

สำหรับคนที่อ่านแล้วยังนึกไม่ออก ไทม์ไลน์ของตอนนี้ จะอยู่ในช่วงปลายภาคฮารุนะคะ และเหตุการณ์ทะเลาะที่คานาโกะพูดถึงก็มาจากตอน 11-12 ของภาคฮารุนี่แหละ


- 光のつぼみ -

- Hikari no Tsubomi -

- ดอกตูมแห่งแสงสว่าง -


ตอนที่ฉันได้พบคนๆ นั้นครั้งแรก คือ ในวันที่มีพิธีต้อนรับนักเรียนใหม่

ถึงอย่างนั้น ฉันก็ไม่ได้พบกับเธอในงานพิธีซะทีเดียว แต่เป็นในเช้านั้นเองที่ฉันเพียงแค่เฝ้ามองเธอจากข้างหลัง ขณะที่เธอกำลังยืนเหม่ออยู่ ณ ระเบียงชั้น 1 ของอาคารเรียน ม.ปลายเพียงลำพัง

เธอกำลังมองสิ่งต่างๆ ภายนอกผ่านทางหน้าต่างที่เปิดอ้าอยู่

ภาพของเธอที่ฉันได้เห็น ช่างงดงามราวบทกวี

ฉันมีลางสังหรณ์ว่าการได้พบเจอคนผู้นี้ จะกลายเป็นสิ่งสำคัญที่เกี่ยวพันมาถึงชีวิตของฉัน

ฉันได้รู้ชื่อของเธอในเวลาไม่นาน

ฟุคุซาวะ ยูมิ - Rosa Chinensis en Bouton - น้องสาวของ Rosa Chinensis ในพิธีต้อนรับนักเรียนใหม่ เธอได้ยืนเคียงข้าง Rosa Chinensis และคอยเป็นผู้ช่วยให้แก่พี่สาว แม้ว่าฉันจะเพิ่งมาเข้าเรียนที่ลิลเลียนในตอน ม.ปลายก็ตามที แต่ใช่ว่าฉันจะไม่รู้เลยว่าบาระซามะทั้ง 3 คนผู้อยู่ในจุดสูงสุดของยามะยูริไค รวมทั้งบรรดาน้องสาวที่ได้รับขนานนามว่าดอกตูมเหล่านั้นเป็นใครบ้าง แม้ไม่ต้องดิ้นรนหาข้อมูล แต่ฉันก็พอปะติดต่อจากบทสนทนาของเพื่อนร่วมห้องที่บังเอิญแว่วเข้าหูได้ ---- เพื่อนร่วมห้อง โดยเฉพาะรอบตัวของเหล่าผองเพื่อนที่น่าคบค้าสมาคมภายใต้การนำของมัตสึไดระ โทโกะ มักจะส่งเสียงเซ็งแซ่ได้อยู่ทุกเวลา

ไม่ว่าจะพากันเจี๊ยวจ๊าวยามแนะนำตัว หรือเวลาพอมีบาระซามะคนใดคนหนึ่งเดินผ่านระเบียงที่ทั้งห้องสามารถมองเห็นได้ ก็พากันร้องเสียงสูง เมื่อรู้ว่าจะมีการเช็คชื่อก็พากันตื่นตูม แถมยังทำกระทั่งอีเวนต์วินิจฉัยสุขภาพ พวกเธอเหล่านั้นไม่มีทางปล่อยนักเรียนที่สอบเข้ามาจากที่อื่นไว้เฉยๆ อยู่แล้ว และจะพากันประดาหน้าเข้ามาให้ความช่วยเหลือ

เริ่มจาก "ทานข้าวกล่องด้วยกันมั้ย" บ้างล่ะ

"ให้ฉันช่วยแนะนำวิธีท่องจำบทสวดมนต์มั้ย" บ้างล่ะ

หรือไม่ก็ "ไม่เข้าใจตรงไหน ก็ถามได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ" เป็นต้น

เนื่องด้วยฉันมีคติว่าจะไม่ซื้อของจากพวกแม่ค้าเร่ใจดี จึงตัดสินใจที่จะทำเมินพวกเธอไปซะ และมันก็ทำให้พวกนั้นผละออกจากเหยื่อไปอย่างง่ายดาย นอกจากนั้นแล้วยังแถมคำพูด "เพราะโฮโซคาวะ คานาโกะซังเป็นคนแปลกๆ น่ะ" อันแสนรื่นหูมาให้อีกด้วย

ฉันเรียนในโรงเรียนสหของรัฐมาจนถึงชั้น ม.ต้น เหตุพ่อแม่หย่าร้างกันเพราะพ่อนอกใจนั้นทำให้เกิดบาดแผลใหญ่ในใจของฉัน ฉันคิดว่าขอแค่ไม่มีผู้ชาย จะให้เรียนที่ไหนก็ได้ จึงเลือกเรียน ม.ปลายที่โรงเรียนหญิงล้วน ส่วนเหตุที่ฉันหมายตาลิลเลียนที่ว่ากันว่าเข้ายากนักหนา ก็เพราะไม่ต้องการให้เพื่อนร่วมห้องในสมัย ม.ต้นดูถูกว่า "เพราะสอบตกจากโรงเรียนประจำจังหวัด เลยไปเข้าเอกชนแทน" นั่นเอง เพราะฉันเกลียดพวกเธอที่ทำตัวคลอเคลียกับผู้ชายชนิดที่ว่าแทบไม่ต่างจากผู้ชายซะเองเลย

สาเหตุที่ทำให้ฉันไม่สบอารมณ์กับคำพูดของมัตสึไดระ โทโกะที่มักใช้ชื่อตัวเองแทนสรรพนาม "ฉัน" และการทำเสียงเล็กเสียงน้อยเวลาพูดลงท้ายประโยค หรือแม้แต่การกระทำประหนึ่งว่าจะสร้างภาพพจน์ให้ตัวเองของเจ้าหล่อนนั้น คงเพราะว่าเธอทำให้ฉันนึกถึงอดีตเพื่อนร่วมห้องที่แคร์สายตาของพวกผู้ชายกว่าค่อนห้องเป็นแน่ เพราะฉะนั้นฉันจึงนึกสงสัยอยู่ว่านี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันกับมัตสึไดระ โทโกะไม่สามารถลงรอยกันได้

หลังจากนั้นไม่นาน ฤดูฝนได้มาเยือน

เช้าวันหนึ่ง ตอนที่โดยสารรถประจำทางที่กำลังมุ่งหน้าไปยังโรงเรียน ฉันไม่นึกไม่ฝันมาก่อนว่าจะมีโอกาสได้นั่งข้างๆ กับยูมิซามะ ตอนรออยู่ที่ป้ายรถฉันอาจไม่รู้สึกตัว แต่ดูเหมือนว่ายูมิซามะจะต่อแถวอยู่ถัดหลังจากฉันไปราวสองหรือสามคน ฉันขึ้นโดยสารรถ และจับจองที่นั่งคู่ด้านหลังสุดโดยไม่ได้คิดอะไร แต่ไม่นานนัก ยูมิซามะก็เข้ามาพูดกับฉันว่า "ขอนั่งด้วยคนนะ" ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ

Image
(รูปนี้มาจากตอนนี้แน่ๆ)

"สวัสดีค่ะ Rosa Chinensis en Bouton" ฉันรวบรวมความกล้าทักทายออกไป

"สวัสดีจ้ะ อากาศยังเหมือนเดิมเลยเนอะ" คาดว่าคงจะชินกับการมีคนทักทายแล้วกระมัง ยูมิซามะจึงทักทายตอบกลับมาอย่างอารมณ์ดี แต่ไม่รู้เพราะเมฆครึ้มทำให้รู้สึกหดหู่หรืออย่างไร ถึงได้มองออกไปนอกหน้าต่างแล้วถอนหายใจออกมานิดหนึ่ง

"เกลียดฝนเหรอคะ"

"ก็ไม่เชิงหรอก"

หลังพูดจบ ยูมิซามะก็ปั้นหน้ายิ้มแล้วเอ่ยต่อว่า

"ฉันไม่ชอบเวลาที่อากาศชื้นแล้วทำให้ผมชี้น่ะ"

ทั้งที่เป็นถึง Rosa Chinensis en Bouton แต่กลับไม่ถือตัวเลยสักนิดเดียว ฉันคิดว่านี่อาจเป็นความลับเบื้องหลังความดังของคนๆ นี้ก็เป็นได้

ตอนที่ยืนขึ้นเพื่อจะลงจากรถ ยูมิซามะมองฉันแล้วถามอย่างลุกลี้ลุกลนว่า "ใช่นักเรียนปี 3 รึเปล่าคะ" สงสัยเพราะตอนที่นั่งอยู่คงไม่ทันสังเกตว่าตัวฉันสูงกว่าที่คาดไว้ เลยทำให้คิดว่าฉันเป็นนักเรียนรุ่นพี่ไป

"ไม่ใช่หรอกค่ะ ฉันอยู่ปี 1"

ฉันหัวเราะออกมา แม้ปกติแล้วฉันไม่ชอบเวลาที่มีคนมาใส่ใจเรื่องความสูง แต่ในตอนนั้นกลับไม่รู้สึกแย่เลยแม้แต่น้อย

Image
(รูปใหญ่เหลือเกิน)

หลังจากนั้น 2-3 วัน ฉันก็ได้เห็นภาพเหตุการณ์แปลกประหลาด

เหตุเกิดที่ทางเดินด้านหน้าของมิลค์ฮอลล์ มัตสึไดระ โทโกะกับยูมิซามะกำลังมีปากเสียงกัน ไม่สิ ไม่ได้ทะเลาะ หากจะอธิบายให้ถูกแล้ว ต้องบอกว่ามัตสึไดระ โทโกะเป็นฝ่ายต่อว่ายูมิซามะอยู่ฝ่ายเดียวซะมากกว่า ฉันไม่รู้ว่าสองคนนั้นพูดเรื่องอะไรกันบ้าง รู้สึกเหมือนกับว่ามัตสึไดระ โทโกะกำลังไม่พอใจกับอะไรบางอย่าง แต่ยูมิซามะเองก็ไม่ได้ยอมถูกว่าอยู่ฝ่ายเดียว เธอจ้องตรงไปยังมัตสึไดระ โทโกะ รอให้คำพูดที่หลั่งไหลพรั่งพรูออกมาหยุดลง จากนั้นจึงพูดออกไปอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า

"เธอไม่มีสิทธิ์อะไรมาว่าฉันถึงขนาดนี้หรอกนะ"

งดงามเหลือเกิน

ริมฝีปากที่สั่นเทา สายตาอันแรงกล้า คนที่น่าจะเติบโตมาในสภาพแวดล้อมไร้การทะเลาะเบาะแว้งเช่นเธอกลับยืนหยัดขึ้นสู้โดยไม่หนี ภาพนั้นช่างน่าประทับใจและวิเศษเลิศเลอยิ่งนัก ความงดงามนั้นแทบจะเรียกได้ว่าใกล้เคียงกับการยอมเอาตัวเองเข้าปกป้องสิ่งสำคัญเลยทีเดียว

ฉันรู้สึกชิงชังมัตสึไดระ โทโกะที่พูดจาไล่ต้อนยูมิซามะ แต่ในขณะเดียวกันนั้นก็นึกสงสารขึ้นมาเหมือนกัน

ในที่สุดฉันก็เข้าใจ

ฉันกับมัตสึไดระ โทโกะมีอะไรบางอย่างที่เหมือนกัน เราทั้งคู่ต่างกำลังพยายามดิ้นรนกระเสือกกระสนจากเงามืดครอบคลุมจิตใจที่ไม่อาจแม้กระทั่งยอมรับเข้ามา หรือขจัดมันออกไปได้

เงาเป็นสิ่งที่แสวงหาแสงสว่าง เพราะอย่างนั้นเงาภายในตัวของมัตสึไดระ โทโกะจึงรู้สึกไวต่อมันได้ง่ายเช่นกัน แต่ไม่น่าเชื่อว่าทั้งที่แสงสว่างมีให้เห็นอยู่ตรงหน้า แทนที่จะเอื้อมมือออกไปไขว่คว้ามันมา กลับรัวคำพูดเสียดแทงเข้าใส่และยิ่งผลักไสตัวเองให้ถอยห่างออกมาอีก

แต่ว่าฉันจะไม่ทำพฤติกรรมโง่เขลาแบบนั้นหรอก หากหลงรักแสงสว่างเข้าแล้ว เราก็ต้องวิ่งเข้าไปหาด้วยตัวเองสิถึงจะถูก

ฤดูฝนผ่านพ้นไป ยูมิซามะก็ยิ่งส่องแสงเฉิดฉายมากขึ้น มีใครสักคนบอกว่าเพราะ Rosa Chinensis ที่ขาดเรียนไปพักหนึ่งได้กลับมาเรียนแล้ว แต่ฉันคิดเองเออเองไปคนเดียวว่าน่าจะเป็นเพราะเข้าฤดูที่ผมจะไม่ชี้แล้วมากกว่า

ยูมิซามะไม่ใช่คนที่พอขาดใครแล้วจะส่องแสงด้วยตัวเองไม่ได้ ยูมิซามะคือดวงอาทิตย์ ต้องสาดส่องด้วยตนเอง และจะต้องฉายแสงมายังดวงจันทร์เช่นพวกเรา

ในห้องอ่านหนังสือของหอสมุด ฉันเจอยูมิซามะกำลังยืนเขย่งพยายามเอื้อมมือหยิบหนังสือจากชั้นด้านบนอยู่

"เดี๋ยวฉันหยิบให้เองค่ะ"

ฉันหยิบออกมาอย่างง่ายดาย และมอบหนังสือให้แก่ยูมิซามะ ในเวลาแบบนี้ฉันรู้สึกว่าส่วนสูงที่สร้างความหนักใจให้เสมอ มันช่างมีประโยชน์ซะจริงๆ

"ขอบคุณมากนะคะ ตอนนี้บันไดมีคนใช้อยู่ทุกอันเลย ได้คุณช่วยไว้แท้ๆเชียวค่ะ"

ยูมิซามะเงยหน้าพูดกับฉัน

"ฉันอยู่ปี 1 ค่ะ"

ฉันแค่นหัวเราะออกมา

"อ๊ะ งั้นหรอกเหรอ"

"ค่ะ"

ยูมิซามะจำฉันที่เคยเจอหน้ากันแค่ตอนลงจากรถไม่ได้แม้เพียงนิด คนที่มีลักษณะตัวสูง ผมยาวเด่นและเป็นที่จดจำได้ในทันทีแบบฉันนั้น กลับหลุดไปจากความทรงจำของเธออย่างสิ้นเชิง แต่ไม่รู้ว่าทำไม ฉันจึงรู้สึกอารมณ์ดีอย่างบอกไม่ถูก

"ถ้ามีหนังสือที่หยิบไม่ถึงอีกล่ะก็"

"งั้น ช่วยหยิบเล่มข้างๆ ให้หน่อยได้มั้ย?"

"ได้สิคะ"

หากหลังจากนี้ได้ทักทายพูดคุยกันมากขึ้น เธอคงจะจำได้ซะทีว่าฉันเป็นนักเรียนปี 1

วันไหนกันนะ ที่เธอจะจำชื่อของฉันได้

ฉันจะเฝ้ารอต่อไปอย่างอดทน

ถึงอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร

เพราะแม้กระทั่งรูปปั้นพระแม่มาเรียในทิวแถวต้นแปะก๊วยเอง คงยังจำหน้าตาและชื่อของนักเรียนทั้งโรงเรียนไม่ได้เหมือนกัน



==========================================================================================================

อ่านแล้วเป็นไงมั่ง :mrgreen:
Image
User avatar
DarkNeon
นักแปลไส้แห้ง
 
Posts: 1039
Joined: Fri Jul 06, 2007 10:20 pm
Location: ใต้กองงานจาก บ.ดอกบัว

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของคานาโกะ : ดอกตูมแห่งแสงสว่าง

Postby YuriGray » Mon Jan 19, 2009 6:43 am

ขอบคุณที่แปลมาให้อ่านค่ะ ได้รู้ความคิดของคานาโกะเกี่ยวกับเพื่อน โทโกะ และยูมิ(สุดที่รัีกของเธอ)แบบนี้แล้ว ทำให้เข้าใจความรู้สึกของเธอมากขึ้นเลยนะเนี่ย

โอ๊ยยยย~ ...ยิ่งหลงคานาโกะจังมากเข้าไปอีก ชอบค่ะ ชอบ ๆ :D
Image
~ วายนั้นหรือคืออะไร? วานบอก ~
User avatar
YuriGray
อาจารย์ประจำโรงเรียน
 
Posts: 751
Joined: Tue Jan 03, 2006 8:39 pm
Location: กระท่อมน้อยกลางไร่ดอกลิลลี่

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของคานาโกะ : ดอกตูมแห่งแสงสว่าง

Postby priow » Mon Jan 19, 2009 9:25 am

ฮาาา อ่านแล้วมันส์ดีจริงๆค่ะ คุณผู้ดูแล

คานาโกะนี่น่ารักแฮะ
=w= ขอบคุณที่แปลให้อ่านกันค่ะ
Image
Image
ํYครองโลก!!!
User avatar
priow
LIL
 
Posts: 35
Joined: Sun Jul 27, 2008 11:57 am
Location: ณ ทุ่งลิลลี่อันกว้างใหญ่

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของคานาโกะ : ดอกตูมแห่งแสงสว่าง

Postby Mukiki » Mon Jan 19, 2009 9:53 am

พระแม่มาเรียแอบดูอยู่นะ ~ภาค : กำเนิดสตอล์กเกอร์~ :lol:
Complete: [NamaeNai] Hidamari Sketch x ☆☆☆ / [NamaeNai] Working!!
In Progress: Re-Editing (hakka-ya) Private Link / ดอง TL SSS 1.5,8a / ดอง สรุปนิยายฮิดามาริ / ดอง **** ** **** หลังห้องไห (!?)
Summer 2010 Status : Unknown...
"กองไหเอย...จงซับซ้อนยิ่งขึ้น" Current Status: พักร้อน ลอยไห และปั่นงาน...orz
User avatar
Mukiki
เสี่ยวเอ้อชมรมน้ำชา
 
Posts: 3117
Joined: Mon Jan 02, 2006 12:00 am
Location: ซักที่...

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของคานาโกะ : ดอกตูมแห่งแสงสว่าง

Postby Kaon_1926 » Mon Jan 19, 2009 12:13 pm

พระแม่มาเรียแอบดูอยู่นะ ~ภาค : กำเนิดสตอล์กเกอร์~ :lol:

อ่ะน่าสนนะเนี้ยชื่อตอนเข้าท่า :D

อ๋อรู้และ ทำไมคานาโกะถึงได้ไม่ถูกกับโทโกะ เพราะความซึนของเจ้าหล่อนนี่เอง(ใช่มะ) :lol:
สกิล วิ้งค์ ของยูมิช่างแรงกล้าจริงๆๆ 8) 8)
Image
User avatar
Kaon_1926
SENPAI
 
Posts: 476
Joined: Tue Jul 03, 2007 7:22 pm
Location: คอกม้าหน้าร.ร.และทุ่งลิลลี่

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของคานาโกะ : ดอกตูมแห่งแสงสว่าง

Postby namaste » Mon Jan 19, 2009 1:37 pm

ขอบคุณท่านอ้อนที่แปลให้ค่ะ >[]<~

โอ้วววว อย่างนี้นี่เองงงงง
สมกับเป็นสโตกเกอร์จริงๆ(ถึงมาดจะไม่ให้ก็เถอะ)

แต่ไม่น่าเชื่อจริงๆนั่นแหละว่ายูมิจะดัง 555+
(อย่างนี้ถ้าโทโกะขึ้นปีสอง ความซึนของเธอก็จะโด่งดังในโรงเรียนบ้างสินะ)
Image
User avatar
namaste
SENPAI
 
Posts: 641
Joined: Wed Jun 27, 2007 5:27 pm
Location: เกาะรั้วโรงเรียน

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของคานาโกะ : ดอกตูมแห่งแสงสว่าง

Postby WuDragon » Mon Jan 19, 2009 6:07 pm

อย่างนี้นี่เอง...

Spoiler: show
พ่อแม่ของคานาโกะหย่ากันเพราะพ่อมีชู้ คานาโกะเลยเกลียดผู้ชาย
พอเกลียดผู้ชาย เลยพาลเกลียดพวกบ้าผู้ชายไปด้วย (พูดง่ายๆแต่แรงๆว่าไม่ชอบแรด)
พอเจอโทโกะที่ลักษณะนิสัยออกไปทางแรดๆหน่อย เลยพาลไม่ถูกชะตาไปด้วย
พอใครซักคนเริ่มมีอคติต่อเรา เราก็เริ่มที่จะตอบโต้ความรู้สึกนี้กลับคืนให้เขาเช่นกัน
พอเริ่มมีอคติต่อกัน ก็ยากที่จะลงรอยกันได้


คานาโกะกับโทโกะจึงไม่ค่อยถูกกันด้วยประการฉะนี้ :|
Image
~มังกรน้อยไม่สนับสนุนการขายแฟนซับ~
User avatar
WuDragon
One-sama~
 
Posts: 327
Joined: Tue Dec 09, 2008 6:22 pm
Location: ไม่แน่นอน

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของคานาโกะ : ดอกตูมแห่งแสงสว่าง

Postby DarkNeon » Mon Jan 19, 2009 10:48 pm

^
^
^
นั่นแหละ แบบมังกรวูว่าเป๊ะ

แปลตอนนี้มีความสุขจริงๆ แบบว่าตอนแปลมันอินตามตัวละครไปด้วย อันนี้คานาโกะเอาแต่ละเมอเพ้อพก เราก็อารมณ์ล่องลอยตาม :mrgreen:

ต่อไปโปรดติดตามเรื่องสั้นตอนยูมิไปอิตาลี กับตอนโยโกะเลือกน้องนะคะ (โดนคนแถวนี้บีบคอเอาตอน 4 :lol: )
Image
User avatar
DarkNeon
นักแปลไส้แห้ง
 
Posts: 1039
Joined: Fri Jul 06, 2007 10:20 pm
Location: ใต้กองงานจาก บ.ดอกบัว

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของคานาโกะ : ดอกตูมแห่งแสงสว่าง

Postby sares » Mon Jan 19, 2009 11:20 pm

อยากรู้จริงแฮะ ว่าต้องเจอกันกี่รอบ หนูยูมิถึงจะเริ่มจำคานาโกะจังได้เนี่ย

จริงๆแล้วคนที่ตัวสูงกว่าเรือนกระจกน่าจะเป็นอะไรที่จำได้ไม่ยากเลยนา~
Image
User avatar
sares
LILY STUDE
 
Posts: 191
Joined: Tue Jul 10, 2007 9:34 am
Location: ในหัวใจของแวมไพร์ตำรวจสาว

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของคานาโกะ : ดอกตูมแห่งแสงสว่าง

Postby crystaldragon » Mon Jan 19, 2009 11:45 pm

sares wrote:อยากรู้จริงแฮะ ว่าต้องเจอกันกี่รอบ หนูยูมิถึงจะเริ่มจำคานาโกะจังได้เนี่ย

จริงๆแล้วคนที่ตัวสูงกว่าเรือนกระจกน่าจะเป็นอะไรที่จำได้ไม่ยากเลยนา~


Spoiler: show
อุบ๊ะ! ไม่ทันสังเกต =w-
บ้าๆ บวมๆ ไปเรื่อยๆ
User avatar
crystaldragon
LILY
 
Posts: 50
Joined: Wed Jan 07, 2009 10:24 pm
Location: ไกล้ๆ รร.ลิลลี่

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของคานาโกะ : ดอกตูมแห่งแสงสว่าง

Postby Seirei » Tue Jan 20, 2009 4:04 am

ขอบคุณหลาย ๆ ที่ช่วยแปลตรงส่วนนี้ให้ ทำให้รู้และเข้าใจคานาโกะจังมากยิ่งขึ้น
ช่องว่างบางอย่างที่อนิเมไม่มีมันต้องอ่านจากโนเวลจริง ๆ นั่นแล =="
Image

ReincarNation lzen-rivvitoo Razica-Magica clom wizlow rain...
User avatar
Seirei
โรซ่า บากายาโร่
 
Posts: 114
Joined: Mon Jan 02, 2006 12:06 am
Location: Otaku Heaven!

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของคานาโกะ : ดอกตูมแห่งแสงสว่าง

Postby cocorico » Tue Jan 20, 2009 7:07 am

นิยายไม่พอ พ่วงดรามาซีดีอีกนี่ก็หนักละ ฮา ยังไม่เก่งพอที่จะเข้าใจถ้าไม่มีรูปปลากรอบ
~Flowers bloom in sunlight and I live close to you~
http://asobinobasho.spaces.live.com/
User avatar
cocorico
LIL
 
Posts: 32
Joined: Thu Jan 15, 2009 9:29 pm

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของคานาโกะ : ดอกตูมแห่งแสงสว่าง

Postby dramer » Tue Jan 20, 2009 8:38 am

อ่านของโทโกะแล้ว รู้สึกได้เลยว่าเป็นคำพูดที่ออกมาจากคนที่มีความมั่นใจในตัวเองดีนะครับ ^^ แต่ก็มีนิสัยที่ตึงๆไปหน่อย มิน่าถึงโดนดึงดูดด้วยคนที่มีนิสัยแบบยูมิสบายๆ เรื่อยๆ

***************************

ส่วนของคานาโกะนี้ พออ่านอันนี้แล้วน่ารักมากกกกกกก ชอบคานาโกะขึ้นมาอีกเยอะเลย ^^
User avatar
dramer
LILY ST
 
Posts: 98
Joined: Sat Oct 06, 2007 2:16 pm

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของคานาโกะ : ดอกตูมแห่งแสงสว่าง

Postby ho-oh » Tue Jan 20, 2009 6:15 pm

เห...ยูมินี่ป๊อปขนาดนั้นเชียวเหรอเนี่ย เพราะต๊องๆสินะ ^^

คานาโกะนี่น่ารักดีแฮะ คิดไปเรื่อยเปื่อยแถมยังคิดเป็นเรื่องเป็นราวอีกต่างหาก
Spoiler: show
แล้วในอนิเมจะหมดบทแต่เพียงเท่านี้เองเรอะ T T
User avatar
ho-oh
L
 
Posts: 4
Joined: Mon Jan 12, 2009 8:58 am

Re: [แปล] Marimite เรื่องสั้นของคานาโกะ : ดอกตูมแห่งแสงสว่าง

Postby s.hikaru » Tue Jan 20, 2009 7:28 pm

/me เดี๋ยวมาอ่านนะจ๊ะ ตอนนี้มึน เห็นยาวๆแล้วยกธงขาว =w=
What are you doing down there?
User avatar
s.hikaru
รองหัวหน้าชมรมศิลปะ
 
Posts: 1833
Joined: Mon Jan 02, 2006 12:13 am
Location: ห้องขังเดี่ยวสำหรับผลิตโดจิน

Postby DarkNeon » Sun Jan 25, 2009 1:10 am

จากเล่มนี้จ้า

Image

เล่มที่นำมาทำ OVA5 Ciao Sorella! นั่นเอง เป็นเรื่องตอนระหว่างพวกยูมิไปทัวร์อิตาลีนะ ^^



- 紅薔薇のつぼみの不在 -

- Rosa Chinensis en Bouton no Fuzai -

- ตอนที่ Rosa Chinensis en Bouton ไม่อยู่ -




วันหนึ่งในปลายเดือนกันยายน

เรือนกุหลาบเงียบสงัด

ไม่สิ ไม่ใช่เพียงแค่เรือนกุหลาบเท่านั้น แต่สักแห่งในอาคารเรียนแผนก ม.ปลายก็พลอยเงียบไปด้วย

แค่พวกนักเรียนปี 2 ไม่อยู่...เพียงเท่านั้นเอง

6 ชั้นเรียน...หากมองครอบคลุมลิลเลียนทั้งหมดตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงมหาวิทยาลัย นี่ไม่ใช่จำนวนที่มากมายอะไรเลย แต่ถ้าอยู่ๆ นักเรียนที่เคยอยู่ที่นั่นเสมอเกิดหายตัวไปซะเฉยๆ จะเรียกว่าบรรยากาศซบเซาก็เหมาะเหม็งทีเดียว

หลังเลิกเรียน โอกาซาวาระ ซาจิโกะหรือ Rosa Chinensis นั่งดื่มชาอยู่ในเรือนกุหลาบเพียงลำพัง

เงียบสงัด

เรย์ไม่อยู่ เพราะไปชมรม

งานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานโรงเรียน และพวกงานจุกจิกยิบย่อยต่างๆ นั้น จะว่ามีก็มี แต่เพราะมันไม่ใช่งานเร่งด่วนอะไร ตอนนี้จึงขอพักซะหน่อย

ระยะหลังมานี้งานยุ่งวุ่นวายเหลือเกิน พวกปี 1 เองก็รู้เรื่องนั้นดี นานๆ ทีได้กลับบ้านไวบ้างก็ดีเหมือนกัน แต่ซาจิโกะเกิดรู้สึกอยากปล่อยเท้าให้เดินไปตามธรรมชาติ และ็มาจนถึงที่นี่ในที่สุด

นั่งจิบชาสบายๆ ที่เรือนกุหลาบ ช่วงเป็นช่วงที่เวลาที่เพลิดเพลินเสียนี่กระไร งานใหญ่ๆ นั้นยังเหลือการเตรียมงานละครของยามะยูริไค แต่ว่าพอพวกนักเรียนปี 2 ไม่อยู่กันแล้ว งานจึงไม่อาจคืบหน้าได้เท่าที่ควร

ซาจิโกะพลิกหน้ากระดาษของตัวเล่มบทที่เสร็จแล้ว พลางหัวเราะออกมาเบาๆ

หน้าของยูมิตอนประกาศเรื่องที่จะเล่น และแคสท์ตัวละคร ---- แค่นึกถึงก็ชวนให้สนุกขึ้นมาแล้ว

ซาจิโกะลุกขึ้นไปรินชาแก้วใหม่ด้วยตัวเอง และตอนที่กลับมานั่งใหม่อีกครั้ง ซาจิโกะก็รู้สึกตัวและเงยหน้าขึ้นมามอง

"เอ๊ะ?"

มีเค้าแววว่าใครบางคนเข้ามายังเรือนกุหลาบ พอเงียบๆ แบบนี้แล้ว ถึงแม้จะอยู่ชั้น 2 ก็ตาม แต่ยังสามารถได้ยินเสียงเปิดประตูที่ชั้น 1 อย่างชัดเจน

เสียงเอี๊ยดอ๊าดจากบันไดดังขึ้นมา โดยไร้เสียงทักทายใดๆ แปลว่าคนที่มาคงเป็นนักเรียนที่เข้าๆ ออกๆ เรือนกุหลาบบ่อยๆ เป็นแน่ ซาจิโกะวางถ้วยชาลง และรอคอยให้ประตูที่หน้าตาคล้ายขนมปังกรอบนี้เปิดออก

แอ๊ด แล้วก็

"อ๊ะ"

หลังผู้มาเยือนที่เปิดประตูเข้ามาได้อุทานคำนี้ ก็ยืนตัวแข็งไปชั่วครู่หนึ่ง ดูเหมือนว่าจะมาที่นี่โดยคาดไม่ถึงว่าจะมีคนมาก่อนแล้ว ส่วนทางด้านซาจิโกะนั้นรู้อยู่แล้วว่ามีใครบางคนกำลังเดินขึ้นมา จึงไม่ได้ตกใจอะไรนัก แต่เพราะว่าเป็นเธอคนนั้นนั่นแหละจึงรู้สึกประหลาดใจนิดหน่อย

"สวัสดีจ้ะ" ซาจิโกะเป็นฝ่ายเอ่ยปากทักก่อน

"ส-สวัสดีค่ะ Rosa Chinensis" โฮโซคาวะ คานาโกะก้มหัวให้ด้วยอาการที่เหมือนกับรู้สึกตัวแล้ว ผมก็ยาวแถมยังตัวสูงอีกด้วย

"ขอโทษนะคะ พอดีฉันได้ยินมาว่าไม่มีประชุมรวมตัวหลังเลิกเรียนวันนี้ เลยคิดว่าไม่น่าจะมีใครอยู่"

"ไม่เข้ามาล่ะ?"

"...ค่ะ ถ้างั้นก็..."

พอซาจิโกะนึกสงสัยว่ามาทำอะไร โฮโซคาวะ คานาโกะก็เข้าไปหยิบกระเป๋าถือที่วางทิ้งไว้ข้างหน้าต่าง ดูเหมือนว่าที่มาที่นี่เพื่อกลับมาเอาของที่ลืมนั่นเอง เมื่อรู้เหตุผลแล้ว ซาจิโกะก็กลับมาจิบชาและบ่ายสายตากลับลงไปอ่านบทอีกครั้ง แต่ยังไม่มีวี่แววว่าโฮโซคาวะ คานาโกะจะออกไปจากห้องซะที

"เชิญเลย ไม่ต้องสนใจฉันหรอก" ซาจิโกะกล่าว

"แต่ว่า""

นักเรียนรุ่นพี่กำลังเช็คบทอยู่คนเดียวแบบนี้ อาจทำให้เธอรู้สึกลำบากใจที่จะกลับ แต่ถึงเช่นนั้นซาจิโกะก็ไม่มีอารมณ์จะบอกซ้ำว่าให้ "กลับได้แล้ว" หรือแม้แต่จะกระชากคอลากออกไป จึงได้แต่ปล่อยเธอเอาไว้แบบนั้นอย่างเดิม

"ถ้าอยากอยู่ก็ไม่เป็นไร นั่งสิ"

ซาจิโกะโบ้ยไปทางเก้าอี้ทำนองจะบอกว่าให้ทำตัวตามสบาย โฮโซคาวะ คาโนโกะที่ตัวสูงชะลูดก็ไม่กล้าที่จะยืนนิ่งค้ำหัวเฉยๆ

"Rosa Chinensis น่ะ..."

"เอ๊ะ?"

"ไม่ได้รู้สึกอึดอัดใจเวลาฉันอยู่ที่นี่หรอกเหรอคะ?"

"ฉันแค่บอกว่าถ้าอยากอยู่ก็นั่งลงเฉยๆ นี่?"

อา น่ารำคาญจริง

ซาจิโกะแสดงสีหน้าเบื่อหน่ายออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน

"เปล่าหรอกค่ะ ไม่ใช่แบบนั้น"

โฮโซคาวะ คานาโกะพูดออกมา

"ไม่ได้หมายถึงตอนนี้ค่ะ"

"อ้อ..."

ดูเหมือนจะกำลังพูดถึงเรื่องที่เข้าๆ ออกๆ เรือนกุหลาบเพื่อมาช่วยงานโรงเรียนในช่วงนี้นี่เอง แต่ไม่ว่าจะอันไหนมันก็เป็นเรื่องน่ารำคาญพอกัน

"ได้เธอกับโทโกะจังมาช่วย ก็เบาแรงไปเยอะอยู่หรอก"

"แต่ว่าฉันคงเกะกะสายตาใช่มั้ยคะ?"

ตั้งคำถามมาได้ตรงเหลือเกิน

"เพราะอะไรล่ะ?"

"...ก่อนวันงานโรงเรียนของฮานาเดระ ที่เรือนกระจกเก่าไงคะ"

จะว่าไป มีเรื่องพรรค์นั้นเกิดขึ้นด้วยนี่นะ อาจจะเสียมารยาทกับเธอไปหน่อย แต่สำหรับซาจิโกะในตอนนี้มันก็เป็นได้แค่ "เรื่องพรรค์นั้น" ไปแล้ว

"ในตอนนั้น ฉันพูดในสิ่งที่อยากพูดไปแล้ว ช่างมันเถอะ"

แต่ดูท่าว่าฝ่ายที่ได้รับคำพูดที่ซาจิโกะอยากพูดไปนั้น จะยังเหลือความขุ่นข้องใจอยู่นิดๆ ตั้งแต่วันนั้นมา...แน่นอนว่าได้พบหน้ากันหลายครั้งหลายหนอยู่ แต่ไม่มีโอกาสได้พูดตามลำพังสองคนเลย เรื่องมันจึงยืดเยื้อมาจนถึงวันนี้

"แปลว่าจะให้อภัยที่ฉันทำร้ายยูมิซามะคนสำคัญแล้ว...ใช่มั้ยคะ?"

มีการเสียดสีผสมอยู่ในคำพูดของโฮโซคาวะ คานาโกะ

"ไม่ว่าจะให้อภัยหรือไม่ให้ ฉันเองก็ไม่ใช่กฎของโลกเหมือนกับเธอนั่นแหละ มีทำผิดพลาด และคงมีบางทีที่ฉันทำให้คนเจ็บปวดโดยไม่รู้ตัวเหมือนกัน ฉันเป็นแค่มนุษย์ตัวเล็กๆ ที่ไม่สมบูรณ์แบบคนหนึ่ง...ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะตัดสินใครได้หรอก"

"ไม่สมบูรณ์แบบ...ถ้าบรรดาสาวกของ Rosa Chinensis มาได้ยินเข้า จะว่ายังไงกันบ้างคะเนี่ย"

"ฉันล่ะอยากให้ได้ยินด้วยซ้ำไป" ซาจิโกะพูดเน้นเสียงดัง

บาระซามะในแต่ละรุ่น ต่างมีภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบสืบทอดต่อกันมาตลอด จึงเป็นการยากที่จะถมช่องว่างระหว่างยามะยูริไคกับนักเรียนธรรมดา การได้เป็นบุคคลที่ใครๆ ปลาบปลื้มนั้นถือเป็นเรื่องดีอยู่หรอก แต่ใจจริงแล้วก็ไม่ได้ต้องการให้ใครมาบูชาซะหน่อย

"ถ้าลองคิดดูดีๆ ก็นึกออกแล้วล่ะว่าทำไมยูมิถึงได้ดังในหมู่นักเรียนปี 1 นัก"

"ทำไมถึงพูดเรื่องแบบนี้กับฉันล่ะคะ?"

"ไม่รู้สิ"

ซาจิโกะพึมพำออกมาว่า ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่เข้าใจ

"ถ้าอย่างนั้น เกิดฉันจะเป็นน้องสาวของยูมิซามะคงไม่ว่าอะไรใช่มั้ยคะ?"

"ในกรณีที่ยูมิเลือกเธอนะ ฉันไม่คัดค้านอะไรทั้งนั้นแหละ"

แสงจากอาทิตย์ยามเย็นที่ลอดผ่านม่านเข้ามาเริ่มจางหายไป เมฆอาจตั้งเค้าออกมาแล้วก็เป็นได้

"แต่เธอจะไม่เป็นน้องสาวของยูมินี่?"

"ค่ะ"

"ถ้างั้นก็ดี"

"นั่นสินะคะ"

เงียบสงัด

"จะรับชาเพิ่มอีกรึเปล่าคะ?"

โฮโซคาวะ คานาโกะพูดแล้วก็ยืนขึ้น

"บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ต้องสนใจฉัน?"

"ไม่หรอกค่ะ ฉันอยากดื่มเหมือนกัน เลยถือโอกาสด้วยเลย"

"ถือโอกาสสินะ ถ้างั้นฝากเธอช่วยรินให้หน่อยแล้วกัน"

ซาจิโกะยื่นถ้วยชาให้

หลังจากทั้งคู่พากันดื่มชาคนละถ้วยจนหมดแล้ว ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันกลับบ้านไป

========================================================================================================

คุณพี่เกรียนอ่ะ ต่อหน้ายูมิล่ะเชื่อง พอลับหลังยูมิโคตรเกรียนเลย ภาค 4 ตอน 3 ก็ตบเกรียนโทโกะไปหน (เดี๋ยวมีหนใหญ่ในภาค 5 [คาดว่า] อีกมั้ง) เกรียนแตกลับหลังนิฝ่า :lol:
Image
User avatar
DarkNeon
นักแปลไส้แห้ง
 
Posts: 1039
Joined: Fri Jul 06, 2007 10:20 pm
Location: ใต้กองงานจาก บ.ดอกบัว

Re: [แปล] Marimite : ตอนที่ Rosa Chinensis en Bouton ไม่อยู่

Postby Est » Sun Jan 25, 2009 2:46 am

โน่ววว! คุณพี่ไม่เกรียน ;_;
น่าจะเรียกว่า โอนอ่อนให้เฉพาะยูมิคนเดียว มากกว่า (แล้วกับคนอื่นล่ะ!? สรุปมันก็แปลได้ครือๆกันว่า...)
User avatar
Est
อาจารย์ประจำโรงเรียน
 
Posts: 709
Joined: Tue Jan 03, 2006 9:34 pm

Re: [แปล] Marimite : ตอนที่ Rosa Chinensis en Bouton ไม่อยู่

Postby archura » Sun Jan 25, 2009 3:57 am

คุณพี่นี่ขี้รำคาญจริงๆ ยูมิเอาอยู่ได้ยังไงนะ :lol:
Image
User avatar
archura
LILY STU
 
Posts: 135
Joined: Wed Aug 30, 2006 9:25 pm

Re: [แปล] Marimite : ตอนที่ Rosa Chinensis en Bouton ไม่อยู่

Postby Seirei » Sun Jan 25, 2009 5:13 am

ดูสมกับเป็นซาจิโกะซามะดีออก ชอบ =w=) คนอื่นจะคิดยังไงเธอก็ไม่สน แค่ความรู้สึกและท่าทีของเธอจะพิเศษสำหรับคนที่รักเพียงคนเดียวก็พอแล้ว

(จับซัจจี้ไปแสดงในโลกการ์ตูนของแคลมป์เลย - -+)
Image

ReincarNation lzen-rivvitoo Razica-Magica clom wizlow rain...
User avatar
Seirei
โรซ่า บากายาโร่
 
Posts: 114
Joined: Mon Jan 02, 2006 12:06 am
Location: Otaku Heaven!

Re: [แปล] Marimite : ตอนที่ Rosa Chinensis en Bouton ไม่อยู่

Postby cocorico » Sun Jan 25, 2009 7:04 am

พอยูมิไม่อยู่หน่อยเดียว ฮิสทีเรียคุณพี่กำเริบซะละ :lol: โหดมาก
User avatar
cocorico
LIL
 
Posts: 32
Joined: Thu Jan 15, 2009 9:29 pm

Re: [แปล] Marimite : ตอนที่ Rosa Chinensis en Bouton ไม่อยู่

Postby believepz » Sun Jan 25, 2009 8:51 am

หลังจากอ่านแล้วต้องบอกว่าดูสมกับเป็นคุณพี่อย่างที่เป็นเลย
ยูมิ เธอช่าง... = ="
รับมือคุณพี่ได้นี่ ไม่เบาเลยจริงๆ ^^
User avatar
believepz
L
 
Posts: 8
Joined: Wed Dec 10, 2008 8:04 pm

Re: [แปล] Marimite : ตอนที่ Rosa Chinensis en Bouton ไม่อยู่

Postby Candydoll » Sun Jan 25, 2009 9:15 am

อา เพิ่งอ่าน3ตอนที่ลงจนจบ คานาโกะน่ารักนะ บทเจอกับยูมินี่เสียดายอนิเมะไม่ทำเต็มๆ
Candydoll
LIL
 
Posts: 36
Joined: Tue May 09, 2006 9:07 pm

Re: [แปล] Marimite : ตอนที่ Rosa Chinensis en Bouton ไม่อยู่

Postby Kaon_1926 » Sun Jan 25, 2009 9:54 am

อะ!คุณพี่เกรียน ..... เห่อยูมิใช้ สกิลอะไรถึงสะกดคุณพี่ได้น้า...

แต่เราว่าจริงๆคนอย่างยูมิ เป็นประเภทที่อยู่ใกล้แล้วสบายใจมากกว่านะ
Image
User avatar
Kaon_1926
SENPAI
 
Posts: 476
Joined: Tue Jul 03, 2007 7:22 pm
Location: คอกม้าหน้าร.ร.และทุ่งลิลลี่

Re: [แปล] Marimite : ตอนที่ Rosa Chinensis en Bouton ไม่อยู่

Postby namaste » Sun Jan 25, 2009 11:48 am

โอ้ววว คุณพี่ กลายเป็นแบบนี้ไปได้ยังไงเนี่ย~
(หรือเจ๊เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว เราต่างหากที่ไปสร้างภาพพจน์เพอเฟคไว้)

ยูมินี่เป็นแบบตรงข้ามเลยสินะ ถึงได้เข้าหาซาจิโกะได้ติดขนาดนี้ ^^b

ขอบคุณท่านอ้อนมากคร้าาาา ช่วยทำให้เข้าใจเนื้อเรื่องมากขึ้นเยอะเลย~
Image
User avatar
namaste
SENPAI
 
Posts: 641
Joined: Wed Jun 27, 2007 5:27 pm
Location: เกาะรั้วโรงเรียน

Re: [แปล] Marimite : ตอนที่ Rosa Chinensis en Bouton ไม่อยู่

Postby WuDragon » Sun Jan 25, 2009 1:23 pm

พอยูมิไม่อยู่คุณพี่เปลี่ยนโหมดเป็นหญิงโหดซะงั้น

แต่ไม่น่าเชื่อที่ยูมิปราบความโหดคุณพี่ได้อยู่หมัด โดยไม่ต้องใช้สกิลวิ้งค์
Image
~มังกรน้อยไม่สนับสนุนการขายแฟนซับ~
User avatar
WuDragon
One-sama~
 
Posts: 327
Joined: Tue Dec 09, 2008 6:22 pm
Location: ไม่แน่นอน

Next

Return to ชมรมวรรณศิลป์ - Literature Club

Who is online

Users browsing this forum: miko_kaon and 1 guest