[แปล] Marimite Main Story : Kibara Panic บทที่ 2 จ้า
Edit: Index
Maria-sama ga Miteru : Joanna (เรื่องสั้นของโทโกะ) > เรพนี้แหละ
Maria-sama ga Miteru : Hikari no Tsubomi (เรื่องสั้นของคานาโกะ) Read
Maria-sama ga Miteru : Rosa Chinensis en Bouton no Fuzai (เรื่องสั้นของคุณพี่ซัจจี้กับคานาโกะ) | Read
Maria-sama ga Miteru : Answer (เรื่องสั้นของป้าโยโกะตอนเลือกน้อง) | Read
Maria-sama ga Miteru เล่ม Ookina Tobira, Chiisana Kagi : Pocket no Naka | Part1 | Part 2 | Part3
Maria-sama ga Miteru : "San" tsuke Mondai (เรื่องสั้นการถกประเด็นคำต่อท้ายชื่อของสามสาวยูมิ ยชชี่ และชิมาโกะ) | Read
Maria-sama ga Miteru : Sugao no Hitotoki (เรื่องสั้นของซาจิโกะกับเรย์) | Read
Maria-sama ga Miteru เล่ม Bara no Mille-Feuille : Kibara Panic เรื่องตอนเรย์ไปดูตัว
- Chapter : Hyakusen Ayaushi? | Read
- Chapter : Panic! Attack!! | Read
- Chapter : Shoubu no Yukue | Part 1 | Part 2 | Part 3 | Part 4 | Part 5
Planning (แต่อาจล้มโครงการได้ตามอารมณ์
)
- Maria-sama ga Miteru : Kiiroi Ito (เรื่องสั้นตอนเอริโกะหาน้อง)
- Maria-sama ga Miteru : Florence Senbei wo Kai ni (เรื่องสั้นของเซย์กับเคย์ ตอนไปอิตาลีในช่วงเวลาเดียวกับ Ciao Sorella ค่ะ)
- Maria-sama ga Miteru : Yumi-chan Enikki - Mirai Hen 1 เีรื่องสั้นของยูมิและเจ๊ชิซึกะ คานินะ
- Maria-sama ga Miteru : Yumi-chan Enikki - Mirai Hen 2 เนื่องด้วยเหตุผลของการสปอยล์จึงไม่สามารถลงได้ว่าเรื่องของใคร แต่แปลแน่! และคงได้อ่านหลังๆ เลย
- Maria-sama ga Miteru เล่ม Manatsu no Ichi-Page : Ojiisan to Issho ni เรื่องของทาคุยะคุง "แฟน" ของโนริโกะ (อันนี้อาจจะช้านะคะ รวมๆกันแล้วร้อยกว่าหน้า)
(1) Chapter : Neta wa Houki to Chiritori de
(2) Chapter : Machiawase no Basho made
(3) Chapter : Takuya-kun wo Sagase!
- Maria-sama ga Miteru เล่ม Manatsu no Ichi-Page : Kibara no Enikki บันทึกการไปเที่ยวภูเขาไฟฟูจิของเรย์กับยชชี่ในปิดเทอมหน้าร้อน
- Maria-sama ga Miteru เล่ม Bara no Mille-Feuille : Shirobara Monoomoi
(1) Chapter : Heiwa na Futari
(2) Chapter : Monoomoi no Tane
- Maria-sama ga Miteru เล่ม Crisscross : Chizu Sanpo เบื้องหลังการซ่อนการ์ดของยูมิ ยชชี่ ชิมาโกะ
Maria-sama ga Miteru : Joanna (เรื่องสั้นของโทโกะ) > เรพนี้แหละ
Maria-sama ga Miteru : Hikari no Tsubomi (เรื่องสั้นของคานาโกะ) Read
Maria-sama ga Miteru : Rosa Chinensis en Bouton no Fuzai (เรื่องสั้นของคุณพี่ซัจจี้กับคานาโกะ) | Read
Maria-sama ga Miteru : Answer (เรื่องสั้นของป้าโยโกะตอนเลือกน้อง) | Read
Maria-sama ga Miteru เล่ม Ookina Tobira, Chiisana Kagi : Pocket no Naka | Part1 | Part 2 | Part3
Maria-sama ga Miteru : "San" tsuke Mondai (เรื่องสั้นการถกประเด็นคำต่อท้ายชื่อของสามสาวยูมิ ยชชี่ และชิมาโกะ) | Read
Maria-sama ga Miteru : Sugao no Hitotoki (เรื่องสั้นของซาจิโกะกับเรย์) | Read
Maria-sama ga Miteru เล่ม Bara no Mille-Feuille : Kibara Panic เรื่องตอนเรย์ไปดูตัว
- Chapter : Hyakusen Ayaushi? | Read
- Chapter : Panic! Attack!! | Read

- Chapter : Shoubu no Yukue | Part 1 | Part 2 | Part 3 | Part 4 | Part 5
Planning (แต่อาจล้มโครงการได้ตามอารมณ์
- Maria-sama ga Miteru : Kiiroi Ito (เรื่องสั้นตอนเอริโกะหาน้อง)
- Maria-sama ga Miteru : Florence Senbei wo Kai ni (เรื่องสั้นของเซย์กับเคย์ ตอนไปอิตาลีในช่วงเวลาเดียวกับ Ciao Sorella ค่ะ)
- Maria-sama ga Miteru : Yumi-chan Enikki - Mirai Hen 1 เีรื่องสั้นของยูมิและเจ๊ชิซึกะ คานินะ
- Maria-sama ga Miteru : Yumi-chan Enikki - Mirai Hen 2 เนื่องด้วยเหตุผลของการสปอยล์จึงไม่สามารถลงได้ว่าเรื่องของใคร แต่แปลแน่! และคงได้อ่านหลังๆ เลย
- Maria-sama ga Miteru เล่ม Manatsu no Ichi-Page : Ojiisan to Issho ni เรื่องของทาคุยะคุง "แฟน" ของโนริโกะ (อันนี้อาจจะช้านะคะ รวมๆกันแล้วร้อยกว่าหน้า)
(1) Chapter : Neta wa Houki to Chiritori de
(2) Chapter : Machiawase no Basho made
(3) Chapter : Takuya-kun wo Sagase!
- Maria-sama ga Miteru เล่ม Manatsu no Ichi-Page : Kibara no Enikki บันทึกการไปเที่ยวภูเขาไฟฟูจิของเรย์กับยชชี่ในปิดเทอมหน้าร้อน
- Maria-sama ga Miteru เล่ม Bara no Mille-Feuille : Shirobara Monoomoi
(1) Chapter : Heiwa na Futari
(2) Chapter : Monoomoi no Tane
- Maria-sama ga Miteru เล่ม Crisscross : Chizu Sanpo เบื้องหลังการซ่อนการ์ดของยูมิ ยชชี่ ชิมาโกะ
ลองแปลนิยายครั้งแรก....ซึ้งมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกค่ะ โคตรยากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก นั่งงมอยู่ 2-3 ชม. แน่ะ T^T
ก่อนอ่าน ควรดู 4th Season ตอนแรกก่อนนะจ๊ะ
อันนี้เป็นเหตุการณ์ที่โทโกะทะเลาะในชมรม เป็นเรื่องสั้นคั่นเรื่องหลักของโนเวล In Library เล่มนี้ค่ะ

คาดว่าจะได้เป็นอนิเมในภาค 4 ตอน 3-4 นะ
Edit : สุดท้าย อนิเมมันก็ข้ามเล่มนี้...
ในนี้จะมีการเปรียบเทียบกับตัวละคร "เอมี่" "เบธ" ในเรื่อง Little Women (หรือฉบับญี่ปุ่น จะเรียกว่า Wakakusa no Monogatari) ด้วยค่ะ คนที่รู้เรื่องอาจจะเก็ท แต่คนแปลก็ไม่รู้เรื่องเหมือนกันเลยไม่เก็ท -w-'
ส่วนโจแอนนา เป็นตุ๊กตาของเบธ...
============================================================================================================
คนๆนี้กำลังพูดอะไรของเค้ากันนะ
"คนที่ทำให้ผู้ชมพอใจในเวลาฝึกซ้อมไม่ได้ พอถึงเวลาแสดงจริงจะทำได้เหรอ?"
อาจดูเหมือนเป็นการเถียงคำไม่ตกฟาก แต่ที่จริงแล้วมันน่าจะกลับกันซะด้วยซ้ำ ที่ต้องฝึกซ้อมซ้ำไปซ้ำมา ไม่ใช่เพื่อให้แสดงออกมาดีที่สุดในรอบจริงเหรอไงกัน
ที่จริงฉันจะสวนกลับไปด้วยคำพูดนั้นก็ได้ แต่ฉันลองแกล้งสวมบทเป็น "รุ่นน้องที่พอโดนดุก็ใจแป้ว" ดูสักพัก เพราะฉันพอจะคาดเดาได้ว่า หากเถียงกลับไปเมื่อไหร่ จะถูกว่าคืนกลับมามากกว่าเดิมหลายเท่า ฉันก็ไม่ได้คิดว่าฝีปากของตัวเองด้อยกว่าหรอกนะ แต่ถ้าทำให้การฝึกซ้อมหยุดชะงักไปมากกว่านี้ จะเป็นการเสียมารยาทต่อสมาชิกคนอื่นซะเปล่าๆ
สถานที่ฝึกซ้อมในวันนี้ เป็นพื้นที่โล่งๆในห้องเรียนหลังทำการจัดเลื่อนโต๊ะไปไว้หลังห้องจนหมด การฝึกซ้อมละคร "Wakakusa no Monogatari" ที่ชมรมการแสดงจะจัดในงานโรงเรียนก็เข้าสู่ไคลแมกซ์แล้วเช่นกัน
สงบปากสงบคำและก้มหน้านิ่ง ----------- นี่ถือว่าเป็นการยอมประนีประนอมครึ่งทางแล้วสำหรับฉัน แต่รุ่นพี่ A ดูจะเข้าใจอะไรบางอย่างผิดไป เลยยิ่งกลายเป็นว่าทำให้พฤติกรรมของเค้าที่แสดงออกมายิ่งหนักข้อกว่าเดิม เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเพียงเสี้ยวหนึ่งยามที่อาจารย์ที่ปรึกษาไม่อยู่เนื่องจากติดประชุมคณาจารย์ ส่วนประธานชมรมผู้แสนดีที่มักคอยเป็นคนกันชนให้อยู่เสมอก็ไม่อยู่ที่ห้องเพราะติดธุระเรื่องงานโรงเรียน ทั้งหมดเริ่มต้นจากการที่ฉันซึ่งได้รับบทเอมี่พูดบทผิดพลาดไปแค่จุดเดียว
"มัตสึดาอิระซังได้เป็นถึงหนึ่งในตัวเอก คงจะมีความสามารถอยู่ เลยอาจจะดูถูกการฝึกซ้อมไปบ้างล่ะสินะ แต่ชมรมการแสดงของ ม.ปลายมันคนละเรื่องกับของ ม.ต้น สำหรับเธอที่ได้รับบทแค่เพราะรูปลักษณ์ภายนอกกับอย่างอื่น อาจจะกำลังเข้าใจผิดว่าทักษะในการแสดงนั้นไม่จำเป็น"
ฉันได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักดังมาจากกลุ่มสมาชิกชมรมการแสดงคนอื่นที่อยู่ ณ ที่นั้นด้วยเมื่อได้ฟังคำพูดของรุ่นพี่
(หืม)
คาดไม่ถึงว่าจะคิดกับฉันแบบนี้เอง ไม่ใช่แค่คนเดียว แต่ยังมีตั้งสามสี่คนซะด้วยสิ
(ถ้าอย่างงั้น แปลว่าฝีมือการแสดงของฉันก็ไม่เบาเหมือนกัน)
ผลงานชิ้นเอกสินะ
"มีอะไรน่าขำ"
ทั้งที่ฉันพยายามกลั้นเอาไว้บ้างแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเสียงหัวเราะของฉันที่หลุดออดมาอย่างคุมไม่อยู่ จะไปทำให้รุ่นพี่ไม่พอใจเข้า
"เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร"
ฉันพูดไปพลางนึกในใจว่า แบบนี้จะไม่ให้ขำได้ยังไง
ไม่เคยรู้มาก่อนสักนิดเดียวว่าได้รับเลือกให้เล่นบทนี้เพียงเพราะรูปลักษณ์ภายนอกและอย่างอื่น สมกับเป็นชมรมการแสดงของ ม.ปลายที่ต่างชั้นกับ ม.ต้น เลือกตัวแสดงได้ส่งเดชสิ้นดี ถ้าอย่างนั้นรุ่นพี่เจ้ากี้เจ้าการคนนี้ก็เหมาะกับบทเจนนี่ สโนว์ที่ฟ้องเรื่องเอมี่กับครูเป็นอย่างดีเลยทีเดียว แต่ด้วยเพราะข้อจำกัดด้านเวลาแสดง บทตรงช่วงน้ำมะนาวใส่เกลือของเอมี่จึงถูกตัดออกไปอย่างน่าเสียดาย
"แล้วจะให้ฉันทำยังไงคะ"
"ฉันจะบอกว่า กะอีแค่ได้รับบทเอมี่ อย่าทำเป็นได้ใจนัก"
"ฉันไม่ได้ทำตัวได้ใจซะหน่อยค่ะ เพราะอย่างนั้นฉันถึงไม่รู้ไงคะว่าต้องทำยังไงรุ่นพี่ถึงจะพอใจ"
ฉันรู้ว่าจริงๆ แล้ว หากตรงนี้ฉันแกล้งบีบน้ำตาให้เห็นสักหยด รุ่นพี่คนนี้คงรู้สึกพอใจและคงจะอ่อนโยนด้วยมากขึ้น แต่ว่าฉันจะไม่ทำอย่างนั้นเด็ดขาด กับอีแค่แกล้งร้องไห้จะให้ทำเท่าไหร่ก็ทำได้ แต่จำเป็นต้องทำขนาดนั้นเพื่อให้เค้ายอมรับเป็นพวกด้วยเหรอ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นแค่การแสดงก็ตามที แต่หากคนที่ได้เห็นด่วนฟันธงว่า แค่กลั่นแกล้งก็ทำให้ฉันร้องไห้ได้ มันจะกลายเป็นความอัปยศที่ฉันเกินจะทานทน และจะเป็นการไม่ดีในภายหลังด้วย
"ถึงเธอจะถามว่า จะให้ทำยังไงก็เถอะนะ"
ตอนที่รุ่นพี่ A ยิ้มออกมาอย่างเย็นชานั่นเอง ประตูได้เปิด ประธานชมรมที่หายตัวไปกลางคันก็กลับเข้ามา
"ขอโทษที่มาช้า อ้าว ซ้อมกันอยู่เหรอ? ต่อได้เลยนะ"
"ถ้างั้นซีนเมื่อกี้ เริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น"
รุ่นพี่ A หันหลังให้ราวกับจะหนีหน้า ส่วนฉันนั้นไม่สามารถทำใจให้เรื่องมันจบแล้วกลับไปซ้อมตามปกติได้
"รุ่นพี่ยังไม่ได้ตอบคำถามเลยนะคะ"
"โทโกะจัง หมายถึงอะไรจ๊ะ?"
ประธานรู้สึกได้ถึงบรรยากาศผิดปกติที่เกิดขึ้น จึงได้ถามฉัน พอฉันไม่ได้อธิบายอะไรก็เลยหันกลับไปถามรุ่นพี่ A ด้วยคำถามเดียวกัน
"ฉันแค่เตือนนักเรียนปี 1 ว่า อย่าถ่วงแข้งถ่วงขาพวกเราก็เท่านั้นเองค่ะ"
รุ่นพี่ A ตอบออกมาอย่างหมดเปลือก
"โทโกะจังไม่ได้ถ่วงแข้งถ่วงขาพวกเราซะหน่อยนี่? มีทักษะการแสดงดีเยี่ยมจนไม่คิดว่าเป็นนักเรียนปี 1 เลยนะ"
"ประธานชอบเด็กคนนี้นี่คะ คงไม่เข้าใจหรอก เด็กที่มีฝีมือการแสดงระดับนี้หาในชมรมเราได้ถมไป"
ยิ่งฟังๆไป โทโกะชักรู้สึกรำคาญ รุ่นพี่คนนี้ไม่ได้สนใจเรื่องฝีมือการแสดงหรอก แต่ไม่ถูกชะตากับตัวโทโกะต่างหากล่ะ ต่อให้พูดอะไรไปก็ไร้ประโยชน์ ไม่มีหนทางใดๆที่จะเชื่อมสายสัมพันธ์แย่ๆนี้ได้เลย
"ถ้าอย่างนั้น รุ่นพี่ไม่เล่นเป็นเอมี่ซะเองเลยล่ะคะ?"
ฉันโพล่งออกไป พร้อมกับสายตาเย็นเฉียบและเสียงทุ้มต่ำชวนขนลุกเป็นเชิงดักคอ ไม่ให้พูดว่าบทเอมี่ส้มหล่นมาหาฉันแค่เพราะรูปลักษณ์ภายนอกหรืออย่างอื่น บรรดาคนที่รู้จักฉันเพียงแค่ด้านเดียวต่างพากันมองฉันด้วยสายตาราวกับกำลังมองสัตว์ประหลาด
หากมีรีเควสมา ฉันมั่นใจว่าสามารถเล่นได้แม้กระทั่งบทของคุณครูเดวิส หรือคุณป้ามาร์ช อยากจะยืนยันให้เห็นกับตาเหมือนกันว่าไอ้ฝีมือการแสดงระดับนี้ที่รุ่นพี่ว่า มันจะสักแค่ไหนกันเชียว
"นี่ค่ะ บทที่ฉันพูดผิดไปเมื่อกี้ ลองทำให้ดูเป็นตัวอย่างทีสิคะ"
ฉันคว้าหนังสือบทที่วางอยู่บนโต๊ะ เปิดหน้านั้นแล้วก็ยัดเยียดใส่รุ่นพี่
"โทโกะจัง พอเถอะ"
ฉันได้ยินเสียงของประธานอยู่ แต่ว่าแค่นี้มันเบรกฉันไม่ได้หรอก
"นะ....นี่เธอคิดว่าฉันเล่นไม่ได้ใช่มั้ย?"
รุ่นพี่ A รับเอาหนังสือตัวบทไป แล้วใช้นิ้วไล่ดูบทที่เป็นบรรทัดเป้าหมาย
"ไม่เลยค่ะ รุ่นพี่จะต้องเป็นแสดงเป็นเอมี่ได้ดีกว่าคนอย่างฉันแน่นอน"
"แหงอยู่แล้ว ถึงคนอย่างเธอจะไม่อยู่ ชมรมเราก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรนักหรอก"
รุ่นพี่ทำท่าเหมือนอยากจะร้องไห้ ฉันไม่อยากทนอยู่ร่วมกับรุ่นพี่คนนี้อีกแล้วแม้แต่วินาทีเดียว จึงพรวดพราดออกมาจากห้องเรียน
จะเป็นยังไงก็ช่าง -------- แล้วแท้ๆเชียว

คนๆนี้กำลังพูดอะไรของเค้ากันนะ
"ฉันอยากถามว่าเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่"
เรื่องมันก็ป่านนี้แล้ว เลิกทำให้ความรู้สึกของฉันปั่นป่วนซะที
ตั้งแต่นั้นก็มาผ่านมา 2 วัน ฉันเริ่มรู้สึกขึ้นมาบ้างว่าอาจจะทำเกินไปจริงๆนั่นแหละ แต่ตอนนี้ฉันลืมเรื่องนั้นไปจนหมดสิ้น และตัดสินใจว่าจะทุ่มเทให้กับละครของยามะยูริไคอย่างเต็มที่
ทั้งที่เป็นอย่างนั้น
ถอนตัวจาก "ตำนานโทริคาเอบายะ" แล้วกลับไปชมรมการแสดงซะ...ทำไมผู้คนจากเรือนกุหลาบถึงสามารถพูดจาโหดร้ายแบบนี้กันได้นะ ฉันเข้าใจดีว่าส่วนหนึ่งก็เพราะนึกถึงฉัน ถึงแม้ว่าจะปล่อยมันไปตามเวรตามกรรม และทิ้งที่นั่นมาแล้วก็ตาม แต่ฉันก็ยังแอบเสียดายกับ "Wakakusa no Monogatari" อยู่ลึกๆ
อยากจะแสดงบทเอมี่
แม้ปากจะพูดไปว่า ""รุ่นพี่จะต้องเป็นแสดงเป็นเอมี่ได้ดีกว่าคนอย่างฉันแน่นอน" ก็เถอะ แต่ไม่มีนักแสดงคนไหนจะเข้าถึงบทเอมี่ได้ดีกว่าฉันอีกแล้ว ฉันเป็นตัวหมากสำคัญที่จะขาดไปไม่ได้สำหรับชมรมการแสดงในการทำให้ละครเรื่องนี้ประสบความสำเร็จ ดังนั้นหากกลับไปได้ก็อยากกลับไปที่นั่น นี่คือใจจริงของฉัน
"แปลว่าฉันไม่เป็นที่ต้องการงั้นเหรอคะ"
ตีความอีกแง่ ก็ดูเหมือนกับว่า "ยามะยูริไคไม่ต้องการ" ยังไงตัวเองก็ต้องเจ็บปวดอยู่ดี ต่อให้สรรหาคำสวยหรูมาพูดยังไง สุดท้ายสิ่งที่พูดออกมาก็คือ "ไล่ออก" อยู่วันยังค่ำ ไม่เห็นจะต้องคร่ำครวญอะไร ก็แค่ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับฉันเท่านั้น จะเป็นยังไงก็เป็นไป แค่ทิ้งที่นี่เอาไว้ข้างหลังอีกก็พอ
แต่ไม่รู้ว่าคนที่ยื่นคำขาดไล่ออกแก่ฉันคนนี้ เค้าคิดอะไรอยู่กันแน่ ถึงได้ทิ้งหน้าที่ที่ตัวเองได้รับมอบหมายแล้วเพี้ยนหนักขึ้นมา
"ไปชมรมการแสดงกันเถอะ เดี๋ยวฉันไปเป็นเพื่อน"
"เธอต้องมาแสดงให้กับทางเราด้วยนะ"
คนๆนี้พูดอะไรของเค้า แถมยังปิดท้ายด้วยว่า "งั้นมาที่บ้านฉันสิ" อีกต่างหาก
บ้ารึเปล่าเนี่ย
มาดักรอที่นี่เพื่อพูดเกลี้ยกล่อมให้ฉันถอนตัวไม่ใช่เหรอ? ถ้าไม่บอกว่า "ไล่ออก" มาซะตรงๆ เดี๋ยวก็โดน "คุณพี่สุดที่รัก" ดุเอาหรอก
แต่ดูเหมือนว่าเค้าจะไม่ได้คิดมากอะไรกับเรื่องนี้เลย พออยู่ต่อหน้าอีกฝ่ายที่ยิ้มใสซื่อเข้าใส่ ฉันก็แพ้ราบไปแล้วโดยไม่ทันพูดอะไรสักคำเดียว
"เข้าใจแล้วค่ะ"
ฉันค่อยๆ ดึงเอามือที่เกาะกุมฉันไว้ออกไป
ฉันไม่ต้องการมือที่อ่อนโยนจากใคร เพราะว่าฉันไม่ใช่ตุ๊กตาน่าเวทนาที่เบธคอยกอดไว้เสมอ ได้เวลากลับไปเป็นเอมี่แล้ว เพราะฉะนั้น ------
เมื่อฉันเริ่มออกเดิน ก็มีเสียงเจื้อยแจ้วดังแว่วมาจากข้างหลัง
"นอนเยอะๆ กินเยอะๆ แล้วก็อย่าเครียดนักล่ะ ถ้าอยากบ่นเมื่อไหร่ก็มาหาฉันได้ เข้าใจนะ?"
จริงๆเลย คนๆนี้
บ้ารึเปล่าเนี่ย
ฉันฝืนยิ้มออกมา พร้อมกับก้มหัวนิดหน่อยให้แก่เบธผู้ไม่เขินอายใครๆ ที่ผิดกับฉบับนิยายอย่างลิบลับ
============================================================================================================
น้องดริลสุดยอด!
ใครยังจำเรื่อง Little Women ได้มาอธิบายที ว่า อ.แกเปรียบเทียบอะไรยังไง
Omake แถมจากเล่ม In Library สปอยล์นะ....
- Spoiler: show


